ท่ามกลางกลุ่มก้อนเมฆที่จับตัวกันบดบังแสงอาทิตย์จนมืดครึ้มพร้อมสายฝนที่โหมกระหน่ำสาดซัดลงมา ได้มีเด็กหนุ่ม 2 คนกำลังสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใครอยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะที่ไร้ผู้คน
ต่างฝ่ายต่างปล่อยหมัดออกไปอย่างเต็มแรงแลกกันไปคนละหมัดทำให้ทั้งคู่เซออกมา ทว่าเด็กหนุ่มร่างใหญ่กลับฉีกยิ้มออกมาด้วยความสนุกผิดกับอีกฝ่ายที่มีสีหน้าแววตาที่เอาจริงเอาจัง
“ไม่เลวเลยหนิเพื่อนเลิฟ...”
ตูนที่ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่นด้วยก็ได้พุ่งตัวเข้ามาต่อยไปที่ชายโครงของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง ตามด้วยหมุนตัวศอกกลับเข้าไปที่ขมับ ทว่าอีกฝ่ายก็สามารถยังคงยืนได้และมีท่าทางดูจะไม่ค่อยสะทกสะท้านซักเท่าไหร่ก่อนที่ร่างใหญ่จะต่อยสวนกลับมาที่ตูนจนเขาตัวของเขานั้นปลิวออกไป
ซึ่งสิงห์ก็รู้ได้ทันทีว่าตูนสามารถยกแขนขึ้นมากันหมัดเมื่อกี้ของเขาได้ทัน
อึ่่ก! แขนของเรา... คนแบบนี้ก็มีในโลกด้วยหรือไงเนี่ย หมัดหนักอย่างกะโดนสิบล้อชน
“นายทำแบบนี้ทำไมสิงห์...”
“อืม… ถ้านายชนะสามารถชนะฉันได้ ฉันจะยอมบอกก็แล้วกัน”
พูดไปก็เสียน้ำลาย ณ วินาทีนี้การแก้ปัญหาด้วยการเจรจามันไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว ต้องแก้ปัญหาด้วยกำปั้นเท่านั้น
คราวนี้สิงห์เป็นฝ่ายบุกบ้าง เขาพุ่งตัวเข้าจับตัวของตูนไว้แน่นและทุ่มลงไปกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น ทำให้ตูนเกิดอาการจุกเสียดจนลุกไม่ขึ้น แต่ทว่าสิงห์ก็ไม่ทำอะไรต่อ เขาเพียงแค่ยืนมองลงมาด้วยท่าทางที่ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรก็เท่านั้น
“ลุกขึ้นมาสิ ฉันรออยู่น่ะ...”
ฉับพลัน ตูนก็ได้ดีดตัวเองลุกขึ้นมาและเตะเข้าไปที่ก้านคอของอีกฝ่ายทันทีจนสิงห์ถึงกับเซออกไปด้านข้างตามแรงเตะ และในจังหวะที่สิงห์กำลังเสียสมดุล ตูนก็ได้เตะตวัดเข้าไปที่ขาอย่างเต็มแรงทำให้ร่างใหญ่ล้มลงไปนอนกับพื้น ตูนจึงได้โอกาส นอนตามลงไปและใช้สองมือจับข้อมือขวาของอีกฝ่าย ซึ่งมือของสิงห์ในตอนนี้อยู่ตรงกลางระหว่างขาซ้ายของตูนที่กำลังเกี่ยวพาดที่คอกับขาขวาที่เกี่ยวพาดที่อก ตูนยกสะโพกขึ้นตัวเองขึ้นเพื่อที่จะดันแขนของอีกฝ่ายขึ้นมาพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างกดข้อมือของอีกฝ่ายลงให้มันสวนทางกันเพื่อที่จะหักแขนของเขา
“อาร์มบาร์งั้นเหรอ? นี่นายคิดจะหักแขนฉันอย่างงั้นเหรอเพื่อนเลิฟ...”
“ก็นี่แหละคือความโรแมนติกในแบบของบิ๊กดีล….”
