"ฉัน ยุทธ กฤษ จะไปมาร์คจุดเอาไว้ เพื่อซ้อมมาร์ชชิ่ง (เดินแถว) พรุ่งนี้ ที่หอประชุมฯ นะ" ทัศนะ แจ้งลลิตไว้เมื่อสองชั่วโมงก่อน
....
"มันจะไปมาร์คอะไรเอาตอนนี้วะ" เงาคนตัวใหญ่ในความมืดสลัวบ่นพึมพำ วาดมือคลำไปมาบนโต๊ะทำงานของครูสุระ ในห้องพักครู
"..." มีแต่ความเงียบที่ตอบกลับเขา จากอีกคนที่สูงเพรียวกว่า พร้อมเสียง ก๊อกแก๊ก ๆ ดึงลิ้นชักค้นหาอะไรบางอย่าง ....
"เจอแล้ว..." เสียงนิ่ง เย็น จากคนสูงเพรียว
"อะไร?"คนตัวใหญ่ตอบ
---ไม่มีเสียงตอบรับ---
แช๊ะ ๆ ... พรึบ!
แสงสว่างจากเทียนไขขนาดเท่าปากกาเมจิก (ปากกาเขียนไวท์บอร์ด) ส่องแสงสว่างอยู่ในความมืดอย่างฉับพลัน ทำให้ประสิทธิ์หยีตาทั้งสองข้างเพื่อกรองแสง
"เยอะไหม?"
คนถูกถามไม่ตอบ เพียงแต่ยื่นกล่องที่มีเทียนไขเกือบเต็มให้ พร้อมไฟแช๊คหนึ่งอัน
"มึงมาเป็เพื่อนกูหรือเปล่าว่ะ เหมือนกูมาคนเดียว ถามอะไรก็ไม่ตอบ เงียบ--กริ๊บ!! กูกลัวมึงมากกว่าผีแล้วเนี่ย!" สิทธิ์ บ่นเป็หมีกินผึ้ง ส่ายหัวอย่างไม่สบอารมณ์
ทั้งสองคนเดินกลับไปยังกลางห้องดุริยางค์พร้อมเทียนไขที่สว่างไสวอยู่ในมือคนละเล่ม และอีกหลายเล่มในมือของสิทธิ์ แสงสว่างของเทียนไขทำให้มองเห็นในห้องได้ชัดขึ้น สังเกตเห็นหลายคนขยับตัว บางคนลุกขึ้นนั่ง มองมายังพวกเขา
"เราปลุกทุกคนดีไหม?" ลลิตเสนอ
"ไม่ต้องหรอก...เหนื่อยกันทุกคน บอกแค่คนที่ตื่นอยู่ ให้มารวมกับพวกเราตรงนี้ก็พอ" ปกปักร์ เสนอ น้ำเสียงหนักแน่น มือยังคงต่อเทียนเล่มอื่น ๆ ให้ส่องสว่าง
"เออดี กูเห็นด้วย" ประสิทธิ์สวนคำ พูดสั่งการลิ้นพันกัน
"น้อง ๆ คนไหนตื่นแล้ว...ถ้านอนไม่หลับมารวมกันตรงนี้"
"มีอะไรรึเปล่าพี่?" น้องคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในแถวนอนฝั่งผู้ชาย ถามข้ามมาที่รุ่นพี่กลางห้อง
"ไม่มีอะไรหรอก พวกพี่เข้าเวร ไฟมันดับเฉย ๆ ถ้าน้องไม่นอนต่อก็มานั่งคุยนั่งเล่นอยู่กับพวกพี่ได้นะ" รสา ตอบ
หลายคนขยับ ลุกขึ้นเดินย่องเงียบ ตรงมายังกลางห้องบริเวณที่คนเข้าเวรทั้งสี่นั่งอยู่ ประสิทธิ์ และปกปักร์ เดินสวนทาง นำเทียนไขที่จุดติดแล้วไปตั้งไว้ในที่ต่างๆ ห้องดุริยางค์สว่างไสว นำความอุ่นใจแกทุกคนที่มีสติ ณ ยามนี้
่เวลาที่อบอุ่นใจอยู่กับทุกคนได้เพียงไม่กี่นาที...หมาเ้ากรรม~~หอนโหยหวนประสานเสียงรับส่งเป็ทอด ๆ จากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก จากทิศใต้ไปทิศเหนือ สลับไปมา เสมือนอาคารคหกรรมแห่งนี้คือจุดศูนย์กลางการประสานเสียงโอเปร่าของพวกมัน เส้นขนที่หัว แขน ขา ที่เคยนอนหลับสนิทของประสิทธิ์ ถูกปลุกให้ลุกขึ้นตั้งชัน ด้วยเสียงอันบาดเย็นในโสตประสาทนั้น ลลิต และน้อง ๆ อีกสี่ห้าคน ก็เช่นกัน
เวลานานเท่าใดไม่ทราบ แต่สำหรับกลุ่มคนที่ไม่หลับนี้ มันช่างนานแสนนาน พวกเขารอคอยแสงสว่างจากไฟนีลออนที่หายไปให้กลับมาโดยเร็วเพื่อขับไล่ความกลัว อย่างมีความหวัง บ้างกอดกัน บ้างนอนขดตัวชิดกัน บ้างคุยกันด้วยสีหน้าไม่สู้ดี รอ รอ และรอ พวกเขาทำได้เพียงเท่านี้
....ปังงงง!!!!....พรึบ!!
