“เราจะหาทางไปตลาดมืดเจอได้ยังไง” ซ่งหย่วนถามภรรยา
“เราเอาขนมไข่ไปฝากจื่อหลินก่อนดีไหม ฉันว่าหวงิน่าจะรู้นะ” จูเสี่ยวลี่เสนอ
“ถ้าให้ครอบครัวของน้องเขยรู้เื่ที่เราจะไปขายของในตลาดมืด พวกเขาจะตำหนิจื่อหลินหรือเปล่า เราอย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้เธอเลย”
“คุณตามฉันมาเถอะน่า คุณป้าหวงออกจะใจดี ไม่แน่เธออาจจะช่วยเราขายขนมเหมือนที่อาจารย์เฟิ่งช่วยเราก็ได้” จูเสี่ยวลี่ฉุดแขนสามี
แต่ซ่งหย่วนขืนตัวไว้ “แต่บ้านหวงเขารวยมากนะ เขาไม่น่าจะมาสนใจกับรายได้เล็กๆ น้อยๆ เหมือนเราหรอก”
“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ” จูเสี่ยวลี่ฉุดแขนสามีด้วยแรงทั้งตัวที่มี “คุณเชื่อฉันเถอะ ฉันคิดว่าคุณป้าหวงต้องช่วยเราเื่นี้แน่ เอาเป็ว่าถ้าพวกเขาไม่ช่วย ฉันก็จะไม่รบกวนพวกเขาดีไหม”
ซ่งหย่วนได้แต่เดินตามภรรยาอย่างจนใจ “เฮ้อ...ผมคิดถูกหรือคิดผิดกันนะที่ตอบตกลงกับคุณที่จะหาเงินด้วยวิธีนี้”
จูเสี่ยวลี่ยิ้มให้สามี “ต้องคิดถูกอยู่แล้วสิคะ”
ใช้เวลาไม่นานจูเสี่ยวลี่กับซ่งหย่วนก็เดินมาหยุดอยู่ที่ประตูรั้วบ้านหวง จูเสี่ยวลี่เป็ฝ่ายะโเรียก
“มีใครอยู่บ้านไหมคะ? ฉันจูเสี่ยวลี่เป็พี่สาวของจูจื่อหลิน ฉันมาเยี่ยมน้องสาวค่ะ” จูเสี่ยวลี่ะโเสียงดัง
ทันทีที่ประตูรั้วเปิดออก จูจื่อหลินก็โผเข้ากอดพี่สาว “พี่คะ ฉันคิดถึงพี่อยู่พอดีเลย”
“เพิ่งห่างกันได้ไม่กี่วันเธอก็คิดถึงพี่แล้วเหรอ” จูเสี่ยวลี่ดันน้องสาวออก เมื่อสำรวจน้องสาวจนพอใจเธอก็ยิ้ม “หวงิคงดีกับเธอมากเลยสินะ ใช้เวลาไม่กี่วันน้องสาวของพี่ก็หน้าตาอวบอิ่มขึ้นมาแล้ว”
“พี่อย่าล้อฉันเล่นอย่างนั้นสิคะ” จูจื่อหลินยิ้มเขิน “ถ้าจะโทษต้องโทษหวงิเลยค่ะ นอกจากเขาจะบังคับให้ฉันกินข้าวถ้วยใหญ่ทุกมื้อ เขายังให้ฉันกินขนมหรือไม่ก็ผลไม้หลังอาหารทุกมื้ออีก เขาสิ้นเปลืองมากเลยค่ะ”
“จื่อหลิน ทำไมไม่เชิญพี่สาวกับพี่เขยเข้ามาในบ้านก่อนล่ะ” หวงิเดินยิ้มออกมา “สวัสดีครับพี่เสี่ยวลี่ สวัสดีครับพี่เขย ผมหวงินะครับ”
“สวัสดีจ้ะอาิ” จูเสี่ยวลี่ยิ้มให้น้องเขย “เธอดูดีกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว ไม่เหมือนครั้งแรกที่ฉันเจอกับเธอ ตอนนั้นเธอผอมมากจนฉันใ”
