อาหารเช้าถูกจัดวางไว้บนถาดไม้ ถูกวางด้วยถ้วยใบเล็กสองใบที่มีกับข้าวอยู่เต็มถ้วยอาหารที่นี่ถูกจัดสรรวิธีการทำอย่างเรียบง่ายต้มผักกับเนื้อแห้งที่ทอดด้วยน้ำมันหมู
ข้าวสวยร้อนๆกลิ่นหอมที่ถูกตักออกมาจากหม้อใส่ในชามไม้ไผ่ใหญ่ที่ถูกผ่าครึ่งทุกอย่างถูกจัดวางไว้บนโต๊ะไม้เก่าๆที่มีเก้าอี้อยู่รอบสี่ตัว
ฉันนั่งลงหลังจากที่เขากับยายนั่งลงแล้วที่นี่มีช้อนอยู่แต่พวกเขาไม่ใช้กัน ช้อนจะถูกวางตรงถ้วยที่ใส่กับข้าวเท่านั้น ฉันอยากจะขอช้อนจริงๆทานด้วยมือแบบนี้มันไม่ถนัดเอาเสียเลย
“วันนี้สายๆพวกแม่เฒ่าพ่อใหญ่ กับอีกสองสามคนจะมาคุยด้วยวันนี้” ยายเอ่ยออกมาทำให้บรรยากาศที่เงียบกลายเป็ความกังวลขึ้นมาทันที
ฉันรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว“พวกจะคุยเื่อะไรบ้างยาย”
“คงถามเื่เ้ามาจากที่ไหนเหตุใดถึงมาที่นี่ได้คงแบบนี้”
พอยายพูดจบเขาหายใจแรงออกมาทันทีแต่แรงพอที่ทำให้ฉันได้ยิน
ฉันไม่กล้าหันหน้าไปมองเขาเลยกลัวว่าเื่ที่เขาช่วยฉันจะทำให้เขาและยายเดือดร้อน
หลังจากทานข้าวเสร็จฉันเปลี่ยนชุดที่ยายได้เตรียมไว้ให้ตรงชั้นวางเป็ชั้นๆในห้องนอน มันถูกพับวางเป็ชั้นๆ มันมีแต่สีแดงเข้มไปจนถึงแดงเืหมูแต่ในสีแดงยังคงถูกแต่งแต้มด้วยสีขาวซึ่งลวดลายแตกต่างกันไป ทำไมใส่แค่สีนี้นะไว้ค่อยถามยายละกัน
ผมที่ดำยาวของฉันถูกยายหวีไปมาซ้ำๆเพื่อทำให้ดูเรียบตรงมากที่สุด
“แม่คำใสเฮ้ยแม่ ข้ามาแล้ว” เสียงเรียกจากน้ำเสียงแหบแห้งที่ฟังแล้วน่ากลัวดังขึ้น
“เอ่อเดี๋ยวจะลงไป” ยายตอบรับพร้อมให้ฉันลงมาด้านล่าง
ภาพหญิงชราที่นั่งตรงแคร่ข้างบ้านที่เย็นสบายนั้นน่ากลัวมากใบหน้าเหี่ยวย่นที่มีมากกว่ายาย ดวงตาดุ ผมสีขาวถูกเกล้ามวยด้วยผ้าสีขาวเหมือนกันกับยายชุดที่หญิงชราผู้มีเสียงอันน่ากลัวใส่นั้นเป็ชุดสีดำที่ถูกแต่งแต้มด้วยลายสีแดงอย่างลงตัวพร้อมกับไม้เท้าเก่าที่มีหัวเหมือนหัวงูวางพิงแคร่อยู่ด้านข้าง
และยังมีชายสูงวัยอายุคงประมาณ50-60ปีนั่งอยู่ด้วยสามคนหนึ่งในนั้นยายเรียกว่าพ่อใหญ่ “พ่อใหญ่”ฉันคิดว่าคงเป็เหมือนคำเรียกผู้ใหญ่บ้านของที่นี่มั้ง
ฉันสังเกตผู้ชายที่นี่สวมเสื้อผ้าสีเดียวกันหมดคือไม่ต้องใช้สีแยกแหมือนผู้หญิง จากการสังเกตของฉัน
สายธารยกเก้าอี้มาจากในห้องครัว แม่เฒ่าเสียงน่ากลัว และพวกที่มากับพ่อใหญ่นั่งกันบนแคร่
