บทที่ 12 นักดาบสาวผู้น่ารัก
สวัสดีผมเองกาวหรือกาวีชัย กาวะสี ชายผู้ตายไปแล้วและได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกด้วยความช่วยเหลือของเหล่าจอมมารทำให้ผมกลายเป็นักล่าผู้กล้าในต่างโลก หลังจากจบอีเว้นท์กับพวกอันธพาลชุดเหลืองสามหน่อไปได้ไม่ทันไร ก็เจออีเว้นท์ใหม่ต่อเนื่องในทันทีคราวนี้เป็อัศวินสาว(น่ารัก)กับพวกนักผจญภัยเลว(โครต)……เหมือนจะลืมอะไร? อ่อ!ใช่ๆโดยเื่เกิดจากลุง(ตัวประกอบ)เพราะอะไรไม่ต้องสนใจหรอกเนอะ เอาเป็ว่าเป็ไงไปรับชม(อ่าน)กันต่อได้เลยจ้า
“หยุดทำร้ายคุณลุงเขาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นผมไม่อาจทนนิ่งอยู่เชยได้อีกแล้ว!”
เด็กสาวรูปงามผมยาวสีดำใช้คำเรียกตัวเองว่า‘ผม’ยืนอยู่หลังเหล่านักผจญภัยประกาศออกมาอย่างชัดเจน จ้องไปยังชายร่างยักที่น่าจะเป็หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยอย่างไม่เกรงกลัว
“แหม่ๆ มีน้องสาวสุดสวยมาช่วยสะด้ว~ย”
ชายร่างยักผู้เป็หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยไม่มีท่าทีกลัวเด็กสาวแม้แต่น้อยทั้งยังยิ้มเยาะเย้ยออกมา พร้อมเสียงหัวเราะดังคิๆของพวกเพื่อนนักผจญภัยอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกัน
เด็กสาวที่เห็นงั้นก็ขมวดคิวแสดงท่าทางไม่พอใจที่ไม่กลัวต่อคำเตือนแถมยังหัวเราะเยาะใส่เธออีก
อืม…จะไปว่าพวกนักผจญภัย(เลว)พวกนั้นก็ไม่ได้
จากสายตาของผม เธอดูเป็คุณหนูสาวผอมบางไร้เรียวแรงไม่น่าจะสู้ใครได้ถึงจะมีอาวุธประดับอยู่ข้างกายก็ไม่น่าช่วยอะไรมากนัก
ทั้งที่คิดงั้นแต่ก็มีบางอย่างสะกิดใจผมอยู่
แววตา… แววตาสีเขียวมรกตของเธอดูมั่นใจในตนเองไร้ความกลัวต่อภัยที่อยู่ตรงหน้านั้นบอกได้เลย…
เธอไม่ธรรมดาแน่ๆ!
“นี้น้องสาวจ้า นี้เป็เื่ระหว่างพวกพี่กับลุงตรงนี้ พี่ก็แค่เรียกค่าเสียหายนิดหน่อยที่ทำรองเท้าพี่เลอะเท่านั้นเอ~ง รองเท้าคู่นี้เป็คู่โปรดนี้ของพี่เลยน้~า”
ชายร่างยักพูดด้วยน้ำเสียงยียวนหยอกล้อเล่นขณะที่เดินไปหาเด็กสาวผมดำก่อนใช้สายตาสำรวจร่างกายเปราะบางของเธอก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย โถ่ ไอ้โรคจิต!
“ถ้ามันเลอะอย่างนี้พี่ก็ใส่ไม่ได้สิ? แล้วถ้าไม่มีพี่ก็ไม่มีความมั่นใจในฐานะนักผจญภัยและถ้าพี่ไม่มั่นใจพี่ก็ออกไปลุยเควสไม่ได้สิจ้ะน้องจ้า”
เขายังคงพูดหยอกล้อเล่นชวนน่าโมโหต่อ
นี่แกเป็นักผจญภัยแห่งรองเท้าหรือไงหะ!