“เป็เพราะจื่อหลินทำอาหารอร่อยน่ะสิครับ เมื่อก่อนผมทานข้าวได้มื้อละครึ่งถ้วย แต่ตอนนี้ผมทานข้าวหนึ่งถ้วยได้สบายๆ เลย” หวงิเบี่ยงตัวแล้วผายมือ “พี่สาวกับพี่เขยเข้ามาในบ้านก่อนครับ คุณแม่รออยู่ด้านในแล้ว”
“ไปค่ะพี่ ฉันจะพาพี่เข้าไปหาคุณป้าหวงเอง” จูจื่อหลินจูงมือพี่สาวแล้วเดินเข้าบ้าน
หวงิจึงหันมายิ้มให้ซ่งหย่วน “ถ้างั้นผมพาพี่เขยเข้าบ้านเองก็แล้วกัน”
“ขอบใจนะ” ซ่งหย่วนบอก
ภายในห้องรับแขกแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้น แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงรสนิยมและรายได้ของเ้าของบ้านได้เป็อย่างดี
“สวัสดีค่ะคุณป้าหวง” จูเสี่ยวลี่วางห่อกระดาษไว้บนโต๊ะรับแขก “วันนี้ฉันกับสามีมาเยี่ยมจื่อหลิน เลยถือโอกาสเอาขนมมาฝากคุณป้าด้วย เป็ขนมไข่ที่แม่สามีฉันทำเองค่ะ”
“พี่ฟางหัวทำขนมมาฝากเองเลยเหรอ” แม่หวงรีบเปิดห่อกระดาษอย่างดีใจ “เมื่อวานฉันเพิ่งบ่นเื่นี้กับสามีอยู่พอดี”
แม่หวงหรือ ‘เซี่ยซูผิง’ เป็คนในหมู่บ้านเตี้ยนสุ่ย เธอยังเป็เพื่อนสนิทของ ‘หลิวฟางหัว’ คุณแม่ของซ่งหย่วนและ ‘จงซิ่วอิง’ คุณแม่ของจูเสี่ยวลี่อีกด้วย เพียงแต่แม่หวงแต่งงานกับข้าราชการจึงย้ายตามสามีมาอาศัยในตัวอำเภอ ทำให้นานๆ ครั้งเธอถึงจะได้กลับไปเยี่ยมเพื่อนสนิทในหมู่บ้าน
“พวกเธอไม่รู้อะไร ขนมไข่ของพี่ฟางหัวน่ะอร่อยที่สุด เธอเคยทำขนมมาให้ฉันไว้เป็ขนมรับแขกในวันแต่งงานของฉันกับสามีด้วยนะ ครั้งนั้นสามีฉันแล้วก็แม่สามีของฉันได้ชิมก็ติดใจกันใหญ่ แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ พี่ฟางหัวก็เลิกทำ” แม่หวงหยิบขนมขึ้นมาทำท่าจะกิน แต่เธอต้องแปลกใจ “ใส่ผลไม้แห้งเข้าไปด้วยเหรอ ปกติขนมไข่ของพี่ฟางหัวจะไม่ใส่ผลไม้แห้งนะ”
“ฉันให้แม่ลองปรับสูตรนิดหน่อยค่ะ คุณป้าลองชิมก่อนนะคะ” จูเสี่ยวลี่บอก
แม่หวงกัดขนมคำโต “อร่อย! ปกติขนมไข่ของพี่ฟางหัวก็อร่อยอยู่แล้ว พอใส่ผลไม้แห้งเข้าไปยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่”
“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอครับแม่” หวงิถามอย่างสงสัย เขาไม่เคยเห็นแม่ดีใจขนาดนี้มาก่อน “ผมขอชิมหน่อยนะครับ”
ทันทีที่หวงิได้กิน เขาก็รีบเคี้ยวแล้วหยิบขนมไข่ขึ้นมากินอีกหลายชิ้น “อร่อยจริงด้วยครับ”
แม่หวงรีบปิดห่อกระดาษแล้วเอามาถือไว้กับตัว “แกจะกินขนมจนหมดคนเดียวไม่ได้ เก็บไว้ให้พ่อของแกด้วยสิ”
