ครืน ครืน
“ฝนทำท่าจะตกแหะ รีบกลับบ้านดีกว่า”ชายแก่ว่าพลางลากสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ตามหลังมาด้วย สิ่งๆนี้มีรูปร่างคล้ายหมี แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก แต่ตอนนี้กลับถูกชายแก่ที่มีร่างกายเล็กกว่ามันลากไปตามทางราวกับมันไม่มีน้ำหนัก
“อุแว้ อุแว้ อุแว้”
ชายแก่หยุดเดินทันที ปล่อยสัตว์ที่ลากอยู่ลงพื้นดินแล้วรีบวิ่งไปทางต้นเสียง
(ทำไมถึงมีเสียงเด็กทารกร้องในป่าบีสวูดได้)
“ถูกทิ้งรึ” เสียงชายแก่กล่าวกับร่างเด็กทารกที่นอนขดอยู่ในตะกร้า บนตัวของเด็กคนนี้มีจี้ห้อยคอสีเขียวมรกตอยู่
ชายแก่ลังเลชั่วครู่ก่อนจะอุ้มตะกร้าขึ้นมาแล้วเดินกลับไปยังที่พักของตน
ตัวข้านั้นั้แ่จำความได้ ข้าก็อาศัยอยู่ภายในกระท่อมกลางป่ากับชายแก่ตัวใหญ่ผมยาวสีขาว ที่ชอบแหกปากลั่นบ้าน ฟังจากที่ตาแก่เคยเล่าให้ฟังดูเหมือนว่าระหว่างที่ตาแก่ออกล่ามอนส์เตอร์ เขาดันไปเจอกับข้าที่ยังคงเป็ทารกอยู่ภายในตะกร้าใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ดูเหมือนข้าจะถูกพ่อ แม่ เอามาทิ้งไว้ ตาแก่เลยเก็บข้ามาเลี้ยง คอยสอนสิ่งต่างๆให้ข้า สอนให้ข้าอ่านเขียน สอนให้ข้าล่าสัตว์ สอนเื่ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร และสอนข้าเกี่ยวกับเวทมนตร์
จากที่ตาแก่สอน เวทมนตร์จะแบ่งออกได้เป็ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ แสง ความมืด และยังสามารถแบ่งลึกไปได้อีกตัวอย่างเช่น ธาตุสายฟ้า ธาตุพืช หรือ ธาตุน้ำแข็ง แต่นั้นก็ค่อนข้างหายาก สัก100คนจะมีสักคนนึง
ธาตุของตาแก่คือธาตุดิน
ส่วนตัวข้าสามารถใช้ธาตุน้ำกับ..
“เฮ้ย โนอาร์โว้ย ไปเตรียมตัวซะ ข้าจะพาเ้าเข้าเมือง”
“พูดเบาๆก็ได้ตาแก่ อยู่กันแค่สองคนจะแหกปากทำไมห๊ะ แล้วทำไมมันกะทันหันจังยังไม่ถึงเวลาเข้าเมืองซะหน่อย”
“เออน่า เดี๋ยวอธิบายระหว่างทาง รีบไปเตรียมตัวซะ แต่ไม่ต้องขนอะไรไปมากนะเราไม่ได้จะไปขายวัตถุดิบ”
“รู้แล้ว ขอเวลาข้าแปปนึง”
ข้าเดินออกจากบ้านโดยที่มีตาแก่ยืนรออยู่พวกเราเริ่มเดินทางทันทีเพื่อที่จะไม่ให้ถึงเมืองเย็นจนเกินไป ข้าเคยเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้บ้างตอนที่ตาแก่พาข้ามาทำบัตรอะไรสักอย่าง ตาแก่บอกมันเป็สิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตอนจะเข้าเมือง หลังจากนั้นเราก็แวะมาที่เมืองเป็ระยะๆ เอาเนื้อมอนส์เตอร์ที่ล่าได้มาขายบ้าง หาซื้อสิ่งจำเป็บ้าง เมืองแห่งนี้มีชื่อว่าเทอร่า เป็เมืองการค้าที่ตั้งอยู่ระหว่างประเทศของเผ่าฮาฟบีท กับ เผ่ามนุษย์ เป็เมืองที่ไม่ขึ้นตรงกับประเทศใหนเลย