ที่จริงตูนไม่ได้จะตั้งใจหักแขนของสิงห์จริง ๆ เพียงแต่ว่าต้องการให้สิงห์พูดออกมาว่ายอมแพ้เพียงคำเดียวเขาก็พร้อมที่จะหยุดทุกอย่าง แต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่เขากำลังทำมันเปล่าประโยน์ สิงห์ได้ใช้แรงงัดแขนข้างขวาของตัวเองขึ้นมาสู้กับแรงกดของตูน และเขาก็ได้ลุกยืนขึ้นมาพร้อมกับร่างของตูนที่ลอยอยู่กลางอากาศกำลังพยายามหักแขนของเขาอยู่ เขาเหวี่ยงตูนจนกระเด็นออกไปด้วยแรงอันมหาศาล และในจังหวะที่ตูนกำลังลุกขึ้นมา สิงห์ก็ได้วิ่งเข้ามากระโดดถีบขาคู่เข้าไปที่ตูนอย่างเต็มแรงราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคำนวณของเขาหมดแล้ว ทำให้ตูนที่โดนคนตัวใหญ่ขนาดนั้นถีบเข้าไปเต็ม ๆ ก็ได้กระเด็นกลิ้งออกไปหลายตลบ
“มัวทำอะไรอยู่ล่ะเพื่อนเลิฟ... ถ้ามัวแต่ทำอะไรปวกเปียกแบบนั้น นายชนะฉันไม่ได้หรอกนะ”
ตูนที่นอนเกลื้อกกลั้วอยู่บนพื้นก็เริ่มสติเริ่มเรือนราง ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นภาพเบลอ ทว่าในจังหวะนั้น
นี่ตูน... ถ้ามัวแต่ทำแบบนั้นไม่ชนะหรอกนะ... นายต้องทำตามคำแนะนำของฉันสิ... หยิบทรายจากพื้นขึ้นมาและสาดเข้าไปที่ตาของมัน จากนั้นก็ต่อยไปที่ลูกกระเดือกและใช้นิ้วจิ้มเข้าไปที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างของมันให้สุดแรง หรือจะใช้เล็บขูดไปที่ตาของมันก็ได้… จากนั้นก็จับหูของมันให้แน่น ๆ และฉีกกระชากมันออกมา... แค่นั้นนายก็จะชนะได้แล้วล่ะ...
เสียงปริศนาที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนได้ดังเข้ามาในหัว นอกจากตูนเย็นแล้วตูนร้อนไม่นึกว่าจะมีคนอื่นอีก...
“กะ-แกเป็นใคร? ตูนเย็นกับตูนร้อนอยู่ไหน!?”
สิงห์ที่มองอยู่ไกล ๆ ก็ไม่เข้าใจว่าจู่ ๆ ทำไมตูนถึงพูดคนเดียวขึ้นมา
อะไรกัน นี่นายลืมฉันไปแล้วเหรอ ฉันเองไง... เพื่อนคนแรกของนาย… เอาสิทำมันเลย จัดการมันให้เหมือนกับไอ่พวกสารเลวที่ทำกับพี่สาวนายในตอนนั้น...
ทันทีเสียงปริศนานั้นพูดจบ ความจำอันเลวร้ายบางอย่างของตูนที่ถูกผนึกฝังรากรึกลงไปในสมองก็ได้โผล่ออกมาให้เห็นเล็กน้อย แต่ถึงจะเล็กน้อย ยังไงเลวร้ายก็คือเลวร้าย ทำให้บรรยากาศรอบตัวของตูนเริ่มเปลี่ยนไป
“นั่นสินะ.... จริงอย่างที่แกว่า....”
เด็กหนุ่มค่อย ๆ พยุงร่างของตัวเองขึ้นมาทำให้สิงห์ที่ยืนดูอยู่เมื่อสักครู่รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก
“อย่างงั้นแหละเพื่อนเลิฟ! ฉันนึกว่านายจะจอดไปซะแล้ว แอบใจแป้วไปแปปหนึ่งเลยนะเนี่ย~”
ทว่าตูนไม่ตอบอะไรกลับมาและพุ่งเข้ามาโจมตีสิงห์ที่จุดตายของมนุษย์อย่างรวดเร็วแต่ทว่าสิงห์ก็สามารถหลบได้อย่างฉิวเฉียดและเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างอะไรผิดปกติ
“เพื่อนเลิฟ...?”
ดวงตาทั้ง 2 ข้างข้องตูนจ้องมองมาที่สิงห์อย่างไม่ลดละพร้อมกับโจมตีเข้าจุดตายอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากว่าสิงห์หลบพลาดไปแม้แต่เสี้ยววิล่ะก็ เขาอาจจะได้เป็นคนพิการทางใดทางหนึ่งไปเลยก็ได้
“เพื่อนเลิฟ... นี่มันชักไม่สนุกแล้วนะ...” สิงห์มองกลับไปที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างของตูนก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างผิดปกติ “เพื่อนเลิฟ... ไม่สิ แกเป็นใคร?”