“ผมกินไปแค่ไม่กี่ชิ้นเอง” หวงิทำท่าน่าสงสาร “นานๆ ทีผมถึงจะมีความอยากอาหาร แม่ให้ผมกินอีกสักชิ้นไม่ได้เหรอครับ”
แม่หวงเปิดห่อกระดาษอย่างช่วยไม่ได้ “เห็นว่าแกเป็คนกินยากหรอกนะ ไม่อย่างนั้นฉันเก็บไว้ให้พ่อแกคนเดียวแล้ว”
“คุณป้าให้อาิกินได้ตามสบายเลยนะคะ” จูเสี่ยวลี่ชี้ไปที่ตะกร้าที่วางอยู่ตรงหน้าซ่งหย่วน “ในตะกร้าใบนั้นยังมีขนมไข่อยู่อีกเป็ร้อยกว่าชิ้นเลยค่ะ ถ้าคุณป้าอยากเก็บไว้ให้คุณลุง ฉันเอามาแบ่งให้คุณป้าอีกก็ได้”
“หืม...พวกเธอทำขนมมาทำไมเยอะแยะ คงไม่ใช่จะเอามาฝากจื่อหลินคนเดียวใช่ไหม” แม่หวงรีบเปิดกระเป๋าแล้วหยิบเงินให้จูเสี่ยวลี่ไปสิบหยวน “ทำขนมครั้งหนึ่งต้องใช้ทั้งแป้ง ไข่ แล้วก็น้ำตาล ไม่นับว่าต้องเสียเวลาเฝ้าขนมอยู่หน้าเตาถ่านอีกหลายชั่วโมง ฉันจะออกค่าขนมช่วยก็แล้วกัน”
“คุณป้าคะ ไม่ต้องหรอกค่ะ” จูเสี่ยวลี่ไม่ยอมรับเงิน “ถ้าฉันรับเงินจากคุณป้าก็ไม่นับว่าฉันเอาขนมมาฝากสิคะ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้จะเอาขนมทั้งหมดให้คุณป้า แค่จะแบ่งให้บางส่วนเท่านั้นค่ะ”
“แล้วเธอจะเอาขนมที่เหลือไปทำอะไรล่ะ” แม่หวงถาม
“บอกคุณป้าตามตรงเลยนะคะ พอดี่นี้ที่บ้าน้าใช้เงิน ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะเอาขนมไข่พวกนี้ไปขายในตลาดมืดน่ะค่ะ”
“เธอจะไปค้าขายที่ตลาดมืดเหรอ” แม่หวงถามอย่างแปลกใจ
จูเสี่ยวลี่ทำหน้าลำบากใจ “ใช่ค่ะคุณป้า แต่ฉันกับอาหย่วนไม่รู้ว่าจะเข้าไปตลาดมืดได้ยังไง ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะมาสอบถามจากคุณป้าน่ะค่ะ”
แม่หวงยิ้ม “เธอมาถามถูกคนแล้ว สถานที่อย่างตลาดมืดน่ะเหมือนสวนหลังบ้านฉันไปแล้ว”
“หมายความว่าคุณป้าเข้าไปใช้บริการที่นั่นบ่อยเหรอคะ”
“ต้องบ่อยอยู่แล้วสิ ถ้าฉันไม่เข้าไปแล้วฉันจะได้หมูได้ไข่มาบำรุงร่างกายให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ได้ยังไงกัน” แม่หวงถามอย่างสนใจ “ว่าแต่พวกเธอตั้งราคาขายไว้ยังไง”
“ฉันคิดว่าจะขายขนมสิบห้าชิ้นต่อหนึ่งหยวนค่ะ”
“สิบห้าชิ้นต่อหนึ่งหยวน!” แม่หวงพูดเสียงดัง “เธอจะบ้าไปแล้วเหรอ”
“คุณป้าคิดว่าฉันตั้งราคาสูงไปเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่ทำท่าคิด “ถ้าอย่างนั้นขายยี่สิบชิ้นต่อหนึ่งหยวนดีไหมคะ”