“อย่ามาพูดบ้าๆ 1 เหรียญเงินที่นายเรียกร้องเท่ากับซื้อรองเท้าคู่นั้นที่ใส่อยู่ได้ถึง 3 คู่เลย รองเท้าที่ใส่ก็ไม่ได้เลอะอะไรมากมายแค่เอาผ้าเช็ดออกนิดหน่อยก็สะอาดหมดแล้ว”
เด็กสาวผมดำตอบกลับด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ
ถูกอย่างที่เด็กสาวว่า เศษที่ติดรองเท้าแค่เนี่ยเอามือปัดออกนิดหน่อยก็ออกหมดแล้วไม่คราบอะไรติดไว้
“แหม่ๆ ถ้าน้องว่าอย่างงั้นน้องก็ช่วยเช็ดรองเท้าให้พี่หน่อยสิจ้ะน้องสาว พี่อาจจะเปลี่ยนใจไม่เอาเื่ไอ้ลุงแก่ก็ได้~”
ชายร่างยักว่างั้นก่อนยื่นเท้าข้างหนึ่งมาข้างหน้าเหมือนบอกให้เด็กสาวผมดำตรงหน้สเขาเป็คนเช็ดพรางยิ้มสนุก
เด็กสาวก้มหน้าขมวดคิวมองรองเท้าของชายร่างยัก
ส่วนพวกนักผจญภัยที่อยู่ด้านหลังต่างพากันหัวเราะชอบใจพร้อมเดินเข้าไปใกล้เด็กสาวใช้จำนวนชายที่เยอะกว่าเพื่อกดดันให้ทำตามที่บอก
ไอ้พวกนี้!
“เข้าใจแล้ว”
?
เด็กสาวหันหน้าขึ้นมาตอบกลับด้วยรอยยิ้มอย่างสดใสจนหน้าใ
รอยยิ้มนั้นแถบจะกระชากใจหนุ่มจนติดสตั้นหน้าแดงกันไปเป็แถบได้สบายๆเลยคงไม่มีชายหนุ่มสุขภาพร่างกายแข็งแรงทนต่อรอยยิ้มนั้นได้ และแน่นอนรวมถึงผมด้วยน่ารักอ่ะ
*ชึก*
หือ?
ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินต่อรอยยิ้มสดใสของเด็กสาวผู้น่ารักก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงปักอะไรสักอย่างที่ดูไม่ลื่นหูเท่าไร?
พอลองมองตรงที่คิดว่าเป็ต้นเสียงปรากฏว่า ดาบของหญิงสาวผมดำที่เคยอยู่ในฝักตอนนี้ได้แทงปักลงที่ปลายรองเท้าชายร่างยักเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“อ๊ากกกก”
ชายร่างยักที่พึ่งรู้ตัวว่าโดนอะไรไปร้องออกมาอย่างเ็ป
โหดแท้!
แต่ก็สมน้ำหน้า ชายร่างยักโดนไปหนึ่งดอก
ชายร่างยักมองดาบที่แทงปลายเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา
“ผมเช็ดให้เรียบร้อยแล้ว”
“นะ-น้องสาว?”
“ใครน้องสาวแก!”
อุ้ย~ย โดนไปอีกหนึ่งดอก
เด็กสาวดึงดาบออกจากเท้าชายร่างยักก่อนจะโดดถอยห่างออกมา แล้วตั้งดาบขึ้นมือเดียวพร้อมสู้
“ในเมื่อเป็นักรบเหมือนก็มาคุยกันด้วยการประดาบน่าจะดีกว่าไหม?”
เธอว่างั้นพร้อมชี้ดาบท้าทายไปยังหน้าชายร่างยักและกลุ่มนักผจญภัย
“ยัยนี่!”
ไม่พูดพลามทำเพลงนอกจากชายร่างยักที่กุมเท้าอยู่ต่างหยิบอาวุธออกมาเตรียมจะสู้ เอาแล้วไง
“ลุงครับขอเชินทางนี้ครับ”
“เอ๊ะ ดะ-ได้”
ดูเหมือนทุกคนจะลืมลุงที่เป็ตัวต้นเื่กันแล้ว ผมเลยอาสาทำหน้าที่ตัวประกอบที่ดีไปพยุงพาลุงที่ยังงงๆอยู่ออกจากฉากสนามรบมาแอบหลบอยู่ในซอยเดียวกับผมที่พึ่งตื่นไม่นานมานี้ เคลียร์พื้นที่พร้อมสำหรับให้พวกเขาสู้กันสะดวก อ่อ เกือบลืมคืนแอปเปิ้ลเขียวให้ลุงเลยนี้ครับ ลุงก็รับมางงๆแล้วขอบคุณ
พวกนักผจญภัยชายทั้งสามคนเริ่มจัดขบวนเตรียมอาวุธจะเข้าต่อสู้อย่างจริงจัง ให้สองคนอยู่หน้าส่วนอีกคนอยู่ด้านหลัง
จากประสบการณ์อันโชกโชน(เล่นเกมกับหนัง)และดูด้วยตาเปล่า
สองคนอยู่หน้าเป็สายต่อสู้นักรบ คนทางขวาเป็ชายดูกล้ามถือดาบสั้นด้วยมือขวากับโล่เล็กสีเหลี่ยมจัตุรัสติดอยู่แขนซ้ายน่าจะเป็สายต่อสู้ระยะประชิด ส่วนคนทางซ้ายเป็ชายสูงยาวถือหอกยาวด้วยสองมือคงเป็สายต่อสู้ระยะกลางและทั้งคู่ต่างใส่เกราะหนังดูเรียบธรรมดา ส่วนคนที่อยู่หลังเป็ชายดูผอมดูไร้เรี่ยวแรงสวมชุดคลุมยาวที่ถือสิ่งที่เหมือนไม้เท้าหรือคทาอะไรสักอย่างน่าจะเป็พวกนักเวทย์อะไรประมาณเนี่ย สมแล้วที่เป็โลกแฟนตาซี
ทางอีกด้านเป็เด็กสาวผมดำยาวผอมบางไร้เรี่ยวแรงยืนคนเดียว เธอมีเพียงดาบยาวเรียวเรเปียร์สีเงินที่ดูสวยงามและแหลมขมเล่มนั้น
แม้จะมีเธอเพียงสู้คนเดียวกับนักผจญภัยสามคน แต่ก็ไม่แสดงอาการกลัวแต่อย่างใด ชั่งดูงดงามและน่านับถือจริงๆ FC เลยคร้าบ
?
