“การล่มสลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์”
“การล่มสลายเหรอครับ”ไคท์ร้องคราง
“อืม...คำพยากรณ์เมื่อหลายร้อยปีก่อน อ้อ ลืมแนะนำ ผมชื่อ 'เคอแตส' ว่าแต่นักผจญภัยมาทำอะไรที่นี่” จู่ ๆเขาก็เปลี่ยนเื่
“เรานำข่าวมาจากหัวหน้าอัศวิน”ไคท์ค้อมศีรษะ และยื่นจดหมายให้เคอแตส ฝ่ายนั้นรับไปดู เปิดออกอ่านครู่หนึ่งระบบก็แจ้งเตือน
“ผู้เล่นส่งจดหมายให้หัวหน้านักบวช”
เคอแตสเงยหน้าขึ้นมองแล้วพูด
“ท่านคงผ่านการคัดเลือกจากหัวหน้าอัศวินแล้ว จงบอกเขาว่าเรายินดีช่วยเหลือ"
“เราน้อมรับคำสั่งว่าแต่เื่คำพยากรณ์นั่น...ยังไงต่อครับ ” ไคท์พูดจบก็หันมองภาพวาดอัครเทวฑูตเทพธิดาไลมาเขาเฉลียใจว่าเทพธิดา และคำพยากรณ์อาจเกี่ยวข้องกับเควส หรือหากไม่ใช่อย่างน้อยการรู้เื่เกี่ยวกับเกม อาจช่วยให้ไม่พลาดไอเทม หรือสมบัติที่น่าสนใจ
“แปลกที่ท่านสนใจถ้าชอบเราจะเล่าให้ฟัง" เคอแตสยิ้มมุมปาก แล้วกล่าวต่อ
"ในตอนแรกพระเ้าสร้างโลกและสิ่งที่อยู่ในนั้นโดยมีเทพีแห่งแสงบริสุทธิ์คอยปกป้องความสมดุลของจักรวาล
มนุษย์เกิดจากความรักของพระเ้าเป็สิ่งสร้างที่เกิดจากแก่นแท้ของพระองค์
โลกนี้มีความเป็คู่มีความสมดุลระหว่างความดีและความชั่ว ความรักของพระเ้าส่องสว่างยิ่งกว่าเงาใด ๆแต่อนิจจา พระองค์ถูกลืมโดยผู้ที่พระองค์ทรงสร้างความรักและแสงสว่างของพระเ้าเริ่มจางหายถูกบดบังด้วยความมืดของทั้งความดีและความชั่ว
ครั้งหนึ่งความรักของพระเ้าส่องสว่างยิ่งกว่าเงาใดๆ ปีศาจเกิดจากความมืดและอาศัยอยู่ในนั้น มันชักนำผู้คน หลงออกจากทางแห่งความดีมันมีพลังแข็งแกร่งเหนือเทพธิดาพลังที่สามารถทำให้แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่แน่วแน่ที่สุดยังแกว่งไกว
าระหว่างเทพเ้าและปีศาจการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่วเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนตลอดประวัติศาสตร์ และหอคอยปีศาจเป็อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นหลังจากการตายของวีรบุรุษและอัครสาวกของเทพธิดาตั้งตระหง่านเป็เครื่องเตือนใจถึงราคาของา
สิ่งที่เรารู้คือแม้เงามืดจะแผ่กว้างออกไป แต่เราต้องจำไว้เสมอว่าแสงสว่างของพระเ้าจะนำเรากลับบ้าน
ไม่ใช่แค่พลังของเทพธิดาที่ช่วยเราได้แต่ความกล้าหาญของผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องมันเราทำได้เพียงผนึกปีศาจกลับเข้าไปในหอคอย แต่เสบียงของเราเหลือน้อยเต็มทีและไม่รู้ว่าจะอยู่รอดอีกนานแค่ไหน
ดวงดาวแห่งแสงหรือผู้กล้าจากมิติอื่นจะปรากฏขึ้นตามคำทำนาย และนั่นคือจุดเริ่มต้น”
"เราคือผู้กล้า?”ไคท์มีสีหน้างุนงง
“ใช่ท่านได้รับพรจากพระเ้า ตายแล้วกำเนิดใหม่ได้ แตกต่างจากพวกเราที่ตายแล้วดับสูญ”
"ขอบคุณที่เล่าเื่นี้ให้ฟัง"ไคท์ค้อมศีรษะ ทำสำคัญมหากางเขน
“เราขอลา”เขาถอยหลังจากไป
“ขอพระเ้าอวยพร”เคอแตสกล่าวด้วยรอยยิ้ม
(การทำสำคัญมหากางเขน(Signof the Cross) คือการเอามือแตะไหล่ หน้าผาก และอกเป็การแสดงความเชื่อถึงพระตรีเอกภาพว่าเป็อันหนึ่งอันเดียวกัน - ผู้เขียน)
....
ผมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของก็อบลิน การเฝ้าระวังไม่ได้มีรูปแบบตายตัว มันแค่ยืนประจำจุดต่าง ๆ ก่อนถึงค่ายของมัน คือหลังจุดที่ผมเกิดหรือสังหารก็อบลินแล้ว จะมีก็อบลินชุดใหม่มาอีกเรื่อย ๆ ดังนั้นหากบุกรังมันต้องลงมือให้ไว คราวก่อนผมช้าไป กำลังเสริมปรากฏตัวขึ้น ทำให้ผมหนีไม่ทันและปล่อยเ้าสัตว์นั้นไม่ได้ รอบนี้ลองใหม่
ผู้เล่นอัคคีเสียชีวิต๔๐๐ ครั้ง
.....
บันทึกของเวลไฮเดอร์(Velheider)
ข้าคือเวลไฮเดอร์หรือสัตว์อสูร ข้าเกิดมาอ่อนแอนักในตอนแรกเริ่ม พ่อแม่ข้าถูกสังหารโดยอสูรแสนร้ายกาจของป่ามันคือเ้าสมิงพลายที่มีพลังเสือมหาศาล และพี่น้องข้า ไม่มีใครเหลือรอดข้าเองก็แทบสิ้นใจ เพราะการจู่โจมของมัน
ก่อนจะตายเพราะคมเขี้ยวเสือสมิง ประตูวาร์ปสีม่วงปรากฏเบื้องหน้า ชายคนหนึ่งก้าวออกมานั่นเป็ครั้งแรกที่ข้าพบหน้าเขา นายของข้า เขาเป็นักล่าที่แข็งแกร่งข้ากลายเป็คู่หูของเขา เราต่อสู้ และรบเคียงบ่าเคียงไหล่ในฐานะเพื่อน ข้ามีชีวิตอยู่มานานนานจนนายข้าจากไป
ประตูวาร์ปอันใหม่เกิดขึ้นอีกครั้งนายข้าเข้าไป และไม่หวนกลับ แต่ข้ายังคงอยู่ ข้าออกเดินทาง เพื่อตามหาเขา หนทางยาวไกลข้าเดินทางเพียงลำพัง โดยไม่มีนายเหมือนซามูไร นายข้าเป็'โรนิน'(ถูกเรียกว่าโรนิน ) และต่อสู้ไม่รู้คืนวัน
และแล้ววันหนึ่งที่ชะตาข้าถูกลิขิตให้เปลี่ยนไป ข้าพบประตูวาร์ป แฉกเช่นเดียวกับที่ข้าเห็นนายข้าเข้าไปข้าไม่รอช้า ที่จะพุ่งไปสำรวจ นายของข้า ข้ามาแล้ว
ผิดคาดประตูสีม่วงนั้น เหมือนประตูต่างมิติ มันส่งข้ามาในที่ ๆ ข้าไม่รู้จัก ไม่มีแสงสว่างใด ๆที่นี่ แต่หาทำให้ข้าหวาดกลัวไม่ ข้าเผชิญมานักต่อนักแล้ว กับสิ่งที่เรียกว่า ความตาย
สำหรับข้าที่เป็ซามูไรความตายเป็เพียงการเกิดใหม่ แม้ไร้นาย แต่ข้าไร้ความกลัวข้าก้าวเข้าสู่ความมืดมิดอย่างกล้าหาญ มีสัตว์มากมายที่ข้า ไม่เคยเห็นใต้ดินนี้ พวกมันไม่ได้เก่งข้าสู้มันได้สบายมาก พูดง่าย ๆ เพียงข้าเดินผ่านก็อาจทำให้มันตาย
นายข้าสอนว่าเราต้องไม่ประมาท ข้าไม่ประมาท แต่นั่นก็ตอนข้าคิดได้ ตอนข้าถูกพวกมันรุมล้อม ก็อบลินนับร้อยชีวิตรุมทำร้ายข้าจนสาหัส มันไม่ฆ่าข้าดูเหมือนสติปัญญาของมัน จะเก็บข้าไว้เพราะอะไรบางอย่าง ข้าของขา ถูกตัดออกมันขังข้าไว้เหมือนสัตว์ใกล้ตาย เพื่อเป็อาหารของมัน เวลากระหาย