ในส่วนของโลกใบนี้ประกอบด้วย4เผ่าได้แก่
เผ่ามนุษย์
เผ่าเอลฟ์
เผ่าคนแคระ
เผ่าฮาฟบีท
รู้สึกว่าเมื่อก่อนแต่ละเผ่าก็ไม่ถูกกันเท่าใหร่ จากที่เคยอ่านจากหนังสือของตาแก่ เผ่ามนุษย์กับฮาฟบีทเคยทำากันเนื่องมาจากถูกมนุษย์ออกล่าเพื่อจับมาเป็ทาส เผ่าเอลฟ์กับเผ่าคนแคระก็มีการเหยียดกันเองทำให้ตีกันบ่อยๆ แต่ด้วยผลเสียที่เกิดจากการทำากันเป็เวลานาน ทำให้ทั้ง5เผ่าได้มีการตกลงทำสัญญาสงบศึกกัน สัญญาสงบศึกนี้ั้แ่เริ่มทำก็ผ่านมาได้500ปีแล้ว แม้มีการกระทบกระทั้งกันบ้างแต่ก็ไม่เคยเกิดาขึ้นอีกเลย
ส่วนป่าที่บ้านข้าตั้งอยู่มีชื่อว่าป่าบีสวูด เป็ป่าขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง แต่มอนส์เตอร์ที่อาศัยภายในป่านี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง เลยทำให้คนธรรมดาไม่ค่อยเข้ามาในป่านี้เท่าใหร่ ถัดจากป่าดำไปจะเป็ูเาอัสนี ที่ถูกเรียกแบบนี้เพราะว่าเนื่องจากที่บริเวณปลายยอดเขาจะมีสายฟ้า ผ่าลงมาตลอดเวลา และจากคำบอกเล่าเหมือนจะมีคนเคยเห็นัสายฟ้าอาศัยอยู่บริเวณยอดูเาด้วย ไม่รู้จริงรึเปล่า แต่พวกมอนส์เตอร์ที่อาศัยบริเวณนั้นมีความเเข็งแกร่งที่สูงมาก ต้องใช้นักผจญภัยระดับทองขึ้นไปในการเข้าพื้นที่นี้ ซึ่งระดับนักผจญภัยถูกแบ่งตามความมีค่าของแร่โดยเรียงจากระดับสูงสุดไปต่ำสุดได้ดังนี้
ระดับมิธริล ระดับสูงสุดของนักผจญภัย ทั่วทั้งโลกตามที่มีการบันทึกมีไม่ถึง100คน การจะมาถึงระดับนี้ได้ต้องมีทั้งชื่อเสียง ความสำเร็จที่เป็ที่ประจักกับสาธารณชนและความสามารถระดับที่เรียกได้ว่าสัตว์ปละหลาด
ระดับแพลทินัม เพื่อที่จะขึ้นมาถึงระดับนี้นักผจญภัยคนนั้นจะต้องได้รับการเสนอชื่อจากหัวหน้ากิลล์นักผจญภัยยื่นชื่อเสนอเข้าที่ส่วนกลางเพื่อเข้ารับการประเมินและต้องได้รับการรับลองจากหัวหน้ากิลล์ คนอื่นๆอีกอย่างน้อย2คนถึงจะสามารถขึ้นมาระดับแพลทตินัมได้
ระดับทอง จะมาถึงระดับนี้ได้ต้องทำภารกิจระดับเงินสำเร็จอย่างน้อย50ภารกิจขึ้นไป มีการปราบปรามมอนส์เตอร์ระดับสูง หรือมีส่วนร่วมในการทำภารกิจที่ระดับทองขึ้นไป โดยั้แ่ระดับทองแดงถึงระดับทองกิลต์มาสเตอร์ ของกิลต์นั้นๆเป็ผู้มีสิทธ์ตัดสินว่าจะให้แรงค์ขึ้นหรือไม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะตัดสินตามเกณประเมิน
ระดับเงิน แรงค์นี้ถือเป็ระดับที่สามารถมากเรียกได้ว่าเป็นักผจญภัยเต็มตัว ภารกิจมีความอันตรายมากขึ้น ค่าตอบแทนสูงขึ้น นักผจญภัยส่วนใหญ่จะอยู่แรงค์นี้
