“คุณรักพี่บุหลันรึเปล่า”
คำถามที่ไม่ได้คาดคิดทำให้อันธกานต์จ้องอีกฝ่ายนิ่ง เขามองผ่านศีรษะคนตัวเล็กไป
“พี่บอกไปแล้วว่าพี่ไม่จำเป็ต้องตอบ”
“แปลว่าไม่รัก” ตะวันวาดลองเชิง อันธกานต์ยังคงนิ่งเงียบ ั์ตากลมมองขึ้นแต่ก็เห็นเพียงคอระหงเชิดสูง
“คุณไม่รักพี่ฉัน แล้วแต่งงานกับพี่สาวฉันทำไม!? คุณมาแย่งพี่บุหลันจากพี่ภูทำไม!” เสียงเล็กะโดังขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าของพี่ชายที่แสนดีแต่อมทุกข์ผ่านเข้ามาให้ห้วงความคิด
อันธกานต์ถลึงตามองตะวันวาด
“ฉันไม่ได้แย่ง” สรรพนามถูกเปลี่ยนไปพร้อมกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวขึ้น
“ใครแย่งใคร เธอกลับไปถามไอ้ภูดีกว่า!!” เสียงทุ้มกล่าวดังขึ้นเช่นกัน ใบหน้าคมถมึงทึงอย่างเห็นได้ชัด
ร่างสูงปล่อยมืออีกฝ่าย ตะวันวาดรีบดึงข้อมือตัวเองกลับมาทันที ขายาวก้าวออกไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านกระจกใสของห้องทำงาน แสงไฟส่องประกายระยิบระยับจากตึกสูงใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร
“หมายความว่ายังไง” คนตัวเล็กถามน้ำเสียงสงสัย.. เขาพูดอย่างกับว่าพี่ภูแย่งพี่บุหลันไปจากเขา..
“พี่ภูกับพี่บุหลันคบกันมาตั้ง 10 ปี มีแผนจะแต่งงานกันหลังจากพี่บุหลันเรียนจบ จู่ ๆ คุณก็โผล่เข้ามาทั้ง ๆ ที่รู้จักกันไม่ถึงครึ่งปี แบบนี้ไม่เรียกกว่าแย่งแล้วเรียกว่าอะไรคะ? ”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ตะวันวาด!” เสียงทุ้มตวาด เขาหันขวับกลับมามองเธอ ตะวันวาดผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
คนที่ถูกทำให้อารมณ์เสียไม่มีกระจิตกระใจหยุดยั้งความโมโห..
“ได้.. ถ้าในเมื่อคุยกันดีๆ ไม่ได้..” ขายาวก้าวสามขุมมาหาคนตัวเธอ มือใหญ่จับกุมบ่าของตะวันวาดเอาไว้
“เธอเลือกที่จะทำให้เื่มันเป็แบบนี้เองนะ” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยท่าทางข่มขู่ ั์ตาสีน้ำตาลเกรี้ยวกราดจ้องมองเธอ ตะวันวาดเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพยายามนิ่งสู้เสือ
“พี่.. คุณก็อธิบายมาสิคะ”
พี่อีกแล้ว! ในเวลาคับขันแบบนี้ยังจะไม่มีสติอีกโว้ยตะวัน!!เธอก่นด่าตัวเองในใจ ขณะที่ั์ตากลมยังจ้องอีกฝ่ายนิ่ง
“ฉันไม่มีอะไรต้องอธิบาย” อันธกานต์กล่าวชัดถ้อยชัดคำ ปล่อยบ่าเล็ก ผลักให้ห่างเธอออกจากเขา
“คุยกันดี ๆ ไม่ได้.. ก็เป็แค่ลูกหนี้กับลูกน้องฉันก็แล้วกัน” เสียงทุ้มเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ..
ตะวันวาดใจหาย.. สรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมกับความกดดันที่ก่อตัวขึ้นราวกับไต้ฝุ่นทำให้ความรู้สึกกระตุกวูบ ทว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นก็ทำให้ตะวันวาดรู้ว่าเธอคิดถูกแล้วที่ควรจะออกห่างจากผู้ชายตรงหน้า
สุดท้ายเขาก็ยอมรับว่าเธอก็เป็แค่ลูกหนี้กับลูกน้องของเขาเท่านั้น!!
“ค่ะ แค่ลูกหนี้กับลูกน้อง” เธอย้ำตามเขา ยิ่งทำให้อันธกานต์หงุดหงิดหนักขึ้นไปอีก
และฉันจะเป็ลูกน้องคุณอีกไม่นานหรอก... คุณอันธกานต์!! ตะวันวาดกล่าวในใจ
“คุณลืมไปอีกอย่างนะคะ” ตะวันวาดกล่าวน้ำเสียงยียวน เธอสบสายตาเข้ากับอันธกานต์
“น้องสะใภ้..”