ขณะข้านอนาเ็ในกรงพลังชีวิตน้อยนิด ยังพอทำให้ข้ามองเห็น ก็อบลินถูกบางอย่างโจมตี และข้าก็ได้พบเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขาเป็มนุษย์ เหมือนอดีตนายของข้า แต่เขาดูอ่อนแอและทักษะยังสู้นายเก่าของข้าไม่ได้ เขาถูกก็อบลินสังหาร และตายไปต่อหน้าต่อตาข้าข้าคิดว่า เขาช่างโง่เขลา ร่างของเขาเปลี่ยนเป็แสงวาบแล้วหายไป ชีวิตมนุษย์ช่างเปราะบางเหลือเกินข้าคิด ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง และเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก
“เขาตายไปแล้วนี่”ข้าลืมตามองดูเด็กนั้น กลับมาค่ายนี้อีก ที่ข้าอยู่ เป็คุกของก็อบลินทำไมส่วนลึกที่สุดนี้ จึงมีมนุษย์แบบเขามาปรากฏตัวได้ ข้าคิด
....
อัคคีซุ่มรอจังหวะจู่โจมเมื่อเห็นก็อบลินนักธนูยืนอยู่ตัวเดียว เขาก็ย่องไปด้านหลังยิงธนูสองดอกที่ศีรษะมันอย่างเหี้ยมโหด เฮดช็อตวันคิว
(Head Shot - การยิงเข้าหัวศัตรูถึงแก่ความตายทันที
Critical Hit -ความเสียหายที่รุนแรงกว่าปกติ
Headshot one kill -การโจมตีที่จุดอ่อนและติดคริติคอล(การโจมตีทะลุเกราะ+จุดตาย) ยิงนัดเดียวจอด - ผู้เขียน)
และอย่างรู้ทันก็อบลินอีกตัวซึ่งอยู่ถัดไปเดินมา อัคคีรีบหลบเข้าที่กำบังและกำจัดมันอย่างรวดเร็ว เขาเที่ยววิ่งซอกแซก หลบตามเหลี่ยมมุมกระทั่งมาถึงที่คุมขัง ทันใดนั้น
“แฮร่แฮร่ ! ” เสียงร้องของสัตว์ดังขึ้น(สาบานนะว่าร้องงี้ ยังกะกำลังชวนเล่นจ๊ะเอ๋ ) มันมีลักษณะตัวกลม ๆ สีเขียวมีขนตามร่างกาย สองขาลีบเล็กและาเ็สาหัส
“ตัวไรวะ”อัคคีจ้องมองเ้าตัวนั้น ส่วนมันก็จ้องเขาตาไม่กะพริบ

"แฮร่แฮร่" มันร้องต่อเนื่อง
“ไม่ใช่มอนสเตอร์”เขางุนงง เพราะหน้าต่างระบบเด้งแจ้งเตือน นึกว่ามันคือมอนสเตอร์จึงรีบะโหลบไม่ทันจะได้สำรวจตรวจสอบอะไร ทันใดก็อบลินตัวหนึ่งผ่านมาที่กรงขัง ชายหนุ่มรีบหมอบลงพื้นซ่อนตัวจากความมืดของถ้ำ เมื่อมันเข้ามาใกล้เขาก็โผล่พรวดขึ้นต่อย จนมันมึนงง และอาศัยจังหวะนั้นยิงธนูเข้าที่หัวมันติดต่อกัน ก็อบลินที่น่าสงสารล้มลงสิ้นใจตายทันทีโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้อง