ฉันเหลียวไปมองเขาเขานั่งบนเก้าอี้อยู่ก่อนแล้ว ฉันจึงตัดใจเดินออกมาจากข้างๆยายอย่างเงียบๆพร้อมนั่งเก้าอี้ที่วางตัวถัดไปห่างจากเขาไปหนึ่งตัว
เขาหันมามองหน้าฉันไม่พูดไม่จาทำหน้าบึ้งที่เต็มไปด้วยความกังวลมาเท่านั้นฉันไม่สนใจอะไรแล้วสมองตอนนี้กังวลไปหมด
“ข้า ชื่อบัว หรือเรียกข้าว่าแม่เฒ่าก็แล้วกันนะนาง” หญิงชราที่มีน้ำเสียงน่ากลัวกล่าวออกมาพร้อมกับแนะนำพวกที่มากับพ่อใหญ่
“สวัสดีจ๊ะ”ฉันพยายามเปล่งเสียงออกมา พร้อมกับก้มหัวลงไปเพื่อทำความเคารพ
“ยังไงก่อนดี”แม่เฒ่าพูดขึ้นมา
“แม่นางเ้าชื่ออะไรมาจากไหนกัน อย่างไรถึงมาที่หมู่บ้านนี้ได้” เสียงพ่อใหญ่ถามออกมาหลายคำถามเหลือเกิน
“ฉันชื่อเพียงฟ้าจ๊ะฉันไม่ใช่คนที่นี่ ฉันอาศัยในเมืองใหญ่ และฉันมาที่นี่ได้อย่างไรนะหรือ”ฉันหยุดพูดแล้วสูดลมหายใจเข้าไปให้ลึกที่สุด
“ฉันเกิดมีปัญหากับญาติของฉันพวกเขาตามทำร้ายฉันฉันเลยต้องหนีพวกเขาให้ไกล และมาที่นี่คือฉันอยากดึงพวกที่จะทำร้ายฉันออกมาจากพี่ชายของฉันที่คอยช่วยเหลือฉันอยู่เลยมาพักที่โฮมสเตย์ในป่าเขาที่นี่” ฉันพูดจบพวกเขาทำหน้างงกันหมด
“โฮม โฮมสเตย์คืออะไรนาง” หนึ่งในชายสูงวัยที่มาถามอย่างสงสัย
“บ้านที่เราเช่าเพื่อพักผ่อนหรือจ่ายเงินมาพักเพียงไม่กี่คืนนะจ๊ะ” หวังว่าคำตอบของฉันจะไม่ทำให้งงมากกว่าเดิมนะ
“แล้วเ้ามาที่หมู่บ้านนี้ได้อย่างไร”แม่เฒ่าถามขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนกับว่าคำถามนี้เป็คำถามที่พวกเขาให้ความสนใจที่สุด
“ฉันวิ่งหนีเข้าป่ามาเรื่อยๆให้ไกลจากบ้านพักที่สุดและคิดว่าอย่างน้อยถ้าเกิดฉันหนีไม่พ้นเกิดเสียชีวิตขึ้นมาร่างกายฉันจะได้ถูกูเาต้นไม้รับร่างที่ไร้ลมหายใจของงฉันไว้”ก้อนที่จุกตรงลำคอทำให้ฉันต้องหยุดพูดลง ฉันหันไปมองลำธารที่อยู่ด้านหน้าเพื่อไล่น้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้นออกมา
ทุกคนนิ่งเงียบยังคงรอคอยฟังคำตอบต่อไปจากฉันอยู่ตาแดงกล่ำของฉันหันไปมองเขาที่นั่งข้างๆ ซึ่งเขาก็จ้องมองมาที่ฉันเช่นกัน
“แล้วฉันก็เดินฝ่าความมืดของป่ามาเรื่อยๆหนีมาเรื่อยๆ จนมาเจอปากทางเข้าถ้ำ”
