“ก็มันเป็ที่ใจกลางเมืองไง” ตวัดยังคงค้านเช่นเดิม “ทั่วโลกก็เป็…แปลกตรงไหน”
“ก็แปลกตรงที่ทุกเหตุการณ์ร้ายๆ หรือว่ามีคนตาย มันจะไม่มีคนที่ต้องรับผิดชอบยังไงล่ะ!” ปอยตอบกลับทันควัน “พูดกับนายไปก็เสียเวลาเปล่าๆ คนไม่เชื่อยังไงก็ไม่เชื่อ ถ้าไม่ได้เจอกับตัวเอง”
“ใช่…” เอกเอ่ยขึ้นด้วยสายตาเหม่อลอย “เหมือนกับผมเมื่อก่อน ถ้าไม่ได้เจอกับตัวเอง ผมก็คงจะยังไม่เชื่อเหมือนกับเขานี้แหละ”
“เจออะไร?” แพรวาถาม
“ก็เื่พวกนี้ไง” เอกตอบกลับ “หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี้ บ้านเราก็เจอแต่เื่เดือดร้อนวุ่นวาย มีอาจารย์ที่พ่อนับถือคนหนึ่งบอกพ่อว่าฮวงจุ้ยของบ้านหลังนี้ไม่ดี ให้รีบย้ายออก แต่พ่อก็ไม่เชื่อ เพราะว่าคนที่วางฮวงจุ้ยให้บ้านหลังนี้เป็ถึงอาจารย์ที่พ่อบอกว่าเก่งอันดับต้นๆ ในวงการนี้เลย ที่ก็ได้พวกมันนี่แหละที่ช่วยติดต่อให้กับพ่อ”
“พวกมัน…” ภาวิณีขมวดคิ้วแน่น “อย่าบอกนะ ว่าพวกคุณธานินณ์นะ”
“ครับ” เอกพยักหน้ารับ “เห็นว่าชื่ออาจารย์หวังๆ อะไรนี้แหละ บินตรงมาจากเมืองจีนเองเลย”
“อย่าบอกนะ ว่าตัวเล็กๆ ผมหงอกๆ ชอบแต่งตัวเหมือนจอมยุทธ์นะน่ะ?” คุนพึมพำเสียงดัง
“ครับ” เอกหันขวับไปยังคุนทันที “คุณรู้จักด้วยเหรอ?”
“จะว่ารู้จักไหม…ก็คงตอบได้ว่ารู้จักแหละมั้ง” วิษณุกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “เพราะว่าเขาเป็คนที่จะมาวางฮวงจุ้ยให้กับบ้านในโปรเจ๊คของเราทั้งหมด รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย” วิษณุหยุดเล็กน้อย “และอีกสักพัก…ก็คงจะมาถึงที่นี่แล้วล่ะ”
ระหว่างที่แพรวาและทีมงานของเธอ ซึ่งประกอบไปด้วยวิษณุ ดาว และ คุน เดินสำรวจไปทั่วบริเวณบ้านพร้อมกับภาคิณน์และทีมงานของเขา ซึ่งก็มี ไพศาล ซินแสหวัง และลูกศิษย์อีกหนึ่งคนซึ่งคอยติดตามและแปลภาษา ภาวิณีที่แยกตัวออกมาอยู่หน้าบ้านโดยอ้างว่ามีธุระ ก็เอ่ยเสียงเหยียบเย็นโดยไม่หันมองไปมองดูบุรุษที่อยู่ยืนข้างๆ ซึ่งเขากำลังถือกำด้ามไม้กวาดแน่น ดวงตาแห่งความโกรธแค้นจ้องมองเข้าไปภายในบ้านราวกับจะแผดเผามันให้ย่อยยับไป
“อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ ละ!” ภาวิณีชำเลืองมองดูเอกเล็กน้อย ขณะยกแขนประสานกอดอก “ถ้านายอยากจะแก้แค้นจริงๆ ก็ทำตามที่พวกเราบอกจะดีกว่า…จากที่ฉันดูๆ นาย ฉันคิดว่านายคงไม่ใช่คนโง่หรอก…ใช่ไหม?”
