ดวงตากลมโตของหลิวหยวนหยวนเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์แต่กลับพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ แลดูสงบนิ่งจนน่าขันยิ่งนัก
“ขอบคุณนะ หยวนหยวนสุดที่รักของน้าสะใภ้ หนูช่างน่ารักจริงๆ เลยทุกครั้งที่หนูพูดอะไรก็โดนใจน้าสะใภ้ไปหมดเลย” ซูเจียวเจียวรักหลิวหยวนหยวนมากเธออุ้มหลิวหยวนหยวนขึ้นมาแล้วอดใจไม่ไหวที่จะจุ๊บแก้มเล็กๆ ของเธอเบาๆ หนึ่งที
เซียวหยวนซินยิ้มพลางกล่าวว่า“รอเธอมีลูกกับอาหมิงในอนาคตนะรับรองว่าจะต้องน่ารักกว่าหยวนหยวนอีกเยอะแน่”
“หยวนหยวนก็น่ารักมากอยู่แล้วค่ะ” ซูเจียวเจียวไม่อยากนำเด็กมาเปรียบเทียบกันไม่ว่าจะเป็นหยวนหยวน หรือลูกของเธอเอง เธอก็รักอย่างเท่าเทียมกัน
เพราะหยวนหยวนเป็นเด็กดีไม่ต้องให้ใครมาเป็นห่วงอะไรเลย ด้วยวัยเพียงเท่านี้ แต่หลายๆเรื่องเธอก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว แถมยังตั้งใจเรียนอีกด้วย
เด็กที่แสนดีและฉลาดเช่นนี้ใครบ้างจะไม่รักเล่า?
อย่างไรก็ตามเธอก็ตั้งตาคอยลูกในอนาคตของเธอกับอาหมิงเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะเหมือนอาหมิงมากกว่าหรือจะเหมือนเธอมากกว่ากันนะ?
ชาติที่แล้วเธอกับอาหมิงไม่มีลูกชาตินี้หวังว่าจะมีลูกชายหญิงครบถ้วนนะ!
เซียวหยวนหมิงเองก็คงคิดถึงเรื่องที่เขากับเจียวเจียวจะมีลูกในอนาคตว่าจะเหมือนใครมากกว่ากัน พอนึกถึงตรงนี้แววตาของเขาก็พลันฉายแววปรารถนาและคาดหวังยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นประกายตาและความคาดหวังในแววตาของเขาซูเจียวเจียวก็เข้าใจความในใจของเขา แต่ว่าอีกหนึ่งปีก็จะถึงเวลาสอบแล้วเธอไม่สามารถมีลูกในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ได้ เห็นทีต้องรอคุยกับอาหมิงดีๆระหว่างทางแล้ว
ซูเจียวเจียวสะพายกระเป๋าผ้าใบที่เธอทำเองด้านบนปักลายกล้วยไม้ แลดูประณีตงดงาม ให้ความรู้สึกสดชื่นและเรียบง่ายเมื่อสวมเสื้อแขนสั้นสีขาวและกระโปรงเอวสูงสีดำของเธอ ก็ยิ่งโดดเด่นน่ามอง
เสื้อผ้าชุดนี้ในยุคปัจจุบันคงดูธรรมดาแต่ในยุคนี้กลับดูทันสมัยมาก อีกทั้งยังไม่เปิดเผยเรือนร่างมากเกินไป พอดีเลย
เซียวหยวนหมิงสะพายเป้ผ้าใบสีดำสองข้างซึ่งซูเจียวเจียวเป็นคนทำเช่นกัน ข้างในใส่ถุงไนลอนที่ซักสะอาดแล้วหลายใบเผื่อซื้อของเยอะจะได้ใช้ถุงไนลอนใส่ ของในกระเป๋าเป้ยังมีกระติกน้ำทหารลูกอมนมกระต่ายขาวสองสามเม็ด และขนมขบเคี้ยวห่อด้วยกระดาษไข มีขนมเกลียวและขนมงา
ซูเจียวเจียวยังใส่ไข่ต้มสองฟองไว้ด้วยเผื่อหิวตอนเดินตลาดจะได้กิน