“ฉันจึงเลือกเดินเข้าถ้ำไปเพราะทางด้านหน้าเป็หน้าผาที่สูงเดินเข้ามาเรื่อยๆ กับเส้นทางที่ยากลำบากมาก ที่จริงฉันคิดว่าฉันคงต้องตายในถ้ำแล้วแต่ก็ออกมาอีกด้านหนึ่งของถ้ำจนได้ ส่วนพวกนั้นที่ตามมากันหลายคน ออกมาได้แค่สองคนอันนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” คำตอบที่ยาวนี้พวกเขาฟังอย่างตั้งใจและยังคงทำหน้าครุ่นคิดต่อไป
“แล้วเ้าเจอนางตรงไหนของป่าหาเ้าสายธาร”พ่อใหญ่ถามเขา
“ข้าเจอนางกำลังาเ็โชกไปด้วยเืตรงทางข้ามน้ำตกผาวิมานมาแล้ว”เขาพูดขึ้นมา
“นางข้ามน้ำตกผาวิมานมาได้ด้วยรึผ่านถ้ำออกมาข้าก็ว่าใแล้ว แล้วเ้าก็เข้าไปช่วยนางไว้” พ่อใหญ่ถามอีกครั้ง
“ใช่ความจริงข้าไม่อยากที่จะยุ่งด้วยหรอกเพราะพวกเขาแต่งกายด้วยชุดแปลกๆและยังมีอาวุธที่ไม่เคยเห็น”
“แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเป็เสียงหรืออะไรก็ตามข้าก็อดที่จะช่วยนางไม่ได้”เขาพูดออกมาพร้อมกับหันหน้ามามองที่ฉัน ซึ่งได้มองเขาอยู่ก่อนแล้ว
“อืม ไม่น่าเชื่อแต่ยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้วก็ต้องเชื่อ”พ่อใหญ่เอ่ยขึ้นมา
“ข้าดูยามแล้วยามนั้นพระจันทร์เต็มดวง และเป็ยามที่ประตูตรงนั้นจะเปิดพอดี ซึ่งเวลาวนมาจบกันครั้งล่าสุดที่มันเปิดก็ผ่านมานานแล้ว” แม่เฒ่าพูดจบหันไปมองหน้ายายที่กำลังตั้งใจฟัง
เวลาวนมาจบคืออะไรกันแล้วยังถ้ำเปิดอีกคืออะไร พวกเขาพูดกันในเื่ที่ฉันเดาทางไม่ถูกเลย
“แปลว่านางคือคนข้างนอกสินะและไม่น่าใช่คนของอีกสองหมู่บ้านแน่เพราะไม่มีสัญญาณอะไรจากพวกเขาเลย”หนึ่งในชายสูงวัยพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“นางไม่มีทางจะออกไปได้แล้วต้องรอเวลาเท่านั้นและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แล้วยังเื่ที่สายธารผูกไว้อีก อย่างนี้จะทำอย่างไร” พ่อใหญ่ถามความคิดเห็นของทุกคนรวมถึงสายธารด้วย
“ให้นางมาอยู่บ้านข้าแล้วกัน”แม่เฒ่าออกความคิด
ฉันซึ่งตอนนี้หันหน้าไปมาสุดท้ายจบลงกับการสบตากับยาย
“ทำไมฉันถึงออกไปไม่ได้ทำไมฉันต้องอยู่ที่นี่” คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวตอนนี้
“ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลังให้นางอยู่กับข้าแล้วกัน ยังไงข้าก็ดูแลนางมาั้แ่ต้น และสายธารเป็คนช่วยนางไว้ส่วนอีกเื่ค่อยว่าแล้วกัน” ยายตอบพร้อมกับหันมายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนจากนั้นก็หันไปมองหน้าสายธารเหมือนตั้งคำถามถามเขาอยู่ในใจ
