ผมไม่ได้เบียว แค่เป็นหนึ่งเดียวกับอนิเมะ (อ่านฟรีตลอดชีพ)

    ตอนที่ 43 : ตูน vs สิงห์

            ท่ามกลางกลุ่มก้อนเมฆที่จับตัวกันบดบังแสงอาทิตย์จนมืดครึ้มพร้อมสายฝนที่โหมกระหน่ำสาดซัดลงมา ได้มีเด็กหนุ่ม 2 คนกำลังสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใครอยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะที่ไร้ผู้คน

            

            ต่างฝ่ายต่างปล่อยหมัดออกไปอย่างเต็มแรงแลกกันไปคนละหมัดทำให้ทั้งคู่เซออกมา ทว่าเด็กหนุ่มร่างใหญ่กลับฉีกยิ้มออกมาด้วยความสนุกผิดกับอีกฝ่ายที่มีสีหน้าแววตาที่เอาจริงเอาจัง

            

            “ไม่เลวเลยหนิเพื่อนเลิฟ...”

            

            ตูนที่ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่นด้วยก็ได้พุ่งตัวเข้ามาต่อยไปที่ชายโครงของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง ตามด้วยหมุนตัวศอกกลับเข้าไปที่ขมับ ทว่าอีกฝ่ายก็สามารถยังคงยืนได้และมีท่าทางดูจะไม่ค่อยสะทกสะท้านซักเท่าไหร่ก่อนที่ร่างใหญ่จะต่อยสวนกลับมาที่ตูนจนเขาตัวของเขานั้นปลิวออกไป

            

            ซึ่งสิงห์ก็รู้ได้ทันทีว่าตูนสามารถยกแขนขึ้นมากันหมัดเมื่อกี้ของเขาได้ทัน

            

            อึ่่ก! แขนของเรา... คนแบบนี้ก็มีในโลกด้วยหรือไงเนี่ย หมัดหนักอย่างกะโดนสิบล้อชน

            

            “นายทำแบบนี้ทำไมสิงห์...”

            

            “อืม… ถ้านายชนะสามารถชนะฉันได้ ฉันจะยอมบอกก็แล้วกัน”

            

            พูดไปก็เสียน้ำลาย ณ วินาทีนี้การแก้ปัญหาด้วยการเจรจามันไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว ต้องแก้ปัญหาด้วยกำปั้นเท่านั้น

            

            คราวนี้สิงห์เป็นฝ่ายบุกบ้าง เขาพุ่งตัวเข้าจับตัวของตูนไว้แน่นและทุ่มลงไปกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น ทำให้ตูนเกิดอาการจุกเสียดจนลุกไม่ขึ้น แต่ทว่าสิงห์ก็ไม่ทำอะไรต่อ เขาเพียงแค่ยืนมองลงมาด้วยท่าทางที่ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรก็เท่านั้น

            

            “ลุกขึ้นมาสิ ฉันรออยู่น่ะ...”

            

            ฉับพลัน ตูนก็ได้ดีดตัวเองลุกขึ้นมาและเตะเข้าไปที่ก้านคอของอีกฝ่ายทันทีจนสิงห์ถึงกับเซออกไปด้านข้างตามแรงเตะ และในจังหวะที่สิงห์กำลังเสียสมดุล ตูนก็ได้เตะตวัดเข้าไปที่ขาอย่างเต็มแรงทำให้ร่างใหญ่ล้มลงไปนอนกับพื้น ตูนจึงได้โอกาส นอนตามลงไปและใช้สองมือจับข้อมือขวาของอีกฝ่าย ซึ่งมือของสิงห์ในตอนนี้อยู่ตรงกลางระหว่างขาซ้ายของตูนที่กำลังเกี่ยวพาดที่คอกับขาขวาที่เกี่ยวพาดที่อก ตูนยกสะโพกขึ้นตัวเองขึ้นเพื่อที่จะดันแขนของอีกฝ่ายขึ้นมาพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างกดข้อมือของอีกฝ่ายลงให้มันสวนทางกันเพื่อที่จะหักแขนของเขา

            

            “อาร์มบาร์งั้นเหรอ? นี่นายคิดจะหักแขนฉันอย่างงั้นเหรอเพื่อนเลิฟ...”

            

            “ก็นี่แหละคือความโรแมนติกในแบบของบิ๊กดีล….”

