“เ้ามันไม่ได้เื่เลยจริงๆ”
“ท่านไป๋ ข้าเป็เด็ก ร่างกายไม่แข็งแรงอย่าว่าแต่สู้เลยลำพังให้ข้าวิ่งหนีพวกเขายังไม่รอดเลย ท่านทำร้ายพวกเขา แต่พวกเขากลับกล่าวหาว่าข้าเป็ปีศาจทั้งที่ข้าอยู่เฉยๆ”
“เ้าเด็กนี่ปากดีนัก เดี๋ยวตบปากอย่างเ้าพวกนั้นซะหรอก”
“ไม่ๆข้าไม่กล้าว่าท่านอีกแล้ว”
“ข้าหิวแล้ว”
“อะไรนะ!ท่านกินไปเมื่อหนึ่งชั่วยามที่แล้ว ข้าหาของมาให้ท่านกินไม่ไหวแล้วถ้าอยากกินท่านไปหาของสดมาแล้วข้าย่างให้ท่านกิน”
“เื่มากจริงเชียวแค่จับสัตว์เล็กๆน้อยๆ พวกนั้นจะใช้แรงอะไร ของแค่นี้ข้าจัดการเอง”
เด็กหนุ่มนั่งรออยู่บนก้อนหินบริเวณนี้ห่างจากริมน้ำไม่มากนักระหว่างนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มเดินเก็บกิ่งไม้มากองไว้จำนวนมากคาดว่าจะพอสำหรับปิ้งย่างสัตว์ที่ัั์นำกลับมาเพียงเค่อเดียวหลังจากัในร่างงูขาวหายไปก็เลื้อยกลับมาช้าๆ เด็กหนุ่มมองเลยไปเื้ัถึงกับตาโตอ้าปากค้างสิ่งที่ลอยมาล้วนเป็สัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ทั้งหมูป่า กวาง งูเหลือม วัวป่า นี่ๆกะจะกินให้หมดป่าเลยหรือไร
“ท่านไป๋ท่านจับมามากเกินไปแล้วท่านกินมากเช่นนี้ข้าจะย่างอีกนานเท่าใดจึงจะสุกทั้งหมดแล้วท่านล่ามามากขนาดนี้หมดป่าแล้วหรือยังระวังมื้อหลังจากนี้ท่านจะไม่มีอาหารกินนะ”
“ขี้บ่นจริงเชียวเ้าเป็เด็กนะคิดมากทำไมสัตว์แค่นี้ไม่มากจนเกินไปนักหรอก ข้าจับเฉพาะสัตว์ที่อยู่แถวๆนี้ไม่ได้หาออกไปไกล ป่านี้อุดมสมบูรณ์มากไม่ต้องกลัวพวกมันสูญพันธุ์รีบๆไปจัดการซะข้าหิว”
“ท่านหิวสะสมมาหรือไงหลับไปหนึ่งตื่นพอตื่นขึ้นมาก็กินกับกิน ข้าไม่เห็นท่านจะทำอย่างอื่นเลย”
เด็กหนุ่มก็บ่นไปตามประสาเพราะั้แ่ติดตามัั์มา อีกฝ่ายก็ไม่ได้โหดร้ายกับเขานักเวลาลำบากหรือ้าความช่วยเหลือก็มอบสิ่งที่สามารถทำให้เขาสะดวกได้ทันที เช่นเขาชำแหละเนื้อด้วยมีดขนาดเล็กก็เสกมีดขนาดพอดีมือที่มีความคมกริบมาให้ใช้ความจริงมันอาจจะทำให้อีกฝ่ายได้กินอาหารไวก็เท่านั้นแต่เขาขอคิดเข้าข้างตนเองเสียหน่อย
“ถ้ามีเกลือสักหน่อยรสชาติต้องดีแน่เชียว”
สะดวกจริงเกลือสีขาวสะอาดกองอยู่บนใบไม้ แค่พูดออกไปเท่านั้นสิ่งที่้าก็มาวางให้เห็นเสี่ยวอี้ยิ้มก่อนจะนำเนื้อสัตว์ที่ล้างทำความสะอาดแล้วทาเกลือจนทั่วทิ้งไว้