“ฉันก็แล้วแต่ยายเลย”คำตอบที่เขาตอบออกมาทำให้ฉันที่กำลังกระวนกระวายตอนนี้สงบลงได้มาก
ฉันจ้องหน้าเขาแล้วยิ้มเบาๆออกมาน้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมาด้วยเช่นกัน
“ดี ดี แล้วอีกเื่ค่อยตกลงกันเพราะเวลานั้นยังเหลืออยู่มากแต่มันเลี่ยงไม่ได้เข้าใจไหมสายธาร” แม่เฒ่าพูดกับสายธาร
“อืม”เขาที่ตอบออกมาเบาๆคิ้วของเขาขมวดเป็ปมอีกครั้ง
“เล่าให้นางฟังแล้วกันนะยายคำใสพวกข้ากลับก่อนนะต้องเข้าสวน” พวกพ่อใหญ่และที่มาด้วยสองคนก็ลุกไป พร้อมกับไม่ลืมส่งยิ้มอ่อนๆมาที่ฉันฉันยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน ตอนนี้เหลือเพียงแม่เฒ่าเท่านั้น
...................................................................................
ชายหนุ่มรู้สึกกังวลใจ เขาคิดว่าั้แ่เกิดมาครั้งนี้คือครั้งที่เขากังวลใจมากที่สุดเื่ที่เขาได้ผูกปมไว้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจกำลังจะเปลี่ยนชีวิตเขาครั้งยิ่งใหญ่
ตอนนี้เขารู้แล้วว่านางคือคนจากเมืองใหญ่ที่ที่เขาเกลียดมากที่สุดเพราะคนคนนั้นที่เขาเกลียดชังก็มาจากเมืองใหญ่คนที่ทิ้งแม่ของเขาไปตอนที่เขากำลังจะเกิด
แม่เขาที่ตรอมใจคิดถึงคนเลวที่ทิ้งครอบครัวไปแบบไร้เยื่อใยทิ้งคนที่รักเขาสุดหัวใจไว้เื้ั จะด้วยเหตผลใดก็ตามมันคือการเห็นแก่ตัวมากที่สุด เขาจึงเกลียดคนที่มาจากที่นั่น
สายธารแอบมองหญิงสาวที่นั่งด้านข้างของเขาอีกครั้งนางที่กำลังกระวนกระวาย เสียงสั่นกลัวของนางตอนตอบ หยาดน้ำตาของนางที่ไหลอาบแก้มนวลของนางและเขาไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้เลย
และนางจะรู้ไหมว่าเื่ราวข้างหน้าที่กำลังจะเกิดมันต้องเกี่ยวพันกับเขาด้วยถ้าเกิดว่านางต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปและตัวเขาเองจะยอมรับนางได้ทั้งหมดไหมถ้าหากต้องเกี่ยวพันลึกซึ้งกันขนาดนั้น
ยังไงตอนนี้ก็ได้แต่รอว่ามีทางที่จะให้นางออกไปจากที่นี่ได้ยังไรคงต้องถามยายอีกทีว่าตอนที่คนคนนั้นออกไปเขาออกไปได้อย่างไรหรือเขาไม่เคยออกไปได้เลย ยังอยู่ที่ไหนสักแห่งในป่าวงกตแห่งนี้ที่หลงเหลือไว้เพียงซากกระดูกของเขาที่ไหนสักแห่งเท่านั้น
...........................................................................