            

            ที่จริงตูนไม่ได้จะตั้งใจหักแขนของสิงห์จริง ๆ เพียงแต่ว่าต้องการให้สิงห์พูดออกมาว่ายอมแพ้เพียงคำเดียวเขาก็พร้อมที่จะหยุดทุกอย่าง แต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่เขากำลังทำมันเปล่าประโยน์ สิงห์ได้ใช้แรงงัดแขนข้างขวาของตัวเองขึ้นมาสู้กับแรงกดของตูน และเขาก็ได้ลุกยืนขึ้นมาพร้อมกับร่างของตูนที่ลอยอยู่กลางอากาศกำลังพยายามหักแขนของเขาอยู่ เขาเหวี่ยงตูนจนกระเด็นออกไปด้วยแรงอันมหาศาล และในจังหวะที่ตูนกำลังลุกขึ้นมา สิงห์ก็ได้วิ่งเข้ามากระโดดถีบขาคู่เข้าไปที่ตูนอย่างเต็มแรงราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคำนวณของเขาหมดแล้ว ทำให้ตูนที่โดนคนตัวใหญ่ขนาดนั้นถีบเข้าไปเต็ม ๆ ก็ได้กระเด็นกลิ้งออกไปหลายตลบ

            

            “มัวทำอะไรอยู่ล่ะเพื่อนเลิฟ... ถ้ามัวแต่ทำอะไรปวกเปียกแบบนั้น นายชนะฉันไม่ได้หรอกนะ”

            

            ตูนที่นอนเกลื้อกกลั้วอยู่บนพื้นก็เริ่มสติเริ่มเรือนราง ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นภาพเบลอ ทว่าในจังหวะนั้น

            

            นี่ตูน... ถ้ามัวแต่ทำแบบนั้นไม่ชนะหรอกนะ... นายต้องทำตามคำแนะนำของฉันสิ... หยิบทรายจากพื้นขึ้นมาและสาดเข้าไปที่ตาของมัน จากนั้นก็ต่อยไปที่ลูกกระเดือกและใช้นิ้วจิ้มเข้าไปที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างของมันให้สุดแรง หรือจะใช้เล็บขูดไปที่ตาของมันก็ได้… จากนั้นก็จับหูของมันให้แน่น ๆ และฉีกกระชากมันออกมา... แค่นั้นนายก็จะชนะได้แล้วล่ะ...

            

            เสียงปริศนาที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนได้ดังเข้ามาในหัว นอกจากตูนเย็นแล้วตูนร้อนไม่นึกว่าจะมีคนอื่นอีก...

            

            “กะ-แกเป็นใคร? ตูนเย็นกับตูนร้อนอยู่ไหน!?”

            

            สิงห์ที่มองอยู่ไกล ๆ ก็ไม่เข้าใจว่าจู่ ๆ ทำไมตูนถึงพูดคนเดียวขึ้นมา

            

            อะไรกัน นี่นายลืมฉันไปแล้วเหรอ ฉันเองไง... เพื่อนคนแรกของนาย… เอาสิทำมันเลย จัดการมันให้เหมือนกับไอ่พวกสารเลวที่ทำกับพี่สาวนายในตอนนั้น...

            

            ทันทีเสียงปริศนานั้นพูดจบ ความจำอันเลวร้ายบางอย่างของตูนที่ถูกผนึกฝังรากรึกลงไปในสมองก็ได้โผล่ออกมาให้เห็นเล็กน้อย แต่ถึงจะเล็กน้อย ยังไงเลวร้ายก็คือเลวร้าย ทำให้บรรยากาศรอบตัวของตูนเริ่มเปลี่ยนไป

            

            “นั่นสินะ.... จริงอย่างที่แกว่า....”

            

            เด็กหนุ่มค่อย ๆ พยุงร่างของตัวเองขึ้นมาทำให้สิงห์ที่ยืนดูอยู่เมื่อสักครู่รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก

            

            “อย่างงั้นแหละเพื่อนเลิฟ! ฉันนึกว่านายจะจอดไปซะแล้ว แอบใจแป้วไปแปปหนึ่งเลยนะเนี่ย~”

            

            ทว่าตูนไม่ตอบอะไรกลับมาและพุ่งเข้ามาโจมตีสิงห์ที่จุดตายของมนุษย์อย่างรวดเร็วแต่ทว่าสิงห์ก็สามารถหลบได้อย่างฉิวเฉียดและเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างอะไรผิดปกติ

            

            “เพื่อนเลิฟ...?”

            

            ดวงตาทั้ง 2 ข้างข้องตูนจ้องมองมาที่สิงห์อย่างไม่ลดละพร้อมกับโจมตีเข้าจุดตายอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากว่าสิงห์หลบพลาดไปแม้แต่เสี้ยววิล่ะก็ เขาอาจจะได้เป็นคนพิการทางใดทางหนึ่งไปเลยก็ได้

            

            “เพื่อนเลิฟ... นี่มันชักไม่สนุกแล้วนะ...” สิงห์มองกลับไปที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างของตูนก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างผิดปกติ “เพื่อนเลิฟ... ไม่สิ แกเป็นใคร?”