เขามองงูขาวที่เอียงคอไปมามองดูเขาย่างเนื้อหมูป่าบนกองไฟเสียงน้ำมันหยดลงต่อเนื่องกลิ่นหอมที่โชยมาเข้าจมูกเขาดูว่ามันสุกกำลังดีก็ยกลงวางบนใบถาดขนาดใหญ่(ที่ไม่รู้โผล่มาตอนไหน)ก่อนจะหันไปย่างกวางตัวไม่ย่อมที่ผ่าท้องล้างทำความสะอาดรออยู่แล้วขึ้นย่างไฟมือหมุนไม้ที่เสียบเนื้อกวางหมุนไปหมุนมาเพื่อให้สุกทั่วทุกจุด
“ท่านไป๋ข้าสงสัยนักท่านเป็ัเหตุใดไม่กินเนื้อดิบเช่นที่ข้าเคยได้ยินมา”
“นั่นมันเป็ัทั่วไปข้าเป็ัชั้นสูงมีอารยธรรมย่อมต้องกินของที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น วางมาๆนั่นแหละกลิ่นนี้แหละหอมกำลังดี เ้าอย่าย่างจนแห้งเกินไปสุกกำลังดีเนื้อหวานฉ่ำ”
เด็กหนุ่มคุ้นชินกับนิสัยการกินที่ค่อนข้างจะเื่มากเหล่านี้แล้วหากมีครั้งใดที่ไม่บ่นถือว่าเป็เื่ผิดปกติก็ว่าได้ ไม่คาว ไม่สุกหรือไม่ก็ไหม้จนขม อะไรประมาณนั้น เขาย่างจนถึงชิ้นสุดท้ายในที่สุดก็ได้พักเสียที
“เ้าก็กินด้วยเดี๋ยวไม่มีแรงย่างให้ข้ากินมื้อต่อไป”
“ไม่ละท่านไป๋ ข้ายังอิ่มอยู่ขอรับข้าเหนียวตัวขอไปล้างตัวก่อนขอรับ”
งูขาวชูคอมองตามร่างเด็กหนุ่มที่อยู่ด้วยกันมาหลายวันแม้จะดูมีเืฝาดมากขึ้นกว่าครั้งแรกที่เจอกันแต่ก็ยังนับว่าผอมยิ่งนักเทียบกับสัตว์ที่จับมาเป็อาหารยังไม่ได้เลยดูท่าต้องขุนให้มากกว่านี้จึงจะมีเรี่ยวแรงมากขึ้น
เด็กหนุ่มเวลานอนก็คุ้ดคู้เหมือนกระรอกหรือแมวขดตัวนอนหนาวยามค่ำคืนเพราะเสื้อผ้าที่ดูบางและเก่าขัดตาเป็อย่างมากเ้าหนุ่มนี่ไม่เคยเปลี่ยนชุด มันเองก็พึ่งจะคิดได้
“ไม่มีเสื้อผ้าก็ไม่บอก”
ผ้าห่มหนาและอุ่นคลุมร่างของเสี่ยวอี้เสื้อผ้าชุดใหม่วางไว้ด้านข้างชุดสีฟ้าขลิบน้ำเงินผ้าหนาเนื้อละเอียดเหมาะกับอากาศในป่าเขานี่ยิ่งนัก
“เสื้อผ้า ของข้าหรือขอรับ”
“อืมเสื้อผ้าเ้าเก่าเกินไปแล้ว สกปรก”
เด็กหนุ่มอุทานเมื่อตื่นขึ้นมานอกจากมีผ้าห่มแล้ว ยังมีเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูดีกว่าชุดของตนรู้ทันทีว่าท่านัั์น่าจะไม่ถูกใจชุดที่เขาใส่จนต้องเสกของใหม่มาให้แน่นอนจึงรีบหยิบมาสวมใส่แล้วเดินขึ้นมาบริเวณที่ันอนขดอยู่
“ขอบคุณท่านไป๋สำหรับชุดใหม่”
