ณลานประลองชาวยุทธ์
“โห! ที่นี่มีจอมยุทธ์อยู่เต็มไปหมดเลย ส่วนใหญ่เป็ผู้ชายทั้งนั้น”หว่านชิงมองไปโดยรอบ
“อะแฮ่ม! คนรักอยู่นี่ทั้งคน ห้ามมองชายอื่นนะ” ซูเฉินรีบเตือน
“แหม! ข้าก็แค่ตื่นตาตื่นใจเท่านั้นเอง ว่าแต่ พาข้ามาที่นี่ทำไมกันท่านจะประลองชิงจ้าวยุทธภพอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงมองไปที่ป้ายประกาศก็เห็นว่าที่นี่จัดการประลองเพื่อชิงจ้าวยุทธภพ
“เปล่า! ข้ามาช่วยสหายสร้างลานประลองน่ะ” ซูเฉินกล่าว
“อ้าว เ้าไม่ประลองอย่างนั้นหรือ ใครก็อยากลองปะมือกับเ้านะ” จอมยุทธ์คนหนึ่งทัก
“ถ้าชิงจ้าวยุทธภพอย่างเดียว ข้าก็อยากสมัครอยู่หรอกแต่นี่ท่านจ้าวยุทธภพจะยกลูกสาวให้แต่งงานด้วยนี่สิ ข้าก็เลยไม่ประลอง” ซูเฉินกล่าวตามตรง
“ทำไมล่ะ เพ่ยเพ่ย นางงดงามมากเลยนะ” จอมยุทธ์ได้ยลโฉมของนางแล้ว
“ข้ามีคนรักอยู่แล้ว” ซูเฉินมองไปที่หว่านชิงที่กำลังปลอมตัวเป็ชาย
จอมยุทธ์สังเกตดีๆก็เริ่มเข้าใจ “อ้อๆเ้ามากับคนรักด้วย ข้าขออภัยด้วยจริงๆ ข้าไปก่อนนะ”
“ถ้าเ้าอยากประลอง ก็ไปได้นะ ไม่ต้องสนใจข้าก็ได้” หว่านชิงกล่าว
“ถ้าข้าชนะ เ้าอยากให้ข้ามีภรรยาน้อยหรืออย่างไร” ซูเฉินยักคิ้วถาม
“เอ่อ แม่นางเพ่ยเพ่ย อาจจะไม่ยอมเป็น้อยก็ได้นะ” หว่านชิงมองไปก็เห็นชาวยุทธ์กำลังคารวะท่านจ้าวยุทธภพคนปัจจุบันที่เดินมาพร้อมกับบุตรสาวลักษณะของเพ่ยเพ่ยดูเป็คนไม่ยอมคน
“ที่นี่มีกฎว่าผู้ที่ไม่ได้สมัครเข้าร่วมการประลองจะต้องช่วยกันสร้างลานประลองเพื่อเป็การแบ่งหน้าที่กันงั้นพวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะ” ซูเฉินชวน
“ช้าก่อน ศิษย์พี่เ้าคะ” เพ่ยเพ่ยหันมาเห็นนางก็รีบเดินมาดักหน้าทั้งคู่ไว้
“ข้าไม่ใช่ศิษย์พี่อีกต่อไปแล้ว” ซูเฉินเตือน
“พี่ซูเฉิน! ทำไมท่านถึงไม่เข้าร่วมงานประลองล่ะเ้าคะ” เพ่ยเพ่ยสำรวจรายชื่อแล้ว
“ข้ามีเหตุผลส่วนตัวของข้า” ซูเฉินคิดว่าไม่จำเป็ต้องอธิบาย
“ขอข้าคุยเป็การส่วนตัวจะได้มั้ย” เพ่ยเพ่ยหันไปหาหว่านชิงที่ยืนรออยู่
“อ้อ ตามสบายเลย ข้าเข้าไปรอด้านในนะ” หว่านชิงนึกขึ้นได้ว่าตนกำลังเสียมารยาท
ซูเฉินรีบรั้งโดยจับข้อมือหว่านชิงไว้“เดี๋ยวไปพร้อมกัน”
“เขาเป็ใครงั้นหรือเ้าคะ ทำไมถึงสำคัญต่อท่านนัก แต่เอ๊ะนางเป็ผู้หญิงนี่ นางคือคนรักของท่านอย่างนั้นหรือ” เพ่ยเพ่ยเริ่มเข้าใจสถานะของคนทั้งคู่
