“พัชรเป็ยังไงบ้าง ไปหาหมอไหม พี่เป็ห่วง”
เ้านายถามคนรักด้วยความเป็ห่วง เนื่องจากว่าสองสามวันมานี้ พัชรตื่นมาอาเจียนใน่เช้าอยู่ตลอด แถมข้าวก็ทานไม่ค่อยได้ ไหนจะอาการหน้ามืดที่มักเป็อยู่บ่อยครั้งในระยะหลังมานี่อีก จนเ้านายเริ่มเป็กังวล กลัวว่าอีกฝ่ายจะป่วยเป็โรคร้าย
“ไม่เป็ไรครับ พัชรน่าจะเครียดเื่งานน่ะ พี่นายก็น่าจะรู้นี่ครับ ว่า่พัชรต้องทำผลงานเพื่อยื่นเื่ขอปรับเงินเดือนด้วย”
พัชรบอกปัดอีกฝ่ายหนึ่งออกไป เพราะ่นี้เขาเครียดเื่งานมากเกินไปหน่อย อาการพวกนี้มันอาจจะเกิดขึ้นเพราะความเครียดของเขาเองก็ได้
“พี่ขอโทษนะที่ช่วยอะไรพัชรไม่ได้เลย” เ้านายพูดกับคนรักเสียงหงอย
เพราะทั้งสองคบกันในที่ทำงาน มันเลยทำให้ทางบริษัทต้องส่งเ้านายย้ายไปดูแลที่สาขาอื่นแทน พัชรเลยโดนสั่งให้ทำผลงาน เพื่อพิสูจน์ความสามารถในการทำงานเพิ่มมากขึ้นด้วย
การคบกันของทั้งคู่ ทำให้คนในบริษัทมองว่าพัชรใช้เส้นสายเข้ามาทำงาน ดังนั้นทางหัวหน้าคนใหม่ของพัชรจึงขอให้เขาทำผลงานเพิ่ม
เพื่อยื่นขอปรับเงินเดือนเป็การพิสูจน์ให้คนในที่ทำงานเห็นว่า พัชรเข้ามาทำงานที่นี่เพราะความสามารถของตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่เข้ามาได้เพราะเป็แฟนของหัวหน้างาน
“มันไม่ใช่ความผิดของพี่นายนี่ครับ การที่เราคบกันมันไม่ใช่ความผิดของใคร แต่เพราะคนอื่นมองแบบมีอคติมากกว่า เื่มันเลยออกมาเป็แบบนี้ พี่นายไม่ต้องคิดมากนะครับ” พัชรพูดปลอบคนรักด้วยความเป็ห่วง
“แต่พี่อยากให้เราไปหาหมอจริง ๆ นะ ถ้าเราเป็อะไรไปมากกว่านี้ล่ะ ยิ่งพี่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกับเราแล้วด้วย เกิดเราเป็อะไรขึ้นมาระหว่างที่ทำงานอยู่จะทำยังไง” สีหน้าที่ดูเป็กังวลของเ้านายทำให้พัชรยอมแพ้ ยอมที่จะไปหาหมออย่างช่วยไม่ได้
“ครับ งั้นเดียววันนี้พัชรจะลาป่วยไปลองตรวจที่โรงพยาบาลดูนะครับ แบบนี้พี่นายสบายใจขึ้นบ้างไหม”
“อืม แต่ถ้ามีอะไรต้องโทรบอกพี่ทันทีเลยนะ”
เ้านายยังคงย้ำกับคนรักด้วยความเป็ห่วง เขาเองก็อยากจะหยุดงานไปส่งอีกฝ่ายหาหมออยู่เหมือนกัน แต่เพราะพึ่งย้ายสาขาใหม่ เลยทำให้เ้านายทำแบบนั้นไม่ได้
“ครับ พี่นายรีบไปเตรียมตัวไปทำงานเถอะครับ เดี๋ยวสายเอาได้นะครับ”
“อืม”
“หมอขอแสดงความดีใจด้วยนะครับ ตอนนี้คุณท้องได้สิบสัปดาห์แล้ว”
“ทะ ท้องเหรอครับ” พัชรยกมือลูบท้องเบา ๆ อย่างใช้ความคิด เพราะการที่เขาท้องไม่เคยอยู่ในความคิดของและเ้านายเลยสักนิด มันทั้งตื่นเต้นและคิดไม่ตกเื่ในอนาคตปะปนกันไปหมด
“ครับ คุณแม่จะฝากครรภ์เลยไหมครับ” คุณหมอถามว่าที่คุณแม่เสียงนุ่ม
“คะ ครับ ฝากครรภ์เลยครับ” ตอนนี้เื่อื่นไม่สำคัญสำหรับเขาอีกแล้ว ขอแค่ลูกของเขากับเ้านายแข็งแรงก็พอ เขาเชื่อว่าเ้านายจะต้องดีใจมากแน่ ๆ ถ้ารู้เื่นี้
“มึง กูมีข่าวดีจะบอก” พัชรโทรหาเพื่อนรักทันทีที่เข้ามานั่งอยู่ในรถ หลังจากที่ทำเื่ฝากครรภ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
[ข่าวดีอะไรของมึงวะ อย่าบอกนะว่าพี่เ้านายมันขอมึงแต่งงาน] ปลายสายถามเพื่อนรักด้วยความแปลกใจ
“เปล่า ไม่ใช่เื่นั้นโว้ย แต่มึงกำลังจะมีหลานต่างหาก” พัชรบอกนะโมด้วยเสียงตื่นเต้นปนดีใจ เมื่อได้บอกข่าวดีเื่นี้กับเพื่อนรักเป็คนแรก
[มะ มึงว่ายังไงนะ มีหลาน? นี่มึงท้องเหรอ!] เสียงของนะโมถามกลับมาด้วยความใกับสิ่งที่ได้ยิน นี่มันแย่กว่าการแต่งงานอีกนะ ถึงแม้ทั้งคู่จะคบกันแล้วก็เถอะ แต่ยังไงทั้งพัชรและเ้านายก็คบกันได้ไม่นานเท่าไหร่เลยไม่ใช่หรือยังไงกัน
“โอ๊ย! มึงจะะโทำไมเนี่ย จะใอะไรขนาดนั้น”
พัชรถามอีกฝ่ายหนึ่งด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังมากนัก เขารู้อยู่แล้วว่านะโมต้องใกับเื่นี้ เพราะเขากับเ้านายพึ่งคบกันได้ไม่นาน ไม่แปลกที่เพื่อนของเขาจะคิดมากกับเื่ของเขาแบบนี้
[ก็มึงกับพี่มันคบกันยังไม่ถึงปีหรือเปล่าวะ จะไม่ให้กูใได้ยังไงก่อน ไม่โทรหากูเป็เดือน โทรหากูอีกทีดันมาบอกว่ากำลังจะมีลูกเนี่ยอะนะ แล้วพี่เขาว่ายังไงบ้าง]
เสียงของนะโมค่อนข้างที่จะตึงเครียดขึ้นมานิดหน่อย นะโมที่ไม่ค่อยชอบเ้านายเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมารู้ว่าเพื่อนของตัวเองท้องก่อนแต่ง มันยิ่งทำให้นะโมคิดมากกับความสัมพันธ์ของพัชรกับเ้านายแน่นอน
“กูพึ่งตรวจเสร็จ พอกูรู้เื่นี้ก็โทรหามึงก่อนเลยเนี่ย พี่นายกูยังไม่ได้บอก กะจะโทรหามึงให้ช่วยคิดวิธีเซอร์ไพรส์พี่นายด้วย” พัชรบอกนะโมด้วยเสียงตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
[เซอร์ไพรส์เหี้ยอะไรก่อน กูว่ามึงบอกพี่มันตรง ๆ นั่นแหละดีแล้ว จะทำวิธียุ่งยากอีกทำไมวะ]
นะโมตอบกลับมาด้วยเสียงกระแทกกระทั้น แค่พัชรบอกว่าตัวเองท้องก่อนแต่งก็น่าโมโหมากพออยู่แล้ว นี่ยังจะมาของให้เขาช่วยคิดวิธีเซอร์ไพรส์เ้านายอีก จะไม่ให้เขาหงุดหงิดใส่เพื่อนตัวเองได้ยังไงกัน
“กูก็อยากมีความทรงจำดี ๆ ตอนบอกเื่ลูกของกูกับพี่เขาไหมล่ะ มึงลองจินตนาการดูสิ ถ้ามึงมีลูกกับคนที่มึงรักอะ มึงจะไม่อยากมีภาพทรงจำดี ๆ เก็บเอาไว้เล่าตอนลูกมึงโตขึ้นเหรอวะ”
[ไม่อะ]
“ไอ้โม มึงจะไม่ช่วยกูจริง ๆ เหรอวะ”
พัชรเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เขารู้ดีว่านะโมหงุดหงิดที่เขาปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับเ้านายมากแค่ไหน แต่ในเมื่อเื่มันเกิดไปแล้ว มันก็ต้องยอมรับความจริงไม่ใช่หรือยังไงกัน
[งั้นมึงก็ชวนพี่มันกินข้าวเย็นที่ห้อง แล้วก็มีเค้กสักก้อนปักด้วยผลตรวจมึงก็ได้นี่]
“แต่..” ก่อนที่พัชรจะเอ่ยแทรก เสียงของนะโมก็ดังขึ้นมาอีกรอบ อย่างรู้ทัน
[แล้วอย่าบอกว่ามันธรรมดาเกินไปนะ เพราะกูอยากให้มึงคุยกับพี่มันก่อนจริง ๆ เกิดพี่มันไม่โอเค หรือติดปัญหาอะไร พวกมึงสองคนจะได้คุยกันได้ ที่กูพูด กูไม่ได้จะแช่งมึงด้วย แต่มึงอย่าลืมว่าพวกมึงสองคนพึ่งคบกันได้ไม่นาน มึงเข้าใจกูไหมพัชร]
นะโมไม่ได้อยากจะทำให้เพื่อนตัวเองคิดมากหรอกนะ แต่เพราะเขามองในมุมที่พัชรอาจจะมองข้ามไป เขาเลยต้องบอกแบบนี้ให้พัชรฟังตรง ๆ
“กูลืมคิดเื่นี้ไปเลยวะ ถ้าเกิดพี่มันไม่โอเคกับเื่นี้กูจะทำยังไงดีวะโม” พัชรที่ได้ยินคำแนะนำของนะโมก็เริ่มใจเสีย เพราะเขาก็ไม่เคยมองในมุมนั้นด้วยเหมือนกัน
[มันอยู่ที่มึงตัดสินใจ แต่อย่าลืมว่าพี่มันมีสิทธิ์เป็พ่อในท้องของมึง แต่ถ้ามันไม่รับผิดชอบจริง ๆ แค่หลานคนเดียวทำไมกูจะช่วยมึงเลี้ยงไม่ได้ มึงเข้าใจความหมายที่กูบอกไหม]
พัชรไม่เหลือใครเป็ครอบครัวอีกแล้ว ถ้าเกิดผู้ชายคนนั้นไม่รับผิดชอบเพื่อนเขาจริง ๆ เขาก็พร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยพัชรเสมอ
พัชรมีอดีตที่น่าสงสาร พ่อของพัชรทิ้งแม่ของพัชรไปมีคนอื่น ปล่อยให้พัชรอยู่กับแม่แค่สองคนโดยไม่เคยกลับมาเหลียวแล
พัชรโหยหาความรักจากคนเป็พ่อมากแค่ไหนทำไมนะโมจะไม่รู้ พัชร้าครอบครัวที่อบอุ่นมากแค่ไหนทำไมนะโมจะมองไม่ออก พัชรแค่ทำตัวให้เข้มแข็งไปอย่างนั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ในใจของพัชร้าความรักจากคนเป็พ่อมาโดยตลอดต่างหาก
“ขอบใจมากนะมึง งั้นกูขับรถกลับก่อนแล้วกัน เอาไว้ว่าง ๆ กูเข้าไปหาที่ร้านนะ”
[อืม มีอะไรก็โทรหากูก็แล้วกัน] นะโมบอกย้ำกับเพื่อนรักอีกครั้งด้วยความเป็ห่วง
“ครับพ่อ”
หลังจากที่กดวางสายจากนะโมไป พัชรก็ขับรถมุ่งตรงไปซื้อของที่ห้างใกล้ที่พักทันที เพราะอยากจะทำให้เ้านายรู้สึกตื่นเต้นและดีใจเหมือน ๆ กับเขา พัชรเลยตั้งใจที่ทำเซอร์ไพรส์ครั้งนี้มากเป็พิเศษ
ภายในห้องที่ประดับไปด้วยลูกโป่งสีสันสวยงาม กลางโต๊ะทานข้าวมีเค้กที่ตั้งเด่นสง่าอยู่ มันเรียกสายตาของเ้านายได้เป็อย่างดี
“เซอร์ไพรส์ครับ” พัชรเดินเข้าไปหาเ้านายด้วยความดีใจ ก่อนที่จะพาอีกฝ่ายเดินเข้ามาดูเค้กใกล้ ๆ
“นี่มันเื่อะไรกันน่ะพัชร พี่งงไปหมดแล้ว” เ้านายมองหน้าพัชรอย่าง้าคำตอบ เมื่อเช้าพัชรไม่สบายไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ลุกมาทำอะไรแบบนี้ได้ล่ะ
“พี่นายดูที่เค้กสิครับ” คำพูดของพัชร ทำให้สายตาของเ้านายเลื่อนไปมองที่เค้กอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่ั์ตาสีเข้มจะปะทะเข้ากับการ์ดขนาดเล็ก ที่พัชรย่อขนาดแล้วปริ้นมาปักไว้บนเค้กอย่างสวยงาม มือหนาเอื้อมไปหยิบการ์ดใบนั้นมาอ่านอย่างช้า ๆ ด้วยหัวใจที่สั่นระรัว
“นี่มัน...” เ้านายมองสิ่งที่อยู่ในมือด้วยความใ
“ครับ พัชรท้อง ตอนนี้พัชรท้องได้สองเดือนกว่าแล้วนะครับพี่นาย”
“พัชรว่ายังไงนะ ท้องอย่างนั้นเหรอ?” เ้านายมองหน้าพัชรด้วยความนิ่งอึ้ง เมื่อได้ยินสิ่งที่พัชรบอก เ้านายรักพัชรนั้นคือความจริง แต่สิ่งที่เขากำลังรับรู้อยู่ในตอนนี้ทำให้เขาทำตัวไม่ถูก ทำได้แค่มองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“พี่นายไม่ดีใจเหรอครับ” พัชรถามคนตรงหน้าออกไป เมื่อเห็นอาการนิ่งเงียบของเ้านาย
“พัชร พัชรก็รู้ว่าพี่พึ่งจะย้ายไปทำงานที่สาขาอื่น พี่พึ่งได้ไปรับตำแหน่งที่สาขาใหม่ แต่การที่พัชรท้องมันมีผลกับการพิจารณาการเลื่อนตำแหน่งของพี่นะ พัชรจะให้พี่ดีใจเหรอ”
เ้านายพูดเสียงเครียด ก่อนที่จะเดินหนีออกจากตรงนั้นอย่างหัวเสีย เขาตั้งความหวังกับการย้ายไปสาขาใหม่ในครั้งนี้เป็อย่างมาก เพราะที่นั่นหัวหน้าฝ่ายพึ่งจะลาออกไป แน่นอนว่าหัวหน้าแผนกอย่างเขามีสิทธิ์ยื่นเื่พิจารณาเลื่อนตำแหน่งในครั้งนี้ได้
“พี่นาย! แต่นี่มันก็ลูกพี่เหมือนกันนะ พี่พูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง” พัชรถามอีกฝ่ายหนึ่งออกไปด้วยความเสียใจ เขาไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้ออกจากปากของคนรัก
“แล้วจะให้พี่ดีใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดมางั้นเหรอ สิ่งที่เกิดมาเพื่อพังทุกอย่างที่พี่ตั้งใจทำอย่างงั้นเหรอพัชร พัชรก็รู้ว่าพี่ตั้งใจกับตำแหน่งนี้มากแค่ไหน อีกอย่างเราไม่ได้วางแผนรับมือกับเื่นี้เลยนะพัชร”
น้ำเสียงที่หงุดหงิดของเ้านาย ทำให้พัชรใจเสียอยู่ไม่น้อย นี่เ้านายไม่ดีใจสักนิดเลยเหรอที่มีเด็กคนนี้ เหมือนอย่างที่นะโมบอกกับเขาเอาไว้ไม่มีผิด เ้านายไม่ได้รู้สึกดีกับเื่นี้จริง ๆ ด้วย
“พี่จะให้ผมทำยังไง! เรามีเขาแล้วนะ เขากำลังจะเกิดมาแล้ว พี่เข้าใจไหมว่าเรามีเขาแล้ว เราต้องรับผิดชอบเขา” ทั้ง ๆ ที่คิดว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจ และดีใจไปพร้อมกับเขาแท้ ๆ แต่ทำไมเ้านายถึงต้องทำสีหน้าไม่พอใจที่มีเด็กคนนี้ด้วย
“เอาเป็ว่า เราค่อยคุยเื่นี้กันวันหลังนะพัชร วันนี้พี่เหนื่อย พี่ปวดหัว ขอพี่คิดวิธีแก้ปัญหานี้ก่อนก็แล้วกัน” เ้านายหันหน้าหนีอย่างไม่้าที่จะมองหน้าพัชรตอนนี้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหนีจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
“ครับ”
พัชรได้แต่มองตามหลังคนรักไปด้วยความเสียใจ ไม่เคยคิดว่าเ้านายจะเป็คนแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาทั้งสองรักกันมากแท้ ๆ
แต่กลับต้องมาทะเลาะกัน เพราะอีกฝ่ายคาดหวังกับตำแหน่งใหม่ มากกว่าลูกของตัวเองที่กำลังจะเกิดมาอย่างนั้นเหรอ
“พี่นายว่ายังไงนะครับ” พัชรมองหน้าเ้านายอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่าย้าจะสื่อ
“พี่บอกว่าเราจะช่วยกันเลี้ยงลูกคนนี้ แต่พี่ขอให้เื่พัชรเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับได้ไหม พัชรก็รู้ว่าพี่หวังในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายมากแค่ไหนนี่”
“แต่พัชรต้องไปทำงานนะครับ ยังไงเื่นี้ก็ต้องมีคนรู้”
ถึงแม้จะอยู่คนละสาขา แต่ยังไงเื่ที่เขาท้อง มันก็ไม่สามารถที่จะเก็บไว้เป็ความลับไปได้ตลอดหรอก พัชรจึงค้านอีกฝ่ายหนึ่งออกไปทันที
“พี่ถึงอยากให้พัชรลาออกมาเลี้ยงลูกอยู่ไงครับ พัชรเป็คนบอกกับพี่เองนะว่า เขาเกิดมาแล้ว เราสองคนต้องช่วยกันรับผิดชอบ นี่เป็ทางเดียวที่เราจะปิดเื่นี้เอาไว้ได้ อีกอย่าง ตอนพัชรคลอดก็ต้องลาออกเพื่อดูแลลูกอยู่แล้ว พัชรแค่ลาออกเร็วขึ้นเท่านั้นเอง”
เ้านายพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจอย่างใจเย็น เขาไม่รู้หรอกนะว่าพัชรจะคิดยังไงกับเื่นี้ แต่ยังไงเ้านายก็ไม่ยอมให้เื่ที่พัชรท้องรู้ถึงหูคนในบริษัทอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้น พวกเขาทั้งคู่คงมีเื่วุ่นวายตามเข้ามาอีกมากแน่ ๆ
“นี่พี่จะให้พัชรอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เหรอ ไม่ไม่ยุติธรรมกับพัชรเลยนะครับ พี่ทำเหมือนผมเป็พวกเมียน้อยที่ต้องแอบกินกันยังไงอย่างนั้นเลย”
พัชรเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ เขาไม่ได้คาดหวังให้อีกฝ่ายถึงกับต้องจัดงานแต่งงาน แต่แค่อยากขอให้อีกฝ่ายยอมสู้ปัญหานี้ไปพร้อม ๆ กับเขาก็เท่านั้นเอง แต่ทำไมเ้านายต้องกดให้เขาดูเป็คนไม่สำคัญขนาดนี้ด้วย
“แล้วพัชรมีวิธีที่ดีกว่านี้เหรอ หรือว่าพัชรจะยอมเอาเด็กออกล่ะ” เ้านายถามออกไปอย่างเหลืออด อันนั้นก็ไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ดี แล้วถ้าอีกฝ่ายคิดวิธีที่ดีกว่าเขาทำไมไม่พูดออกมาล่ะ
“พี่นาย!! นี่มันลูกพี่นะ พี่คิดเื่เลว ๆ แบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน” พัชรตะเบ็งเสียงออกมาอย่างเหลืออด เมื่อได้ฟังคำถามนั้นของเ้านาย
“แล้วพัชรจะให้พี่ทำยังไง ครอบครัวของพี่คาดหวังกับพี่มากแค่ไหนพัชรก็รู้ ตำแหน่งใหม่ที่พี่อยากได้เขาก็้าคนที่ยังไม่มีพันธะ แล้วพัชรจะให้พี่ทำยังไง พี่เองก็เครียดนะพัชร” เ้านายอธิบายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“พี่นาย”
“พัชรก็เลือกเอาเองก็แล้วกัน ว่าจะลาออกมาเลี้ยงลูก หรือพัชรจะเอาเด็กออก”
เ้านายพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนที่จะเดินหนีออกจากห้องไป ทิ้งให้พัชรนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองอย่างเงียบ ๆ อยู่ในห้องเพียงคนเดียว
“มึงว่ากูควรทำยังไงดีวะโม กูไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงต่อไปดีเลยว่ะ”
หลังจากที่นั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่นาน เมื่อตั้งสติได้พัชรจึงเลือกที่จะโทรปรึกษาเพื่อนรักอย่างนะโมทันที พัชรเชื่อว่าเพื่อนของเขาคนนี้จะต้องมีคำแนะนำดี ๆ ให้กับเขาได้แน่นอน
[กูไม่รู้หรอกนะว่าพี่มันมีปัญหาอะไร แต่การที่จะให้มึงอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ กูไม่เห็นด้วย อย่างน้อยมึงกับพี่มันก็ต้องจดทะเบียนสมรสกัน เพื่อเป็หลักประกันในอนาคตให้ลูกมึงเอง]
นะโมให้คำแนะนำเพื่อนรักอย่างอ่อนใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าเหตุผลของคนทั้งคู่ว่า มีตื้นลึกหนาบางยังไงกันมากกว่าที่พัชรเล่าให้ฟังไหม เพราะอย่างนั้น นะโมจึงได้แต่แนะนำวิธีที่จะส่งผลกระทบต่อคนทั้งคู่น้อยที่สุดเท่าที่จะแนะนำได้
“แต่...”
[ฟังนะพัชร มึงก็แค่บอกพี่มันว่าขอแค่จดทะเบียนสมรส ไม่ต้องจัดงานแต่งก็ได้ แต่ลูกมึงต้องเกิดมาจากความถูกต้อง อีกอย่างแค่ไม่ป่าวประกาศออกไป ยังไงก็ไม่มีคนรู้ไม่ใช่เหรอ ว่ามึงกับพี่มันจดทะเบียนสมรสกันแล้วอะ]
“แล้วถ้าพี่นายไม่ยอมละมึง กูจะทำยังไงดี”
พัชรไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะทำยังไงกับเื่นี้ดี ถึงแม้คำแนะนำของนะโมค่อนข้างจะมีประโยชน์มากก็เถอะ แต่เขาไม่มั่นใจว่าเ้านายจะเข้าใจความตั้งใจของเขาไหม
[ถ้ามันไม่ยอมกูจะไปกระทืบมันให้มึงเอง] นะโมพูดออกมาทีเล่นทีจริง เพราะไม่อยากให้เพื่อนตัวเองรู้สึกเครียดมากไปกว่านี้
“ทำเป็พูดดี แต่ยังไงก็ขอบใจมึงมากนะโม ถ้าไม่มีมึงคอยรับฟังปัญหาของกู กูคงเครียดตายเลย”
พัชรรู้ดีว่านะโมหวังดีกับเขามากแค่ไหน บ่อยครั้งที่พัชรรู้สึกผิดต่อนะโม เพราะสิ่งที่นะโมคอยเตือนมันจะเป็จริงอยู่เสมอ มีแต่เขาเท่านั้นแหละที่ไม่เคยฟังคำเตือนจากเพื่อนคนนี้
[เออ แต่กูยังยืนยันคำเดิมนะ ถ้ามันไม่รับผิดชอบมึง มึงยังมีกูนะพัชร มึงไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว มึงจำคำกูเอาไว้นะ]
นะโมเอ่ยย้ำกับเพื่อนรักอีกครั้งอย่างห่วงใย เขาไม่อยากให้พัชรรู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ อย่างน้อยพัชรควรรับรู้ว่า ยังมีเขาที่เป็เพื่อนสนิทคอยอยู่ข้าง ๆ เสมอ
“อืม กูมีมึงอยู่ข้าง ๆ เสมอ งั้นกูจะลองคุยกับพี่นายดูก่อนก็แล้วกัน ถ้าไม่ไหวจริง ๆ มึงเตรียมตัวช่วยกูเลี้ยงหลานได้เลย”
[เออ โชคดีนะมึง กูก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน เย็นนี้มีนัดกับรามเอาไว้ว่ะ]
“แหม ่นี้ตัวติดกันตลอดเลยน้า” พัชรอดเอ่ยแซวเพื่อนสนิทไม่ได้ เพราะั้แ่ที่นะโมคบกับรามแบบจริงจัง พวกเขาสองคนก็ตัวติดกันแทบตลอดเวลา จนพัชรยังแอบอิจฉา
[ก็นิดนึง งั้นเอาไว้เจอกันนะมึง มีอะไรก็โทรหากูได้ตลอดเลยนะ อย่าลืมล่ะ]
“อืม บ๊าย”