“เวลไฮเดอร์ ้าทำสัญญาเป็สัตว์เลี้ยงของท่าน”หน้าต่างระบบแจ้งเตือน
อัคคีมองร่างเ้าตัวนั้นแล้วกดตกลงมีแสงวาบขึ้นพร้อมหน้าต่างระบบ
“ผู้เล่นอัคคียอมรับเวลไฮเดอร์เป็คู่หู”
สกิลตรวจสอบเวลไฮเดอร์: ๓๐๔
สถานะ: ไม่สนิท(คู่หู)
“โอ้โหนายเลเวลสามร้อยกว่าเลยเหรอ” เขาตะลึง เมื่อเห็นระดับของมัน ทันใดนั้นมีแสงสว่างวาบไปทั่วร่างเ้าเวลไฮเดอร์ อาการที่เคยาเ็ของมัน จู่ ๆ ก็หายเป็ปกติ
“เยี่ยม! แกหายดีแล้ว” อัคคีมองดูมัน สัญญาระหว่างทั้งสอง ทำให้พลังเวลไฮเดอร์กลับคืนมามันลุกขึ้นยืนอย่างกระปรี้กระเปร่า พร้อมกับส่ายหัวแล้วพุ่งชนลูกกรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“วี๊”(แนะ ไม่ร้องแฮร่แล้ว ) มันส่งเสียงแหลมเล็กทว่าอ่อนโยนคล้ายเด็กทารกแล้ววิ่งฮ้อไป ไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง
“นั่นไงเ้านายงานเข้าแล้ว” ชายหนุ่มร้อง รีบคว้าลูกธนูในกระบอกที่มีไม่จำกัดน้าวไว้ในมือแล้ววิ่งตามไป ก็อบลินนับสิบตัวต่างกรูออกมาสองข้างทางแต่เ้าเวลไฮเดอร์เหมือนจะไม่สะทกสะท้าน
อัคคียิงธนูสกัดก็อบลินตามรายทางไม่ต่างจากรัวปืนกล ความเร็วตอนนี้เรียกได้ว่า ระดับมหากาฬยิงธนูคราวละ ๓ - ๔ ดอก ก็อบลินถูกสังหารล้มตายระเนระนาดพวกมันไม่ทันสังเกตเห็นเขา จึงมุ่งโจมตีเวลไฮเดอร์
“ต้องงี้ดิพรรคพวก” อัคคีหัวเราะดังลั่นเป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกฮึกเหิมั้แ่ติดอยู่ที่นี่ ตลอดโถงถ้ำจมอยู่ในความมืดมีเพียงแสงสว่างจากคบไฟวอมแวม ทันใดนั้นเสียงคำรามก็ดังกึกก้องมาแต่ไกล
“ โฮกกก~”เสียงมาจากาาก็อบลินซึ่งมีร่างกายใหญ่โตต่างจากก็อบลินอื่นๆ ที่อัคคีเคยสู้ มันถือกระบองไม้ขนาดมหึมา ฟาดลงกับพื้นซ้ำ ๆ เพื่อข่มขวัญศัตรูแต่เวลไฮเดอร์ก็หาได้ครั่นคร้าม มันร้องโต้ตอบอย่างท้าทาย พร้อมกระโจนเข้าหาร่างใหญ่อย่างไม่หวั่นเกรง
“เวลไฮเดอร์เข้าสู่โหมดคลั่ง” เสียงระบบแจ้งเตือน