“รู้แล้ว…ครับ….” เอกกัดฟันกรอดขณะตอบกลับ
“ดี….” ภาวิณีพยักหน้าอย่างพอใจ ขณะที่มองดูคนทั้งหมดกำลังเดินสำรวจที่บนชั้นสองของบ้าน
“น้องแพรแน่ใจเหรอครับ ว่าจะไม่ไปกับพวกพี่นะ” ภาคิณน์พูดขณะที่ทั้งหมดเดินออกมาจากตัวบ้าน ตรงไปยังจุดที่ภาวิณีและเอกยืนอยุ่ “บินไปกับพวกพี่พร้อมกับคุณลุงจะไม่ดีกว่าหรือ จะนั่งรถไปทำไมให้ลำบากละค่ะ”
“หนูอยากจะเที่ยวสักหน่อยนะคะพี่ภาคิณน์” แพรวายิ้มขณะตอบกลับ “หนูโตที่เมืองนอกมาั้แ่เด็ก เลยไม่เคยได้เที่ยวดูประเทศตัวเองเลยว่าสวยขนาดไหน กลับมาคราวนี้เลยว่าอยากจะเที่ยวให้คุ้มสักหน่อยนะคะ”
“เื่แค่นี้เอง” ภาคิณน์ฉีกยิ้มกว้าง “หลังจากที่พวกเราแต่งงานกันแล้ว น้องแพรอยากจะไปเที่ยวที่ไหนก็แค่บอกพี่ เดี๋ยวพี่พาไป หรือว่าจะไปตอนนี้เลยก็ยังได้ค่ะ”
“ไม่ดีมั้งค่ะ!” ภาวิณีเอ่ยเสียงแทรกขณะที่เดินเข้าไปยืนข้างๆ แพรวาอีกครั้ง “ถึงคุณแพรวาจะโตที่เมืองนอกก็จริง แต่ว่าคุณแพรวาก็ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยตามอย่างคุณผู้หญิงอย่างเคร่งครัดนะคะ โดยเฉพาะเื่การรักนวลสงวนตัว เอาไว้หลังจากที่พวกคุณแต่งงานกันแล้ว ค่อยมาพูดเื่พวกนี้จะดูเหมาะสมกว่านะคะฉันว่า”
“อะ…เออ…” ภาคิณน์เลิกลักเล็กน้อย ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างด้วยความมั่นใจอีกครั้ง “พี่นี้แย่จริงๆ เลย ต้องขอโทษน้องแพรวาด้วยนะคะ ที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป” ว่าพลางก็หันไปยิ้มให้กับภาวิณี “ต้องขอบคุณ คุณภาวิณีด้วยนะครับที่ช่วยเตือนสติผม”
“ไม่เป็ไรค่ะ มันเป็หน้าที่ของฉันอยู่แล้วที่ต้องคอยดูแลคุณแพรวา” ภาวิณีตอบกลับก่อนจะมองไปยังรถตู้ของซินแสหวังที่กำลังเคลื่อนตัวออกไป “แล้วทำไมอาจารย์หวังถึงได้รีบไปรีบมาขนาดนี้ละค่ะ ไม่ใช่ว่าต้องวางแผนกำหนดฮวงจุ้ยอะไรก่อนเหรอ”
“เสร็จหมดแล้วครับ” ไพศาลเอ่ยตอบ “อาจารย์ท่านถือว่าเป็อันดับหนึ่งในด้านนี้เลย แค่ดูแป๊บเดียวก็สามารถวิเคราะห์และวางฮวงจุ้ยได้แล้วครับ”
“เก่งขนาดนั้นเชียว?” ภาวิณีพึมพำเสียงเบา “มั่นใจขนาดนั้นเชียว?”