ทั้งสองเดินออกจากบ้านชายหนุ่มรูปงาม หญิงสาวผู้งดงามในพริบตาเดียวก็ดึงดูดสายตาจากบ้านเรือนใกล้เคียงป้าลู่กำลังถืออ่างน้ำสกปรกออกมาเทลงในร่องน้ำหน้าบ้านเมื่อเห็นเซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวครั้งแรกก็คิดว่าเป็นคนแปลกหน้าจากหมู่บ้านอื่น พอพินิจดูอย่างละเอียดจึงรู้ว่าเป็นเซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียว
“โอ๊ย ฉันก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็อาหมิงกับยุวชนซูนี่เอง!พวกเธอนี่แต่งตัวแบบนี้ฉันเกือบจำไม่ได้แน่ะ! สวยหล่ออะไรขนาดนี้! แหมๆคิดว่าเป็นเทพบุตรกับเทพธิดาลงมาจากฟ้าเลยนะเนี่ย”
ซูเจียวเจียวอมยิ้ม“ป้าลู่คะ ป้าช่างพูดจาหวานหูจริงๆ เลยค่ะพวกเราไม่ได้ดีเลิศถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”
ป้าลู่หัวเราะพลางกล่าวว่า"ฉันไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ นี่พูดตามความจริงทั้งนั้นอาหมิงสวมชุดนี้แล้วดูดีขึ้นผิดหูผิดตา ดูเหมือนยุวชนหนุ่มจากในเมือง ใช่เลยเหมือนพวกยุวชนนั่นแหละ หล่อเหลาเกินหน้าฮั่วเจี้ยนจงไปอีกนะเนี่ย"
สีหน้าของเซียวหยวนหมิงคลายลงเล็กน้อยมุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ป้าลู่ยังคงรำพึงรำพัน“พวกเธอสองคนยืนอยู่ด้วยกันแล้วช่างเหมาะสมกันจริงๆ เลย!โชคดีที่ยุวชนซูได้แต่งงานกับอาหมิง คนอื่นๆ คงไม่คู่ควรหรอก”
ซูเจียวเจียวอดไม่ได้ที่จะป้องปากหัวเราะเสียงเบา“ป้าลู่คะ ป้าชมฉันขนาดนี้ เท้าของฉันแทบจะไม่ติดพื้นแล้วนะคะ”
“ไม่ได้ชมเลยจ้ะ ไม่ได้พูดเกินจริงเลยด้วย ฮ่าๆๆลูกของพวกเธอในอนาคตก็ต้องหล่อสวยแน่นอน” ป้าลู่อิจฉา
เฮ้อไม่เหมือนหลานชายหลานสาวของตัวเอง แต่ละคนดำปี๋เชียวไม่รู้ว่าผิวคล้ำขนาดนี้เหมือนใครกัน
“ยุวชนซู พวกเธอสองคนจะไปไหนกันล่ะ? จะไปตลาดนัดเหรอ?”ป้าลู่ถาม
ซูเจียวเจียวพยักหน้า“ใช่ค่ะ เราจะไปตลาดนัดกัน วันนี้อาหมิงได้พักพอดีเลยจะไปด้วยกันค่ะ”
ป้าลู่เอ่ยขึ้น“เหว่ยหมินกับเหม่ยจวี๋ก็จูงลูกไปเที่ยวตลาดนัดเหมือนกันเพิ่งจะเดินผ่านไปเมื่อครู่เอง โดยสารรถแทรกเตอร์ของบ้านเฒ่าห้าพวกเธอรีบตามไปเถอะ อาจจะยังมีที่ว่างเหลืออยู่บ้าง”
“ได้ค่ะป้าลู่ ถ้าอย่างนั้นฉันกับอาหมิงไปก่อนนะคะ” ซูเจียวเจียวจับมือเซียวหยวนหมิงแล้วเดินตรงไปยังทางเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
มีรถแทรกเตอร์ให้นั่งก็ต้องนั่งสิ
ไม่อย่างนั้นต้องรอรถโดยสารไม่รู้จะถึงเมื่อไรกัน
แถมรถโดยสารก็แออัดมาก
เมื่อซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงมาถึงทางเข้าหมู่บ้านรถแทรกเตอร์ของเฒ่าห้าก็มีคนนั่งอยู่ประมาณสิบกว่าคนพอดี เหลือที่ว่างสามสี่ที่