“ใช่! นางคือหว่านชิง ว่าที่ฮูหยินของข้าเอง เ้าไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยข้าไปก่อนนะ” ซูเฉินจูงมือหว่านชิงและรีบเดินหนี
“เดี๋ยวสิเ้าคะ” เพ่ยเพ่ยพยายามรั้งเพราะนางยังคุยไม่จบ
ซูเฉินจูงมือหว่านชิงเดินเข้าไปข้างในจนถึงบริเวณที่มีการสร้างลานประลอง
“เ้าควรคุยกับศิษย์น้องก่อนนะ” หว่านชิงกล่าว
“ข้าถูกขับออกจากสำนักฮุ่ยหลุนฟงแล้ว ข้าไม่ใช่ศิษย์พี่ของนางอีกต่อไป”ซูเฉินรู้สึกเ็ปกับเื่ราวในอดีต แต่พยายามเก็บไว้ในใจ
“เ้ามีความหลังกับนาง เล่าให้ข้าฟังจะได้มั้ย” หว่านชิงอยากแบ่งเบาความทุกข์ในใจคนรัก
“มันเป็อดีตไปแล้ว ข้าไม่อยากพูดถึงมันอีก” ซูเฉินคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพูดถึงมัน
“งั้นเ้าไปช่วยสหายก่อสร้างเวทีเถิด ข้าจะไปช่วยจอมยุทธ์หญิงขนเชือก”หว่านชิงมองหางานที่ตนน่าจะช่วยได้
“อื้อ” ซูเฉินตอบเสร็จเขาก็ยืนเหม่อลอยเพราะหวนคิดถึงอดีต
หว่านชิงก็เลยเดินไปหาจอมยุทธ์หญิงแต่ทว่านางเดินไปไม่ถึง เพราะอยู่ดีๆ เพ่ยเพ่ยก็เดินมาดักหน้านางไว้
“ข้ามีเื่จะคุยกับเ้า” เพ่ยเพ่ยกล่าวอย่างเอาเื่
“คุยกับข้างั้นหรือ” หว่านชิงแปลกใจ
“ไปด้านหลังเวทีกัน” เพ่ยเพ่ยชี้
หว่านชิงแอบมองไปที่ซูเฉินนางก็เห็นเขากำลังขนไม้เพื่อเตรียมก่อสร้างตอนนี้นางจำต้องเดินตามเพ่ยเพ่ยไปเพื่อคุยกัน
***************************
ณหลังเวที
“ข้าคือเพ่ยเพ่ย เป็บุตรสาวของท่านจ้าวยุทธภพคนปัจจุบันซูเฉินเป็ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับข้า แต่ท่านพ่อขับไล่เขาออกไปแล้ว” เพ่ยเพ่ยเกริ่น
“แล้วบอกข้าทำไมกัน” หว่านชิงไม่รู้วัตถุประสงค์ของนาง
“เ้าคงยังไม่รู้ว่า ข้าคืออดีตคนรักของพี่ซูเฉิน” เพ่ยเพ่ยกล่าว
“แต่มันเป็อดีตไปแล้วไม่ใช่หรือ” หว่านชิงคิดว่าตนเป็คนรักคนปัจจุบัน
“ข้าสงสารเ้า ที่ท่านพี่พาเ้ามาก็เพียงเพื่อหาวิธีทำให้ข้าตัดใจจากเขาตามคำสั่งท่านพ่อของข้าเท่านั้นความจริงข้ากับเขานั้นรักกันมาก เ้ากำลังถูกท่านพี่หลอกใช้อยู่นะ” เพ่ยเพ่ยกล่าว
“ทำไมต้องวุ่นวายขนาดนั้นด้วย แค่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเ้าก็พอแล้วหรือเปล่า”หว่านชิงคิดว่าไม่เห็นต้องควงนางเพื่อเย้ยคนรักเก่าเลยแค่ไม่ต้องสนใจคนรักเก่าก็พอ
