“งูั์บินได้?”
เอาเถอะ...
หากพูดตามหลักการแล้ว เยี่ยชิงหว่านเองก็ไม่เคยพบเห็นสัตว์อสูรประเภทงูที่สามารถบินได้เช่นนี้มาก่อน
ยกเว้นเสียแต่ว่าสัตว์อสูรจำพวกงูบางชนิดจะบำเพ็ญตบะจนถึงขั้นสูงแล้วแปลงร่างเป็ั จึงจะสามารถบินได้ แต่อสรพิษเก้าหัวขนาดมหึมาที่ยาวกว่าสิบเมตรเพิ่งจะบินผ่านศีรษะพวกนางไปเมื่อครู่นั้น เห็นได้ชัดว่าไม่มีลักษณะใดที่ใกล้เคียงกับเผ่าพันธุ์ัเลยแม้แต่น้อย! ยิ่งไปกว่านั้น—
เยี่ยชิงหว่านยังคล้ายจะเห็นเงาร่างมนุษย์เลือนรางอยู่บนหัวกลางของงูตัวนั้น ทว่าเนื่องจากมันพุ่งทะยานผ่านไปอย่างรวดเร็ว นางจึงมองเห็นไม่ชัดนัก
“เงาร่างนั่น... ไฉนจึงดูคุ้นตานัก?”
เยี่ยชิงหว่านหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางหันกลับไปมองด้านหลัง นางไม่รู้เลยว่าตอนนี้เซี่ยฝูคุนจะเป็อย่างไรบ้าง เขาบอกว่าจะช่วยระวังหลังให้นางและชิงมู่เสวียน หวังว่าคงไม่ได้ฝังร่างทิ้งไว้ในหนองน้ำหมอกเร้นแห่งนี้หรอกนะ!
บนตัวอสรพิษเก้าหัว
เซี่ยฝูคุนจ้องมองทหารรับจ้างทั้งสามคนที่ขยับใกล้เข้ามาในระยะสายตา มุมปากปรากฏรอยยิ้มหยัน
“หนีสิ! ข้าอยากรู้นักว่าพวกเ้าจะหนีไปได้ไกลสักเท่าใด! มารดามันเถอะ ผลาญแต้มหลอมรวมของข้าไปถึงสิบเอ็ดแต้มแล้ว หากยังตามพวกเ้าไม่ทันก็เสียของแย่!”
คำพูดของเซี่ยฝูคุนส่งไปไม่ถึงหูของชายหน้าบากและพวกทหารรับจ้างคนอื่น แต่พวกเขากลับััได้ถึงแรงกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากทางด้านหลัง พวกเขาต่างพากันหนีตายสุดชีวิต คาดว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่เคยใช้ความเร็วระดับขีดสุดเท่านี้มาก่อน
แต่ทุกอย่างล้วนเปล่าประโยชน์...
ขอบเขตชั้นยอดและขอบเขตห้าวหาญ จะมาเทียบกับขอบเขตอานุภาพเทพได้อย่างไร?
เพียงชั่วพริบตา อสรพิษเก้าหัวก็ขยับกายเพียงวูบเดียว เข้าขวางหน้าทหารรับจ้างหน้าบากและพวกพ้องไว้ได้ทันท่วงที
“หนีสิ หนีต่อไปสิ คิดว่าจะหนีพ้นรึ?”
เซี่ยฝูคุนนั่งอยู่บนหัวั์ของอสรพิษเก้าหัว ในมือถือผลไม้ป่าที่เด็ดมาจากที่ไหนสักแห่ง พลางมองไปยังชายทั้งสามด้วยสายตาเ็า
“จบสิ้นแล้ว...”
ทหารรับจ้างทั้งสามมองดูเซี่ยฝูคุนและอสรพิษเก้าหัวั์ที่ขวางทางอยู่ตรงหน้า ทำได้เพียงหยุดฝีเท้าลงอย่างจำนน
“ผู้... ผู้าุโ ท่าน ท่าน้าสิ่งใดหรือขอรับ?”
ชายหน้าบากเอ่ยด้วยท่าทางขัดเขิน ตอนนี้เขาได้แต่ภาวนาให้เซี่ยฝูคุนไม่ล่วงรู้ถึงเจตนาอันชั่วร้ายของพวกเขา
พูดตามจริง หากพวกเขารู้ว่าเซี่ยฝูคุนสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรระดับแปดเช่นนี้ออกมาได้ ต่อให้ขอยืมความกล้ามาอีกร้อยเท่า พวกเขาก็คงไม่กล้าลอบติดตามมาเช่นนี้เด็ดขาด!