ถ้าถามว่าผมทำไมไม่ไปช่วยเธอสู้ด้วยน่ะเหรอ? นี้ก็เป็อีกอีเว้นท์ช่วยสาวพาเข้าตี้ในตำนานเลยไม่ใช้เหรอ?
…………
บ้าเปล่า? เอ็งบ้าหรือเปล่า? เอ็งบ้าแล้วไอ้ชาย!
ขนาดตูสู้พวกตัวประกอบอันธพาลมือเปล่าธรรมดาตูยังแพ้จนต้องไปนอนอยู่กับพื้นมาแล้ว แล้วคราวนี้อะไร นักผจญภัย นักผจญภัยเลยนะเฮ้ย แถมยังอาวุธครบมือกันทุกคนด้วย ถ้าจะให้ตูเข้าไปแจมปาร์ตี้นี้ด้วยขอหลบปลอดภัยอยู่ตรงนี้saveชีวิตตัวเองจะดีกว่า
ว่าแล้วการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น
เด็กสาวเป็คนเริ่มโจมตีก่อน เธอวิ่งเข้าใส่นักผจญภัยทั้งสามตรงๆอย่างรวดเร็วเผชิญหน้า ชายทั้งสองเห็นงั้นยกอาวุธขึ้นมาป้องกันตนไว้ ส่วนนักเวทย์ชายที่อยู่ด้านหลังชูคทาขึ้นเหมือนรวบรวมพลังบางอย่างน่าจะเตรียมร่ายเวทย์
“[Jump]!”
เด็กสาวสาวะโออกมาน่าจะเป็<สกิล>ได้ะโลอยข้างหัวนักผจญภัยทั้งสองอย่างสง่าตรงไปยังนักเวทย์ชาย
พอเห็นว่าตนเป็เป้าหมายจึงร้อนรนรีบชี้คทาไปเด็กสาวเพื่อยิงเวทย์
“F-Fri…”
“ช้าไป!”
“อึก”
กว่าที่นักเวทย์ชายจะได้ยิงเวทย์ เด็กสาวได้วิ่งผ่านนักเวทยก่อนจะใช้ด้ามดาบทุบหลังคอจนเขาสลบลงไปกับพื้น
เธอเร็วมาก ไม่กี่วินาทีเธอจัดการอย่างสบายๆไปได้คนหนึ่ง
เธอทำถูกแล้ว ปกติในเกมนักเวทย์จะเป็ตัวที่มีการโจมตีไกลได้กว้างและรุนแรง แต่เปราะบางและใช้เวลาร่ายพอควรถ้าโดนเข้าระยะประชิดได้ก่อนร่ายก็เสร็จแล้ว
ส่วนอีกฝั่งขนาดเพื่อนนักเวทย์โดดจัดการลงไปแล้วนักรบทั้งคู่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“หน่อยแก!”
“บังอาจทำกับเพื่อนเราได้!”
ทั้งสองต่างถืออาวุธพุ่งเข้าจัดการเด็กสาว แต่ดูเหมือนไร้ผลเธอหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้หมดเลย
ทั้งสองพยายามฟันแทงเด็กสาวอย่างเอาเป็เอาตาย แม้จะฟันจะแทงแรงแค่ไหนถ้าไม่โดนก็ไม่มีความหมาย เธอหลบรวดเร็วพลิ้วไหวดังภูตแห่งสายลมที่ไม่อาจจับต้องได้
“ดูเหมือนจะหมดแรงแล้วสินะ”
เด็กสาวกล่าวขึ้น พอมองไปที่นักผจญภัยทั้งสองต่างยืนหอบดูเหมือนจะหมดแรงแล้วจริงๆ
“งั้นต่อไปตาผมละนะ!”
