เสียงสบถของถังหรูอี้นั้นเบาเสียจนคนที่กำลังกินข้าวอยู่อย่างเถียนฮวนไม่ได้ยินเลย
ไม่มีครอบครัวของถังหรูอี้อยู่ใกล้ๆ คอยหาเื่อีก เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยก็นั่งรับประทานอาหารกับผู้เฒ่าถังและถังซื่อได้อย่างสงบสุข
พอกินเสร็จ สมุนไพรหย่วนจื้อในห้องของถังซื่อก็ดูดซับยาน้ำชะเอมเทศเสร็จเรียบร้อย
เถียนฮวนดับไฟ ยกหย่วนจื้อที่ยังเปียกออกมาผึ่งลมให้แห้ง รอจนแห้งดีแล้ว หย่วนจื้อแปรรูปก็นับว่าเสร็จสมบูรณ์
ต่อจากนี้ เพียงแค่เวลาถังซื่อต้มยานำหย่วนจื้อ ซวนเจ่าเหริน และม่ายตงมาต้มรวมกันแล้วดื่มก่อนนอน ก็จะช่วยให้หลับสบาย
จัดการทุกอย่างเรียบร้อยได้ทันเวลาพอดี
ถึงเวลาที่สองสามีภรรยาคู่นี้ต้องกลับบ้านตระกูลกู้แล้ว
ถังซื่อเดินมาส่งบุตรสาวถึงหน้าประตูบ้าน ดวงตาแดงก่ำ อดไม่ได้ที่จะพร่ำสั่งสอนอีกหลายเื่เถียนฮวนก็พยักหน้ารับเสียทุกข้อ ไม่ว่าจะทำได้หรือไม่ได้ก็ตาม
ผู้เฒ่าถังก็ออกมาพร้อมไม้เท้า เขาเรียกกู้ฉางสุ่ยไปพูดคุยเล็กน้อย แล้วจึงหันมาเรียกเถียนฮวนต่อ“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ มานี่สิ”
เถียนฮวนรีบเดินเข้าไปหา “เ้าค่ะ ท่านตา”
“สุ่ยเกอเอ๋อร์เป็คนดี เ้าไปอยู่ด้วยก็สบายใจได้ ส่วนแม่ของเ้านั้นไม่ต้องกังวลที่นี่มีข้าอยู่ ขอแค่ข้ามีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกหนึ่งวัน ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องนางเด็ดขาด”ผู้เฒ่าถังเอ่ยช้าๆ
ทันใดนั้น เถียนฮวนก็รู้สึกจมูกเปียกชื้นขึ้นมา
ที่นางกลับมาในวันนี้ ทะเลาะกับญาติพี่น้อง ต่อต้านลุงกับป้าสะใภ้ ไม่ใช่เพียงเพราะอยากเอาชนะแต่นางแค่อยากให้พวกนั้นรู้เสียบ้างว่าอย่าได้คิดรังแกแม่ของนางเด็ดขาด อย่าให้แม่ต้องทนทุกข์เพราะไม่มีใครปกป้องอีก
ผู้เฒ่าถังแม้ไม่พูดอะไร แต่กลับเข้าใจเจตนาของนางได้ทะลุปรุโปร่ง คำพูดเมื่อครู่เปรียบได้กับยาขนานเอกที่ทำให้นางวางใจได้จริงๆ
เถียนฮวนรีบพยักหน้าแล้วยิ้มกว้าง “ข้ารู้แล้วเ้าค่ะ พวกเราจะใช้ชีวิตให้ดี แล้วปีหน้าจะกลับมาเยี่ยมท่านตาอีกนะเ้าคะ”
“ดี ดี ข้ารออยู่นะว่าเมื่อไหร่พวกเ้าจะมีหลานชายตัวอ้วนๆ มาให้ข้าได้อุ้มสักทีถ้าได้อุ้มแล้ว ข้าก็คงจะตายตาหลับ!” ผู้เฒ่าถังหัวเราะร่า
“ท่านตา อย่าพูดแบบนี้สิเ้าคะ!” เถียนฮวนสีหน้าเคร่งเครียด ตำหนิออกมาเสียงเบา
“ได้ ข้าไม่พูดแล้ว” ผู้เฒ่าถังรีบยกมือโบกไปมา
เถียนฮวนถึงได้ยิ้มออกอีกครั้ง แล้วโบกมือลาท่านตากับท่านแม่ทีละคน พอหันกลับมากู้ฉางสุ่ยก็นั่งยองๆ อยู่ตรงหน้านางแล้ว “ขึ้นมาเถอะ”
หัวใจเถียนฮวนอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้นางยอมให้เขาแบกขึ้นหลังอย่างว่าง่ายปล่อยให้เขาแบกนางเดินออกจากหมู่บ้านไปอย่างมั่นคง
เห็นสองสามีภรรยาเดินจากไปแล้ว ผู้เฒ่าถังก็หันไปพูดกับถังซื่อว่า “เห็นแล้วสบายใจขึ้นบ้างหรือยัง สุ่ยเกอเอ๋อร์เป็เด็กที่พี่กู้เลี้ยงมากับมือถ้าไม่ใช่เพราะข้าเชื่อใจคนอย่างพี่กู้ ข้าคงไม่คิดจะยกอี้เจี่ยเอ๋อร์ให้เขาหรอก ทว่าอี้เจี่ยเอ๋อร์ไร้วาสนาข้าหาบุรุษดีๆ ให้ แต่นางกลับปฏิเสธเอง สุดท้ายฮวนเจี่ยเอ๋อร์ได้แต่งกับเขาก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยก็ยังอยู่ในครอบครัวเดียวกัน!”
