หนึ่งปรารถนา Desire of love

    ตอนที่43 โชคชะตานำพาให้พบกัน

    ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะฟาดลงบนหน้าของฉางหลิวหลี แขนของหย่งเหอก็ถูกล็อคไว้ด้วยแขนของบุคคลนิรนาม

    “เจ้าเป็นใครกันบังอาจนัก จูเหม่าจัดการมัน” จูเหม่ากำลังจะชักกระบี่ก็มีเสียงของใครคนหนึ่งมาหยุดไว้

    “คาระวะองค์ชายรอง” ระหว่างทำความเคารพ บุรุษผู้นั้นก็ชำเลืองหางตาไปทางคนสนิท เพื่อให้ปล่อยแขนของหย่งเหอ

    “วันนี้กระหม่อมช่างโชคดีจริงๆที่ได้เจอองค์ชายรองหย่งเหอ”

    “เจ้าเป็นใครกันแน่” หย่งเหอถามผู้มาใหม่

    “ข้าเป็นพ่อค้าอัญมณี ส่วนตัวแอบชื่นชมท่านมานานแล้ว วันนี้เดินทางผ่านมาได้พบท่านโดยบังเอิญ ข้ารู้สึกยินดีนัก”

         คำว่าพ่อค้าอัญมณีหย่งเหอถึงกับตาโต

    คนผู้นี้คงหวังพึ่งบารมีเขาแน่ เช่นนั้นหากจะเอ่ยปากเรื่องเงินทองนิดหน่อยคงไม่มีปัญหาอะไร ซือฟางเจี้ยนพูดกับหย่งเหอจบ ก็หันไปหาสตรีทั้งสองที่เพิ่งจะมีเรื่องกับองค์ชายรองไปหยกๆ คนหนึ่งคือคุณหนูลั่วชิงหยาง บุตรสาวคนเดียวของท่านโหงวลั่วเว่ยจง สตรีที่องค์ชายหย่งเหอมีใจให้ แต่ลั่วชิงหยางกลับมีใจผูกพันธ์อยู่กับองค์ชายสาม ซือฟางเจี้ยนสืบฐานะของนางชัดเจนแล้ว แต่สตรีอีกคนนางเป็นใครกันนางช่างงดงามนัก อาจเป็นเพราะนางสะกดความโกรธที่มีต่อหย่งเหอไว้ แก้มทั้งสองข้างของนางจึงเป็นสีชมพูระเรื่อ ยิ่งทำให้ใบหน้าของนางน่ามองมากยิ่งขึ้น

    “รัชทายาท”

     เสียงกระซิบข้างหูของคนสนิทดึงสติของซือฟางเจี้ยนให้กลับมา

    “เช่นนั้นเราไปหาที่คุยกันเถอะไหนๆวันนี้ข้าก็ว่าง”

     หย่งเหอเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวน

    “เป็นเกียรติของกระหม่อมอย่างยื่ง”

    “ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้ากับพี่หญิงขอตัวก่อน” 

    ไม่รอให้หย่งเหออนุญาตพูดจบทั้งสองก็เดินหนีไป ก่อนไปฉางหลิวหลีไม่ลืมขอบคุณบุรุษที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือลูกของนาง

    “ขอบคุณ คุณชายมากเจ้าค่ะ”

    ฉางหลิวหลีทำความเคารพพร้อมกับผิงอันแล้วเดินจากไป

    ซือฟางเจี้ยนมองตามนางอย่างคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ชีวิตนี้เขาพบเจอสตรีทั้งสวยทั้งเก่งมามากมาย แต่ไม่มีสตรีคนไหนทำให้เขาละสายตาไม่ได้เหมือนแม่นางคนนี้เลย ทุกความเคลื่อนไหวของซือฟางเจี้ยนอยู่ในสายตาหย่งเหอทั้งหมด

    “บางทีเขาอาจใช้ประโยชน์จากฉางหลิวหลีได้” หย่งเหอคิด

         หย่งเหอพาซือฟางเจี้ยนมาร่วมดื่มต่อที่หอฮวาหลัน เมื่อมีแขกสูงศักดิ์เข้ามานายหญิงโม่จึงออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง

    “เด็กๆคัดสาวงามเก่งๆมารับใช้องค์ชายรองด้วย อย่าให้หอฮวาหลันต้องขายหน้าเป็นอันขาด”

     โม่ลี่ฮวาจีบปากจีบคอพูด ทำไม้ทำมืออ่อนช้อยตามนิสัยของนาง พอนางนำสุรากับสาวงามเข้าไปในห้องนางก็แปลกใจ แขกขององค์ชายรอง เป็นคนที่นางเคยเห็นเมื่อครั้งนานมาแล้ว เขาปรากฎตัวที่นี่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