ระดับเหล็ก สำหรับผู้ที่มาเป็นักผจญภัยเพื่อหางานเลี้ยงชีพส่วนใหญ่จะอยู่ระดับนี้ เพราะงานที่ทำได้ไม่เป็อันตรายถึงชีวิต ส่วนมากจะเป็คอยช่วยบำรุงรักษาเมือง งานจิปาถะต่างๆ งานเก็บสมุนไพร
ระดับทองแดง ผู้ที่เริ่มเป็นักผจญภัยต้องเริ่มที่แรงค์นี้ทุกคนโดยไม่มีข้อแม้
ั้แ่ระดับทองขึ้นไปจะมีพวกสวัสดิการต่างๆให้ ยิ่งระดับสูงขึ้นสวัสดิการที่ได้ก็ยิ่งดีขึ้น แม้ว่ากิลนักผจญภัยจะมีอยู่ทุกที่ทั่วโลกแต่ก็ถือว่าเป็องค์กรอิสระไม่ขึ้นตรงกับประเทศหรือองค์กรณ์ใหนเลยเพื่อเลี่ยงการถูกแทรงแทรงจากภายนอก
ซึ่งตาแก่ก็เคยพาข้ามาลงสมัครเป็นักผจญภัย แม้ว่าการจะสามารถสมัครเป็นักผจญภัยได้ต้องมีอายุ13ปีขึ้นไป แต่หากมีผู้ปกครองมาด้วยก็สามารถสมัครได้เลย แต่จะถูกจำกัดระดับไว้ไม่เกินระดับเหล็ก ซึ่งตอนนี้ข้าก็มาถึงระดับเหล็กแล้ว
ในส่วนของโลกใบนี้ประกอบด้วย5เผ่าได้แก่
เผ่ามนุษย์
เผ่าเอลฟ์
เผ่าคนแคระ
เผ่าฮาฟบีท
“เฮ้ ตาแก่จะบอกได้รึยังว่าทำไมเราถึงต้องเข้าเมืองด้วย”
“ข้าจะพาเ้าไปพบเพื่อนของข้าน่ะ”
“คนอย่างท่านมีเพื่อนกับเขาด้วยรึ วันๆก็เห็นอยู่แต่บ้านกับออกไปล่าสัตว์”
“ปากเสีย เห็นงี้ตอนหนุ่มๆข้าก็มีเพื่อนเยอะแยะนะเฟ้ย”
“ก็แล้วทำไมข้าถึงต้องไปกับท่านด้วยล่ะ หากท่านจะไปหาเพื่อนของท่าน ก็ไปคนเดียวสิ”
“อืม.. ดูเหมือนเพื่อนข้าจะไปโดนดีเข้าให้น่ะ อาจจะต้องให้เ้าช่วยหน่อย”
“พิษรึ”
“ยังไม่แน่ใจ เลยต้องให้เ้ามาด้วย เพื่อไว้ก่อน”
ใช่ นอกจากธาตุน้ำแล้วอีกอย่างที่ข้าสามารถใช้ได้นั้นก็คือพิษ ตัวข้าสามารถสร้าง หรือ ผสมพิษรวมไปถึงยาถอนพิษขึ้นมาเองได้ แต่ต้องเป็พิษที่ข้าเคยััมาก่อนเท่านั้น
พวกเราเร่งเดินทางด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ ในสถานการณ์ปัจจุบันการเดินทางจากบ้านมาที่เมืองใช้เวลาโดยประมาณคือ2ชั่วโมง แต่เรากลับมาถึงเมืองด้วยเวลาแค่ชั่วโมงนิดๆเท่านั้น
ปกติการจะเข้าเมืองต้องต่อแถวที่หน้าประตูเพื่อตรวจสอบบัตรยืนยันตัวตน ตรวจสัมภาระ กับ สอบถามเหตุผลในการเข้าเมืองก่อน แต่สำหรับชาวเมืองนั้นจะมีแถวแยกออกมาเลย ขั้นตอนมีเพียงแค่ตรวจบัตร กับสัมภาระที่ติดมามา ก็สามารถเข้าเมืองได้เลย ซึ่งข้ากับตาแก่จะอยู่ในกลุ่มพวกแรก
“เฮ้ยโนอาร์ ไม่ต้องเข้าแถว ตามข้ามานี่”
“ด…ได้”
ข้าพูดตะกุกตะกักนิดหน่อยพร้อมกับเดินตามตาแก่ไป อย่างที่ข้าเคยบอก ทุกคนต้องเข้าแถวเพื่อเตรียมตรวจสัมภาระเข้าเมืองเพราะงั้นการที่จู่ๆมีคนแก่กับเด็กกำลังเดินลิ่วๆผ่าแถวที่ยาวเหยียดก็เรียกสายตาทุกคนได้เป็อย่างดี
พอเดินมาถึงหน้าประตูก็มียามสองคนก็เดินเข้ามาหาตาแก่แล้วพูดขึ้นมาเสียงดัง
