หลังจากต้องหมดสติลงไปอีกครั้ง ความทรงจำต่าง ๆ เกี่ยวกับเ้าของร่างเดิมก็ทะลักฉายเข้ามากมาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชีวิตของจ้าวลี่ถิงต้องลำบากมิใช่น้อย นอกจากโดนไล่ออกจากจวนแล้ว มารดาของนางก็ดันมาด่วนจากไปอีก แต่ก็นับว่าก็ยังโชคดีที่มีครอบครัวของป้าหลินหลงและท่านยายเหวินซูคอยให้ความช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างนางในวันที่ไม่มีใคร
เมื่อได้เห็นความทรงจำต่าง ๆ ของเ้าของร่างทั้งหมด น่านน้ำก็ได้สติฟื้นกลับมา กระนั้นก่อนลืมตาตื่นขึ้น เสียงชายชราคนนั้นก็ดังเข้ามาให้หญิงสาวต้องถอนหายใจกับเงื่อนไขบ้า ๆ ของเขา ถึงมันฟังดูเหมือนจะง่าย แต่นางมันคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็นี่สิ จะทนได้หรือเปล่า
"อาถิง ค่อย ๆ ลุกนะลูก" ท่านยายเหวินซูที่เห็นหลานสาวลืมตาขึ้น ก็รีบเข้าไปช่วยพยุงหญิงสาวลุกนั่ง แถมท่านยังเอาตัวมาเป็ที่พิงหลังให้นางด้วย
"อาถิง ดื่มน้ำลูก" ป้าหลินหลงยืนกระบอกไม้ไผ่ที่ทำเป็แก้วน้ำให้กับนาง
"ข้าขอโทษ...ขอโทษที่ทำให้พวกท่านในะเ้าคะ" หญิงสาวค้อมหัวขอบคุณให้กับทั้งสองจากใจจริง ที่สำคัญนางอยากขอโทษที่ตนไม่ใช่อาถิงอย่างที่พวกท่านคิดกัน นางคือหญิงสาวจากโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย และที่สำคัญเกือบทุกอย่างต้องใช้เงินแลกมาซึ่งสิ่งที่้า ทำให้ตลอดชีวิตของนางต้องทุ่มเทให้กับงานทุกอย่างที่ทำเงินได้
สุดท้ายก็ต้องตายโดยที่ไม่ได้ใช้เงินที่หามาได้เลย อีกอย่างไม่รู้ว่าตากับยายของตนจะรู้สึกอย่างไรที่หลายสาวเพียงคนเดียวต้องจากพวกท่านมาก่อนเช่นนี้ แต่จากที่ได้เห็นสภาพของทั้งคู่ หญิงสาวก็พอจินตนาการได้ว่าพวกท่านเองก็คงจะมีสภาพไม่ต่างกันเป็แน่ มาคิดได้ตอนนี้ก็เห็นทีจะสายเกินไปเสียแล้ว...ชีวิตคนเราก็เป็เช่นนี้ ไม่มีผู้ใดเอาแน่เอานอนกับอะไรได้ทั้งสิ้น เพราะเราไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็เช่นใด
"เ้าไม่เป็อะไรพวกเราก็สบายใจกันมากแล้ว ่นี้เ้าก็พักผ่อนไปก่อนแล้วกัน ป้าจะให้อาฝูมาอยู่ช่วย" ป้าหลินหลงยกยิ้มใจดีให้
หลังอยู่คุยกันไม่นานนางก็ขอตัวกลับบ้าง ด้วยตอนนี้ก็จะเริ่มค่ำแล้ว งานที่นาก็จะกลับไปจัดการเอาสัตว์ที่เลี้ยงไว้เข้าคอกช่วยสามี ด้วยลูกทั้งสองต่างมีหน้าที่ของตนกันหมด
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่น่านน้ำต้องมาอยู่ที่นี่ ท่านยายเหวินซูและป้าหลินหลงไม่ยอมให้นางทำอะไรเลย ทำให้คนชอบทำงานอย่างนางขอมาช่วยหยางฝูขายผักผลไม้ในตลาดหมู่บ้าน แล้วตอนเย็นก็พากันกลับออกมานั่งเล่นรับลมกันที่กระท่อมน้อยปลายนา
"อ้าวอาถิงวันนี้ไม่ได้ออกไปตลาดกับอาฝูเหรอ" ป้าหลินหลงเดินเข้ามาทางประตูด้านหลังเอาซุปผักใส่หมูมาให้
"วันนี้ข้าอยากอยู่กับท่านยายเ้าค่ะ" น่านน้ำสวมกอดท่านกายเหวินซูแน่น พร้อมกับยื่นหน้าไปหอมแก้มของท่านไปฟอดใหญ่ให้ชื่นใจ ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยป้าหลินหลงยกหม้อซุปผักมาตั้งไว้ที่แคร่ไม้ที่ประจำของทุกคนที่แวะเวียนมาที่นี่