          วันนี้หย่งซีเฉินกับเซียวซ่งหลานไปเยี่ยมเสนาบดีเซียว เวินฉงหลินไม่ได้ตามไปด้วย เป็นโอกาสดีที่ฮองเฮาจะได้สะสางเรื่องที่ค้างคาในใจ จนทำให้นางนอนไม่หลับมาหลายวัน

    “จือซางเจ้าไปตามองครักษ์เวินมาพบข้าที”

    จื่อซางแจ้งความประสงค์ของฮองเฮาแก่เวินฉงหลิน เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยเหตุใดฮองเฮาจึงเรียกพบเขา หรือจะเป็นเรื่องของกัวรุ่ยหาน หากเป็นเรื่องนั้นฮองเฮาจะรู้ได้อย่างไรยิ่งคิดเขายิ่งสับสนแม้จะสงสัยแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เวินฉงหลินจึงตามจื่อซางไปแต่โดยดี

    “กระหมอมเวินฉงหลินถวายบังคมฮองเฮาพะยะค่ะ”

    “ไม่ต้องมากพิธี ที่ข้าเรียกองครักษ์เวินมาวันนี้เพราะข้ามีเรื่องจะถามเจ้า ขอให้เจ้าตอบตามความจริง”

    “เชิญพระองค์ถามมาได้ หากเป็นเรื่องที่กระหม่อมรู้ กระหม่อมยินดีบอกทุกอย่างพะยะค่ะ”

    “ก่อนเดินทางไปหลินโจวองค์ชายใหญ่มีสตรีอยู่ในใจหรือไม่”

    “ไม่มีพะยะค่ะองค์ชายใหญ่ไม่เคยสนใจแม่นางคนไหนเลยพะยะค่ะ”

    “กระพรวนเงินขององค์ชายใหญ่ล่ะ องค์ชายยังห้อยอยู่ไหม”

    “กระหม่อมไม่เห็นนานแล้วแต่ไม่กล้าถามพะยะค่ะ”

    “ดี!! เจ้าตอบได้ดีมาก ข้าคงต้องให้รางวัลเจ้า ข้าจะขอพระราชทานสมรสให้เจ้า กับคุณหนูตระกูลใหญ่สักคนเจ้าพอใจรางวัลของข้าหรือไม่ องครักษ์เวิน” 

    จบคำพูดของฮองเฮา เวินฉงหลินถึงกับเข่าอ่อน จนต้องคุกเข่าลงกับพื้น

    จื่อซางที่ยืนอยู่เงียบๆ อดขำกับท่าทางไม่อยากแต่งงานของเวินฉงหลินไม่ได้

    “ถ้าไม่อยากได้รางวัลก็พูดความจริงมา” ฮองเฮาขู่

           นอกจากท่านอ๋องแล้ว คงมีแต่ฮองเฮาเท่านั้นที่ข่มขู่องครักษ์เวินได้ แล้วความจริงทั้งหมดก็ออกจากปากของเวินฉงหลิน

    “ตอนนั้นท่านกุนซือสืบไปถึงตระกูลชิวพวกกระหม่อมก็ต้องเดินทางไปชายแดน แต่มีสตรีคนหนึ่งที่ท่านอ๋องสงสัยอยู่พะยะค่ะ”

    “นางเป็นใครหรือ” ฮองเฮาถาม

    “คุณหนูฉางหลิวหลีพะยะค่ะ ซึ่งตอนนั้นนางเป็นคู่หมายของแม่ทัพเมิ่ง ไปถึงชายแดนไม่กี่เดือนท่านอ๋องก็ได้ข่าวว่าพวกเขาแต่งงานกัน ก็เลยหยุดสืบเพียง

    แค่นั้นพะยะค่ะ”

    “พวกเจ้าช่างเก่งแต่รบราฆ่าฟันจริงๆ” ฮองเฮาพึมพำ

    “เรื่องวันนี้ห้ามบอกองค์ชายใหญ่”

    “กระหม่อมเข้าใจแล้วพะยะค่ะ” ฮองเฮาโบกมือเล็กน้อย เพื่อให้เวินฉงหลินออกไป

    “เจ้าคิดอย่างไรจื่อซาง” นางถามคนสนิท

    “เอ่อ หม่อมฉัน” จื่อซางไม่กล้าตอบ

    “เจ้าพูดมาเถอะไม่เป็นไร”

    “หม่อมฉันว่าคุณชายน้อยท่านนั้น ทั้งหน้าตาและท่าทางเหมือนท่านอ๋องมากเพคะ”

    “นั่นสินะข้าก็คิดเหมือนเจ้ารอให้ข้าพิสูจน์อะไรบางอย่างให้แน่ใจเสียก่อนแล้วข้าจะจัดการกับลูกชายตัวดีที่บังอาจปิดบังข้า” 

    นางคาดโทษอ๋องเฉิน ก่อนที่จะนั่งยิ้มอยู่คนเดียว


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งปรารถนา Desire of love ที่คุณอ่าน