พูดจบ เขาก็ค่อยๆ ใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินกลับไป
ขณะนั้นเอง ถังหรูอี้กับพ่อแม่ของนางก็ยังคงยืนสำนึกผิดอยู่ที่กำแพง ผู้เฒ่าถังเดินมาหาพวกเขา“พอแล้ว พวกเ้ากลับไปกินข้าวได้”
เขาหันไปมองถังหรูอี้อีกครั้ง ส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจยาวๆ “เ้านี่ช่างไม่รู้จักรักษาวาสนาของตัวเองเสียเลยอนาคตต้องเสียใจแน่ๆ”
“ข้าไม่มีทางเสียใจ! คุณชายเฉินของข้าหล่อกว่าชายผู้นั้นเป็สิบเท่า! เขาเป็ถึงซิ่วไฉต่อไปก็ต้องเจริญรุ่งเรือง ส่วนชายอัปลักษณ์ผู้นั้นจะมีปัญญาทำอะไรได้ ถ้าข้าต้องแต่งกับเขาข้านั่นแหละจะเป็ฝ่ายเสียใจ!” ถังหรูอี้อดกลั้นไว้ไม่ไหว กัดฟันแน่น ก่อนจะกระทืบเท้าหลายทีแล้ววิ่งพรวดเข้าห้องปิดประตูดังโครม ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากไม่หยุด
นอกบ้านตระกูลถัง เถียนฮวนอยู่บนหลังของกู้ฉางสุ่ย จากมุมนี้ นางมองเห็นรอยแผลที่ลากยาวจากหางตาไปถึงใบหูของเขาได้ชัดเจน
แผลเป็สีชมพูสดราวกับตัวตะขาบนอนแนบอยู่บนใบหน้า มองเผินๆ ก็ชวนให้ใ แต่พอมองดีๆแล้ว จะเห็นว่าสีของแผลนี้ออกชมพูระเรื่อเหมือนผิวแก้มทารกน้อย ดูมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด
มองอยู่นานเข้า นางก็รู้สึกว่าแผลนี้ออกจะน่ารักอยู่ไม่น้อย
“รอยบนหน้าของท่านเกิดจากอะไรหรือ” ระหว่างทาง นางอดไม่ได้ที่จะชวนเขาคุย
“ข้าก็ไม่รู้ ั้แ่จำความได้ก็มีแผลนี้อยู่แล้ว ตอนเด็กๆ ท่านปู่เคยพาไปให้หมอในหมู่บ้านดูหมอก็จ่ายยาให้หลายขนานแต่ก็ไม่ได้ผล สุดท้ายเห็นว่าข้าก็แข็งแรงดี ไม่เดือดร้อนอะไรพวกเขาก็เลยไม่ได้สนใจอีก” กู้ฉางสุ่ยตอบ
คนที่เขาเรียกว่า ‘พวกเขา’ คงหมายถึงกู้อันกับเจียงซื่อ
แสดงว่าแผลนี้มีมาั้แ่เเด็ก
เถียนฮวนพูดเบาๆ ว่า “พ่อของข้าเคยเจอคนไข้ที่มีอาการแบบเดียวกับท่าน เขาเคยบอกไว้ว่าคนที่มีแผลแบบนี้ส่วนใหญ่เกิดจากโรคั้แ่อยู่ในท้อง หรือไม่ก็โดนวางยาั้แ่เล็กแต่ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ก็รักษาได้ทั้งนั้น”
กู้ฉางสุ่ยหันกลับมาเร็วมาก “เ้าพูดจริงหรือ”
ดวงตาของเขาดำขลับ แววตาใสกระจ่างดั่งหยดน้ำต้องแสง
ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมากจนแทบจะเรียกได้ว่าสบตากันตรงๆ เถียนฮวนมองเห็นความตื่นเต้นและความคาดหวังในดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน
นางรีบพยักหน้า “จริงสิ พ่อของข้าเคยรักษาคนที่เป็แบบนี้ได้ตั้งสองคน! ถ้าท่านพ่อยังอยู่เขาให้ท่านดื่มยาแค่สามถ้วยก็รักษาโรคนี้ได้แล้ว”
พอพูดถึงบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว เถียนฮวนก็เม้มปากเบาๆ “เสียดาย ข้าไม่รู้เื่การรักษาเมื่อครั้งที่เคยฟังท่านพ่อพูดก็ไม่ได้ใส่ใจนัก แต่กลับมาคราวนี้ ข้าเอาตำราแพทย์กับบันทึกของท่านพ่อติดมือมาด้วยเดี๋ยวข้าค่อยๆ อ่าน อย่างไรเสียก็ต้องเจอข้อมูลที่เกี่ยวข้องแน่ ถ้าท่านเชื่อใจข้ารอให้ข้าหาต้นเหตุของโรคเจอ ข้าจะลงมือปรุงยาเอง แล้วลบรอยแผลนี้ให้ท่าน!”
“อย่าเลยดีกว่า”
ใครจะคิดว่า กู้ฉางสุ่ยกลับส่ายหัวปฏิเสธ
เถียนฮวนชะงัก “ท่านคิดว่าข้าไม่มีปัญญาหรือ”
“ไม่ใช่ ข้าแค่คิดว่า...ข้าเป็บุรุษ ไม่จำเป็ต้องรักษารูปลักษณ์ภายนอกให้งดงามรอยแผลนี่ไม่ได้รบกวนชีวิตข้า ข้าก็ชินแล้ว ปล่อยไว้แบบนี้แหละ”
ท่าทีเช่นนี้ หรือว่าเขาไม่เชื่อนาง?
เถียนฮวนเม้มปากแน่น รู้สึกอึดอัดในอกอย่างไม่อาจอธิบายได้
พรืด!
จู่ๆ นางก็ได้ยินเสียงหัวเราะเ้าเล่ห์ดังขึ้นมา
เถียนฮวนเบนหน้าไปมอง ก็เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของกู้ฉางสุ่ย
“ข้าหยอกเ้าเล่น ผู้ใดจะไม่สนหน้าตาตัวเองกัน ข้าใฝ่ฝันมาั้แ่เด็กแล้วว่าอยากมีหน้าตาเหมือนคนปกติจะได้เดินไปไหนมาไหนได้อย่างสง่าผ่าเผย อีกอย่าง เ้าเป็ภรรยาข้า เ้าจะทำอะไรย่อมเพื่อข้าอยู่แล้วถ้าข้ายังไม่เชื่อเ้า แล้วจะไปเชื่อใครได้อีก”
“ท่าน...ท่านชั่วร้ายยิ่งนัก!” เถียนฮวนทั้งอายทั้งโกรธ เงื้อมือขึ้นทุบแผ่นหลังเขารัวๆ
“โอ๊ย ข้ายอมแล้ว! ข้าผิดไปแล้ว! ต่อไปไม่กล้าแล้ว!” กู้ฉางสุ่ยร้องลั่น รีบแบกนางวิ่งพรวดไปข้างหน้า
เถียนฮวนอยู่บนหลังแทบหล่นลงมา นางโอบคอเขาแน่น “ช้าหน่อยเถิด อย่าวิ่งเร็วนัก”
“ฮ่าๆๆ ไม่ได้!” กู้ฉางสุ่ยหัวเราะเสียงดัง ยิ่งเร่งฝีเท้าทำให้นางร้องหนักขึ้น
เสียงหัวเราะหยอกล้อของสองสามีภรรยาดังตลอดทาง จนทำให้ชาวบ้านต้องหันมามอง
“เฮ้อ! คนหนุ่มสาวนี่ดีจริงๆ” มีคนอดเอ่ยออกมาไม่ได้
แต่ก็มีอีกคนกล่าวแก้ “ไม่ใช่คนหนุ่มสาวหรอก ต้องเรียกว่าสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวต่างหากล่ะ”