นี่มันไม่ใช่การทะเลาะวิวาทเพียงเพื่อแพ้ชนะแล้ว แต่เป็นการต่อสู้ที่ต่างฝ่ายต่างหมายจะเอาชีวิตกันเข้ามาแทน ทั้ง 2 คนเริ่มสูสีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่ตูนเป็นฝ่ายเป็นรองมานาน และในจังหวะที่ตูนพลาดโดนสิงห์ที่สภาพค่อนข้างสะบักสะบอมไม่ต่างจากเขาต่อยเข้าไปที่ขมับจนกระเด็นออกมานั่นเอง ก็เหมือนกับว่าตัวของเขาเริ่มที่จะได้สติกลับคืนมาเล็กน้อย
ทำไมล่ะตูน! นายจะต่อต้านฉันทำไม! จัดการมันสิ ให้ฉันจัดการมัน! เราจะได้ไม่ถูกใครรังแกอีก ฉันกำลังพยายามที่จะปกป้องนายอยู่นะ! การจัดการพวกคนเลวมันไม่ผิดหรอก! มันคือความยุติธรรม! พวกมันสมควรโดนแล้ว! นายจำไม่ได้หรือไงว่าคนแบบพวกมันทำอะไรกับนายและพี่สาวนายไว้บ้างน่ะ!!?
และในจังหวะนั้นเอง
หยุดเลยนะไอ่สารเลว!! ออกไปจากตูนของพวกเราเดี๋ยวนี้ ไอ่สารเลวชาติชั่วระยําตําบอน!!
มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลยไอ่นิสัยไม่ดี สารเลวอย่างแกควรจะหายไปพร้อมกับความยุติธรรมที่บิดเบี้ยวของแกซะ ไอ่โรคจิตวิปลาส!!!
คราวนี้ตูนนิ่งไปนานกว่าเดิมทำให้สิงห์เริ่มแปลกจึงเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ
“นั่นสินะ.... มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลยไอ่เวร... ฉันจะซัดไอ่เจ้าหมอนี่ด้วยตัวของฉันเอง”
และในขณะที่สิงห์กำลังเผลอ ตูนก็ได้ต่อยเสยเข้าไปที่ลิ้นปี่ของเขาอย่างเต็มแรง ทำให้เขาถึงกับต้องเซออกมาและเข่าทรุดลงไป
เมื่อสิงห์มองไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าก็ได้ฉีกยิ้มออกมาเล็กน้อยเพราะสีหน้าแววตาของตูนได้กลับมาเป็นปกติเหมือนอย่างเคย
“อึ่ก... เพื่อนเลิฟ... หมัดนี้ใช้ได้เลยนี่....”
“ก็เพราะมันคือหมัดแห่งความโรแมนติกยังไงล่ะ...”
ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาก็ผ่านมาเป็นเวลาเกือบ 20 นาทีแล้วที่พวกเขาได้สู้กัน และคาดว่าการประทะกันในครั้งต่อไปจะเป็นการประทะกันครั้งสุดท้ายของทั้ง 2 คน
ที่บริเวณห้องสภานักเรียน เพียงดาวที่ดูกล้องวงจรปิดซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่ร้อยรอบก็เหมือนจะเจอเบาะแสอะไรบางอย่าง
“นี่แหละ! ได้เบาะแสทุกอย่างครบแล้ว! ถูกต้องแน่นอน 100%!! คนร้ายไม่ใช่สิงห์จริง ๆ ด้วย!! ต้องรีบไปบอกทุกคน!”
และเธอก็รีบวิ่งที่ห้องประชาสัมพันธ์และเรียกนักเรียนชายทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการทะเลาะวิวาททั้งหมดมารวมตัวกัน ซึ่งมันก็เกือบทุกคนที่เรียนอยู่ในชั้นมันธยมนั่นแหละ
กลับมาที่สวนสาธาณะข้างโรงเรียน ถึงแม้ว่าเมฆจะเริ่มเปิด ฝนจะเริ่มซา และมีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาเล็กน้อย แต่ 2 คนนี้ก็ยังคงสู้กันอยู่อย่างไม่มีใครยอมใครด้วยสภาพร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนและคราบเลือด
“แฮ่ก... แฮ่ก... ฉันรู้นะว่าแกยังไม่เอาจริงน่ะ...”
