ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะฟาดลงบนหน้าของฉางหลิวหลี แขนของหย่งเหอก็ถูกล็อคไว้ด้วยแขนของบุคคลนิรนาม
“เจ้าเป็นใครกันบังอาจนัก จูเหม่าจัดการมัน” จูเหม่ากำลังจะชักกระบี่ก็มีเสียงของใครคนหนึ่งมาหยุดไว้
“คาระวะองค์ชายรอง” ระหว่างทำความเคารพ บุรุษผู้นั้นก็ชำเลืองหางตาไปทางคนสนิท เพื่อให้ปล่อยแขนของหย่งเหอ
“วันนี้กระหม่อมช่างโชคดีจริงๆที่ได้เจอองค์ชายรองหย่งเหอ”
“เจ้าเป็นใครกันแน่” หย่งเหอถามผู้มาใหม่
“ข้าเป็นพ่อค้าอัญมณี ส่วนตัวแอบชื่นชมท่านมานานแล้ว วันนี้เดินทางผ่านมาได้พบท่านโดยบังเอิญ ข้ารู้สึกยินดีนัก”
คำว่าพ่อค้าอัญมณีหย่งเหอถึงกับตาโต
คนผู้นี้คงหวังพึ่งบารมีเขาแน่ เช่นนั้นหากจะเอ่ยปากเรื่องเงินทองนิดหน่อยคงไม่มีปัญหาอะไร ซือฟางเจี้ยนพูดกับหย่งเหอจบ ก็หันไปหาสตรีทั้งสองที่เพิ่งจะมีเรื่องกับองค์ชายรองไปหยกๆ คนหนึ่งคือคุณหนูลั่วชิงหยาง บุตรสาวคนเดียวของท่านโหงวลั่วเว่ยจง สตรีที่องค์ชายหย่งเหอมีใจให้ แต่ลั่วชิงหยางกลับมีใจผูกพันธ์อยู่กับองค์ชายสาม ซือฟางเจี้ยนสืบฐานะของนางชัดเจนแล้ว แต่สตรีอีกคนนางเป็นใครกันนางช่างงดงามนัก อาจเป็นเพราะนางสะกดความโกรธที่มีต่อหย่งเหอไว้ แก้มทั้งสองข้างของนางจึงเป็นสีชมพูระเรื่อ ยิ่งทำให้ใบหน้าของนางน่ามองมากยิ่งขึ้น
“รัชทายาท”
เสียงกระซิบข้างหูของคนสนิทดึงสติของซือฟางเจี้ยนให้กลับมา
“เช่นนั้นเราไปหาที่คุยกันเถอะไหนๆวันนี้ข้าก็ว่าง”
หย่งเหอเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวน
“เป็นเกียรติของกระหม่อมอย่างยื่ง”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้ากับพี่หญิงขอตัวก่อน”
ไม่รอให้หย่งเหออนุญาตพูดจบทั้งสองก็เดินหนีไป ก่อนไปฉางหลิวหลีไม่ลืมขอบคุณบุรุษที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือลูกของนาง
“ขอบคุณ คุณชายมากเจ้าค่ะ”
ฉางหลิวหลีทำความเคารพพร้อมกับผิงอันแล้วเดินจากไป
ซือฟางเจี้ยนมองตามนางอย่างคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ชีวิตนี้เขาพบเจอสตรีทั้งสวยทั้งเก่งมามากมาย แต่ไม่มีสตรีคนไหนทำให้เขาละสายตาไม่ได้เหมือนแม่นางคนนี้เลย ทุกความเคลื่อนไหวของซือฟางเจี้ยนอยู่ในสายตาหย่งเหอทั้งหมด
“บางทีเขาอาจใช้ประโยชน์จากฉางหลิวหลีได้” หย่งเหอคิด
หย่งเหอพาซือฟางเจี้ยนมาร่วมดื่มต่อที่หอฮวาหลัน เมื่อมีแขกสูงศักดิ์เข้ามานายหญิงโม่จึงออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง
“เด็กๆคัดสาวงามเก่งๆมารับใช้องค์ชายรองด้วย อย่าให้หอฮวาหลันต้องขายหน้าเป็นอันขาด”
โม่ลี่ฮวาจีบปากจีบคอพูด ทำไม้ทำมืออ่อนช้อยตามนิสัยของนาง พอนางนำสุรากับสาวงามเข้าไปในห้องนางก็แปลกใจ แขกขององค์ชายรอง เป็นคนที่นางเคยเห็นเมื่อครั้งนานมาแล้ว เขาปรากฎตัวที่นี่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