เด็กสาวใช้ดาบเรเปียร์ชี้ไปทั้งสองก่อนจะพุ่งไปอย่างรวดเร็ว
“อย่ามาหยามกันให้มากนัก”
นักผจญภัยใช้หอกยาวแทงหอกไปทางที่จะเด็กสาวพุ่งมา
เธอเบี่ยงตัวเล็กน้อยหลบปลายแหลมคมหอกยาวเฉียดใบหน้าไป ก่อนใช้ดาบเรเปียร์ปัดหอกยาวเขาจนหลุดมือก่อนจะแทงเข้าที่ไหล่หนึ่งทีแล้วล้มลงไป
นักผจญภัยใช้ดาบเห็นโอกาสพุ่งเข้ามาฟันด้านข้าง เธอหมุนตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะแทงกลับ
“อย่าคิดว่าข้าจะโดนจัดการง่ายเหมือนไอ้บ้านั้นละ”
“!”
นักผจญภัยใช้ดาบบอกขณะที่ยกโล่กันดาบของเด็กสาวได้
เด็กสาวยังไม่ยอมเข้าไปแทงต่อในขณะที่นักดาบยังคงยกโล่กันไว้ ทั้งคู่ประรองดาบกันอย่างดุเดือน เด็กสาวปัดการโจมตีอีกฝั่งแล้วใช้แทงดาบสวนกลับแต่ก็ถูกโล่ของนักผจญภัยใช้ดาบกันการโจมตีได้ตลอด
เด็กสาวเห็นอย่างนั้นก็ไม่ยอมแพ้ยังคงใช้ดาบแทงต่อไม่หยุด
นักผจญภัยใช้ดาบเริ่มมีสีหน้าลำบาก เธอแทงดาบไม่หยุดเริ่มแทงเร็วขึ้นและรัวขึ้นเรื่อยๆจนเขาเริ่มรับไม่ไหว
“ย้ากก”
ดาบแทงรวดเร็วอย่างไม่หยุดยั้งจนภาพติดตาเหมือนดาบเรเปียร์นับสิบกำลังรุมแทงนักผจญภัยใช้ดาบ
จนเขาเริ่มไม่มีโอกาสตอบโต้กลับแค่ยกโล่กันก็เต็มกลืน
ในที่สุดก็เขากันไม่ไว้ โล่กระเด้งออกเผยโอกาสและเธอก็ไม่รอช้าใช้ดาบกระหน่ำแทงจนเขากระเด็นล้มลงกับพื้น
“แฮ่กๆ”
เด็กสาวหายใจหอบอย่างหมดแรงยืนยิ้มดูน่ารักภูมิใจในผลงาน
ชาวบ้านที่เห็นการต่อสู้ของเด็กสาวต่างโอ้ร้องอย่างดีใจที่เห็นเธอเป็ผู้มีชัย
“แค่นี้ก็จบแล้ว…?”
? อยู่ดีเด็กสาวดูมีท่าทีแปลก…!?
พอมองที่เท้าของเด็กสาวเหมือนมีอะไรมามัดเท้าไว้อยู่…เดี๋ยวนะมีตราเวทย์อยู่ใต้เท้า!?
พอผมหันไปดูนักเวทย์ที่โดนจัดการน่าจะสลบไปั้แ่เริ่ม ตอนนี้กลับได้สติกำลังนอนอยู่ในท่าเดินใช้คทาร่ายเวทย์อยู่
“ลองโดนเวทย์[ตรึง]อย่างนี้เข้าไปคงขยับไปไหนไม่แล้วสินะ เอายัยนี้เลยหัวหน้า”
“ได้!!”
ไม่รู้ั้แ่เมื่อไรชายร่างยักยืนอยู่หลังเด็กสาวพร้อมในมือถือดายยาวง้างเป็วงกว้างเตรียมจะฟันเต็มที่จากสีหน้าบอกได้เลยว่า กะเอาถึงตาย
“ข้างหลัง!”
“!?”
ผมรีบะโบอก เด็กสาวดูเหมือนจะรู้ตัวอยู่แล้วแต่ขยับไปไหนเพราะเวทย์[ตรึง]มัดเท้ากับพื้นขยับไม่ได้ เธอได้แต่ยกดาบขึ้นมากันได้แต่ขนาดตัวมันที่ใหญ่กว่าคนละเบอร์ แรงเหวี่ยงดาบส่งเธอลอยกระเด็นอัดเข้ากับกำแพงอย่างจัง
“อัก!”
เธอร้องเจ็บออกมาเบาๆก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งอยู่กับพื้น แย่ละ!