ตำนานหมอภูติแห่งแสง

    ตอนที่ 34 หมอภูติ

    หมอภูติ


    รุ่งเช้าวันถัดมา ผู้อาวุโสเฉินกลับถึงสำนักแพทย์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด รีบตรงไปเข้าเฝ้าเจ้าสำนักเพื่อรายงานสิ่งที่ได้ความมา ภายในห้องหนังสือส่วนตัวของเจ้าสำนัก มีเพียงผู้อาวุโสเฉินและ อวี๋เฟยหลง ศิษย์เอกผู้เฉลียวฉลาดที่เจ้าสำนักไว้วางใจให้รับรู้เรื่องราว


    เมื่อได้ฟังชื่อ “หลี่หมิง” จากปากผู้อาวุโสเฉิน เจ้าสำนักชราก็ขมวดคิ้วแน่น “หลี่หมิง…ศิษย์ใหม่ที่ข้าเพิ่งรับเข้ามาเมื่อครึ่งปีก่อนนั่นหรือ?” ท่านพึมพำอย่างแปลกใจ “เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบแปดเท่านั้น ไยจึงถูกเอ่ยชื่อในการสนทนานี้ได้?”


    อวี๋เฟยหลงที่ยืนสงบอยู่ด้านข้างพลันเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินชื่อศิษย์น้อง เขาเองก็ฉงนไม่น้อย แต่ในห้วงความคิดกลับหวนนึกถึงเหตุการณ์หลายอย่างเกี่ยวกับหลี่หมิง – ภูมิรู้เรื่องสมุนไพรที่เด็กหนุ่มผู้นั้นแสดงออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างเกินความคาดหมาย เคล็ดวิชาปรุงยาบางประการที่ต่อให้ศิษย์อาวุโสยังไม่ชำนาญเท่า แต่หลี่หมิงกลับทำได้ราวกับง่ายดายนัก


    “ท่านอาจารย์” เฟยหลงเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงสุภาพแต่เคร่งขรึม “ข้าเองเคยแปลกใจอยู่หลายคราในความสามารถของศิษย์น้องหลี่หมิง เขาดูรู้เรื่องพืชหายากหลายชนิด ทั้งยังปรุงโอสถบางตำรับที่สูญหายไปนานได้ถูกต้อง ข้าเคยคิดว่าเขาอาจได้ร่ำเรียนวิชาแพทย์มาจากปรมาจารย์ลึกลับสักแห่ง…หรือมิไม่ก็…”


    ชายหนุ่มหยุดคำพูดไว้เพียงนั้น สีหน้าครุ่นคิดราวยังมิอาจปักใจ


    เจ้าสำนักถอนใจยาว “อืม…ไม่ว่าหลี่หมิงจะเกี่ยวข้องกับหมอภูติจริงหรือไม่ เราก็ยังไม่ควรด่วนสรุป เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับที่สุด อย่าให้เจ้าตัวหรือผู้ใดระแคะระคายเด็ดขาด อวี๋เฟยหลงศิษย์พี่เจ้าจงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมหลี่หมิงอย่างแนบเนียน อย่าให้ผิดสังเกต หากมีอะไรผิดปกติจงมารายงานข้าโดยพลัน”


    “ขอรับ!” เฟยหลงประสานมือคารวะรับคำหนักแน่น เขาเองก็ใคร่รู้ความจริงไม่น้อย ในใจลึกๆ เกิดความเคลือบแคลงขึ้นว่าศิษย์น้องผู้นี้อาจมิใช่คนธรรมดา หากแต่เป็นบุรุษลึกลับที่มีสองหน้า


    ระหว่างนั้นเอง ศิษย์คนหนึ่งมาเคาะประตูรายงานว่ามีจดหมายลับส่งมาถึงเจ้าสำนัก โดยไม่ทราบว่าผู้ใดนำมาวางไว้ตรงหน้าประตูสำนักตั้งแต่เช้ามืด เจ้าสำนักรับมาคลี่อ่าน เพียงสายตากวาดผ่านเนื้อความ ท่านก็เบิกตากว้าง


    “เขาว่าอย่างไรบ้างหรือขอรับ?” ผู้อาวุโสเฉินอดถามมิได้


    เจ้าสำนักส่งจดหมายให้อวี๋เฟยหลงอ่านด้วย “หมอภูติส่งสาส์นมา…บอกให้ตัวแทนสำนักเราไปพบเพื่อเจรจาที่หอร้างนอกเมืองคืนนี้ยามสอง”


    เฟยหลงรับสารมา แววตาคมกริบไล่อ่านอักษรไม่กี่บรรทัดบนกระดาษสีหม่น ตัวหนังสือเขียนด้วยลายวิจิตรแต่ไร้ชื่อผู้ส่ง มีเพียงข้อความสั้นๆ แจ้งสถานที่และเวลากลางดึกสำหรับการพบเจรจาเรื่องยาล้างพิษ พร้อมทั้งกำชับว่า “จงมาโดยมิต้องมากคน”


    “หมอภูติช่างรู้ความเคลื่อนไหวว่องไวนัก” ผู้อาวุโสเฉินอุทาน “เพียงข้ากลับมาถึงไม่ทันข้ามคืน ก็ส่งจดหมายตัดหน้ามาเสียแล้ว”


    เจ้าสำนักพยักหน้า สีหน้าครุ่นคิด “นั่นยิ่งหมายความว่าหมอภูติมีสายอยู่ทั่วทุกแห่ง แม้แต่ในสำนักเราก็อาจไม่ปลอดภัย แต่ในเมื่อเขาเสนอให้เจรจา เราก็จำต้องไปตามนัด”


    “ท่านจะให้ผู้ใดไปดีขอรับ?” เฉินเอ่ยถาม “หากไปกันหลายคนเกรงเขาจะระแวง”


    เจ้าสำนักครุ่นคิด ก่อนหันมาทางเฟยหลง “เฟยหลง เจ้าเป็นศิษย์ที่ข้าไว้ใจที่สุด วิชายุทธ์เจ้าก็แก่กล้าพอตัว คืนนี้เจ้าจงตามผู้อาวุโสเฉินไปที่นัด พบหมอภูติแทนข้า พยายามฟังข้อเสนอของเขาแล้วกลับมารายงาน อย่าทำการใดหุนหันเป็นอันขาด ยาล้างพิษนี้สำคัญยิ่ง แต่เราก็ยังมิรู้ธาตุแท้ของอีกฝ่าย”


    “ขอรับ ท่านอาจารย์” เฟยหลงรับคำ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น — เขาเองก็อยากเผชิญหน้าหมอภูติผู้นี้ให้เห็นกับตาว่า จะใช่หลี่หมิงหรือไม่