เหลี่ยมรักร้ายของยัยเจ้าเล่ห์

    ตอนที่ 9

             

            หญิงสาวโวยวายอย่างลืมไปสนิทว่าก่อนหน้านี้ตนได้พูดอะไรไว้ว่าอย่างไร

            “บังเอิญว่าฉันไม่กลัวอ้วนนี่  วันๆต้องทำงานไม่ได้หยุดหย่อนข้าวปลาไม่เคยได้กินเป็๲เวลา  ก็มีมื้อเย็นนี่แหละที่ฉันพอจะมีเวลากินอะไรได้เต็มที่ให้เพียงพอกับความ๻้๵๹๠า๱ของร่างกาย”

            ชายหนุ่มเริ่มลงมือเจียวกระเทียมแล้วแบ่งเนื้อหมูที่สับไว้ครึ่งหนึ่งลงไปผัดเพื่อที่จะทำข้าวผัด เสียงฉู่ฉ่ากับกลิ่นหอมที่ฟุ้งตลบไปทั่วบริเวณเรียกน้ำลายของหญิงสาวที่ยืนดูอยู่ไม่ห่างให้ออกมาเต็มกระพุ้งแก้ม เธอกลืนน้ำลายหลายครั้งแล้ว๻ั้๫แ๻่เขาเริ่มลงมือทำอาหาร เขาทำอาหารเก่งทีเดียวเพราะเห็นหยิบโน้นจับนี่ได้อย่างคล่องแคล้ว นี่หากเป็๞เธอก็คงเอาแต่ยืนงงอยู่นั้นเอง  ไม่รู้ว่าจะหยิบจับอะไรก่อนดี

            ไม่นานฐาปกรณ์ก็ได้ข้าวผัดไข่ใส่หมูสับกับแกงจืดหมูสับใส่ผักรวมที่ต่างแข่งกันส่งกลิ่นหอมฟุ้งเอามาจัดวางไว้ที่โต๊ะแล้วเขาก็เดินไปล้างมือก่อนเดินกลับมานั่งลงที่โต๊ะอาหารและทำท่าว่าจะลงมือรับประทาน

             “นี่นายจะไม่เรียกให้ฉันกินด้วยจริงๆใช่ไหม”

            ณิชาภัทรปราดเข้ามาโวยวายอยู่ข้างโต๊ะอย่างทนไม่ได้เพราะถูกความหิวเล่นงานเอาอย่างหนัก  ก็เธอไม่ได้ทานอะไรเลยมา๻ั้๹แ๻่เที่ยง  นี่ก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่มแล้ว

            “เรียกฉันว่ายังไงน่ะ”

            ชายหนุ่มทวงถามเชื่องช้าก่อนตักข้าวผัดคำโตใส่ปากเคี้ยวยั่วยวนคนที่กำลังหิวจนตาลาย

            ณิชาภัทรแทบอยากจะร้องกรี้ดออกมาลั่นบ้านให้สมกับความโมโหที่ถูกเขากลั่นแกล้ง แต่เธอก็คงมัวโยกโย้อยู่ไม่ได้เพราะไม่งั้นนายนี่ต้องทานอาหารหมดไปก่อนแน่ๆ

            “น้าฐา”

            หญิงสาวจำต้องเอ่ยออกไปตามที่เขา๻้๪๫๷า๹

            “เธอต้องสัญญาว่าจะเรียกฉันอย่างนี้ตลอดไป  แล้วก็ต้องพูดจาให้มีหางเสียงอย่างเด็กที่ได้รับการอบรมมาดีพูดกับผู้ใหญ่ด้วย”

            ชายหนุ่มยื่นข้อแม้มาแล้วตักหมูสับที่ปั้นเป็๞ก้อนในแกงจืดเข้าปากไปอีก สายตาก็มองหญิงสาวอย่างจะถามว่าเอาไง

            ณิชาภัทรกลืนน้ำลายตามเขาไปอีกแล้วก็รีบพยักหน้ารับอย่างยอมจำนน

            “ไหนลองพูดขอกินข้าวกับฉันอย่างเพราะๆให้ฟังสิ”

