บทที่ 28 : เ้าหอสดับฟ้า อาคมจารึกพิทักษ์กาย และะเิโอสถสยบบรรพชน!
แสงสีเขียวมรกตที่พวยพุ่งออกมาจากขวดหยก สว่างเจิดจ้าเสียจนทำลายความมืดมิดในโถงชั้นแรกของหอสดับฟ้าจนหมดสิ้น กลิ่นอายแห่งชีวิตอันบริสุทธิ์และไร้ที่สิ้นสุด อาบชโลมไปทั่วทุกอณูอากาศ ราวกับจะหยิบยื่นชีวิตใหม่ให้แก่สรรพสิ่ง
ชายชราในชุดคลุมสีเทาที่แต่เดิมนั่งหลังค่อม ท่าทางงกๆ เงิ่นๆ ประดุจคนใกล้ลงโลง พลันเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า! หนังสือในมือของมันร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังตุบ กลิ่นอายพลังปราณที่เคยถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด พลันเกิดการสั่นะเืและเล็ดลอดออกมาเพียงเสี้ยววินาที
ขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุด!
เพียงแค่ผู้ดูแลโถงชั้นล่างของหอสดับฟ้า ก็เป็ถึงยอดฝีมือที่สามารถตั้งตนเป็ประมุขสำนักในดินแดนชายขอบได้อย่างสบายๆ! นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของขุมกำลังในมหาทวีปศูนย์กลางเซียนหยวน!
"ละ... ลายเมฆาห้าเส้น! โอสถต่ออายุขัย์ระดับสมบูรณ์แบบ!"
ชายชราสูดลมหายใจเย็นะเื มือที่เหี่ยวย่นสั่นเทิ้มขณะพยายามยื่นออกไปััขวดหยก ทว่าก็ต้องชะงักงันและหดมือกลับด้วยความยำเกรง กฎของหอสดับฟ้านั้นเข้มงวดเหนือสิ่งอื่นใด การปล้นชิงลูกค้าคือโทษตายที่ไม่อาจละเว้น ซ้ำร้าย... ชายชรายังััได้ถึงกลิ่นอายความตายอันหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า ราวกับว่าหากมันกล้าแตะต้องขวดหยกโดยพลการ ศีรษะของมันจะต้องหลุดจากบ่าในพริบตา
"คุณชาย... ท่านช่างนำพาสิ่งล้ำค่าที่สั่นะเื์มาโดยแท้ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ โปรดอภัยให้แก่ความเสียมารยาทของข้าน้อยด้วย" ชายชราลุกขึ้นยืน ประสานมือโค้งคำนับซูหลงอวิ๋นเก้าสิบองศา ท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น "โอสถเม็ดนี้ มีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าที่ข้าน้อยจะตัดสินใจได้ ขอเชิญคุณชายขึ้นไปยังชั้นสูงสุด ท่านเ้าหอกำลังรอคอยท่านอยู่พอดีขอรับ"
ชายชราผายมือไปยังบันไดศิลาหยกที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอก
ซูหลงอวิ๋นพยักหน้าเรียบๆ เขากวาดขวดหยกกลับเข้าสู่อกเสื้อ ก่อนจะก้าวเดินขึ้นบันไดศิลาหยกไปอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวแผ่ซ่านความสง่างามและอำนาจที่ทำให้ผู้มองต้องลอบกลืนน้ำลาย
เมื่อก้าวพ้นขั้นบันไดสุดท้าย ทัศนียภาพรอบกายก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากโถงอาคารไม้ กลายเป็มิติที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเอกเทศ เบื้องบนคือท้องฟ้าจำลองที่ประดับประดาด้วยดวงดาวนับหมื่นแสน พื้นที่เหยียบย่ำคือผิวน้ำที่ราบเรียบประดุจกระจกเงา สะท้อนภาพหมู่ดาวอย่างงดงามตระการตา
ใจกลางมิติแห่งดาราจักร ปรากฏศาลาหยกขาวหลังเล็กๆ ภายในศาลามีสตรีโฉมงามสะคราญผู้หนึ่งนั่งเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม นางสวมชุดกระโปรงผ้าโปร่งบางเบาสีขาวบริสุทธิ์ เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ใบหน้าของนางถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าผืนบาง ทว่าดวงตาดอกท้อคู่นั้นกลับสาดประกายความเฉลียวฉลาดและลึกล้ำประดุจหลุมดำ
นางคือ 'ไป๋หลิงจี' เ้าหอสดับฟ้า สาขาเมืองดาราจักรา! กลิ่นอายของนางถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด ทว่าสัญชาตญาณของซูหลงอวิ๋นร้องเตือนว่า สตรีผู้นี้มิใช่ตัวตนที่ต่ำกว่าขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์' อย่างแน่นอน!
