“พี่คราม...”พันไมล์เรียกเขาด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้เธอก็อยากจะมองโลกในแง่ดีหรอกนะแต่ใครใช้ให้สิ่งที่เขาพูดมันมองได้แค่แง่เดียวกันล่ะ
“เพราะฉะนั้นต้องเป็เด็กดีของพี่เข้าใจไว้ด้วย" สีครามยังคงทิ้งสายตาไว้บนใบหน้าของเธอทำให้พันไมล์ต้องเป็ฝ่ายหลบตาเขาก่อนสงสัยเธอจะกำลังเล่นของอันตรายซะแล้ว ซึ่งก็แย่หน่อยนะเธอไม่ได้มีทางเลือกหากมีเขาเป็แบ็คแผนการอะไรที่เธอวางไว้จะยากแค่ไหนยังไงมันก็สำเร็จงานนี้เธอต้องเดินหน้าต่อเท่านั้น
ชาติที่แล้วใครมันทำอะไรกับเธอไว้เธอจะตอบแทนให้สาสมเท่าเทียมกันไม่เว้นมันเลยสักราย!
“ที่ว่ามีเื่จะพูดกับไมล์คือเื่อะไรเหรอคะ” พันไมล์เนียนเปลี่ยนเื่สีครามจึงกลับเข้าประเด็นสำคัญที่เขา้าจะบอกได้เสียที
“น้องสาวเธอคนนั้น” สีครามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพันไมล์“ไว้ ใจหรือเปล่า?"
“หมายถึงไมล์ไว้ใจลลินหรือเปล่าน่ะเหรอคะ”พันไมล์อึ้งไป ไม่คิดว่าเขาจะถามอะไรแบบนี้กับเธอตรง ๆ แต่คงไม่แปลกอะไรสีครามฉลาดเป็กรด คงมองเกมของลลินในวันนี้ออกหมด...
ที่เธอมั่นใจก็เพราะว่าในชาติก่อนเขาก็ตักเตือนเธอแบบนี้ เป็เธอเองที่ไม่เคยเชื่อคำเขา ไม่เคยเชื่อคำของใครเธอดื้อรั้นจนเขาต้องถอดใจและหันหลังให้เธอในที่สุดยิ่งนึกถึงเื่โง่งมที่ตัวเองเคยทำไว้ พันไมล์ก็ยิ่งเสียใจถ้าพระเ้าไม่ให้โอกาสเธอมายืนอยู่ตรงนี้อีกครั้ง แม้จะตายไปเป็ิญญา เธอก็คงหนีจากความรู้สึกเ็ปแค้นใจที่ตามหลอกหลอนไม่ได้
สีครามขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาเห็นความสับสนผ่านทางแววตาของพันไมล์ในนั้นมีหลากหลายความรู้สึกปะปนกันจนซับซ้อน หากที่เห็นเด่นชัดจนเขาััได้คงเป็ความเศร้า
ไม่ใช่ความเศร้าธรรมดามันคือความโศกเศร้าเสียใจไปถึงขั้นหดหู่ใจเลยทีเดียว...
สีครามไม่ใช่คนปลอบใจใครเก่งอุปนิสัยของเขาค่อนข้างจะนิ่ง ดูอีกทั้งยังประหยัดคำพูดจึงไม่ใช่คนที่จะหาคำหวานหูมาปลอบใจใครได้อย่างคล่องปากตัวเขาเคยคลุกคลีกับพันไมล์วัยเด็ก ตอนนั้นเธอสดใสแล้วก็ยิ้มง่ายมากเสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของเด็กสาวยังต้องอยู่ในความทรงจำของเขาการได้เห็นว่าเธอเหมือนจะแบกรับเื่อะไรไว้ ทำให้เขาไม่สบายใจไปด้วย
“ถูกทำอะไรมา”สีครามถามไปตามตรง และประโยคสั้น ๆ นี้ก็ทำให้พันไมล์ใอยู่ครู่หนึ่ง
ทําไมเขาถึงถามเธออย่างนี้ล่ะ?