“ฉันคิดว่าพวกเธอตั้งราคาถูกไปต่างหาก” แม่หวงเริ่มอธิบาย “คนที่เข้าไปซื้อของในตลาดมืดได้ล้วนแต่เป็คนมีเงิน อีกอย่างการค้าขายในนั้นก็ค่อนข้างเสี่ยง แล้วพวกเธอยังจะไปตั้งราคาขายให้มันถูกขนาดนั้นได้ยังไง ขนมที่มีส่วนผสมดีๆ แล้วยังอร่อยแบบนี้ เธอตั้งราคาไว้ที่สิบชิ้นต่อหนึ่งหยวน เท่านี้คนก็มาแย่งกันซื้อจนเธอทำไม่ทันแล้ว”
“จริงเหรอคะคุณป้า ฉันตั้งราคาขายได้สูงขนาดนั้นเลยเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่ถามอย่างตื่นเต้น ถ้าอย่างนั้นขนมในตะกร้าของฉันมีอยู่หนึ่งร้อยห้าสิบชิ้น ถ้าขายหมดฉันก็จะได้เงินสิบห้าหยวนเลยเหรอคะ”
“แน่นอนอยู่แล้วสิ” แม่หวงทำท่าคิดก่อนจะยิ้ม “แต่ฉันมีความคิดที่ดีกว่านั้น”
“ยังไงเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่กับซ่งหย่วนต่างตั้งใจฟัง
“ฉันรู้จักขาใหญ่ในตลาดมืดอยู่คนหนึ่ง เดี๋ยวฉันจะพาพวกเธอไปเสนอขายขนมให้เขา ถ้าเขารับซื้อพวกเธอก็ขายราคาส่งให้พวกเขาไป กำไรอาจจะลดลงนิดหน่อยแต่ทำอย่างนี้พวกเธอจะได้ไม่เสี่ยงกับการถูกจับ”
“อย่างนั้นก็ดีสิครับ” ซ่งหย่วนรีบพูดก่อนจะถอนหายใจโล่ง “ผมบอกตามตรงนะครับคุณป้าว่าผมกลัวจะถูกจับได้จริงๆ”
“คุณรับปากฉันดิบดีว่าคุณจะทุ่มเทกับธุรกิจแรกของเรา” จูเสี่ยวลี่กลอกตาใส่สามี “ที่แท้คุณก็แอบกลัวอยู่นี่เอง”
“คุณจะโทษผมไม่ได้นะ มีใครอยากถูกจับตัวไปใช้แรงงานในค่ายบ้างล่ะ” ซ่งหยวนบอกภรรยา
“เอาล่ะ พวกเธอไม่ต้องเถียงกันแล้ว” แม่หวงปรามสองสามีเพราะเข้าใจผิดว่าทั้งคู่ทะเลาะกันจริงๆ “แต่ที่อาหย่วนกลัวก็ไม่ผิดนะ อย่างพวกเธอดูซื่อๆ ไม่ทันคนมีหวังหนีเ้าหน้าที่ไม่ทันแน่ เอาเป็ว่าถ้าวันนี้พวกเธอว่าง ป้าจะพาพวกเธอไปหาเขาคนนั้นก็แล้วกัน”
“พวกเราว่างค่ะ/ครับ” จูเสี่ยวลี่กับซ่งหย่วนพูดขึ้นพร้อมกัน
หวงิหันไปยิ้มกับจูจื่อหลินก่อนจะพูดขึ้น “จื่อหลิน ต่อไปเราสองคนก็จะใจตรงกันเหมือนพี่สาวกับพี่เขยใช่ไหม ดูสิขนาดตอบตกลงพวกเขายังพูดขึ้นมาพร้อมกันเลย”
“นายพูดอะไรกันเนี่ย น่าอายชะมัด” จูจื่อหลินยิ้มเขิน
“ต่อไปพวกลูกก็จะเป็เหมือนพี่เสี่ยวลี่กับพี่เขยของลูกนี่ล่ะ” แม่หวงยิ้มอย่างพอใจ ‘ฉันตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่รับหนูจื่อหลินมาแต่งแก้เคล็ด ดูอย่างคู่ของหนูเสี่ยวลี่สิ หลังจากอาหย่วนแต่งกับหนูเสี่ยวลี่ อาหย่วนก็หายป่วยทันที มาตอนนี้ลูกชายของฉันก็ดูมีชีวิตชีวาแล้วก็กินอาหารได้มากขึ้น อีกเดี๋ยวลูกชายของฉันก็จะหายป่วย รอให้พวกเขาบรรลุนิติภาวะ ถึงตอนนั้นฉันก็จะได้เป็คุณย่าแล้ว’