“คนที่จะเข้าเมืองต้องต่อแถวเพื่อเข้ารับการตรวจบัตร พวกเ้าจงกลับไปต่อที่ด้านหลังแถวซะ”
เป็อย่างที่คิด พวกเราโดนทหารยามไล่ไปต่อแถวด้านหลัง พวกคนที่ต่อแถวอยู่บางคนก็ทำหน้าสมน้ำหน้า บางคนก็ยิ้มเยาะใส่ แต่ก็ที่จะมีใครได้ทำอะไรต่อ ตาแก่ได้ล้วงเอาจดหมายออกมา
“นี้เป็เื่ด่วน เอาจดหมายนี้ไปตรวจสอบซะ”
ในทีแรกพวกทหารยามทำท่าเหมือนจะไล่อีกรอบ แต่พอเห็นเครื่องหมายที่ประทับบนจดหมายก็ทำให้พวกเขาเปลี่ยนสีหน้าทันที
“พวกเราต้องขอตรวจสอบก่อน โปรดรอสักครู่”
“ได้ แต่รีบหน่อยก็ดี”
พวกทหารยามรับจดหมายไป แล้วรีบวิ่งกลับไปยังบริเวณกำแพง
“ตาแก่ นี้ท่านรู้จักกับเ้าเมืองรึ”
“ทำไมเ้าถึงคิดงั้นล่ะ”
“ตราบนจดหมายนั้น เป็ตราสัญลักษณ์ของเมืองเทอร์ร่า และคนเดียวที่จะประทับมันได้ก็มีแต่เ้าเมืองเท่านั้น”
“ข้าอาจจะปลอมตาประทับก็ได้นิ”
“นี้!! ท่านจะยั่วโมโหข้าให้ได้ใช่มั้ยตาแก่” ถึงตาแก่นี้จะชอบเสียงดังน่ารำคาญและคอยกวนโทสะข้าบ่อยๆแต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาทำเื่แบบนี้ล่ะนะ
“โอเครๆ ใช่เ้าพูดถูก เ้าเมืองเป็คนส่งจดหมายนี้ให้ข้า”
“คนอย่างท่านไปรู้จักคนใหญ่คนโตแบบนั้นได้ยังไงตาแก่”
1ในเหตุผลที่เมืองเทอร์ร่า สามารถตั้งเป็เมืองการค้าได้โดยที่ไม่จำเป็ต้องไปตกอยู่ใต้อานัติประเทศใหนเลยก็เพราะว่าตัวของเ้าเมืองเอง
เ้าเมืองเทอร์ร่ามีชื่อว่า ฟอร์ทีส เทอร์ร่า หรืออีกชื่อคือ อสูรทำลายล้างเทอร์ร่า อดีตนักผจญภัยระดับมิธริลที่เกษียณตัวเองจากงานนักผจญภัยมาสร้างเมืองอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างประเทศของฮาฟบีส กับ ประเทศของเหล่ามนุษย์ ซึ่งตอนแรกพื้นที่ตรงนี้ไม่มีใครเป็เ้าของ เนื่องมาจากเป็บริเวณที่มีมอนส์เตอร์ระดับสูงอาศัยอยู่ แต่หลังจากที่เ้าเมืองเดินทางมาถึงเขาก็แถบจะล้างบางป่ากับพวกมอนส์เตอร์ทั้งหมดบริเวณนี้ทิ้งเพื่อสร้างเมืองกันเลยทีเดียว
จากที่รู้มาใน่แรกๆเมืองแห่งนี้ถูกพิพาทอย่างหนักว่าควร เป็เมืองขึ้นของประเทศอะไร ทางฝั่งมนุษย์ก็อ้างว่า เนื่องจากเ้าเมืองเป็เผ่ามนุษย์ เมืองแห่งนี้ก็ควรเป็ของเผ่ามนุษย์สิ ทางฝั่งฮาฟบีทส์ก็สวนขึ้นว่าสถานที่ตั้งของเมืองแห่งนี้อยู่เลยมาทางฝั่งของพวกเขามากกว่า และเ้าเมืองแห่งนี้ก็เปิดรับทุกเผ่าพันไม่เกี่ยวว่าเป็เผ่าใหน เหตุผลที่ทั้งสองเผ่าแย่งเมืองนี้กันนั้น เนื่องมาจากสถานที่ตั้งของเมืองนี้ถือว่าเป็ทำเลทองเลยก็ว่าได้ ทางด้านซ้ายของเมืองมีป่าบีสวูดที่มีทรัพยากรณ์ที่เป็ที่้าเป็จำนวนมาก ถัดจากป่าก็มีูเาอัสนีที่มีแร่อัสนีอยู่ แร่ชนิดนี้ถือว่าเป็หนึ่งในแร่ที่นิยมนำมาทำอาวุธระดับสูง