"คุณชายซูหลงอวิ๋น ผู้สร้างตำนานทำลายศิลาทดสอบ์แห่งสำนักกระบี่์ และเพิ่งจะสั่งสอนนายน้อยตระกูลอู๋ไปเมื่อครู่... การมาเยือนของท่าน ทำให้หอสดับฟ้าของข้าน้อยมีเกียรติยิ่งนัก"
เสียงหวานใสทว่าแฝงไปด้วยมนต์สะกดดังมาจากริมฝีปากของไป๋หลิงจี นางเอ่ยชื่อและวีรกรรมของเขาออกมาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ราวกับนั่งมองดูทุกเหตุการณ์อยู่ข้างกาย!
ซูหลงอวิ๋นมิได้แสดงความแปลกใจ สมกับที่เป็หอข่าวสารอันดับหนึ่ง หากเื่แค่นี้ยังสืบไม่ได้ เขาก็คงผิดหวังยิ่งนัก
ัหนุ่มก้าวเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้หยกฝั่งตรงข้ามกับไป๋หลิงจีอย่างไม่เกรงใจ เขาวางขวดหยกบรรจุโอสถต่ออายุขัย์ลงบนโต๊ะกลางศาลา เสียงขวดกระทบโต๊ะดังเบาๆ ทว่ากลับหนักอึ้งในความรู้สึกของสตรีตรงหน้า
"ข้าไม่ชอบอ้อมค้อม ท่านเ้าหอไป๋" ซูหลงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าและเด็ดขาด "โอสถเม็ดนี้ แลกกับข่าวสารระดับความลับ์ที่ข้า้า หากท่านหามาให้ข้าได้ มันก็จะเป็ของท่าน"
ไป๋หลิงจีปรายตามองขวดหยก ดวงตาดอกท้อสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความปรารถนา โอสถต่ออายุขัยห้าร้อยปี สำหรับตัวตนระดับนางแล้ว มันคือสิ่งล้ำค่ายิ่งกว่าศาสตราศักดิ์สิทธิ์ใดๆ!
"คุณชายซูช่างใจเด็ดและตรงไปตรงมายิ่งนัก ได้เ้าค่ะ เชิญท่านกล่าวสิ่งที่้าล่วงรู้มาได้เลย หอสดับฟ้าของเรารับประกันความถูกต้องและแม่นยำทุกประการ" ไป๋หลิงจีรินชาปราณิญญาให้เขาด้วยท่วงท่าชดช้อย
"ประการแรก... ข้า้าทราบพิกัดที่แน่ชัดของชิ้นส่วนที่เหลือของ 'แผนที่ดาราจักรา'" ซูหลงอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ ั์ตาจับจ้องทุกปฏิกิริยาของสตรีตรงหน้า
มือที่กำลังรินชาของไป๋หลิงจีชะงักไปเสี้ยววินาที แม้จะเพียงเล็กน้อย ทว่าก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของซูหลงอวิ๋นได้ นางวางป้านชาลง รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นใต้ผ้าคลุมหน้า
"คุณชายซูช่างมักใหญ่ใฝ่สูงยิ่งนัก แผนที่ดาราจักรา คือกุญแจสู่มรดกของมหาเทพในยุคดึกดำบรรพ์ ทราบหรือไม่ว่าเพียงแค่เอ่ยชื่อนี้ออกมา ขุมกำลังระดับ 'ดินแดนศักดิ์สิทธิ์' ทั้งสามแห่งของมหาทวีป ก็พร้อมจะไล่ล่าท่านไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว"
"เื่นั้นมิใช่สิ่งที่ท่านต้องกังวล ท่านมีหน้าที่เพียงตอบคำถาม" ซูหลงอวิ๋นตอกกลับอย่างไร้เยื่อใย
ไป๋หลิงจีหัวเราะคิกคัก "ดีเ้าค่ะ ความลับเื่นี้ แม้แต่ในหอสดับฟ้าก็มีเพียงข้าที่ล่วงรู้... แผนที่ดาราจักราแบ่งออกเป็สี่ชิ้น ชิ้นที่สามนั้น ข่าวกรองล่าสุดของเรายืนยันแล้วว่า มันซุกซ่อนอยู่ภายใน 'สุสานเทพา' ที่กำลังจะเปิดออกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า!"