“ทำไมแม่มองเราสองคนแล้วยิ้มแปลกๆ อย่างนั้นล่ะครับ” หวงิถามเมื่อเห็นแม่เอาแต่มองมาที่เขากับจูจื่อหลินแล้วยิ้ม
“เปล่าหรอก ฉันแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ” แม่หวงไม่พูดต่อ เธอจะพูดออกไปได้ยังไงว่าเธออยากอุ้มหลาน เพราะตอนนี้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของเธอเป็เด็กอายุแค่สิบสองปีเท่านั้น เธอจึงเปลี่ยนเื่แล้วหันไปพูดกับจูเสี่ยวลี่
“ไปกัน เดี๋ยววันนี้ป้าจะพาพวกเธอไปพูดธุระให้เสร็จแล้วจะได้รีบทำขนมมาขาย พวกเธอจะได้เก็บเงินกันเร็วๆ”
“แม่ครับ ผมกับจื่อหลินตามไปด้วยได้ไหม พวกเรายังไม่เคยไปตลาดมืดเลยนะครับ” หวงิถาม
“ไม่ได้หรอก สถานที่แบบนั้นไม่เหมาะกับเด็ก เอาไว้พวกเธอโตแล้วแม่จะพาไปเดินเล่นสักครั้ง” แม่หวงหันไปบอกลูกสะใภ้ “พ่อเขาฝากบอกว่าเที่ยงนี้เขาอยากกินบะหมี่แห้งผัดหมูสับฝีมือหนู หนูทำให้พ่อเขาหน่อยนะจ๊ะ”
“ได้ค่ะแม่ แม่ไปทำธุระได้ตามสบายเลยนะคะ เดี๋ยวหนูจะทำมื้อกลางวันให้คุณพ่อเองค่ะ” จูจื่อหลินตอบรับ
แม่หวงยิ้มให้ลูกสะใภ้ก่อนจะหันไปพูดกับจูเสี่ยวลี่ “เธออย่าเข้าใจผิดว่าป้าชอบใช้งานจื่อหลินเชียวล่ะ เพราะั้แ่ที่จื่อหลินเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็ตาแก่หรือลูกชายของป้า พวกเขาก็ไม่ยอมกินอาหารฝีมือป้าเลยสักคน ก็ใครใช้ให้จื่อหลินของเราทำอาหารอร่อยกันล่ะ”
“ฉันไม่คิดมากหรอกค่ะคุณป้า ยังไงตอนนี้จื่อหลินก็เป็สมาชิกในครอบครัวของคุณป้าแล้ว ให้เธอได้ทำงานบ้างก็ถือเป็เื่ธรรมดาค่ะ” จูเสี่ยวลี่บอก
ซ่งหย่วนรีบพูดเสริม “เื่อาหารผมเห็นด้วยเลยครับ เพราะที่บ้านของผมก็เหมือนกัน เมื่อก่อนผมกับน้องชายคิดว่าอาหารฝีมือแม่อร่อยที่สุดแล้ว แต่พอลี่ลี่มาอยู่กับเรา แม้แต่แม่ยังบ่นฝีมือตัวเองเลย”
“อย่างนั้นต้องชมซิ่วอิงสินะที่สอนให้ลูกสาวทำอาหารออกมาได้อร่อยขนาดนี้” แม่หวงหัวเราะ “ไปกันเถอะ มัวแต่ชมกันไปกันมาอยู่อย่างนี้เดี๋ยวก็ไม่ได้พูดธุระกันพอดี”
จูเสี่ยวลี่กับซ่งหย่วนตามคุณแม่หวงออกไปพบคนรู้จักเพื่อเจรจาธุรกิจแรกของพวกเขา