พื้นดินยังสั่นะเืจากแรงกระแทกของหมัดที่กล้าฟาดลงเมื่อครู่
แต่เงาของ เทพาทมิฬ กลับยังไม่สลาย
แม้ร่างกายมันจะมีรอยแตกร้าว แต่ออร่าแห่งเทพโบราณกลับยิ่งทวีคูณ
> “เ้ากล้าแตะพลังของเขา...แต่ยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร”
เงาร่างนั้นยื่นมือขึ้นสู่ท้องฟ้า
ชั่วขณะเดียวกัน—อากาศรอบตัวเริ่มมืดลง
เสียงโซ่สะท้อนจากใต้พิภพดังก้อง...ตามด้วยเสียง “แตรศึก” ที่ไม่มีใครเป่า
ชาลีมองขึ้นไปด้วยดวงตาเบิกโพลง
> “ไม่ใช่แค่ตนเดียว...มันกำลังปลุกกองทัพ”
พื้นรอบลานร้าวผุพัง...กระดูกสีดำพันปีเริ่มผุดขึ้นจากใต้ดิน
มันไม่ใช่แค่อสูร แต่คือ “นักรบโบราณ” ที่ถูกผนึกด้วยเวทต้องสาป
สิบตน...ยี่สิบ...ไม่หยุดเพิ่ม
ออรพิณร่ายเวทอย่างรวดเร็ว สร้างค่ายเวทป้องกันรอบตัวกล้า
กล้ากัดฟันแน่น
เขาหลับตา—เสียงหนึ่งในใจเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
เสียงนั้นลึก...เก่าแก่...เหมือนมาจากโลหิตของบรรพชนโดยตรง
> “หากเ้าจะสู้กับสิ่งที่ตายไปแล้ว…จงเรียนรู้จากหมัดที่ฆ่าพวกมัน”
ทันใดนั้น ภาพในหัวกล้าเปลี่ยนไป
เขาเห็นชายชราในท่วงท่ามวยแปลกตา นั่งสงบนิ่งท่ามกลางศพนับร้อย
> “จงจำ…ท่า ‘พญานาคากลืนิญญา’”
กล้าลืมตาขึ้น หมุนตัวผ่านแนวของอสูร
กระบวนท่าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—
หมัดพุ่งเร็วราวิญญา หลอกล่อแล้วขย้ำจุดตายด้วยจังหวะ “วูบเดียวแล้วหาย”
หนึ่งในร่างอสูรถูกแทงทะลุอก—และ “ดับสิ้น” อย่างแท้จริง
ไม่มีฟื้น ไม่มีเวทใดฉุดกลับ
ทศพลและออรพิณมองกล้าราวกับคนละคนกับเมื่อครู่
> “นั่นไม่ใช่แค่หมัด...”
“นั่นคืออาคมของบรรพชน...ในรูปของศิลปะการต่อสู้”
แต่เสียงหัวเราะของ เทพาทมิฬ กลับดังขึ้นอีกครั้ง
> “ดีมาก เ้าเริ่มจำมันได้...ถ้างั้น จงรับคืนอีกชิ้นหนึ่งของเ้ากลับไป!”
มันฟาดพลังเทวะลงบนพื้น เปิดเผยภาพนิมิต—
เป็เงาของชายผู้หนึ่ง...มีหน้าคล้ายกล้า
กำลังคุกเข่ากลางซากศึกพันปีก่อน
และเขาคนนั้น...เคยเป็ลูกศิษย์ของสุริยาเช่นกัน
---
จบบทที่ 14
> หมัดที่กล้าใช้ อาจไม่ใช่เพียงของ “สุริยา”...
หากแต่เป็ของใครบางคนในอดีต—ที่กลับชาติมาเกิดในตัวเขาเอง