ขณะทั้งสามกำลังนั่งคุยกันที่แคร่ไม้ไผ่ข้างเรือนพักหลังน้อยกันอยู่นั้น ก็มีเสียงบุรุษะโเรียกหาผู้เป็เ้าของเสียงดัง
"คุณหนูรอง!!!! อนุเซียว!!! พวกท่านอยู่ที่นี่กันหรือไม่"
"ข้าว่าต้องเป็คนของสกุลจ้าวแน่เลย อาถิงรออยู่ที่นี่ก่อนนะลูกป้าจะเป็คนออกไปดูเอง" ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยอะไรออกไป ป้าหลินหลงก็ลุกออกไปดูที่หน้าประตูไม้ไผ่ทันที
กระท่อมน้อยปลายนาของนางและท่านยายเหวินซูมีอาณาเขตประมาณหนึ่งไร่ รอบด้านป้าหลินหลงไปขอให้ชาวบ้านมาทำรั้วไม้ไผ่ล้อมให้อย่างมิดชิด เพราะเมื่อคราวมาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ สองแม่ลูกไม่ยอมพากันเข้าไปอยู่ในตัวหมูบ้านด้วยกัน แถมยังมีแต่ผู้หญิงด้วยก็ให้อดเป็ห่วงไม่ได้ ถึงอย่างนั้นจ้าวลี่ถิงก็แอบไปใช้เลื่อยมาตัดเป็ช่องสี่เหลี่ยมขนาดเท่าช่องลมตรงรั้วด้านหลังกระท่อมเพื่อนางจะได้มองทิวทัศน์ด้านนอกที่สวยงามบ้าง
ที่นี่มีทางเข้าออกสองทางคือด้านหน้าที่ทั้งสองใช้สำหรับเอาดอกบัวออกไปขายดอกบัว และเดินทางเข้าตัวเมืองไปซื้อของจำเป็ที่ไม่มีขายในตลาดของหมู่บ้าน ส่วนด้านหลังเอาไว้ออกไปดูแลนาบัวของพวกนาง และเดินไปเที่ยวเล่นชมไร่ของป้าหลินหลงด้วย
ครอบครัวของป้าหลินหลงมีกันสี่คนพ่อ แม่ และลูก ๆ ลูกชายคนโตชื่อหยางชุน ท่านได้ส่งให้เข้าไปร่ำเรียนในตัวเมือง นาน ๆ ทีเขาถึงจะกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่นี่ และทุกครั้งที่กลับมาเขาก็มักจะนำขนมมาฝากจ้าวลี่ถิงด้วย ส่วนลูกสาวคนเล็กชื่อหยางฝู ท่านให้นางอยู่ในหมู่บ้านเฝ้าร้านผลไม้ในตลาด ตอนค่ำ ๆ หลังตลาดปิด หยางฝูก็มักจะออกมาเล่นกับนาง บางวันเ้าตัวก็มาพักด้วยกันที่เรือน แต่่นี้จะมาทุกวัน
"อาถิง สองคนนี้บอกว่าบิดาของเ้าให้มารับกลับไปอยู่ที่จวนใหญ่ในตัวเมือง" ป้างหลิงหลงเดินนำบุรุษทั้งสองเข้ามาด้านในด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก น่านน้ำมองหน้าทั้งคู่อย่างพิจารณา ก่อนจะแสร้งทำเป็รู้สึกดีอกดีใจใหญ่ที่บิดาเกิดนึกขึ้นมาได้ว่าจ้าวลี่ถิงผู้นี้ยังเป็บุตรของเขา อยู่ที่นี่ตั้งหลายปีไม่คิดมาหา พอพวกนางจากไปแล้วถึงมาเห็นหัว ตามตัวให้กลับไปอยู่ที่จวน น่าขันสิ้นดีคนพวกนี้
"ท่านพ่อ้าให้ข้ากลับไปจริง ๆ หรือเ้าคะ ข้าคิดว่าท่านตัดข้าออกจากสกุลจ้าวแล้วเสียอีก" ทั้งที่หญิงสาวไม่อยากพูดอะไรแท้ ๆ แต่ก็อดที่จะแซะออกไปไม่ได้อยู่ดี
"จริงขอรับ นายท่านและฮูหยินรวมถึงทุก ๆ คนต่างคิดถึงพวกท่านขอรับ ว่าแต่อนุเซียวอยู่ที่ใดขอรับ" บุรุษร่างท้วมว่าด้วยท่าทียิ้มแย้มเกินเหตุ พลางสอดส่องสายตามองหามารดาของจ้าวลี่ถิงไปด้วย เห็นท่าทีเช่นนี้สงสัยโดนบังคับมาให้ที่นี่แน่ แต่เอาเถอะ ในเมื่อพวกเขากล้าให้คนมาตามกลับไป นางก็จะยอมตามน้ำไปก่อน อยากรู้เช่นกันว่าพวกนั้นจะเล่นตลกอะไรกันจ้าวลี่ถิงคนนี้อีก