ฐานะสุดท้ายที่เธอพูดทำให้อันธกานต์หัวเราะเยาะขึ้นในลำคอ ใบหน้าคมเปลี่ยนเป็เย้ยหยันทันที..
“น้องสะใภ้..” เขากล่าวย้ำ ท่าทางของชายหนุ่มทำให้ตะวันวาดประหลาดใจ เธอสงสัยว่าสิ่งที่ตัวเองพูดตลกตรงไหน
“ก็คงเป็ได้ไม่นานหรอก” เสียงทุ้มกระซิบ
คิ้วเรียวขมวดตัวกันทันทีที่คนตัวเล็กเริ่มประมวลผลที่สิ่งได้ยิน ตะวันวาดผงะตัวออกจากเขา แม้ว่าร่างสูงจะยังไม่ปล่อยมือเธอ
“คุณหมายความว่ายังไง” เสียงเล็กถามขึ้น
อันธกานต์เปรยรอยยิ้มมุมปาก เดินถอยออกห่างจากเธอด้วยสีหน้าเหนือกว่า ตะวันวาดมองเขาด้วยคิ้วที่ขมวดแน่น
เขาตั้งใจทิ้งะเิเอาไว้!
“คุณจะทำอะไร คุณหมายความว่ายังไง? ” คนตัวเล็กรีบถามตามสัญชาตญาณ..
เป็น้องสะใภ้ได้ไม่นาน? แปลว่าพี่บุหลันจะเป็ภรรยาเขาไม่นานเหรอ?
“คุณอันธกานต์!!” เสียงเล็กเรียกท้วง ทว่าร่างสูงหมุนนั้นตัวกลับ เดินสวบๆ ออกไปทางประตู ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ ทั้งสิ้น..
หลังจากวันนั้นเป็เวลาเกือบสองอาทิตย์ อันธกานต์และตะวันวาดแทบจะไม่ได้คุยกันอีกเลย เขาสั่งงานผ่านเพตรา ขณะที่ตะวันวาดก็จะทำงานผ่านเพตราเช่นเดียวกัน ใจหนึ่งเธอเองก็รู้สึกสบายใจที่สถานการณ์ทุกอย่างเป็เช่นนี้ เป็อย่างที่เธอ้า.. เธอออกห่างมาจากเขา ไม่ยุ่งเกี่ยวใด ๆ ทั้งสิ้นนอกจากเื่งาน แต่อีกใจหนึ่งเธอกลับรู้สึกถึงความกังวล.. เหมือนกำลังจะเจอพายุหลังจากคลื่นสงบ.. สัญชาตญาณบอกเธอเช่นนั้น..
นอกจากนี้สิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวเอาไว้รบกวนจิตใจเธอแทบทุกวัน.. ตะวันวาดรู้ว่าเธอต้องเตือนพี่สาว.. แต่เพราะความไม่สนิททำให้เธอคิดไม่ตกว่าจะเริ่มคุยกับบุหลันรังสรรค์อย่างไรดี..
บ้านอัศวะนัย เวลาอาหารเย็น
“บังเอิญจัง.. ไม่เคยรู้เลยว่าตะวันทำงานกับพี่ธัน” ภูจินดากล่าวกับหญิงสาว เมื่อได้ยินเื่ว่าตะวันวาดกำลังหางานใหม่
ตะวันยิ้มแหย
“ตะวันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะ” เธอตอบยิ้ม ๆ
ภูจินดาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองหน้าอีกฝ่ายอย่างช่างใจ
“ความจริงน่ะ..” หญิงสาวกล่าวขึ้นในความเงียบ
“ตะวันมาทำงานกับฉันแทนดีกว่า” เธอกล่าวต่อ คิ้วเรียวโก่งตัวขึ้นเป็เชิงถามพร้อมรอยยิ้ม
ตะวันวาดมองหน้าผู้ที่เธอเคารพเหมือนพี่สาวอย่างเกรงใจ ก่อนหน้านี้เธอเคยปฏิเสธภูธเรศเื่นี้ไปแล้ว เธอไม่อยากรบกวนครอบครัวนี้ไปมากกว่านี้..
“ไม่ต้องทำหน้าเกรงใจ” ภูจินดาติ ตะวันวาดจึงยิ้มแก้ตัว เธอทำท่าจะพูดต่อแต่ก็ถูกขัดขึ้น
“ฉันรู้ว่าเธอปฏิเสธพี่ภูไปแล้ว แต่ตอนนี้ฉัน้าคนจริงๆ เธอก็รู้ว่าตอนนี้พี่ภูเป็ยังไง” เธอเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงกระซิบที่แม้แต่ตะวันวาดเองก็แทบจะไม่ได้ยิน
เธอหันซ้ายหันขวา ก่อนจะหยุดมองภูธเรศที่ทำท่าเหมือนกำลังอ่านหนังสือ แต่กลับเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด
“พี่ภูไม่เข้าออฟฟิคเลยเหรอคะ” ตะวันกระซิบถาม
ภูจินดาพยักหน้าตอบ ชูนิ้วเรียวขึ้น 3 นิ้ว
“3 อาทิตย์กว่าแล้ว” เธอพูดด้วยริมฝีปาก แต่ไร้เสียง..