“เป็เพราะข้ายังรักท่านพี่เสมอไงล่ะและทางเดียวที่พวกเราจะสมหวังในความรักได้ นั่นก็คือให้ท่านพี่เข้าร่วมการประลองฝีมือท่านพี่ไม่เป็สองรองใคร ยังไงเขาก็ต้องได้เป็จ้าวยุทธภพอยู่แล้วแต่ที่ท่านพี่ไม่สมัครก็เพราะท่านพ่อกีดกันความสัมพันธ์ระหว่างเรา” เพ่ยเพ่ยเล่าที่มาที่ไป
“แล้วยังไง” หว่านชิงสงสัย
“ข้ามาเตือนเ้า เ้ายอมตัดใจจากเขาเสียเถอะ เขาไม่ได้รักเ้าจริง” เพ่ยเพ่ยกล่าวอ้าง
“ข้าจะพิจารณาดูก็แล้วกัน” หว่านชิงต้องใช้เวลาคิดใคร่ครวญ
“ข้ารู้ว่าเื่ที่ข้าบอกเ้านั้นทำร้ายจิตใจเ้า แต่ข้าหวังดีนะ” เพ่ยเพ่ยจับมือหว่านชิงเพื่อแสดงความจริงใจ
“ข้าทราบแล้ว งั้นข้าไปนะ” หว่านชิงรอให้เพ่ยเพ่ยเอามือออกนางค่อยเดินจากไป
หว่านชิงเริ่มลังเลว่าสิ่งที่เพ่ยเพ่ยพูดนั้นเชื่อได้แค่ไหนแต่เพื่อความกระจ่าง นางจึงต้องถามซูเฉินให้รู้เื่
***************************
ณในป่า บริเวณใกล้ๆ งานประลอง
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ” ซูเฉินแปลกใจที่หว่านชิงดึงเขาออกมาจากสถานที่ก่อสร้าง
“ซูเฉิน! เ้ากำลังปิดบังอะไรข้าอยู่หรือเปล่า” หว่านชิงเค้นถาม
“ข้ามีอะไรก็บอกเ้าหมดนี่” ซูเฉินคิดว่าไม่มี
“เพ่ยเพ่ยเป็คนรักของเ้าที่เ้าพาข้ามาก็เพียงเพื่อทำให้นางตัดใจจากเ้าเท่านั้นใช่มั้ย” หว่านชิงตัดสินใจถามตรงๆ
“เพ่ยเพ่ยบอกเ้าเช่นนั้นงั้นหรือหากข้าบอกว่าสิ่งที่นางพูดไม่เป็ความจริง เ้าจะเชื่อข้ามั้ย” ซูเฉินพยายามมองตา
“ข้าขอโทษจริงๆ ข้าไม่อาจเชื่อใจเ้าได้ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรามันไม่ได้เริ่มต้นจากคู่รักแต่เป็เ้านายกับลูกน้อง เ้ามอบหมายให้ข้าแสร้งเป็ฮูหยินรองของซูฟานข้านึกไม่ออกเลยว่าพวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตอนไหนและตอนนี้เ้าอาจทำเพียงเพื่อให้ข้าแสร้งเป็คนรักของเ้าเพื่อเย้ยเพ่ยเพ่ยก็เป็ได้”หว่านชิงระแวง
“ที่แท้เ้าก็คิดเช่นนี้ สิ่งที่ข้าแสดงออก เ้าไม่เคยรับรู้มันเลยใช่มั้ย”ซูเฉินน้อยใจ
“บางทีข้าอาจตัดสินใจเร็วเกินไปการใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมันต้องใช้เวลานานพอสมควร ไม่ใช่เพียงแค่วันสองวันหรือเดือนสองเดือนก็ตัดสินใจได้” นี่เป็รักแรกของหว่านชิงนางยังคงอ่อนประสบการณ์
“ตอนนี้เ้ากำลังพูดด้วยอารมณ์ รอเ้าอารมณ์เย็นกว่านี้ค่อยคุยกันใหม่ดีมั้ย” ซูเฉินกลัวยิ่งพูดยิ่งแย่
“ข้าจะกลับกวานเหลียงแล้ว ข้าคิดว่าข้ายังอ่อนประสบการณ์ในด้านความรักนัก”หว่านชิงมีน้ำตาคลอ
“เ้ากำลังจะทิ้งข้าอยู่นะ รู้ตัวหรือเปล่า” ซูเฉินน้อยใจที่นางไม่ยอมเชื่อใจเขา
“เ้าลองคิดพิจารณาดูให้ดีเถิด ว่าเ้ารักใครกันแน่” หว่านชิงหันหลังและวิ่งหนีไปทันที
“หว่านชิง!” ซูเฉินกำลังจะะโไปดักหน้าแต่มีคนะโเรียกเขา
“พี่ซูเฉิน! ท่านพ่ออยากคุยกับท่านเ้าค่ะ” เพ่ยเพ่ยรีบวิ่งไปดักหน้าซูเฉินไว้
“อาจารย์ เอ้ย ท่านฟานอี้ มีเื่อะไรอย่างนั้นหรือ” ซูเฉินเคารพอาจารย์เป็อย่างมาก เขาจำต้องไปพบอาจารย์แทนที่จะรั้งตัวหว่านชิง
“ท่านพี่รีบไปเถอะเ้าค่ะ อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” เพ่ยเพ่ยเร่ง
ซูเฉินจำต้องเดินตามเพ่ยเพ่ยไปพบท่านเ้าสำนักฮุ่ยหลุนฟง
***************************
หว่านชิงวิ่งไปที่ริมลำธารนางขว้างก้อนหินลงในแม่น้ำเพื่อระบายอารมณ์
“ข้าได้ข่าวว่า เ้าคือคนรักของศิษย์พี่ใหญ่ เอ้ย ท่านพี่ซูเฉินใช่หรือไม่”ชายปริศนาเดินมาทัก
“ไม่ใช่! พวกเราเป็เพียงคนรู้จักกัน” หว่านชิงพูดด้วยอารมณ์โมโห
“เ้างอนเขาอยู่งั้นหรือ” ชายปริศนารับรู้ความรู้สึก
“เขามีคนรักอยู่แล้ว แล้วทำไมต้องแกล้งจีบข้าด้วยเขาทำเพียงเพื่อเอาข้ามาเย้ยคนรักเก่าหรืออย่างไร” หว่านชิงน้อยใจ
“ทำไมเ้าไม่เชื่อใจเขาล่ะ” ชายปริศนาเตือน
“เขามักจะมีลับลมคมใน แถมชอบปลอมตัวเป็คนนั้นคนนี้ เขาน่าเชื่อถือตรงไหนว่าแต่เ้าเป็ใคร มายุ่งเื่ของข้าทำไม” หว่านชิงนึกขึ้นได้ว่าตนกำลังคุยกับคนแปลกหน้า
“ข้าเป็ศิษย์น้องของท่านพี่ซูเฉิน มีนาม เหลียงยี่เ้ารู้อะไรมั้ยว่าพี่ซูเฉินนั้นอาภัพมากแค่ไหน” เหลียงยี่กล่าว
“หมายความว่ายังไง” หว่านชิงสงสัย
“เขาเป็ลูกศิษย์ที่ดีมาก เขามักเชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์เสมอแต่อาจารย์กลับเขม่นเขา” เหลียงยี่วิจารณ์ตามเนื้อผ้า
“ทำไมล่ะ” หว่านชิงขมวดคิ้วสงสัย
“เนื่องจากพี่ซูเฉินได้ฝึกวิชาพรรคมารทำให้เขามีฝีมือเหนือกว่าอาจารย์เป็อย่างมากน่ะสิ” เหลียงยี่กล่าวตรงๆ
“อาจารย์ทุกคนต่างมีเมตตาต่อลูกศิษย์ไม่ใช่หรือมีที่ไหนกันที่อาจารย์อิจฉาลูกศิษย์” หว่านชิงไม่เคยเจอ
“อาจารย์ไม่อาจขับไล่ซูเฉินในข้อหาฝึกวิชาพรรคมารได้เพราะซูเฉินนั้นไม่ได้เต็มใจฝึกวิชานี้ เขาโดนบังคับให้ฝึกดังนั้นอาจารย์ก็เลยยัดเยียดข้อกล่าวหาว่าซูเฉินไปลวนลามลูกสาวของเขาแทน” เหลียงยี่เล่า
“แล้วซูเฉินไม่ได้ทำจริงๆ อย่างนั้นหรือ” หว่านชิงรอฟัง
“เขาคิดกับเพ่ยเพ่ยแค่น้องสาวคนนึง เขาไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวนางเลยสักครั้ง”เหลียงยี่กล่าวตามที่เห็น
“แล้วเ้ารู้ได้ยังไง” หว่านชิงสงสัย
“ข้าเป็เพียงลูกศิษย์ที่มีฝีมือการต่อสู้ธรรมดาสามัญทั่วไปข้าก็เลยไม่โดดเด่นอะไร เวลาไปไหนมาไหน ก็ไม่มีใครสนใจข้าข้าก็เลยสังเกตการณ์ได้สะดวก” เหลียงยี่กล่าว
“ลูกศิษย์ที่ดี เขาไม่ว่าอาจารย์แบบนี้นะ” หว่านชิงเตือน
“ถ้าเขาเป็อาจารย์ที่ดี ข้าก็ไม่ว่าเขาหรอกแต่นี่เขาเป็อาจารย์หวงวิชามาก” เหลียงยี่รู้สึกเอือมกับพฤติกรรมของอาจารย์
“ถึงอาจารย์จะเป็แบบนั้นจริงๆ เ้าก็ไม่ควรพูดจาลบหลู่ท่านนะ” หว่านชิงคิดว่าไม่สมควร
“รู้กันแค่สองคนก็ได้ ข้าว่านะ เ้าควรเชื่อใจพี่ซูเฉินนะเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหน นอกจากเ้า” เหลียงยี่กล่าว
“ข้าขอพิจารณาดูก่อน ขอบคุณมากที่เล่าให้ข้าฟัง” หว่านชิงไม่อยากด่วนตัดสินใจ
“อย่าบอกใครล่ะ ว่าเจอข้า ข้าไปนะ” เหลียงยี่วิ่งหนีไปทันที
หว่านชิงยืนมองลำธารได้สักพักพอฝนตก นางก็รีบวิ่งหลบฝน
***************************
ณเวทีประลอง
“ฝนตกแล้วนะ เ้าไม่พักงั้นหรือ” สหายของซูเฉินทัก
“ใกล้เสร็จแล้ว อีกนิดเดียว” ซูเฉินอยากทำงานส่วนที่ตนรับผิดชอบให้เสร็จ
“งั้นข้าไปหลบฝนก่อน ระวังไม่สบายล่ะ” สหายเตือน
ซูเฉินยังคงมัดเชือกกับหลักเพื่อล้อมรอบลานประลองอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหนแม้ฝนตกแรงก็ตาม แต่ทว่าสักพักก็มีคนกางร่มให้เขา
ซูเฉินหันไปก็เห็นหว่านชิงยืนถือร่มให้
“หายโกรธแล้วงั้นหรือ” ซูเฉินแอบยิ้ม
“ทำไมไม่เล่าเื่ราวที่เ้าประสบให้ข้าฟังบ้างล่ะ” หว่านชิงรู้สึกเห็นใจเขามากหากสิ่งที่เหลียงยี่เล่านั้นเป็เื่จริง
“เื่ราวไม่น่าจดจำ ข้าไม่อยากเล่า” ซูเฉินมีปมในใจ
“เ้าโดนกลั่นแกล้งจนถูกขับไล่ออกจากสำนัก เ้าไม่โกรธงั้นหรือ” หว่านชิงถามตรงๆ
“ใครเล่าให้เ้าฟัง” ซูเฉินแปลกใจที่นางรู้เื่นี้
“ผู้หวังดี เขาไม่ให้บอกชื่อ” หว่านชิงต้องรักษาสัจจะ