"ท่านแม่ข้าเสียไปได้หลายปีแล้ว...ท่านยายข้าขอกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดได้หรือไม่เ้าคะ" หญิงสาวหันไปถามความเห็นจากท่านยายที่มีสีหน้าไม่สบายใจข้างกายของนาง
"หากเ้าอยากไป ยายก็จะไม่ขัด แต่เ้าต้องรับปากยายว่าหากเห็นท่าไม่ดี เ้าต้องรีบกลับมาหายายที่นี่ทันที"
"ข้ารับปากเ้าค่ะ" หญิงสาวโผเข้ากอดท่านยายเหวินซูแน่น ที่ท่านยอมให้ไป
"เอาอย่างนี้ หากอาผิงจะไปอยู่ที่จวนสกุลจ้าว ป้าจะให้อาฝูไปอยู่ที่นั่นด้วย อย่างน้อยพวกเ้าได้ไปอยู่ด้วยกันก็น่าจะพอช่วยอะไรกันได้ อีกอย่างป้าก็จะได้สบายใจด้วย แล้วป้าก็จะแจ้งเื่ให้กับพี่ชุนของพวกเ้าทราบด้วย เผื่อเขาจะช่วยดูแลพวกเ้าแทนพวกเราอีกแรง"
เมื่อตกลงกันเสร็จ หญิงสาวก็ขึ้นรถม้าพร้อมป้าหลินหลงมาที่ตัวหมู่บ้านเพื่อรับหยางฝูให้เข้าไปอยู่ที่จวนสกุลจ้าวกับนาง
หลังจากหยางฝูเก็บของเสร็จ บุรุษทั้งสองก็พาพวกนางมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอไห่หงทันที เพราะหากช้ากว่านี้อาจไปถึงจวนสกุลจ้าวดึกแน่ เพราะต้องไปเสียเวลาตรงทางข้ามเขาที่ค่อนข้างชันทำให้รถม้าต้องค่อย ๆ เคลื่อนตัวมิเช่นนั้นรถม้าอาจไหลลงมาทางเดิมได้
พวกคนสกุลจ้าวอีกไม่นานเราต้องได้เจอกันแน่ หญิงสาวคิด ขณะนั่งรถม้าเข้ามาในตัวอำเภอไห่หงใน่พลบค่ำ ก่อนจะเผลอหลุดยิ้มร้ายออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำเอาคนนั่งข้าง ๆ ต้องรีบสะกิดให้รีบกลับมาทำตัวปกติ ซึ่งก็พอดีกับรถม้าที่นั่งม้าจอดนิ่งสนิทลง
"ถึงแล้วขอรับคุณหนู" เสียงของคนที่ไปรับตัวนางะโเข้ามาบอก
"เรารีบลงไปกันเถอะอาฝู" กล่าวจบหญิงสาวก็รีบออกไปจากรถม้าทันที
"กรี๊ดดดดดด" และแล้วก็เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อหญิงสาวเกิดไปเหยียบชายกระโปรงของตัวเอง จนทำให้เสียหลักตกลงจากรถม้ามานอนหน้าประทับพื้นหน้าประตูจวนสกุลจ้าวอย่างอนาถ ขายหน้าที่สุดเลย!!! น่านน้ำสบถกับตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ โดยที่ไม่ทันสังเกตที่สร้อยข้อมือของตัวเองว่ามันได้เกิดแสงสว่างขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว
ครั้นพอนางเงยหน้าขึ้นมาได้...นางก็ต้องเจอกับเื่สยองทำเอาหัวใจตกไปอยู่ตาทุ่มในทันที เพราะบนพื้นเบื้องหน้าได้มีงูตัวใหญ่พากันเลื้อยเข้ามาหาเต็มไปหมด
"กรี๊ดดดดดดดดดด งู!!!!!!" น่านน้ำในร่างคุณหนูรองแห่งจวนสกุลจ้าวกรีดร้องขึ้นเสียงหลงราวกับคนเสียสติ ทำเอาคนที่ผ่านไปมาแถวนั้นพากันเดินมามุงดูด้วยความสนใจใคร่รู้ เพราะสิ่งที่นางกรีดร้องด้วยความกลัวอยู่นั้น ไม่มีผู้ใดเห็นเลยสักคน
"พี่ถิงถิง...ใจเย็น ๆ ก่อน ท่านดูดี ๆ ตรงนี้ไม่มีงูสักตัวเลยนะเ้าคะ" หยางฝูลงจากรถม้ามาได้ก็รีบเข้าไปเขย่าตัวเรียกสติคนกลัวจนตัวสั่น ซึ่งเอาแต่ก้มหน้ากรีดร้องไม่ดูอะไรเลย
"งู ที่พื้นมีงูเต็มไปหมดเลยอาฝู ข้ากลัว ข้ากลัวงู" หญิงสาวยังคงไม่ยอมเงยหน้าจากเข่าตัวเองง่าย ๆ สุดท้ายหยางฝูจึงขอให้บุรุษที่พาพวกนางมาช่วยแบกคุณหนูของพวกเขาเข้าจวนไป ก่อนที่เื่มันจะวุ่นวายไปมากกว่านี้....