ประตูทางเข้าถูกเหวี่ยงเปิดออก!! จะด้วยน้ำมืุ์หรือสายลมที่รุนแรง ไม่มีใครรู้ได้ แรงลมกระแทกอัดเข้าภายในห้องไล่แสงสว่างจากเทียนไขหายไปในฉับพลัน! เสียงกรีดร้องในลำคอ เสียงอู้อี้เหมือนร้องไห้ ของกลุ่มผู้ที่เคยมีสติ บัดนี้ สติได้วิ่งตามสายลมและแสงสว่างไปจนสิ้นแล้ว...ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงเพียงเสี้ยววินาที บัดนี้ ความเงียบและความมืดเข้ามาปกคลุมห้องดุริยางค์อีกครั้ง เสียงโหยหวนของบรรดาหมาไม่หลับไม่นอน ลอยแว่วมาตามลมเป็ระยะ ๆ
"สิทธิ์ แกไปปิดประตูที" รสาร้องขอประสิทธิ์ ขณะโอบกอดปลอบขวัญรุ่นน้องคนหนึ่งที่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว
"ปักร์! มึงไปกับกู"
"อือ..." เสียงเ็าตอบ
ทั้งสองเดินฝ่าความมืดสลัวตรงไปยังประตูไม้บานพับที่เปิดอ้า มองเห็นระเบียงและด้านนอกอาคาร อันเป็ที่ตั้งของป่าธูปและทิวต้นตาลโตนดเรียงตัวเป็แถวเป็แนวซับซ้อนน่าฉงน ประสิทธิ์จับลูกบิดประตูด้านซ้าย ปกปักร์จับอีกด้าน ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเหวี่ยงประตูปิดนั่นเอง! --ประสิทธิ์ ตาเหลือกค้าง ตัวแข็งทื่อ เอามือปิดปาก มีเสียงอู้อี้ฟังไม่ถนัด เหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง แขน ขา สั่นเทา หายใจแรง!--
"จ๊ากกกกกกก!!!!" เขาร้องเสียงหลง ะโเผ่นกลับประจำที่เดิมของเขา กอดลลิตแน่น หลับตาปี๋
"ผี!!! คอยาว!! เปรต! ตรงประตู!"
เสียงอึกทึกครึกโครม! พลันเกิดขึ้นในห้องดุริยางค์อย่างไม่มีใครคาดคิด ความชุลมุนวุ่นวาย โกลาหล ของสมาชิกวงดุริยางค์กว่าห้าสิบคน ผู้ที่หลับสนิทลุกขึ้นมานั่งงุนงงกับเหตุการณ์ ส่งเสียงดังะโสอบถามกันโหวกเหวก ผู้ที่ตื่นอยู่แล้วต่างพากันกรีดร้อง ร้องไห้อื้ออึง ขอความช่วยเหลือ อย่างน่าเวทนา~
"กรี๊ดดดด!!!! ผี!!! ตรงหน้าต่าง" ใครคนหนึ่งกรีดร้อง
ทุกคนที่ได้ยินเสียงกรีดร้องนั้น หันไปดูด้วยความใระคนอยากรู้อยากเห็น หน้าต่างหลายบานเปิดอ้าค้าง ภาพที่ทุกคนเห็นชวนขนหัวลุกและสยดสยองนัก -หน้าตาเละเทะอาบไปด้วยเื ดวงตาถลนออกนอกเบ้า ิัเหี่ยวย่น จมูกและปากแหว่ง และทุกตนคลุมผ้าห่อศพสีขาวและสีดำ" จ้องเขม็งมายังพวกเขาอย่างจะกินเืกินเนื้อ-
ลมกระชากแรงแทรกผ่านประตู ลมหนาวเย็นะเืที่ติดตามมา ปะทะร่างของกลุ่มคนผู้โชคร้าย ชวนให้ทุกคนที่ยังพอมีสติ ไม่ลงไปนอนคลุมโปงกับพื้นห้องหรือกอดรัดกันหลับตาปี๋ หันมองไปยังประตูที่เปิดอ้ากว้าง อะไรบางอย่าง ลอย อยู่เหนือป่าธูป! -หัวคนหรือหัวของอะไรบางอย่าง มีเส้นผมรกรุงรังปลิวกระเพื่อมรับแรงลม ไม่มี หู ตา จมูก มีแต่เพียงปากและลิ้นสีแดงฉานยาวเกือบเมตร!-
กรี๊ดดดด!! อ๊ากกกก!! .... เสียงแห่งความหวาดกลัวสุดขีดของเหล่านักดนตรีประสานเสียงส่งรับไม่เป็ทำนอง
"ใครก็ได้ ปิดประตูหน้าต่างที!" เสียงะโสั่งดังแว่วขึ้นแต่ไม่อาจสู้กับเสียงแห่งความหวาดกลัวที่ดังสนั่นได้ ...ไม่มีใครกล้าพอจะขยับ ต่างคลุมโปง กอดรัดแน่น เบียดกันกลม ฉุดยื้อผ้าห่มแทบขาดเป็ชิ้น!
"... พ....พ....พี่คะ!!!
"ข้างบน!!......"
กรี๊ดดดดดดด! เสียงหวีดร้องด้วยความกลัวถึงขีดสุดของเด็กสาวคนหนึ่ง~~~ก่อนเสียงจะขาดหายไป...
****จบตอน****