“ตอนที่ข้าอยู่ที่สำนักนั้น ข้าทำอะไรก็ดูผิดไปหมดในสายตาอาจารย์ส่วนเพ่ยเพ่ยก็คิดกับข้ามากว่าพี่น้อง ข้าก็เลยพยายามถอยห่าง แต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้เพ่ยเพ่ยนั้นมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองและชอบเอาชนะ ในคืนหนึ่งนางก็เลยวางแผนเรียกข้าไปพบ นางบอกว่าจะยอมตัดใจจากข้าแต่ข้าต้องเข้าไปคุยในห้องนอนของนาง เพื่อตกลงเื่สถานะกันให้ชัดแต่ที่ไหนได้นางกลับจัดฉากว่านางถูกลวนลาม และะโเรียกให้คนช่วยพออาจารย์และศิษย์คนอื่นเข้ามาก็เข้าใจผิด ข้าเลยถูกขับไล่ด้วยเื่นี้” ซูเฉินยอมเล่า
“การออกมาคงดีกว่าทนอยู่กระมัง” หว่านชิงคิดว่าดีแล้ว
“ข้าอยู่ที่นั่น ข้ารู้สึกโดดเดี่ยวมาก ไม่มีใครเข้าใจข้าเลยสักคนพอข้าเจอเ้า ข้าก็หวังว่าเ้าจะเข้าใจข้าบ้าง แต่เ้าเองก็มองข้าในแง่ร้ายข้าคงดูเป็ชายหลอกลวงหลายใจสินะ” ซูเฉินน้อยใจ
“ข้าขอโทษที่ไม่เชื่อใจเ้า ต่อไปข้าจะอยู่เคียงข้างเ้าตลอดไปตอนนี้เ้าอย่าทำงานประชดข้าเลยนะ พวกเรากลับโรงเตี๊ยมกันเถอะ” หว่านชิงถือร่มจนเมื่อย
“ไปกันเถอะ ข้าทำงานเสร็จพอดี” ซูเฉินลุกขึ้นยืนและคว้าร่มจากนางมาถือเองตอนนี้สองหนุ่มสาวเดินเคียงคู่กันภายใต้ร่มคันเดียวกันจนถึงโรงเตี๊ยม
***************************
ณห้องพักของซูเฉิน ในโรงเตี๊ยม
“ข้าเช็ดผมให้นะ” หว่านชิงคว้าผ้ามาถือไว้
ซูเฉินปล่อยให้คนรักเช็ดผมให้สักพักก็จับมือนางเพื่อให้หยุดเช็ดก่อน
“ทำไมล่ะ” หว่านชิงสงสัย
“ข้าฝึกวิชาพรรคมาร เ้าไม่กลัวข้างั้นหรือ” ซูเฉินเดาว่าหว่านชิงต้องรู้เื่นี้ด้วยจากบุคคลปริศนาที่เล่าให้นางฟัง
“มันก็เป็แค่วิชายุทธ์เท่านั้นมนุษย์ต่างหากที่แบ่งแยกว่านั่นเป็วิชาฝ่ายธรรมะ โน่นเป็วิชาฝ่ายมาร” หว่านชิงไม่กลัว
“ทำไมคนอื่นไม่เข้าใจเหมือนเ้าบ้างเ้ารู้มั้ยว่าคนในสำนักฮุ่ยหลุนฟงต่างรังเกียจข้า แต่หลังจากข้าออกจากสำนักแล้วเวลาท่องยุทธภพ ข้านั้นรู้สึกเป็อิสระมากการได้ััโลกภายนอกทำให้ข้าได้เจอสหายที่จริงใจพวกเขาไม่สนใจว่าข้าจะเป็ใครมาจากสำนักไหนและฝึกวิชาอะไร” ซูเฉินเล่า
“นี่คงเป็ปมของเ้า วันพรุ่งนี้พวกเราเดินทางกันต่อเถอะแล้วเลิกยุ่งเกี่ยวกับสำนักฮุ่ยหลุนฟง ดีมั้ย” หว่านชิงเสนอ
“ดีเหมือนกัน เ้าไปนอนเถอะ หากอยู่นาน ข้าอาจอดใจไม่ไหว” ซูเฉินแกล้งขู่
“บ้า ข้ารีบไปดีกว่า” หว่านชิงรีบกอดอกจากนั้นก็วิ่งออกมาจากห้องคนรักทันที
หว่านชิงเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองและกำลังจะปิดประตู แต่ทว่านางก็มองเห็นเพ่ยเพ่ยกำลังเดินไปที่หน้าห้องของซูเฉินแม้ว่าหว่านชิงจะยอมเชื่อใจซูเฉินแล้ว แต่นางไม่เชื่อใจเพ่ยเพ่ย ดังนั้นนางจึง….