“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน” อัคคีะโห้ามคู่หูที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานเพราะกลัวมันจะตายไม่ฟื้น แต่ไม่ทันเสียแล้วกระบองใหญ่ของาาก็อบลินฟาดใส่เวลไฮเดอร์ไม่ยั้งแต่กลับเหวี่ยงถูกแต่อากาศอันว่างเปล่า ด้วยเลเวล และพลังของมัน เวลไฮเดอร์หลบหลีกอย่างว่องไวความจริงบอสตัวนี้แทบไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันด้วยซ้ำ
อัคคีตะลึงเมื่อเห็นคู่หูพริ้วไหวดุจสายน้ำเขาดึงสติกลับมา จากนั้นโจมตีก็อบลินตัวอื่น ๆ เพื่อลดจำนวนศัตรูมันกระจัดกระจายถอยไปไม่เป็ขบวน เวลไฮเดอร์หลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว าาก็อบลินแทบไม่โดนตัวมันด้วยซ้ำ
ระหว่างที่คู่หูชนบอส อัคคีก็จัดการก็อบลินตัวสุดท้ายได้ แล้วรีบตามมาสมทบปล่อยธนูแบบดับเบิ้ล ยิงสองดอกต่อการโจมตี ๑ ครั้งที่ดวงตาของาาก็อบลินอย่างแม่นยำมันแผดคำรามก้องราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดลั่นสะท้านฟ้าะเืดินทั่วโถงถ้ำ หูของอัคคีอื้ออึงไปชั่วขณะ
(Double Tab - ฆ่าฮีโร่ฝั่งศัตรูติดกันสองตัวภายในระยะเวลาที่กำหนด- ผู้เขียน)
“าาก็อบลินเข้าสู่โหมดคลั่ง”ระบบแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวทันที
"เวรแล้วไหมละ!” อัคคีร้องาาก็อบลิน เดิมถือกระบองมือเดียว เปลี่ยนมาถือสองมือ มันหวดอาวุธซ้ำ ๆอย่างบ้าคลั่ง พลังโจมตี และความเร็วของกระบองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เวลไฮเดอร์พุ่งชนร่างของมันาาก็อบลินเซแซด ๆ ไปกระแทกกับผนังถ้ำจนสั่นะเือย่างรุนแรงเศษหินร่วงกราวลงมา พลอยทำให้พื้นดินสั่นไหวไปด้วยจนทำให้อัคคีแทบทรงกายไม่อยู่ เขารอจังหวะสักครู่แล้วจึงยิงธนูใส่อย่างต่อเนื่อง
“มันติดโหมดคลั่งเราก็ติดโหมดคลั่งเหมือนกัน ไม่ได้ใช้สกิลนะ ผู้เล่นคลั่งเอง”เขาแหกปากร้องอย่างบ้าระห่ำ ก่อนปล่อยธนูรัวแรงราวกับปืนกลและด้วยขนาดร่างอันใหญ่โตของาาก็อบลิน จึงไม่ยากที่ลูกศรจะเข้าเป้าตอนนี้มันจึงไม่ต่างจากตัวเม่นที่ร่างกายปกคลุมไปด้วยขนแหลมที่มีหนามเป็ธนูเืไหลโซม
การเคลื่อนไหวของาาก็อบลินค่อยๆ ช้าลง เวลไฮเดอร์ตีลังกาพุ่งชนสุดแรงอีกครั้ง
“โฮกกก”มันส่งเสียงคำรามเฮือกสุดท้ายก่อนจะล้มลง
“ผู้เล่นอัคคีสังหาราาก็อบลิน”เสียงจากระบบแจ้งเตือน
....