"สุสานเทพา?" ซูหลงอวิ๋นเลิกคิ้ว
"ใช่เ้าค่ะ มันคือมิติลับที่หลงเหลือจากมหาาเทวะ เป็สถานที่ที่ยอดฝีมือระดับกึ่งเทพตกตายมากมาย ทว่าการจะเข้าไปได้นั้น จำต้องมี 'ป้ายหยกเบิกทาง' ซึ่งสิทธิ์เ่าั้ ถูกผูกขาดโดยสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และสี่ตระกูลาแห่งเมืองศูนย์กลางทั้งหมด... บังเอิญยิ่งนัก ตระกูลอู๋ ที่ท่านเพิ่งจะตบหน้านายน้อยของพวกมันไปหน้าประตูเมือง ก็ป้ายหยกนี้อยู่ถึงสามชิ้น"
ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงหัวเราะ "ช่างประจวบเหมาะเสียจริง... เช่นนั้นป้ายหยกของตระกูลอู๋ ย่อมต้องตกมาเป็ของข้า"
"และคำถามที่สองของท่านคือสิ่งใดเ้าคะ?" ไป๋หลิงจีเอ่ยถามต่อ
"ประการที่สอง... ข้า้าทราบที่อยู่ของ 'เพลิงิญญาธาตุ์' ดวงถัดไป"
คำถามนี้ทำให้ไป๋หลิงจีต้องล้วงมือเข้าไปในแหวนมิติ นำม้วนหยกสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายสายฟ้าออกมาวางลงบนโต๊ะ
"เพลิงิญญาธาตุ์ดวงที่หก นามว่า 'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า'...ปัจจุบัน มันถูกและใช้เป็แก่นกลางในการค้ำจุนค่ายกลพิทักษ์ของ 'ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋า' หนึ่งในสามขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมหาทวีปศูนย์กลาง!"
"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋างั้นรึ..." ซูหลงอวิ๋นรับม้วนหยกมาตรวจสอบ ดวงตาของเขาทอประกายแห่งการวางแผน "ยอดเยี่ยม ขอบใจสำหรับข่าวสาร ท่านเ้าหอไป๋ โอสถเม็ดนี้เป็ของท่านแล้ว"
เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน เตรียมจะหมุนตัวจากไป ทว่าไป๋หลิงจีกลับเอ่ยรั้งเขาเอาไว้ด้วยน้ำเสียงจริงจังและแฝงความห่วงใย
"คุณชายซู ช้าก่อน... ข้าขอเตือนท่านในฐานะสหายร่วมการค้า ด้านนอกหอสดับฟ้าในยามนี้ กองทัพของตระกูลอู๋ได้ปิดล้อมเอาไว้หมดแล้ว... และผู้ที่นำทัพมา คือ 'อู๋ชางไห่' ผู้นำตระกูลอู๋!"
ไป๋หลิงจีหรี่ตาลง มองลึกเข้าไปในระดับพลังของซูหลงอวิ๋น "ข้าััได้ว่า พลังของท่านอยู่ในระดับ 'ครึ่งก้าวสู่แก่นแท้ทองคำ' แม้ท่านจะมีรากฐานที่ลึกล้ำเพียงใด ทว่าอู๋ชางไห่ผู้นั้น อยู่ในขอบเขต 'ครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์'! ความห่างชั้นของพลังระหว่างท่านกับมันคือสามขอบเขตใหญ่! ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ การต่อสู้ข้ามขอบเขตใหญ่เพียงหนึ่งขั้นก็นับว่าเป็ปาฏิหาริย์แล้ว แต่นี่คือสามขั้นใหญ่! ต่อให้ท่านมีกายาเป็ะ ก็ไม่อาจทนรับการโจมตีของมันได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!"
คำเตือนของไป๋หลิงจีเป็ความจริงอันโหดร้ายของโลกแห่งการบ่มเพาะ กฎเกณฑ์ของฟ้าดินกำหนดไว้ชัดเจนว่า พลังปราณที่ต่างกันเกินหนึ่งขอบเขตใหญ่ คือช่องว่างที่ไม่อาจถมเต็มได้ด้วยกระบวนท่าหรือเคล็ดวิชาใดๆ หากปะทะกันด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ ซูหลงอวิ๋นย่อมถูกบดขยี้ในพริบตา
ทว่า ซูหลงอวิ๋นกลับมิได้มีท่าทีหวาดหวั่น เขายกยิ้มมุมปากที่ดูเยือกเย็นและโอหัง
"ท่านเ้าหอไป๋ ใครบอกท่านกันเล่า... ว่าข้าจะใช้พลังปราณเพียวๆ ไปแลกหมัดกับสุนัขเฒ่าผู้นั้น?"
ไป๋หลิงจีชะงักไป "ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
"วิถีแห่งการฝึกตน มิได้มีเพียงการโคจรลมปราณและฟาดฟันอาวุธ ข้าอาจจะไม่สามารถฉีกร่างมันด้วยมือเปล่าได้ในยามนี้... ทว่า มนุษย์เราประเสริฐกว่าเดรัจฉาน ก็ตรงที่รู้จักใช้สติปัญญาและศาสตร์แขนงอื่น"
ซูหลงอวิ๋นสะบัดแขนเสื้อ "ท่านเ้าหอเพียงแค่เตรียมนารีรินชาคอยชมเื่สนุกบนระเบียงหอคอยก็พอ ข้าขอเวลาเตรียมตัวสักครึ่งก้านธูป"
เด็กหนุ่มมิได้รีบร้อนก้าวออกไป เขาหยิบเอาขวดหยกเปล่าหลายใบออกมาจากแหวนมิติ พร้อมกับเตาหลอมสมุนไพรระดับปฐีขนาดเล็ก ไป๋หลิงจีมองดูการกระทำของเขาด้วยความงุนงง
ซูหลงอวิ๋นเทสมุนไพริญญาธาตุอัคคีที่ดุร้ายที่สุด เช่น 'หญ้าโลหิตัคลั่ง' และ 'ผลอัคคีทลาย์' ลงไปในเตาหลอม ทว่าแทนที่จะใช้เพลิงปราณค่อยๆ สกัดตามหลักการปรุงยา เขากลับโยนสมุนไพรธาตุเหมันต์ที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว อย่าง 'บัวหิมะหมื่นปี' ตามลงไป!
"คุณชาย! ท่านกำลังทำสิ่งใด! สมุนไพรที่ขัดแย้งกันรุนแรงปานนั้น หากผสมกันมันจะ..." ไป๋หลิงจีอุทานด้วยความใ
"มันจะะเิ ใช่" ซูหลงอวิ๋นตอบหน้าตาเฉย
เขาโคจรพลัง 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' และ 'เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ' ในจุดตันเถียน แยกสายพลังทั้งสองออกจากกัน ส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่เตาหลอม เพื่อบีบอัดสมุนไพรที่กำลังจะะเิให้ควบแน่นกลายเป็ลูกกลมๆ ขนาดเท่ากำปั้นจำนวนห้าลูก!
มันคือ 'ะเิโอสถหยินหยางคลั่ง'! ศาสตร์มืดแห่งการปรุงยาที่จงใจสร้างความไม่เสถียรของพลังงาน เมื่อกระทบกระเทือน มันจะะเิอานุภาพที่ทรงพลังยิ่งกว่าการะเิตัวเองของยอดฝีมือขอบเขติญญาก่อกำเนิดนับสิบเท่า!
ซูหลงอวิ๋นเก็บะเิโอสถอันตรายเ่าั้เข้าไว้ในแขนเสื้ออย่างระมัดระวัง จากนั้น เขากัดปลายนิ้วชี้ของตนเองจนเืสีทองคำไหลซึมออกมา
"วิถีแห่งจารึกอาคม..."