“พี่อาหมิง ยุวชนซู พวกคุณก็จะไปเดินตลาดนัดเหมือนกันเหรอครับ?” ลู่เหว่ยหมินเห็นเซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวแต่ไกลเขากอดเสี่ยวหู่จื่อลูกชายวัยสองขวบไว้ในอ้อมแขน พลางโบกมือเรียกทั้งสอง
จางเหม่ยจวี๋ที่อยู่ข้างๆเขาก็กล่าวว่า “ยุวชนซู มานั่งข้างฉันสิคะตรงนี้ยังมีที่ว่างนะ”
เซียวหยวนหมิงช่วยพยุงซูเจียวเจียวก็คว้ามือจางเหม่ยจวี๋ ดึงตัวขึ้นรถแทรกเตอร์ได้อย่างง่ายดาย
เซียวหยวนหมิงใช้มือทั้งสองข้างยันตัวแล้วกระโดดขึ้นรถแทรกเตอร์อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว
เขานั่งลงข้างซูเจียวเจียว
“ยุวชนซู ชุดที่คุณใส่นี่ตัดเองใช่ไหมคะ? ไม่เคยเห็นคุณใส่มาก่อนเลยมันสวยจริงๆ นะคะ” ทันทีที่ซูเจียวเจียวนั่งลงจางเหม่ยจวี๋ที่อยู่ข้างๆ เธอก็อดไม่ได้ที่จะชมเชย
สายตาหลายคู่จับจ้องไปที่ซูเจียวเจียวและไม่สามารถละสายตาไปได้
ผู้ชายต่างรู้สึกว่าซูเจียวเจียวช่างสวยงามผิวขาวเนียนผุดผ่องราวกับไข่มุกอมชมพู ผมยาวสีดำเงางามดกหนา เธอรวบผมครึ่งศีรษะปล่อยผมที่เหลือสยายลงบนแผ่นหลัง พร้อมกับผูกโบสีดำที่ท้ายทอยดวงตาของเธอสีดำขลับเป็นประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า เมื่อมองมา สายตาของเธอก็ดูราวกับมีแสงสว่างส่องประกาย
เสื้อแขนสั้นสีขาวขับผิวเธอให้ขาวผ่องยิ่งขึ้นไปอีกจนแทบจะเรืองแสง รองเท้าหนังส้นเตี้ยสีขาวที่เท้าทำให้ยุวชนซูนั่งอยู่ที่นี่ราวกับหงส์ขาวที่สง่างามท่ามกลางฝูงลูกเป็ดขี้เหร่
เหล่าผู้ชายต่างอิจฉาเซียวหยวนหมิงในใจอีกครั้ง
ส่วนผู้หญิงต่างคิดในใจว่าเฮ้อ... แม้จะใช้ชีวิตอยู่ในชนบทเหมือนกัน แม้ว่ายุวชนซูจะทำงานน้อยแต่ผิวพรรณของเธอก็ยังดีเหลือเกิน!
ใบหน้านี้แขนคู่นี้ ขาสองข้างนี้ ใครเห็นก็ต้องใจเต้น!
แถมยังแต่งตัวได้สวยงามและมีรสนิยมขนาดนี้!
เป็นผู้หญิงเหมือนกันแท้ๆแต่ทำไมถึงแตกต่างกันมากขนาดนี้นะ?
หรือว่าเทพธิดาหนี่วาตอนสร้างคนไม่ได้ตั้งใจปั้นพวกเราหรือเปล่า?
แต่เซียวหยวนหมิงที่อยู่ข้างซูเจียวเจียวก็หล่อเหลาไม่แพ้กันนะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเธอเห็นเซียวหยวนหมิงที่แต่งตัวอย่างดีและใส่ใจในตัวเองแล้วเขาหล่อจริงๆ เลย! หล่อไม่แพ้ฮั่วเจี้ยนจงเลย!
อาจจะหล่อกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำ!
ผู้หญิงบางคนที่เพิ่งแต่งงานไปไม่นานก็รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เลือกเซียวหยวนหมิงแต่แรก!อย่างน้อยเขาก็หล่อเหลา น่ามองเลยนะ!