"ก็เปล่านี่คะพี่ครามคิดว่าน้องสาวไมล์จะทำอะไรเหรอคะ" เธอทำเป็ยิ้มกลบเกลื่อนหารู้ไม่ว่าในสายตาของสีครามมันไม่ทัน
"รับมือไม่ไหวก็มาบอกพี่จัดการให้"
"...!"
“ไม่รู้ว่าเธอจะเชื่อไหมแต่น้องสาวเธอคนนี้ไม่ได้หวังดีกับเธอ อย่าไปอยู่ใกล้มากถ้าจะให้ดีก็ให้ฝ่ายนั้นย้ายออกไป ลองปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ดู"
พันไมล์ฟังจบก็เกือบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เพราะประโยคนี้เป็ประโยคเดียวกันกับที่สีครามเคยกล่าวในชาติก่อนตอนนั้นเธอโกรธเขาเป็ฟืนเป็ไฟ ลลินเป็น้องสาวที่เธอรักนักรักหน้าดุจน้องสาวแท้ๆ จะไม่หวังดีกับเธอได้อย่างไร เป็ไปไม่ได้ เธอก็เลยยิ่งต่อต้านเขามองว่าเจอกันไม่เท่าไหร่เขาก็ยังยงให้เธอห่างกับคนในครอบครัวซะแล้ว...
เธอมองอสรพิษร้ายเป็ครอบครัวน่าขำดีเหมือนกัน
พันไมล์เผลอกำมือตัวเองแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเธอกัดริมฝีปากข่มอารมณ์ตนเองไว้ไม่ให้เผลอฟูมฟายออกมาชาติก่อนเธอมันอ่อนแอทั้งยังโง่เขลา เธอจะไม่แสดงความอ่อนแอของเธอคนเดิมออกมาอีก
คิดมาถึงตรงนี้พันไมล์ก็สูดลมหายใจลึก
“ค่ะไมล์จะเก็บไปคิดดู ส่วนตอนนี้เรากลับเข้าไปในบ้านดีกว่านะคะ" เธอยิ้มน้อย ๆให้เขาก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินนำไปก่อน
สีครามมองตามแผ่นหลังบอบบางที่ไกลออกไปเขาหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหา 'แดเนียล' คนสนิทของเขาที่ทำงานกับเขาที่ลาสเวกัสและตอนนี้ก็ยังตามเขามาที่นี่ด้วยกัน เพราะอีกคนไม่ต่างจากมือขวาของสีครามเติบโตมากับเขา ทำทุกอย่างตามที่เขาสั่ง ซ้ำยังมีหน้าที่ปกป้องเขาด้วยชีวิตอีกด้วยนอกจากแดเนียลก็ยังมี “วิคเตอร์” อีกคนที่เป็มือซ้าย แต่เพราะวิคเตอร์ไม่ได้ตามเขามาเขาสั่งให้อยู่ดูความเรียบร้อยเป็หูเป็ตาให้เขาที่โน่น ต้องเป็สองคนนี้เท่านั้นที่สีครามไว้ใจรองลงมาจากคนในครอบครัว
รออยู่ไม่นานแดเนียลก็รับสายเขา
[ครับคุณออสติน]
“ส่งเด็กเราสักคนไปตามดูพฤติกรรมน้องสาวของว่าที่ภรรยาฉันหน่อย"
[น้องสาวคุณพันไมล์เหรอครับ]แดเนียลรู้เื่ที่สีครามจะมาดูตัวอย่างไม่เป็ทางการในครั้งนี้และเขาเองก็ติดตามมาด้วยเพียงแต่ไม่ได้รับคำสั่งให้ตามเข้าไปด้านใน จึงรออยู่กับการ์ดคนอื่น ๆที่เฝ้าคฤหาสน์
“ใช่”ั์ตาของสีครามเข้มสีขึ้น “ถ้าหาเื่ที่เกี่ยวกับพันไมล์เมื่อไหร่ รายงานฉันทันที”