“ทำอันใด?”
เซี่ยฝูคุนโยนผลไม้ป่าที่กินเหลือใส่ศีรษะของชายหน้าบาก
ชายหน้าบากไม่กล้าแม้แต่จะหลบ ปล่อยให้ผลไม้นั้นกระแทกเข้าที่หน้าผากของตนอย่างจัง...
“พวกเ้าทำสิ่งใดอยู่ย่อมรู้อยู่แก่ใจมิใช่หรือ? บอกมา ไฉนจึงติดตามพวกข้ามาอย่างลับๆ ล่อๆ เช่นนี้ ้าสิ่งใดกันแน่?”
เมื่อได้ยินคำถามของเซี่ยฝูคุน ทหารรับจ้างหน้าบากก็สูดลมหายใจลึก
ใช่แล้ว—
ชายหนุ่มตรงหน้าที่สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรระดับแปดออกมาได้ตามใจชอบเช่นนี้ พลังที่แท้จริงย่อมไม่ใช่เพียงขอบเขตชั้นยอดแน่นอน การที่อีกฝ่ายจะตรวจพบพวกตนย่อมเป็เื่ที่สมเหตุสมผลแล้ว
แล้วเขาจะปั้นน้ำเป็ตัวอย่างไรดี จึงจะสามารถหลอกล่อให้ชายหนุ่มผู้นี้ปล่อยพวกเขาทั้งสามไปได้อย่างปลอดภัย?
...
ข้าชื่อหน้าบาก ตอนนี้ข้าโคตรลนลานเลยให้ตายเถอะ
ทหารรับจ้างหน้าบากรู้สึกเสียใจยิ่งนัก ไฉนตอนที่ยังเรียนอยู่ในสถาบันจึงไม่ยอมตั้งใจเรียนวิชาทฤษฎีให้มากกว่านี้นะ? หากวันนั้นตั้งใจเรียน วันนี้คงไม่ต้องถึงขั้นจะโกหกทั้งที ยังไม่รู้เลยว่าจะแต่งเื่โกหกอย่างไรดี!
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ทหารรับจ้างหน้าบากก็สูดลมหายใจลึก
“ผู้าุโ หากข้าบอกว่าพวกเราเพียงแค่ผ่านมาทางนี้ ท่านจะเชื่อข้าหรือไม่ขอรับ?”
แม้เขาจะไม่รู้รูปลักษณ์ที่แท้จริง หรืออายุที่แน่ชัดของเซี่ยฝูคุน ทว่าในทวีปจิ่วโยวแห่งนี้ ผู้แข็งแกร่งย่อมได้รับความเคารพ
พลังของเซี่ยฝูคุนเหนือกว่าพวกเขามากนัก การเรียกเขาว่าผู้าุโย่อมไม่ใช่เื่น่าอาย ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ชีวิตน้อยๆ ของพวกเขาก็ถูกกุมไว้ในมือของเซี่ยฝูคุนแล้ว!
“เ้าพูดมาเองแล้วเ้าเชื่อหรือไม่เล่า?”
เซี่ยฝูคุนปรายตามองทหารรับจ้างหน้าบาก ก่อนจะหันไปหาทหารรับจ้างอีกคน
“ขะ... ข้า พวกเราก็รับภารกิจมาเช่นกัน จึงมาที่หนองน้ำหมอกเร้นแห่งนี้...”
ทหารรับจ้างคนนี้นับว่าพอจะมีไหวพริบอยู่บ้าง ทว่า... ทันทีที่เขาพูดจบ เซี่ยฝูคุนก็ยื่นมือออกมา
“ใบภารกิจเล่า? เอามาให้ข้าดูหน่อย”
“เอ๋?”
ทหารรับจ้างผู้นั้นคาดไม่ถึงว่าเซี่ยฝูคุนจะขอดูใบภารกิจ นี่มันไม่เล่นตามกติกาเลยนี่หว่า? แล้วตัวเขาจะไปมีใบภารกิจมาจากที่ใดกันเล่า?
สุดท้ายเขาก็ได้แต่ก้มหน้าลงอย่างเงียบงัน
เซี่ยฝูคุนนึกขำอยู่ในใจ นี่เขามาเจอพวกเซ่อซ่าประเภทไหนกันเนี่ย? เขาหันไปมองทหารรับจ้างคนสุดท้าย
“เ้าเป็ความหวังสุดท้ายของหมู่บ้าน... อ่า ไม่สิ เ้าคือความหวังสุดท้ายของพวกเ้าแล้ว ลองนึกดูซิว่า จะปั้นแต่งเหตุผลอันใดมาให้ข้าเชื่อถือได้บ้าง?”