            คำสั่งของเขาทำให้หญิงสาวต้องกัดฟันกรอดข่มความโกรธแต่เธอก็ต้องกล่าวออกไป

            “น้าฐาขา  ขอณิชาทานข้าวด้วยคนสิค่ะ”

            ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างผู้มีชัยทันทีที่ได้ฟัง  ก่อนหันไปตักข้าวผัดใส่จานให้กับหญิงสาว  ซึ่งเธอเองก็รีบนั่งลงแล้วเลื่อนจานข้าวเอาไปตักทานอย่างรีบร้อนด้วยความหิวโหย

            “แล้วนั้นไม่กลัวอ้วนแล้วเหรอ”

            เขาไม่วายที่จะกล่าวประชดประชัน  ทำให้หญิงสาวนึกได้และหยุดชะงักไปนิดหนึ่งเพราะห่วงรูปร่างของตัวเองก่อนจะพ่ายแพ้ต่อความหิวที่คะยั่นคะยอให้รีบทานต่อ เมื่อหมดจานแรกหญิงสาวก็เติมจานที่สองให้กับตัวเองทันที แล้วก็ทานหมดเกลี้ยงไปไม่มีเหลืออีกในขณะที่ฐาปกรณ์ยังทานจานแรกไม่หมดเลย

            ทานเสร็จณิชาภัทรก็มองหาน้ำดื่มซึ่งฐาปกรณ์ไม่ได้จัดมาไว้บนโต๊ะอาหารด้วย๻ั้๫แ๻่แรก ชายหนุ่มจึงได้ชี้ไปที่กระติกน้ำร้อน

            “โน้น อาการเย็นๆอย่างนี้เธอควรจะดื่มน้ำอุ่นน่ะ  ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่สบายได้”

            ฟังแล้วหญิงสาวก็ลุกขึ้น  แต่แทนที่เธอจะเดินไปยังกระติกน้ำร้อนเพื่อดื่มน้ำอุ่นตามคำแนะนำของเขา เธอกลับตรงไปที่ตู้เย็นแล้วเปิดเอาขวดน้ำเย็นออกมารินดื่ม ก่อนเดินกลับมาเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทายแล้วก็เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

            “เฮ้ย  ดูทำเข้า แล้วนี่ที่ทำอะไรให้กินจะไม่มีคำขอบคุณตอบแทนสักคำเลยเหรอ อ้าว  แล้วนั้นจะไปไหนล่ะ  มาเอาจานไปล้างก่อนสิ”

            ชายหนุ่มร้องเอะอะ  แต่หญิงสาวก็ไม่เหลียวหลังแล้ว

            “โธ่เอ๊ย  ยัยเด็กบ้านี่เป็๲ทายาทของงูเห่าหรือไงน่ะถึงได้ไม่รู้จักคุณคนเอาเสียเลย”

            เ๯้าของรีสอร์ทบ่นพึมพำเมื่อต้องนำจานชามไปล้างด้วยตัวเองทั้งหมด พลางคิดอาฆาตแค้นในใจว่าพรุ่งนี้จะไม่ทำอะไรให้ยัยทายาทงูเห่าคนนั้นทานอีกจะปล่อยให้อดเสียให้เข็ดเชียว

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            วันรุ่งขึ้นเสียงโทรศัพท์มือถือปลุกให้ฐาปกรณ์ต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นแต่เช้า ชายหนุ่มควานมือไปหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะข้างหัวเตียงเอามากดรับทั้งที่ยังหลับหูหลับตา

            “โหล...”

            เขากรอกเสียงอู้อี้ของตนลงไป

            “ฐา นี่พี่นิดเองน่ะ”

            เสียงพี่สาวของเขาดังแจ้วมาตามสาย ฮึทีเมื่อวานเขาโทรไปกว่าสิบสายก็ไม่ยักกะรับ

            “ว่าไงครับ”

            “คือพี่จะโทรมาถามว่า  ฐาได้พบยัยณิชาแล้วหรือยังเพราะแกเดินทางไปที่ไร่ไผ่เขียว๻ั้๹แ๻่เมื่อวานแล้ว”

    นิยายแนะนำ