เขาใช้นิ้วที่เปื้อนเื วาดลวดลายอักขระลี้ลับลงบนฝ่ามือทั้งสองข้าง หน้าอก และแผ่นหลังของเสื้อคลุมอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ อักขระสีโลหิตทองคำเปล่งแสงวาบก่อนจะซึมซาบหายเข้าไปในเนื้อผ้าและิั
"อาคมจารึก 'สะท้อน์คุ้มกาย' และ 'เคลื่อนย้ายพริบตา' เรียบร้อย"
ซูหลงอวิ๋นปัดมือเบาๆ เขาไม่ได้มีพลังพอจะสู้ข้ามสามขอบเขตใหญ่ได้ แต่เขามีวิชาจากคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ที่สามารถ 'ยืมพลัง' และ 'หักเหพลัง' ของศัตรูได้!
"เอาล่ะ ถึงเวลาออกไปทำความสะอาดหน้าหอสดับฟ้าเสียที" ัหนุ่มหมุนตัว ก้าวเดินลงบันไดไปอย่างสง่าผ่าเผย ทิ้งให้ไป๋หลิงจีจ้องมองแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกขนลุกซู่ นางตระหนักได้ทันทีว่า ตระกูลอู๋... กำลังเตะโดนแผ่นเหล็กที่แข็งที่สุดในมหาทวีปเข้าเสียแล้ว!
...
ณ ลานกว้างหน้าหอสดับฟ้า
บรรยากาศที่เคยเงียบสงบ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยรังสีสังหารและจิตคุกคามที่หนักหน่วงประดุจขุนเขาถล่มทับ!
กองทัพผู้ฝึกยุทธ์ในชุดเกราะสีแดงเพลิงนับร้อยคน ได้ล้อมรอบหอสดับฟ้าเอาไว้อย่างมิดชิด! แต่ละคนล้วนแผ่กลิ่นอายขอบเขตแก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุด และมีิญญาก่อกำเนิดถึงสิบคนยืนคุมเชิงอยู่ด้านหน้า!
และบนท้องฟ้าเหนือลานกว้าง ปรากฏเรือเหาะสีทองคำลำั์ลอยตระหง่านอยู่ บนหัวเรือนั้น มีร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนกอดอกอยู่ ใบหน้าของมันดุดันและโอหังอย่างถึงที่สุด กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมา ทำให้มิติรอบกายสั่นะเืบิดเบี้ยว!
ขอบเขตครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์! อู๋ชางไห่ ผู้นำตระกูลอู๋!
ส่วนอู๋เทียนนั้น ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ข้างกายบิดา ใบหน้าที่ถูกตบจนกระดูกแหลกละเอียดได้รับการรักษาด้วยยาวิเศษจนพอจะพูดได้ ทว่าความเคียดแค้นในดวงตานั้นกลับทวีคูณขึ้นนับร้อยเท่า!
ที่ใจกลางวงล้อม 'จินหลิน' ในร่างของราชสีห์เพลิงยืนตระหง่านอยู่อย่างสง่างาม มันมิได้สนใจกองทัพนับร้อยที่ล้อมรอบเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีอำพันของมันหลับพริ้มอย่างเบื่อหน่าย รอคอยการกลับมาของผู้เป็นาย
แกรก...
เสียงบานประตูไม้หอมของหอสดับฟ้าถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า
ทุกสายตาของกองทัพตระกูลอู๋ หันขวับไปจับจ้องยังจุดเดียวกันทันที รังสีสังหารนับร้อยสายพุ่งทะยานเข้ากดทับร่างในชุดคลุมสีขาวขลิบทองที่เพิ่งก้าวเท้าออกมา!
"ไอ้เด็กนรก! ในที่สุดเ้าก็ยอมมุดหัวออกมา!" อู๋เทียนชี้หน้าด่าทอด้วยเสียงแหลมปรี๊ด "ท่านพ่อ! มันนั่นแหละ! ไอ้สวะที่กล้าตบหน้าข้าและหยามเกียรติตระกูลอู๋! ท่านต้องสับมันเป็หมื่นชิ้น ควักลูกตามันออกมาให้ข้าเหยียบเล่น!"