วันนี้หย่งซีเฉินกับเซียวซ่งหลานไปเยี่ยมเสนาบดีเซียว เวินฉงหลินไม่ได้ตามไปด้วย เป็นโอกาสดีที่ฮองเฮาจะได้สะสางเรื่องที่ค้างคาในใจ จนทำให้นางนอนไม่หลับมาหลายวัน
“จือซางเจ้าไปตามองครักษ์เวินมาพบข้าที”
จื่อซางแจ้งความประสงค์ของฮองเฮาแก่เวินฉงหลิน เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยเหตุใดฮองเฮาจึงเรียกพบเขา หรือจะเป็นเรื่องของกัวรุ่ยหาน หากเป็นเรื่องนั้นฮองเฮาจะรู้ได้อย่างไรยิ่งคิดเขายิ่งสับสนแม้จะสงสัยแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เวินฉงหลินจึงตามจื่อซางไปแต่โดยดี
“กระหมอมเวินฉงหลินถวายบังคมฮองเฮาพะยะค่ะ”
“ไม่ต้องมากพิธี ที่ข้าเรียกองครักษ์เวินมาวันนี้เพราะข้ามีเรื่องจะถามเจ้า ขอให้เจ้าตอบตามความจริง”
“เชิญพระองค์ถามมาได้ หากเป็นเรื่องที่กระหม่อมรู้ กระหม่อมยินดีบอกทุกอย่างพะยะค่ะ”
“ก่อนเดินทางไปหลินโจวองค์ชายใหญ่มีสตรีอยู่ในใจหรือไม่”
“ไม่มีพะยะค่ะองค์ชายใหญ่ไม่เคยสนใจแม่นางคนไหนเลยพะยะค่ะ”
“กระพรวนเงินขององค์ชายใหญ่ล่ะ องค์ชายยังห้อยอยู่ไหม”
“กระหม่อมไม่เห็นนานแล้วแต่ไม่กล้าถามพะยะค่ะ”
“ดี!! เจ้าตอบได้ดีมาก ข้าคงต้องให้รางวัลเจ้า ข้าจะขอพระราชทานสมรสให้เจ้า กับคุณหนูตระกูลใหญ่สักคนเจ้าพอใจรางวัลของข้าหรือไม่ องครักษ์เวิน”
จบคำพูดของฮองเฮา เวินฉงหลินถึงกับเข่าอ่อน จนต้องคุกเข่าลงกับพื้น
จื่อซางที่ยืนอยู่เงียบๆ อดขำกับท่าทางไม่อยากแต่งงานของเวินฉงหลินไม่ได้
“ถ้าไม่อยากได้รางวัลก็พูดความจริงมา” ฮองเฮาขู่
นอกจากท่านอ๋องแล้ว คงมีแต่ฮองเฮาเท่านั้นที่ข่มขู่องครักษ์เวินได้ แล้วความจริงทั้งหมดก็ออกจากปากของเวินฉงหลิน
“ตอนนั้นท่านกุนซือสืบไปถึงตระกูลชิวพวกกระหม่อมก็ต้องเดินทางไปชายแดน แต่มีสตรีคนหนึ่งที่ท่านอ๋องสงสัยอยู่พะยะค่ะ”
“นางเป็นใครหรือ” ฮองเฮาถาม
“คุณหนูฉางหลิวหลีพะยะค่ะ ซึ่งตอนนั้นนางเป็นคู่หมายของแม่ทัพเมิ่ง ไปถึงชายแดนไม่กี่เดือนท่านอ๋องก็ได้ข่าวว่าพวกเขาแต่งงานกัน ก็เลยหยุดสืบเพียง
แค่นั้นพะยะค่ะ”
“พวกเจ้าช่างเก่งแต่รบราฆ่าฟันจริงๆ” ฮองเฮาพึมพำ
“เรื่องวันนี้ห้ามบอกองค์ชายใหญ่”
“กระหม่อมเข้าใจแล้วพะยะค่ะ” ฮองเฮาโบกมือเล็กน้อย เพื่อให้เวินฉงหลินออกไป
“เจ้าคิดอย่างไรจื่อซาง” นางถามคนสนิท
“เอ่อ หม่อมฉัน” จื่อซางไม่กล้าตอบ
“เจ้าพูดมาเถอะไม่เป็นไร”
“หม่อมฉันว่าคุณชายน้อยท่านนั้น ทั้งหน้าตาและท่าทางเหมือนท่านอ๋องมากเพคะ”
“นั่นสินะข้าก็คิดเหมือนเจ้ารอให้ข้าพิสูจน์อะไรบางอย่างให้แน่ใจเสียก่อนแล้วข้าจะจัดการกับลูกชายตัวดีที่บังอาจปิดบังข้า”
นางคาดโทษอ๋องเฉิน ก่อนที่จะนั่งยิ้มอยู่คนเดียว