“จากนี้ไปเสื้อผ้าของเ้าต้องไม่ยาจกจนเกินไปไม่เหมาะกับคนติดตามข้า เสื้อผ้าเ้าต้องดูดีขึ้นผู้อื่นจะว่าได้ว่าข้าใจดำตัวเ้าเองก็ผอมจนเกินไปจากนี้ก็ต้องกินให้มากๆ”
“ข้าจะพยายามขอรับั้แ่เล็กที่บ้านยากจนอาหารก็กินได้ไม่มากเพราะข้าสงสารท่านแม่จากนี้ไปข้าจะตั้งใจกินให้มากขึ้นขอรับ”
“ดีแล้วก็ร่างกายของเ้าไม่ค่อยแข็งแรงนัก ทำให้เวลาเจอคนไม่ดีต้องถึงมือข้าดังนั้นจากนี้ไปเ้าต้องฝึกฝนร่างกายทุกวัน เอานี่รับไป"
ปุ๊ ตำราเล่มหนึ่งตกลงมาเบื้องหน้าเด็กหนุ่มเขาคว้าไม่ทันมันจึงหล่นอยู่ที่พื้นเขาััได้ถึงความไม่พอใจของอีกฝ่ายที่แผ่ออกมา
“ท่านอย่าพึ่งโกรธ ไม่ใช่ข้าไม่อยากรับแต่รับไม่ทันมือไม้ข้าไม่คล่องแคล่วเท่าใดนักท่านก็เห็น”
“งั้นจากนี้ไปเ้าก็ฝึกฝนให้มากทุกวันต้องฝึกข้าจะค่อยดู”
“ได้ ได้ขอรับ”
ให้เขาติดตามเขาก็มาให้เขากินเขาก็ต้องกิน ให้เขาฝึกฝนก็ต้องฝึกฝน เดิมที่คิดเพียงว่าเพื่อเอาตัวรอดไม่ต้องถูกอีกฝ่ายกินเข้าไปเท่านั้น
แต่พอนานวันเข้ากลับรู้สึกได้ว่านี่เป็สิ่งที่ดีมันคือสิ่งที่เป็ตัวตนของเขา ตื่นแต่เช้าขึ้นมาวิ่ง ะโ ย่อวาดมือวาดขาตามท่าที่วาดอยู่ในตำรา เขาคิดว่าการออกกำลังกายแบบนี้ทำให้ร่างกายแข็งแรงจึงตั้งใจทำอย่างเต็มทีแต่สิ่งที่ทำอยู่คือการฝึกวรยุทธ์อีกสิ่งที่เขาไม่รู้คือวิชาที่เขาฝึกล้ำค่าตำราเล่มนี้ถ้าปรากฏขึ้นผู้คนอาจจะแย่งชิงกันจนทำให้เขาใทีเดียว
“เ้าทำผิด”
“โอ๊ย ขอรับผิดขอรับข้าจะทำใหม่หยุดตีเถอะขอรับ เจ็บๆ โอ๊ย”
หากทำผิดก็จะมีไม้เรียวไล่ตีเขาไปมาจนเนื้อตัวลายพร้อยหรือจนกว่าเขาจะขอโทษจนเป็ที่พอใจระยะเวลาผ่านไปเพียงสองสามเดือนรูปร่างของเขาดูจะแข็งแรงขึ้นมากดูมีเนื้อมีหนังและความสูงก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเขาดีใจยิ่งนัก
เขาโชคดีที่ได้ัตนนี้ที่ทั้งหยิ่งยะโสทั้งโอหังถือดีว่าเป็ัมีฤทธิ์มีเดชมากมาย ไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น้าเก็บชีวิตของเขาไว้เป็ผู้ติดตามยามออกมาท่องเที่ยวอีกฝ่ายบอกว่าเบื่อเมื่อใดก็จะกลับไปจำศีล เมื่อนั้นเขาก็จะเป็อิสระทันทีนี่คือคำสัญญาของั มันจะไม่กิน ไม่ฆ่าเขาแน่นอน