อู๋ชางไห่หรี่ตามองซูหลงอวิ๋น มันมิได้กล่าววาจาใดให้มากความ กลิ่นอายครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด พุ่งกระแทกลงมาประดุจคลื่นสึนามิที่มองไม่เห็น หวังจะใช้เพียงแรงกดดัน บดขยี้กระดูกและิญญาของเด็กหนุ่มที่อยู่เพียงขอบเขตครึ่งก้าวแก่นแท้ทองคำให้แหลกละเอียดอยู่กับที่!
ครืนนน!
พื้นศิลาหน้าหอสดับฟ้าแตกกระจายยุบตัวลงไปนับฉื่อจากแรงกดดันมหาศาลนั้น! ผู้คนนับหมื่นที่มุงดูอยู่ห่างๆ ต่างหายใจไม่ออกและทรุดตัวลงคุกเข่า!
ทว่า สิ่งที่อู๋ชางไห่คาดหวังจะได้เห็น คือร่างของเด็กหนุ่มที่ะเิเป็สายเื กลับมิได้เกิดขึ้น!
วิ้ง!
เมื่อแรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้ากระทบร่างของซูหลงอวิ๋น 'อาคมจารึกสะท้อน์' ที่เขาวาดไว้บนเสื้อคลุมด้วยเืสีทอง พลันสว่างวาบขึ้นมา! อักขระโบราณก่อตัวเป็ม่านพลังบางๆ ที่มิได้ต้านทานแรงกดดัน ทว่ามัน 'ดูดซับ' และ 'หักเห' พลังนั้นให้ไหลผ่านร่างของเขาไปกระแทกพื้นดินด้านหลังแทน!
ซูหลงอวิ๋นยังคงยืนแผ่นหลังตั้งตรงดุจกระบี่ เส้นผมสีดำปลิวไสวไปตามแรงลม เขาก้าวเดินไปหาจินหลินอย่างเยือกเย็น ราวกับว่าแรงกดดันของครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ เป็เพียงสายลมพัดผ่านหน้าเท่านั้น!
"ตระกูลอู๋... อุตส่าห์ส่งลูกสุนัขกลับไปเตือนให้เตรียมโลงศพ ทว่าพวกเ้ากลับยกโขยงมามือเปล่า" ซูหลงอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนมุมปาก
"อาคมจารึกระดับสูงงั้นรึ? มิน่าเล่าถึงกล้าโอหัง!"
อู๋ชางไห่ขมวดคิ้วแน่น ความประมาทถูกแทนที่ด้วยเจตนาสังหารที่แท้จริง "ทว่า อาคมย่อมมีขีดจำกัด ข้าอยากจะรู้จับใจนัก ว่าเศษกระดาษของเ้า จะทนรับพลังของข้าได้สักกี่กระบวนท่า!"
"กองกำลังเกราะแดงเพลิง! ค่ายกลหอกผลาญนภา! สังหารมัน!" อู๋ชางไห่ตวาดสั่งการ ยังมิยอมลดตัวลงไปลงมือเอง
ทหารเกราะแดงเพลิงขอบเขตแก่นแท้ทองคำนับร้อยคน ประสานพลังปราณก่อเกิดเป็หอกอัคคีขนาดั์บนท้องฟ้า พุ่งทะยานเข้าแทงทะลุร่างของซูหลงอวิ๋น!
"ใช้ค่ายกลต่อหน้าผู้สร้างค่ายกลงั้นรึ? น่าขันสิ้นดี"
ซูหลงอวิ๋นมิได้ชักกระบี่ เขากระแทกเท้าลงบนพื้นศิลาอย่างรวดเร็วตามจังหวะของก้าวเดิน แฝงไปด้วยร่องรอยของวิถีแห่งค่ายกล
"ค่ายกลมายาสังหารเก้าตำหนัก... ลุกโชน!"
ครืนนน!
หินปราณหลายร้อยก้อนที่เขาแอบดีดตกลงพื้นขณะเดินออกมา พลันเปล่งแสงสว่างวาบ เชื่อมต่อกันเป็เครือข่ายค่ายกลระดับสูงอย่างฉับพลัน! มิติรอบลานกว้างบิดเบี้ยว ทหารเกราะแดงเพลิงนับร้อยคนพลันรู้สึกว่าทัศนวิสัยของตนมืดบอด ภาพของซูหลงอวิ๋นหายไป ถูกแทนที่ด้วยทะเลดาบและหุบเขาเข็มพิษที่พุ่งเข้าโจมตีพวกมันจากทุกทิศทาง!