“แฮ่ก... พูดอะไรของนายน่ะเพื่อนเลิฟ ฉันจะสู้แบบจริงจังกับเพื่อนของตัวเองไปทำไม...”
“หึ... ทำเป็นพูดดี... แล้วที่นายทำกับ 4 คนนั้นล่ะ... ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าเพื่อนอยู่อีกหรือไง....”
สิงห์ไม่ตอบอะไรกลับมา ตูนจึงวิ่งตรงเข้าไปทำท่าว่าจะประชิดตัวซึ่งอีกฝ่ายก็หลงกลต่อยสวนกลับมาทำให้เสียจังหวะ ตูนจึงได้เอี้ยวหลบไปด้านหลังใช้แขนขวารัดไปที่คอสิงห์จับกับแขนซ้ายของตัวที่อยู่อีกฝั่งและงัดเข้ามา ซึ่งท่านี้ถ้าหากว่าเอามือสอดเข้ามาก่อนที่อีกฝ่ายจะออกแรงรัดจะสามารถแก้เกมสวนกลับไปได้ แต่ทว่าในครั้งนี้สิงห์ที่เริ่มอ่อนแรงก็เอามือเข้ามากันไว้ไม่ทันจึงถูกตูนรัดคอจนเริ่มหายใจไม่ออก
“จะบอกฉันได้หรือยังล่ะ ว่านายทำให้โรงเรียนวุ่นวายไปเพื่ออะไร!”
สิงห์ยังคงไม่ตอบอะไรกลับมา เขารวบรวมแรงที่เหลืออยู่ตีศอกกลับไปด้านหลังเข้าสีข้างของอีกฝ่ายซ้ำ ๆ จนตูนจำเป็นต้องปล่อยมือออก และสิงห์ก็ได้กวาดหลังมือฟาดเข้ามาที่หน้าของตูนเต็ม ๆ จนเขาปลิวออกไป แต่ทว่าตูนก็ยังคงไม่ยอมแพ้และค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
“ฉันนับถือใจนายเลยว่ะ เพื่อนเลิฟ...”
“หึ... เพราะฉันคือบิ๊กดีล No.1 จะแพ้แกได้ยังไงกันล่ะ....”
และทั้ง 2 คนก็มาซัดกันยับอีกรอบหนึ่งท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มอบอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดการต่อสู้ในครั้งนี้ก็ได้ผู้ชนะออกมาสักที
“แฮ่ก... แฮ่ก... เพราะฉันคือ.... บิ๊กดีล... No.1...”
ตูนที่อยู่ในสภาพเหมือนศพเดินได้ก็พยายามจะเข้าไปต่อยเด็กหนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้า ทว่าหมัดที่เขาปล่อยออกไปในครั้งนี้ มันกลับเบาซะยิ่งกว่าขนนกซะอีก และไม่นานจากนั้น ตูนก็ได้หมดสติลงไปกลางอากาศพร้อมกับหมัดที่อยู่บนตัวของอีกฝ่าย
ฟุ่บ!
“นายทำได้ดีมากแล้วเพื่อนเลิฟ....” สิงห์เอามือมาโอบอุ้มร่างที่หมดสติของตูนเอาไว้ก่อนที่เขาจะยกขึ้นมาพาดบ่าของตัวเอง
“เฮ้อ~ เอาล่ะ... ทีนี้เราก็เข้าไปในโรงเรียนที่เรารักกันดีกว่า.…”
ถึงแม้ทั้ง 2 คนจะสภาพสะบักสะบอม เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือดและดินโคลนเหมือนกัน แต่คนที่ยังยืนหยัดได้คนสุดท้ายก็คือสิงห์ อัจฉริยะทางด้านการเงินที่ต่อสู้เป็นนิดหน่อย เมื่อเขาไม่ใช่คนร้ายแล้วทำไมต้องพยายามทำให้ตูนเข้าใจผิดด้วย หายไปไหนมาตั้งนานติดต่อก็ไม่ได้ แล้วคนร้ายตัวจริงคือใคร!? เอาเสื้อของเขาไปใส่ได้ยังไง!? เหตุการณ์จะเป่นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป