“ เพียงไม่มีบ้านอยู่ที่เมืองนี้ ไม่ทราบพ่อเลี้ยงพอจะแนะนำบ้านเช่าให้บ้างได้ไหมคะ”
“ ทำงานที่นี่ไม่จำเป็ต้องเช่าบ้าน เรามีบ้านพักไว้ให้คนงานส่วนใหญ่ที่บ้านอยู่ไกล ที่อยู่ใกล้ในหมู่บ้านนี้จะขับมอเตอร์ไซค์ไปมาเองก็ตามแต่ใจ ซึ่งคนงานส่วนใหญ่จะเป็ผู้ชายหรือไม่ก็อยู่กันเป็ครอบครัวคงไม่เหมาะที่เธอจะไปพักอยู่ใกล้พวกเขา ฉันคิดจะให้เธอพักอยู่ที่บ้านเดียวกันกับฉัน แต่..เอ๊ะมีบ้านหลังเล็กอีกหลังหนึ่งอยู่ภายในรั้วเดียวกันนั้นแหละให้เป็ตัวเลือกอีกข้อ”
“ เพียงเลือกพักบ้านหลังเล็กค่ะ”
หญิงสาวตัดสินใจทันที
“ จะไม่ลำบากหรือ อาจต้องทำงานบ้านเองหมดเลยน่ะ แต่ถ้าอยู่กับฉันก็จะมีคนทำให้”
เขาลองหยั่งเชิง
“ แค่ทำงานบ้านเองเพียงไม่ลำบากหรอกค่ะ”
หญิงสาวตอบตามตรง เื่งานบ้านเธอทำได้จนชินมาั้แ่เด็กแล้ว ไม่เห็นจะลำบากอะไรเลย แต่คงจะลำบากมากกว่าถ้าต้องตกอยู่ในสายตาของผู้ชายมาดขรึมคนนี้ทั้งในเวลางานและเวลาส่วนตัว
“ ตามใจ เดี๋ยวเราไปดูที่พักกันเลย เธอเดินทางมาเหนื่อยๆจะได้พักผ่อน เื่งานเอาไว้เดี๋ยวค่อยคุยกันวันหลัง”
********************
พ่อเลี้ยงอินทัชขับรถจี๊ปส่วนตัวที่ใช้เวลาวิ่งตรวจงานในไร่พาเพียงขวัญมาที่บ้านซึ่งอยู่บนเนื้อที่ผืนเดียวกันกับที่ตั้งโรงงาน แต่อยู่ลึกเข้ามาด้านใน ตัวบ้านตั้งอยู่บนเนินใจกลางสวนส้ม ทำให้เมื่อมองลอดรั้วไม้โปร่งตาสีขาวนั้นออกไป ก็จะเห็นทิวแถวของต้นส้มเป็แนวยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา
“ โอ้โฮ สวนส้มกว้างจัง”
หญิงสาวอุทาน สายตาตื่นๆจับจ้องอยู่ที่แนวอันเป็ระเบียบของต้นส้ม
“ แล้ววันหลังฉันจะพานั่งรถชมให้ทั่วสวน”
“ ต้นเล็กจังนะคะ แล้วก็ดูไม่ค่อยดกด้วย”
หญิงสาวกล่าวซื่อๆ
“ อะไรได้ นี่ถือว่าต้นโตสมบูรณ์มากทีเดียวสำหรับส้มที่พึ่งปลูกได้แค่ปีเศษ เราจะยังไม่ปล่อยให้มันติดลูกหรอกจนกว่าจะถึงอายุของมัน ส่วนที่มีผลกำลังเก็บได้นะอยู่ลึกไปอีก ปีนี้ดกมากทีเดียว ไว้วันหลังฉันจะพาไปดู”
“ เหรอคะ เพียงนี่ไม่รู้อะไรเอาเลยจริงๆ”
เพียงขวัญยิ้มเขินๆกับความเปิ่นของตน
ร่างสูงมาดสง่างามก้าวลงจากรถ หญิงสาวจึงรีบลงตามและเขาก็พาเดินตรวจตราไปทั่วบ้านหลังเล็กที่ว่า แต่สำหรับเพียงขวัญแล้วมันไม่เล็กเลย บ้านชั้นเดียวหลังสีขาวตั้งอยู่บนเนินดินเตี้ยๆมีบันไดหินอ่อนสามขั้นให้ก้าวขึ้นไป ระเบียงหน้าบ้านมีชิงช้าเหล็กดัดตั้งอยู่โดยหันหน้าไปทางแปลงไม้ดอกสีสดสวยสะพรั่ง ถัดเข้าไปที่เหนือบานประตูมีป้ายไม้ทาสีขาวแกะสลักอักษรไว้อย่างสวยงามว่า “บ้านอินทิรา ” ภายในบ้านทาสีและจัดแต่งไว้ด้วยเฟอร์นิเจอร์สีชมพูสวยหวาน มีห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัวพร้อมสรรพ ทุกตารางนิ้วสะอาดสะอ้านน่ารักน่าอยู่
“ สวยจังเลย บ้านของใครคะ”
รอยยิ้มชื่นชมจริงใจระบายอยู่เต็มใบหน้าของหญิงสาว ตอนนี้ทั้งคู่มาหยุดยืนอยู่ที่ห้องนั่งเล่นที่อาจจะใช้เป็ห้องรับแขกไปด้วยในตัว
“ ของน้องสาวฉันเอง”
“ แล้วเธอจะไม่ว่าอะไรหรือคะ ที่เพียงจะมาอยู่ด้วย”
“ ตอนนี้บ้านอยู่ในความดูแลของฉัน ฉันอนุญาตให้เธออยู่ไปได้จนกว่าเขาจะกลับมา”
น้ำเสียงของเขาขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด สายตาจับจ้องไปที่ภาพวาดจากสีน้ำมันที่แขวนอยู่ข้างพนัง เป็รูปของหญิงสาวขนาดเกือบเท่าตัวจริงคนหนึ่งผู้มีใบหน้าสวยหวานปานจะหยด ดวงตาเป็ประกายสุกใสราวแสงดาว รอยยิ้มไร้เดียงสาราวกับเด็กหญิงเล็กๆ ผมตรงยาวสลวยเป็มันขลับ ผิวขาวอมชมพูเปล่งปลั่ง ช่างเป็หญิงสาวที่งดงามเสียเหลือเกินและคนวาดก็ช่างวาดได้เหมือนจริงราวกับถอดิญญาออกมาได้
“ แล้วตอนนี้เธอไปไหนคะ”
“ นั้นไงล่ะ”
เขาพยักหน้าไปยังภาพวาดที่สายตาจับจ้องอยู่ก่อนแล้ว
“ เพียงหมายถึงตัวจริงของเธอ”
“ เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พักผ่อนตามสบายแล้วกัน ตอนเย็นขอเชิญไปทานข้าวที่บ้านหลังใหญ่ เวลาหกโมงครึ่ง”
เขากล่าวเสียงเครียดแล้วเดินจากไปอย่างกะทันหัน จนเพียงขวัญต้องอึ้ง นึกทบทวนว่าตัวเองไปพูดผิดหูเขาตอนไหน แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรที่น่าจะเป็ประเด็น