“เหม่อ! เหม่ออะไร ยังไม่รีบฝึกอีกไม่ได้เื่ได้ราวเลยจริงๆหลายปีหลายเดือนแล้วดูเ้าทำเข้าท่าทางยังอัปลักษณ์เช่นนี้อีก แขนน่ะเหยียดให้สุดต้องตรงข้าบอกให้ตรงไง เ้ามองภาพในตำรามากี่ครั้งแล้วฮะ ยังอีก”
“โอ๊ย ข้าทำๆ ท่านอย่าตี ข้าจำได้แล้วแค่ยังไม่สวยเท่านั้น อย่าตีอีกข้าทำใหม่ๆ เหยียดสุด แขนตรงแบบนี้ แบบนี้ถูกต้องไหม”
“เอาใหม่ ฝึกอีก”
“แน่จริงก็เอาหางอ้วนๆ ของท่านจับไม้เรียวตีข้าสิ อย่าใช้เวทย์มนต์แบบนี้มันขี้โกง”
“เ้าเด็กบ้า เ้าว่าใครขี้โกงกันฮะดูสิวันนี้ข้าจะตีเ้าจนลายเป็ม้าลายเลยค่อยดู”
“อย่าๆ ข้าล้อเล่น ข้าฝึกต่อแล้ว”
ตาเขามองไม้เรียวที่ลอยไปลอยมาฉวัดเฉวียนฟาดตามตัวเขาแม้จะเอี้ยวตัวหลบไปทางใดมันยังคงลอยตามมาตีจนเขาแสบตามเนื้อตัวไปหมด
นี่คือ่เวลาในแต่ละวันของข้าที่ผ่านมาเป็อยู่และก็คงเป็เช่นนี้ในอนาคต สองปีมานี้เขาและท่านไป๋ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆเวลานี้เนื้อตัวเขาดูดีกว่าก่อนมากนักไม่ได้ผอมกระหร่องแต่มีกล้ามเนื้อเป็มัดส่วนสูงก็เพิ่มมากขึ้นใบหน้าเขาคิดว่าตัวเองดูดีถึงไม่มีกระจกให้ส่องแต่เขามองภาพสะท้อนจากน้ำเอาน่ะ
มีความสุขมากแม้จะมิได้เจุ์อีกเลยหลังจากพบนายพรานสองคนนั้น
วันเวลาผ่านไปอย่างสงบสุขจนกระทั่งวันหนึ่งจู่ๆงูขาวก็ขยายร่างกลับมาเป็ัั์ตัวเท่าเดิมเงยหน้ามองไปทางทิศตะวันออกก่อนจะพึมพำเป็ภาษาบางอย่างที่เขาฟังไม่เข้าใจจนกระทั่งเสียงนั้นสิ้นสุดลง ัก็ก้มลงมามองเด็กหนุ่มที่ยามนี้เติบโตขึ้นมากจนกลายเป็ชายหนุ่มที่หล่อเหลา
“ข้ามีเื่บางเื่ต้องไปทำ เ้ารอข้าอยู่ที่นี่”
มือที่กำลังหมุนไม้ย่างหยุดลงเงยหน้ามองตามเงาร่างัที่ลอยขึ้นฟ้าจนลับตาไปั้แ่เขากลายเป็ผู้ติดตามนี่เป็ครั้งแรกที่อีกฝ่ายไปไกลโดยไม่ได้นำเขาให้ติดตามไปด้วยแต่เมื่อสั่งให้อยู่รอเขาก็ต้องรอัขาว(ท่านไป๋)
ยามนี้กลายเป็ผู้ปกครองของเขากลายๆไม่ว่าจะทำสิ่งใดเขามักยึดหลักต้องซักถามความเห็นของอีกฝ่ายก่อนเสมอการกินอยู่และการฝึกฝนร่างกายจนเดี๋ยวนี้ระดับฝีมือเขาท่านไป๋เพียงพยักหน้าว่าพอใช้ได้ยังต้องฝึกอีกมากขาดความเฉียบขาด ความว่องไวและการตัดสินใจที่ชักช้าจะนำพาภัยมาให้ตนเองได้ชายหนุ่มคิดไปเรื่อยเปื่อยระหว่างที่เตรียมอาหารสำหรับมื้อนี้