ไคท์พ้นจากประตูโบสถ์ก็มุ่งหน้าไปอคาเดมีเวทมนตร์
“ต่อไปก็ที่นี่ซินะ”เขาคิด ขณะมองสำรวจรอบ ๆ ตามนิสัย ประตูทางเข้าอาคาร ไม่มีคนคุ้มกันเหมือนที่โบสถ์แต่มีคนแต่งกายในเครื่องแบบคล้ายชุดนักศึกษาเดินคราคร่ำ
เสื้อผ้าของนักเวทย์ดูหรูหราและสง่างามเหมือนคนมีความรู้ในแวดวงการศึกษา แต่ละคนมีไม้เท้าทำจากไม้ หรือคฑาทำจากเหล็กต่างจากนักบวชที่ดูสงบ เยือกเย็น เคร่งขรึม และน่าเกรงขามด้วยเสื้อคลุมยาวหนาหนัก
“เหมือนมหาวิทยาลัยที่โลกของเรา”ไคท์รำพึงขณะเดินตามถนนที่ปูลาดด้วยก้อนหินส่องประกายวับวาวตลอดแนว ั้แ่ทางเข้าไปจนถึงบริเวณสู่ตัวอาคารที่มีคนจำนวนมากเดินขวักไขว่
ภายในอาคารชายหนุ่มสอดส่ายสายตามองหาอะไรบางอย่าง ก็พบป้ายบอกทางไปส่วนต่าง ๆ เช่น อาคารวิจัยเวทมนตร์ ห้องเรียน และห้องสมุดที่มีขนาดใหญ่
“ห้องอาจารย์ใหญ่”ไคท์อ่านป้ายด้านหน้า
“ให้ตายเถอะตึกเรียงร้อยซ้อนทับติดกันยังกับเขาวงกต” ชายหนุ่มงึมงำในลำคอ รู้สึกงุนงงขณะเดินไปตามทางที่เป็บันไดทอดยาวสู่ชั้นต่าง ๆมันเคลื่อนไหวราวกับมีกลไกมหัศจรรย์พันลึก ในที่สุดเขาก็พบห้องอาจารย์ใหญ่ไคท์ถอนหายใจเฮือก ๆ ยังไม่ทันเคาะประตู ห้องก็ถูกเปิดออกกะทันหัน
“มาพบอาจารย์ใหญ่ใช่ไหมคะ”เสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับแม่มดสาวสวยปรากฏตัวด้านหลังประตูหากเทียบกับมนุษย์นอกเกม หล่อนน่าจะอายุราว ๆ ๒๓ - ๒๔ อยู่ในชุดวาบหวิว อวดเรือนร่างกลมกลึงได้สัดส่วนจนไคท์ตะลึงลานอ้าปากค้าง
“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมดังมาจากข้างในสุดของห้องไคท์รู้สึกตัว รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ แล้วเดินเข้าไปในห้องเขาพบหญิงสาวในเดรสสีม่วงยืนอยู่ ใบหน้าบ่งบอกถึงริ้วรอยของกาลเวลาหากแต่ไม่อาจลดทอนความงามของเธอลงได้ แสงแดดอ่อนลอดผ่านกระจกกระทบร่างนั้นทำให้ดูมีมนตร์ขลังอย่างประหลาด
“สวัสดีค่ะฉัน'มีอา' ผู้อำนวยการสถาบันเวทมนตร์อคาเดมี”เธอพูดยิ้ม ๆ
“สวัสดีครับผมคือผู้ส่งสารของหัวหน้าอัศวิน” ไคท์ค้อมศีรษะอย่างเก้อเขินพลางคิด "มนุษย์ NPCช่างคล้ายมนุษย์จริงๆ" เขายื่นมือส่งม้วนกระดาษหนังแกะให้หล่อน มีอารับไปเปิดอ่าน
“ สวัสดีค่ะฉัน'ไดอานา' เป็ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฉันถามอะไรคุณได้ไหมคะ" หญิงสาวสวยน่ารักตรงหน้าประตูที่เขาเจอเมื่อครู่เดินมาทักทายด้วยรอยยิ้ม
ไคท์เหลียวมามองหล่อนใจเต้นตูมตาม แม้หญิงสาวจะเป็เพียง NPC เขาก็รู้สึกร้อนวูบวาบ และกระดากอาย