            

            นี่มันไม่ใช่การทะเลาะวิวาทเพียงเพื่อแพ้ชนะแล้ว แต่เป็นการต่อสู้ที่ต่างฝ่ายต่างหมายจะเอาชีวิตกันเข้ามาแทน ทั้ง 2 คนเริ่มสูสีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่ตูนเป็นฝ่ายเป็นรองมานาน และในจังหวะที่ตูนพลาดโดนสิงห์ที่สภาพค่อนข้างสะบักสะบอมไม่ต่างจากเขาต่อยเข้าไปที่ขมับจนกระเด็นออกมานั่นเอง ก็เหมือนกับว่าตัวของเขาเริ่มที่จะได้สติกลับคืนมาเล็กน้อย

            

            ทำไมล่ะตูน! นายจะต่อต้านฉันทำไม! จัดการมันสิ ให้ฉันจัดการมัน! เราจะได้ไม่ถูกใครรังแกอีก ฉันกำลังพยายามที่จะปกป้องนายอยู่นะ! การจัดการพวกคนเลวมันไม่ผิดหรอก! มันคือความยุติธรรม! พวกมันสมควรโดนแล้ว! นายจำไม่ได้หรือไงว่าคนแบบพวกมันทำอะไรกับนายและพี่สาวนายไว้บ้างน่ะ!!?

            

            และในจังหวะนั้นเอง

            

            หยุดเลยนะไอ่สารเลว!! ออกไปจากตูนของพวกเราเดี๋ยวนี้ ไอ่สารเลวชาติชั่วระยําตําบอน!!

            

            มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลยไอ่นิสัยไม่ดี สารเลวอย่างแกควรจะหายไปพร้อมกับความยุติธรรมที่บิดเบี้ยวของแกซะ ไอ่โรคจิตวิปลาส!!!

            

            คราวนี้ตูนนิ่งไปนานกว่าเดิมทำให้สิงห์เริ่มแปลกจึงเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ

            

            “นั่นสินะ.... มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลยไอ่เวร... ฉันจะซัดไอ่เจ้าหมอนี่ด้วยตัวของฉันเอง”

            

            และในขณะที่สิงห์กำลังเผลอ ตูนก็ได้ต่อยเสยเข้าไปที่ลิ้นปี่ของเขาอย่างเต็มแรง ทำให้เขาถึงกับต้องเซออกมาและเข่าทรุดลงไป

            

            เมื่อสิงห์มองไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าก็ได้ฉีกยิ้มออกมาเล็กน้อยเพราะสีหน้าแววตาของตูนได้กลับมาเป็นปกติเหมือนอย่างเคย

            

            “อึ่ก... เพื่อนเลิฟ... หมัดนี้ใช้ได้เลยนี่....”

            

            “ก็เพราะมันคือหมัดแห่งความโรแมนติกยังไงล่ะ...”

            

            ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาก็ผ่านมาเป็นเวลาเกือบ 20 นาทีแล้วที่พวกเขาได้สู้กัน และคาดว่าการประทะกันในครั้งต่อไปจะเป็นการประทะกันครั้งสุดท้ายของทั้ง 2 คน

            

            

            ที่บริเวณห้องสภานักเรียน เพียงดาวที่ดูกล้องวงจรปิดซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่ร้อยรอบก็เหมือนจะเจอเบาะแสอะไรบางอย่าง

            

            “นี่แหละ! ได้เบาะแสทุกอย่างครบแล้ว! ถูกต้องแน่นอน 100%!! คนร้ายไม่ใช่สิงห์จริง ๆ ด้วย!! ต้องรีบไปบอกทุกคน!”

            

            และเธอก็รีบวิ่งที่ห้องประชาสัมพันธ์และเรียกนักเรียนชายทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการทะเลาะวิวาททั้งหมดมารวมตัวกัน ซึ่งมันก็เกือบทุกคนที่เรียนอยู่ในชั้นมันธยมนั่นแหละ

            

            

            กลับมาที่สวนสาธาณะข้างโรงเรียน ถึงแม้ว่าเมฆจะเริ่มเปิด ฝนจะเริ่มซา และมีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาเล็กน้อย แต่ 2 คนนี้ก็ยังคงสู้กันอยู่อย่างไม่มีใครยอมใครด้วยสภาพร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนและคราบเลือด

            

            “แฮ่ก... แฮ่ก... ฉันรู้นะว่าแกยังไม่เอาจริงน่ะ...”