ครื่ดดด ครื่ดดด
ตะวันวาดมองสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์เธอ ก่อนจะส่งสายตาขอเวลาจากภูจินดา
- 02xxxxxxx -
น้ำเสียงสั่นเครือในสายของมารดาทำให้ตะวันวาดตื่นตระหนก แม้เธอจะฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดไม่เข้าใจเลยก็ตาม
“แม่ หนูไม่เข้าใจ พี่บุหลันอะไรนะคะ”
ภูจินดามองหน้าตะวันวาดเมื่อได้ยินชื่อบุคคลที่สาม เธอหันกลับไปมองพี่ชาย แต่ดูเหมือนภูธเรศจะไม่ได้ยิน เธอหันกลับมาหาตะวันวาดอีกครั้ง ใบหน้าตื่นตระหนกชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ตะวันวาดชะงักงันก่อนจะรวบรวมสติตอบกลับมารดา
“แม่ใจเย็นนะ หนูจะรีบไปที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”
ประโยคที่ได้ยินทำให้ภูจินดาใจคอไม่ดี ตะวันวาดวางสายลง เธอหันไปมองภูธเรศก่อนจะหันกลับมาหาภูจินดา หญิงสาวพยายามกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงเรียบและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
“แม่โทรมาบอกว่าพี่บุหลันรถชนค่ะ”
โรงพยาบาลเอกชน
ตะวันวาดกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปในห้องไอซียู เธอยืนตัวแข็งเมื่อเห็นพี่สาวในสภาพห้อยสายน้ำเกลือและมีท่ออีกหลายท่อระโยงระยางไปทั้งตัว มือเล็กยกขึ้นป้องปากใกับอาการของพี่สาว ภูจินดาที่เดินตามเข้าใจมีท่าทางใไม่แพ้กัน เธอเข้าประชิดตัวตะวันวาดก่อนจะบีบบ่าหญิงสาวอย่างให้กำลังใจ
ั์ตากลมกวาดมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า พลางให้นึกถึงคนที่เธอคาดว่าจะเจอ.. แต่กลับไร้ร่องรอยของ ‘เขา’ ตะวันวาดพาลนึกถึงอันธกานต์ด้วยความไม่ชอบใจ
พี่สาวเธอเจ็บหนักขนาดนี้.. เขากลับไม่มาดูแลสักนิด
“พี่ภูต้องคลั่งแน่ๆ ” ภูจินดาเอ่ยขึ้น พลางคิดว่าถ้าหากพี่ชายเธอรู้เื่เข้า เขาคงอาการหนักกว่าที่เป็อยู่.. เธอรู้ว่าภูธเรศรักบุหลันรังสรรค์มาก ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน และตัวเองจะจมดิ่งอยู่ในความทุกข์ แต่ภูธเรศก็คงหวังให้บุหลันรังสรรค์มีชีวิตอยู่ดีมีความสุข
ตะวันวาดไม่ออกความเห็น ในวินาทีต่อมาประตูที่ถูกเปิดออกเรียกความสนใจของหญิงสาวทั้งคู่
สินธพปรากฏตัวขึ้น
สองสาวประนมมือไหว้ทักทายผู้มาใหม่ทันที สินธพยกมือรับไหว้ทั้งคู่ เขายิ้มให้ตะวันวาดก่อนจะหันมองภูจินดา
“ไม่เจอกันนานเลยนะ คุณหนูจิน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู
ภูจินดากึ่งดีใจกึ่งประหลาดใจที่อีกฝ่ายยังจำเธอได้ ทั้งคู่เจอกันล่าสุดเมื่อไหร่เธอก็ลืมไปแล้ว อาจจะั้แ่ภูธเรศยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ล่ะมั้ง.. ตอนนั้นภูจินดายังเด็กมากจึงไม่ค่อยได้สนใจอะไร เธอรู้เพียงว่าสินธพเป็ญาติผู้ใหญ่ซึ่งดูแลอันธกานต์ั้แ่พ่อของอันธกานต์เสียไปเมื่อตอนเขาวัยรุ่น..
“คุณลุงสบายดีนะคะ” เธอตอบ สินธพยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้า
“พี่ธัน.. ล่ะคะ?” ภูจินดาเอ่ยถามต่อทันที.. คำถามเดียวกันที่อยู่ในใจของตะวันวาด
สินธพทำท่าจะตอบ.. สีหน้ายุ่งยาก
“คุณหนูยุ่งน่ะครับ เพราะนอกจาก..” เสียงทุ้มตอบยังไม่ทันจบ เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ชายหนุ่มผู้ถูกพูดถึงปรากฏตัวขึ้น