“คุณคือผู้กอบกู้ที่มาจากภายโลกภายนอกใช่ไหมคะ”ไคท์งันชั่วขณะ ไม่ได้ตอบหล่อนในทันที ในโลกความเป็จริงเขายังโสดและใช้ชีวิตเป็เกมเมอร์อาชีพ ไม่เคยออกเดท หรือมีใครนอกจากเกม การมีผู้หญิงมาสนทนาด้วยจึงเป็เื่ยากจะรับมือ
“อ่าา..ครับ”ไคท์ตอบในที่สุด
“คุณเป็มนุษย์จริงๆ หรืุ์ต่างดาวคะ”ไดอานากะพริบตา
“มนุษย์ต่างดาว?” ไคท์ทวนคำพูดหล่อนด้วยสีหน้างุนงง
“ ใช่ค่ะจากการวิเคราะห์ของฉัน คุณน่าจะเป็มนุษย์ประเภทอื่นแม้จะมีอะไรเหมือนเราหลายอย่าง แต่คุณไม่ตาย เพราะได้รับพรจากพระเ้าและวิธีการพูด ภาษา การแสดงออกก็ต่างจากพวกเรามาก ฉันคิดว่าคุณเป็มนุษย์ต่างดาว”หล่อนกล่าวในที่สุด
"AI เกมนี้สามารถเรียนรู้ความคิดและวิเคราะห์ได้เหมือนมนุษย์ มีความเข้าใจและสร้างความรู้ได้ด้วยตนเองไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมห้องสมุดที่นี่ถึงใหญ่โต” ชายหนุ่มครุ่นคิดเขาไม่ตอบคำถามของหล่อน แต่สังเกตและวิเคราะห์ตามปกติวิสัย เขาจมอยู่กับความคิดตัวเองโดยไม่รู้ตัวว่า กำลังจ้องมองเธอตาแทบไม่กะพริบ"
“อะเอ่อ คุณคะ ฟังฉันอยู่หรือเปล่า” ไคท์เริ่มรู้สึกตัว ภาพพร่าเลือนเมื่อครู่ ค่อย ๆ รวมกันเป็จุดเดียว หล่อนหน้าแดงซ่านขัดเขินกับกิริยาของเขา น่าแปลกที่ NPC มีอารมณ์ความรู้สึกไม่ต่างจากมนุษย์จริง ๆ
"คุณคะ"หล่อนเรียกซ้ำ
"อ้าา...ครับ"
"เรายินดีให้ความร่วมมือแล้วค่อยเจอกันหน้าหอคอย” นั่นคือเสียงเคร่งขรึมของมีอา
“ขอบคุณครับงั้นผมขอลา” ไคท์หันมาค้อมศีรษะให้ผู้อำนวยการสถาบัน และไดอานา ก่อนเดินไปทางประตู
“เราจะได้เจอกันอีกไหมนะ” ไดอานากัดริมฝีปาก ขมวดคิ้วมุ่นมองตามหลังไคท์
“สำหรับเขาเราคืุ์ต่างเผ่าพันธุ์ น่าสนใจจริง ๆ พวกมนุษย์ต่างดาว”
“ไดอานาอันเชิญนักเวทย์ทั้งหมดมาที่นี่” มีอาร้องสั่ง
เมื่อชายหนุ่มพ้นประตูสถาบันเวทมนตร์อคาเดมีก็ได้ยินเสียงเรียกโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เล่นเกมของเขาจากโลกภายนอก ชื่อปลายสายทำให้เขาจุดรอยยิ้มมุมปาก
“ไงกว่าจะติดต่อมาได้ ช้าจริง ๆ” เขากรอกเสียงลงไป
“ใจเย็นซิกว่าฉันจะแก้ปัญหาที่นายสร้างไว้ และกว่างานเลี้ยงจะเลิก เฮ้อ !”เขาได้ยินเสียงถอนหายใจดังมาตามสาย
“เออรีบมาละกัน ตอนนี้ฉันเจอเควสใหญ่”
"เกมเพิ่งเปิดตัวมันขนาดนั้นเหรอวะเพื่อน"
“ระดับSS เลยนา” ไคท์หรี่ตา
“จริงเหรอวะ ขี้โม้จริง ๆอย่าหลอกกันนะโว้ย” เพี่อนเขาหัวเราะ
“เอองานนี้สนุกแน่ ๆ รีบตามมานะโว้ยแค่นี้ละ” เขากดตัดสาย ขณะยืนอยู่เบื้องหน้าหอคอยอเวจี