"อ๊ากกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม หอกอัคคีขนาดั์สลายตัวไป ทหารแก่นแท้ทองคำถูกค่ายกลของซูหลงอวิ๋นหลอกลวงให้หันมาฟาดฟันกันเอง เืสาดกระเซ็นไปทั่วลาน!
"ไอ้เด็กสารเลว! กล้าใช้ค่ายกลชั้นต่ำมาหยามเกียรติข้า!"
อู๋ชางไห่เดือดดาลจนถึงขีดสุด มันไม่อาจทนดูทหารของตนถูกฆ่าตายได้อีกต่อไป มันทะยานร่างลงมาจากเรือเหาะประดุจดาวตก พลังปราณครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ควบแน่นที่ฝ่ามือ ก่อเกิดเป็ 'ฝ่ามือมหาสมุทรอัคคี' ขนาดั์ที่ปกคลุมท้องฟ้า กดทับลงมาเพื่อทำลายทั้งค่ายกลและร่างของเด็กหนุ่มให้แหลกเป็จุณ!
"ตายซะ!"
รัศมีทำลายล้างของกระบวนท่านี้ แม้แต่อาคมจารึกของซูหลงอวิ๋นก็ไม่อาจหักเหได้หมด!
ทว่า ซูหลงอวิ๋นรอคอยจังหวะนี้อยู่แล้ว! เขามิได้โง่เขลาพอจะเอาพลังระดับ 3 ไปงัดกับพลังระดับ 6 โดยตรง!
"จินหลิน! ถอย!" ซูหลงอวิ๋นส่งกระแสจิตสั่งราชสีห์เพลิงให้กระโจนหลบออกไป
ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือั์กำลังจะบดขยี้ร่าง ัหนุ่มสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ลูกกลมๆ สีดำแดงห้าลูกพุ่งทะยานสวนทางขึ้นไปปะทะกับฝ่ามืออัคคีของอู๋ชางไห่!
"ของเล่นเด็กอันใดกัน!" อู๋ชางไห่แค่นเสียงเย้ยหยัน ไม่หลบหลีก
"ของเล่นที่จะส่งเ้าลงนรกอย่างไรเล่า... ะเิโอสถหยินหยางคลั่ง... ทำงาน!"
ซูหลงอวิ๋นกระตุกยิ้มอำมหิต มือขวาประสานอินจุดชนวน! พร้อมกับกระตุ้นอาคม 'เคลื่อนย้ายพริบตา' ที่สลักไว้บนหน้าอก ร่างของเขาเลือนหายวับไปปรากฏตัวอยู่ห่างออกไปห้าร้อยจั้งในชั่วพริบตา!
ตูมมมมมมมมมมมมม!!!!!
วินาทีที่ฝ่ามือของอู๋ชางไห่ัักับลูกกลมๆ เ่าั้ พลังงานหยินหยางที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้วและถูกบีบอัดจนไร้ความเสถียร ก็เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่และะเิออกอย่างรุนแรงที่สุด!
แสงสว่างเจิดจ้ากลืนกินทุกสรรพสิ่ง เสียงกัมปนาทฉีกกระชากแก้วหูของผู้คน คลื่นพลังทำลายล้างที่รุนแรงยิ่งกว่าการะเิตัวของยอดฝีมือิญญาก่อกำเนิดนับสิบคนรวมกัน กวาดล้างฝ่ามือมหาสมุทรอัคคีจนแหลกสลาย และพุ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของอู๋ชางไห่ในระยะประชิดอย่างจัง!
"อ๊ากกกก!"
เสียงร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัสของยอดฝีมือครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ดังก้องทะลุเมฆ!
เมื่อกลุ่มควันและพายุพลังงานจางลง ภาพที่ปรากฏทำให้ผู้คนทั้งเมืองดาราจักราต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ!
อู๋ชางไห่ ผู้ยิ่งใหญ่และไร้พ่าย บัดนี้ร่างครึ่งซีกเต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียมสลับกับเกล็ดน้ำแข็งสีดำ แขนขวาที่ใช้โจมตีถูกแรงะเิฉีกกระชากจนขาดสะบั้นแหลกเหลวไปถึงหัวไหล่! เืสีแดงสดพุ่งทะลักออกมาไม่หยุดหย่อน กลิ่นอายพลังปราณที่เคยยิ่งใหญ่ทะลุฟ้า บัดนี้อ่อนโทรมและตกต่ำลงมาเหลือเพียง 'แก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุด' เท่านั้น!