            

            “แฮ่ก... พูดอะไรของนายน่ะเพื่อนเลิฟ ฉันจะสู้แบบจริงจังกับเพื่อนของตัวเองไปทำไม...”

            

            “หึ... ทำเป็นพูดดี... แล้วที่นายทำกับ 4 คนนั้นล่ะ... ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าเพื่อนอยู่อีกหรือไง....”

            

            สิงห์ไม่ตอบอะไรกลับมา ตูนจึงวิ่งตรงเข้าไปทำท่าว่าจะประชิดตัวซึ่งอีกฝ่ายก็หลงกลต่อยสวนกลับมาทำให้เสียจังหวะ ตูนจึงได้เอี้ยวหลบไปด้านหลังใช้แขนขวารัดไปที่คอสิงห์จับกับแขนซ้ายของตัวที่อยู่อีกฝั่งและงัดเข้ามา ซึ่งท่านี้ถ้าหากว่าเอามือสอดเข้ามาก่อนที่อีกฝ่ายจะออกแรงรัดจะสามารถแก้เกมสวนกลับไปได้ แต่ทว่าในครั้งนี้สิงห์ที่เริ่มอ่อนแรงก็เอามือเข้ามากันไว้ไม่ทันจึงถูกตูนรัดคอจนเริ่มหายใจไม่ออก

            

            “จะบอกฉันได้หรือยังล่ะ ว่านายทำให้โรงเรียนวุ่นวายไปเพื่ออะไร!”

            

            สิงห์ยังคงไม่ตอบอะไรกลับมา เขารวบรวมแรงที่เหลืออยู่ตีศอกกลับไปด้านหลังเข้าสีข้างของอีกฝ่ายซ้ำ ๆ จนตูนจำเป็นต้องปล่อยมือออก และสิงห์ก็ได้กวาดหลังมือฟาดเข้ามาที่หน้าของตูนเต็ม ๆ จนเขาปลิวออกไป แต่ทว่าตูนก็ยังคงไม่ยอมแพ้และค่อย ๆ ลุกขึ้นมา

            

            “ฉันนับถือใจนายเลยว่ะ เพื่อนเลิฟ...”

            

            “หึ... เพราะฉันคือบิ๊กดีล No.1 จะแพ้แกได้ยังไงกันล่ะ....”

            

            และทั้ง 2 คนก็มาซัดกันยับอีกรอบหนึ่งท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มอบอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดการต่อสู้ในครั้งนี้ก็ได้ผู้ชนะออกมาสักที

            

            “แฮ่ก... แฮ่ก... เพราะฉันคือ.... บิ๊กดีล... No.1...”

            

            ตูนที่อยู่ในสภาพเหมือนศพเดินได้ก็พยายามจะเข้าไปต่อยเด็กหนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้า ทว่าหมัดที่เขาปล่อยออกไปในครั้งนี้ มันกลับเบาซะยิ่งกว่าขนนกซะอีก และไม่นานจากนั้น ตูนก็ได้หมดสติลงไปกลางอากาศพร้อมกับหมัดที่อยู่บนตัวของอีกฝ่าย

            

            ฟุ่บ!

            

            “นายทำได้ดีมากแล้วเพื่อนเลิฟ....” สิงห์เอามือมาโอบอุ้มร่างที่หมดสติของตูนเอาไว้ก่อนที่เขาจะยกขึ้นมาพาดบ่าของตัวเอง

            

            “เฮ้อ~ เอาล่ะ... ทีนี้เราก็เข้าไปในโรงเรียนที่เรารักกันดีกว่า.…”

            

            ถึงแม้ทั้ง 2 คนจะสภาพสะบักสะบอม เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือดและดินโคลนเหมือนกัน แต่คนที่ยังยืนหยัดได้คนสุดท้ายก็คือสิงห์ อัจฉริยะทางด้านการเงินที่ต่อสู้เป็นนิดหน่อย เมื่อเขาไม่ใช่คนร้ายแล้วทำไมต้องพยายามทำให้ตูนเข้าใจผิดด้วย หายไปไหนมาตั้งนานติดต่อก็ไม่ได้ แล้วคนร้ายตัวจริงคือใคร!? เอาเสื้อของเขาไปใส่ได้ยังไง!? เหตุการณ์จะเป่นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป

    คล้ายกับเรื่องผมไม่ได้เบียว แค่เป็นหนึ่งเดียวกับอนิเมะ (อ่านฟรีตลอดชีพ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774