ทหารรับจ้างคนสุดท้ายได้ยินดังนั้นก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกับเซี่ยฝูคุนว่า
“ขออภัยด้วยขอรับ”
เซี่ยฝูคุน: “???”
คำขอโทษนี่มันหลุดออกมาได้เป็ธรรมชาติขนาดนี้เลยรึ?
“แม้ข้าจะไม่รู้ว่าพวกเ้ามีจุดประสงค์แอบแฝงอันใด หรือมาทำภารกิจในหนองน้ำหมอกเร้นจริงหรือไม่ ทว่าในเมื่อพวกเ้าล่วงรู้ความลับของข้าแล้ว ก็คงมิอาจปล่อยพวกเ้าไว้ได้ เช่นนั้นก็สวัสดีและลาก่อน”
เซี่ยฝูคุนคลี่ยิ้มบางๆ
ทว่ารอยยิ้มที่ดูอบอุ่นนั้น ในสายตาของทหารรับจ้างทั้งสามกลับประดุจดั่งรอยยิ้มของยมทูตที่กำลังพิพากษาโทษทัณฑ์
วินาทีต่อมา—
อสรพิษเก้าหัวแผดร้องคำรามลั่น
หัวทั้งสามพ่นเปลวเพลิงอันร้อนระอุที่น่าอึดอัดใจออกมา เปลวเพลิงที่พวยพุ่งจากปากนั้นให้ความรู้สึกราวกับมวลอากาศรอบตัวถูกเผาผลาญจนสิ้น
และการโจมตีในระดับขอบเขตอานุภาพเทพขั้นสูงสุดเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ทหารรับจ้างทั้งสามจะต้านทานไว้ได้ พวกเขาทั้งสามยังไม่ทันจะได้กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป ก็สลายกลายเป็เถ้าถ่านหายวับไปในทันที
เซี่ยฝูคุนมองไปที่พื้นเบื้องหน้า พบแหวนสีทองวงหนึ่งที่ทหารรับจ้างหน้าบากทิ้งไว้ เขาอุทาน “เอ๊ะ” ออกมาเบาๆ พลางยื่นมือออกไป แหวนทองวงนั้นก็ลอยเข้ามาอยู่ในมือเขาทันที
“นึกไม่ถึงว่าจะเป็แหวนมิติ ทว่ามีพื้นที่เพียงสิบตารางเมตรเท่านั้น เอาเถอะ ถือว่าแก้ขัดไปก่อน ไว้กลับพระราชวังเมื่อใดค่อยขอให้ท่านราชครูหาแหวนมิติที่ใหญ่กว่านี้ให้ก็แล้วกัน”
เซี่ยฝูคุนไม่ได้ตรวจสอบดูว่าภายในแหวนมิติมีสิ่งใดอยู่บ้าง เพราะเขาคิดว่าทหารรับจ้างขอบเขตห้าวหาญคนหนึ่งคงไม่มีของล้ำค่ามากมายนัก เขาหยิบมันมาสวมไว้ที่นิ้วอย่างลวกๆ ก่อนจะออกคำสั่งให้อสรพิษเก้าหัวมุ่งหน้ากลับเข้าสู่หนองน้ำหมอกเร้นอีกครั้ง
ภายในหนองน้ำหมอกเร้น เยี่ยชิงหว่านแบกชิงมู่เสวียนวิ่งรวดเดียวมาไกลหลายสิบกิโลเมตร หากไม่ใช่เพราะเกรงว่าการบินไปจะกลายเป็เป้าโจมตีของสัตว์อสูร เยี่ยชิงหว่านคงอัญเชิญวิหคเพลิงพาชิงมู่เสวียนบินหนีไปนานแล้ว
และในขณะที่นางเตรียมจะหยุดพักกับชิงมู่เสวียนเพื่อปรับลมปราณ ทันใดนั้น พุ่มไม้เบื้องหน้าก็ส่งเสียงสวบสาบดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“คือ... สัตว์อสูรรึ?”
เยี่ยชิงหว่านสูดลมหายใจลึก พลางจ้องมองไปที่พุ่มไม้ตรงหน้าอย่างระแวดระวัง