รากฐานิญญาของมันได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วงจากแรงะเิแห่งหยินหยาง!
"ทะ... ท่านพ่อ!" อู๋เทียนบนเรือเหาะทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างหมดสภาพ น้ำตาไหลพรากด้วยความสิ้นหวัง
"เ้า... ไอ้เด็กเดรัจฉาน... เ้าใช้วิชามารสกปรกใดทำร้ายข้า!" อู๋ชางไห่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น มันพยายามจะโคจรพลังเพื่อฟื้นฟูแขน ทว่าเพลิงิญญาสองขั้วที่ตกค้างจากแรงะเิ กลับกัดกินเส้นชีพจรของมันอย่างต่อเนื่อง
ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควันฝุ่น เสื้อคลุมสีขาวของเขายังคงสะอาดสะอ้านไร้รอยขีดข่วน ั์ตาสีดำทอประกายความเยือกเย็นประดุจยมทูตที่มารับิญญา
ในเมื่อพลังของอีกฝ่ายถูกตัดทอนลงมาอยู่ในระดับที่เขาสามารถจัดการได้แล้ว การพึ่งพาสิ่งของภายนอกก็หมดความจำเป็
ชิ้งงงง!!!
กระบี่กลืนเงาถูกชักออกจากฝักดังกังวานก้อง! เจตจำนงกระบี่าที่แหลมคมที่สุดในใต้หล้า ผสานกับลมปราณสีทองคำที่เดือดพล่านในจุดตันเถียน พุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ!
"วิชามารหรือวิชาเทพ หากมันสังหารเ้าได้ มันก็คือสัจธรรม..."
ซูหลงอวิ๋นพุ่งทะยานร่างเข้าหาอู๋ชางไห่ด้วยความเร็วที่แม้แต่อดีตครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ในยามนี้ก็ยังมองตามไม่ทัน!
"เคล็ดกระบี่กลืนดาราทำลายล้างสิบทิศ... กระบวนท่าที่หนึ่ง... กลืนแสงดับดารา!"
"ไม่! ข้าคือประมุขตระกูลอู๋! ข้าจะตายแบบนี้ไม่ได้! ท่านบรรพชนช่วย..."
ฉัวะ!!!
รังสีดาบสีดำทมิฬที่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดของหลุมดำ พุ่งทะลวงตัดผ่านลำคอของอู๋ชางไห่ ตัดขาดคำวิงวอนและสายลมหายใจของมันไปตลอดกาล! ศีรษะของประมุขตระกูลาหลุดกระเด็นขึ้นสู่อากาศ เืสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมลานหินให้กลายเป็สีชาด!
อักขระบนใบกระบี่สว่างวาบ ดูดกลืนพลังิญญาที่หลงเหลือของอู๋ชางไห่เข้าไปจนหมดสิ้น ป้องกันมิให้มันถอดจิตหนีรอดไปได้แม้แต่เสี้ยวเดียว
ตึง!
ร่างไร้หัวร่วงหล่นลงกระแทกพื้น ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าครอบงำเมืองดาราจักราอีกครั้ง
ด้วยสมอง สติปัญญา อาคม และศาสตร์แห่งโอสถ... เด็กหนุ่มระดับครึ่งก้าวแก่นแท้ทองคำ ได้สร้างปาฏิหาริย์ที่ฝืนกฎ์... สังหารยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่าตนเองถึงสามขอบเขตใหญ่ได้สำเร็จ!
ซูหลงอวิ๋นสะบัดคราบเืออกจากกระบี่กลืนเงา สายตาเย็นเยียบตวัดขึ้นไปมองอู๋เทียนและเหล่าผู้าุโบนเรือเหาะที่กำลังสั่นงันงกประดุจลูกนก
"ก้าวต่อไป... บุกตระกูลอู๋ ชิงป้ายหยกเบิกทางสุสานเทพ!"
เสียงกระซิบมัจจุราชดังกังวาน
(จบบทที่ 28)