“เก่งมากครับ ไม่เชื่อลองถามคุณปอยดูซิครับ” ว่าพลางไพศาลก็มองไปยังปอยที่ยืนอยู่ด้านหลังของแพรวา โดยมีดาวและคุนยืนขนาบทั้งสองข้าง “เห็นว่ารู้เื่ฮวงจุ้ยเหมือนกันใช่ไหมครับ”
“ก็พอรู้บ้าง…แค่นิดๆ หน่อยๆ ค่ะ” ปอยพยักหน้ายิ้มรับ “อาจารย์ท่านเก่งจริงๆ คะ มาแค่แป๊บเดียวก็สามารถรู้ปัญหาและวางฮวงจุ้ยของบ้านได้ถูกหมดทุกจุดเลย โดยเฉพาะหน้าบ้านที่ถูกฮวงจุ้ยสัญลักษณ์เล่นงานอย่างหนัก” ปอยยิ้มแหยงๆ “ไม่ทราบว่าอาจารย์ไพศาลพอจะรู้ไหมคะ ว่าอาจารย์หวังท่านใช้วิชาสายไหน”
“ไม่รู้ครับ” ไพศาลตอบกลับ “รู้เพียงแค่ว่าท่านเก่งเื่ฮวงจุ้ยมากๆ นะครับ”
“อย่างนั้นเหรอคะ” ปอยพึมพำ ขณะที่วิษณุก็เอ่ยแทรกขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนอาจารย์ไพศาลกับไอ้คุน เอ๊ย! น้องคุนช่วยกันออกแบบปรับปรุงบ้าน ส่วนเื่การสร้างและตกแต่ง ทางผมจะจัดการเองครับ”
“ตกลงตามนั้นครับ” ไพศาลยิ้มรับ
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปทำบ้านหลังต่อไปกันดีกว่าครับ” ภาคินณ์เอ่ยขึ้น “ผมกับน้องแพรวาจะได้แต่งกันสักที”
“อะ….” แพรวาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของว่าที่เ้าบ่าวตัวเองในอนาคต “จะ…ไม่เร็วไปหน่อยเหรอคะ”
“รง…เร็วอะไรกันคะ พี่ว่ามันยังช้ามากอยู่เลย” ภาคิณน์หยุดเล็กน้อย “หรือว่าน้องแพรวาไม่อยากแต่งงานกับพี่?”
“ไม่….” แพรวาชะงักเล็กน้อย “ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ คือว่า…”
“คุณแพรวาหมายความว่า ให้ทุกอย่างค่อยเป็ค่อยไปจะดีกว่านะคะ” ภาวิณีรีบแก้ให้ “คุณภาคิณน์น่าจะเข้าใจนะคะ ว่าคุณแพรวาพูดไม่ค่อยเก่งเพราะอยู่เมืองนอกมาั้แ่เด็ก”
“ค่ะ…” แพรวารับตาม “อย่างนั้นแหละค่ะ”
“อ่อ ถ้าแบบนั้นพี่ก็วางใจ” ภาคิณน์ยิ้มให้ “ถ้าอย่างนั้นเจอกันที่เชียงใหม่นะคะน้องแพร”
“ค่ะ” แพรวายิ้มแก้เก้อขณะพยักหน้ารับ “เจอกันที่เชียงใหม่ค่ะ”
รถของภาคิณน์เคลื่อนตัวออกไปจากบ้าน ขณะเดียวกับที่เอกเดินเข้ามายังทีมงานรีโนเวทบ้าน
“เธอจะไปกับพวกมันจริงเหรอ” เอกถาม “เราไม่ไว้ใจพวกมันเลยแพร”
“ไม่เป็ไรหรอกน่าเอก เราไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อย”
“ใช่ครับ” วิษณุยิ้มหรา “พวกผมเองก็จะไปด้วย ไหนจะมีแม่เสือสาวอดีตหน่วยซีลอีก ไม่มีอะไรต้องกลัวครับ”
“ลามปาม!” ภาวิณีตวัดหางตามองปราดไปยังวิษณุในทันที ก่อนจะมองกลับมายังเอก “คุณเองก็เถอะ อย่าคิดทำอะไรให้เสียเื่ก็แล้วกัน ถ้ายังอยากแก้แค้นอยู่นะ”
“ครับ” เอกพยักหน้ารับ “ผมเข้าใจแล้ว”