ใน่ที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด เ้าเมืองเทอร์ร่าก็เดินเข้าไปยังที่ประชุมแล้วประกาศอย่างชัดเจนว่าเมืองของตนจะขึ้นเป็อิสระ ไม่เป็ของประเทศใหนทั้งนั้นจากนั้นก็เดินออกไปทันที นั้นสร้างความเดือดดาลให้กับทั้งสองประเทศเป็อย่างมากจนถึงกับทำให้าาของเผ่ามนุษย์คิดจะทำาเลยก็ว่าได้ ต้องไม่ลืมว่าสนธิสัญญาประกาศไว้แค่ว่าห้ามทำาระหว่างเผ่าแต่ไม่ได้ห้ามสำหรับการทำาเผ่าเดียวกัน ส่วนเหตุผลที่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็มาจากที่ว่าหากปล่อยให้เมืองเทอร์ร่าสามารถตั้งเป็เมืองอิสระด้วยตนเองได้ละก็ อาจมีเมืองอื่นๆทำตามด้วยก็ได้ ซึ่งนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จะควบคุมได้
แต่ว่าในตอนนั้นความแข็งแกร่งของ ฟอร์ทีส เทอร์ร่า ก็เป็อะไรที่มองข้ามไม่ได้ พระาาจึงประกาศ รับสมัครนักผจญภัยระดับมิธริล เพื่อเข้าร่วมาครั้งนี้ แน่นอนว่านี้เป็การประกาศโดยไม่ผ่านกิลนักผจญภัย ซึ่งการจะจ้างนักผจญภัยระดับนี้สักคนต้องบอกเลยว่าใช้เงินมหาศาลเลยทีเดียว แต่ที่น่าแปลกคือไม่มีนักผจญภัยระดับมิธริลรับงานนี้แม้แต่คนเดียว แม้กระทั้งนักผจญภัยที่สนิทกับทางราชวงของเผ่ามนุษย์ก็ยังไม่รับงานนี้เลย ท้ายที่สุดาก็ไม่เกิดขึ้น และนั้นถือเป็ตำนานของเมืองนี้เลยก็ว่าได้
“สมัยที่ข้ายังเป็นักผจญภัย ข้ากับเ้านั้นเคยอยู่ปาตี้เดียวกันน่ะ”
“ท่านไม่เห็นเคยบอกข้าเลยนิ”
“ก็เ้าไม่ถามนิ”
ข้ากำลังจะะโด่าตาแก่ไป แต่พวกทหารยามก็วิ่งมาหาซะก่อน
“ขอโทษที่ให้รอครับ เชิญพวกท่านทางนี้ครับ”
พวกเราเดินตามทหารยามไปตรงประตูทางเข้าเมืองจากนั้นพวกเขาก็ปล่อยเราเข้าไปโดยไม่มีการตรวจสัมภาระใดๆทั้งสิ้น
ทันทีที่เข้ามาในเมืองพวกเราก็ตรงไปยังคฤหาศห้องเ้าเมืองโดยทันที จนกระทั้งมาถึงหน้าคฤหาศของเ้าเมือง
“พวกข้ามาพบเ้าเมืองเทอร์ร่า” ตาแก่พูดพร้อมส่งจดหมายให้ทหารที่หน้าคฤหาศเ้าเมือง
“เชิญพวกท่านด้านใน นายท่านกำลังรออยู่” หลังพูดจบพวกเขาก็เปิดประตูเพื่อให้เราเข้าไป
พวกเราเดินเข้ามาภายในคฤหาศ พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นชายแก่คนนึงแต่งตัวดูภูมิฐาน ทั่วทั้งตัวั้แ่หัวจรดเท้าเป็สีดำล้วน ข้างเอวมีดาบเหน็บไว้อยู่ ตาข้างขวามีที่ปิดตาปิดไว้
ชายคนนี้คือฟอร์ทีส เทอร์ร่า ผู้ปกครองเมืองการค้าเทอร์ร่า หนึ่งในระดับมิธริลที่แข็งแกร่งที่สุด
“ยินดีต้องรับครับ รุ่นพี่ราดาน”
ขอฝากนิยายเื่นี้ด้วยนะครับ ชอบไม่ชอบตรงใหนสามารถติชม คอมเมนทได้นะครับ ขอบคุณครับ