ปกติเขาเป็คนไม่เคยเก็บการกระทำของผู้หญิงคนไหนมาคิดเยอะให้ปวดหัวแบบนี้ แต่เธอเป็เด็กผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขานั้นเอาแต่ฉุกคิด
กึก!!
ทันทีที่เขาก้าวเท้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเด็กตัวเล็กผิวขาว เธอที่มองดูทางอื่นเพลินๆด้วยรอยยิ้มสดใสอยู่ก่อนนั้นพอแหงนหน้าขึ้นมาสบตากัน พลันรอยยิ้มกว้างสดใสก็หายไปจากใบหน้าดวงเล็กนั่นทันที ปฏิกิริยาที่เธอนั้นแสดงออกมายิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก
‘เจอหน้าปุ๊บ หุบยิ้มปั๊บ มันหมายความว่ายังไงกัน?’
คนตัวเล็กขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมกับเอียงคอมองเขานิดๆอย่างสงสัย เพราะเหมือนเธอจะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหนสักแห่งมาก่อน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก..
ดวงตาใสแป๋วเด็กตัวน้อยที่กำลังจ้องมองขึ้นมาด้วยความสงสัยอยู่นั้น ทำเอาหัวใจของคนตัวสูงที่รู้สึกหงุดหงิดและขุ่นเคืองเธอมากก่อนหน้ากลับผกผันแปรเปลี่ยนเป็สั่นไหว ร้อนวูบวาบสลับกับเย็นราวโดนน้ำแข็งเกาะไปหมดแทน
สามปีที่แล้ว… ที่เด็กน้อยไร้เดียงสาคนนี้เคยทำให้หัวใจของเขาเกิดปฏิกิริยาแปลกๆได้ยังไง ในวันนี้ที่เราวนกลับมาเจอกันอีกรอบ ทุกอย่างที่เป็ตัวเธอนั้นก็ยังคงสามารถควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจของเขา ให้มันเต้นผิดจังหวะได้เหมือนเดิมอีกครั้งไม่เคยเปลี่ยน
“จำพี่ไม่ได้หรอครับ?”
คนตัวสูงเอ่ยปากถามเสียงขุ่นก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งม้านั่งตัวเดียวกับเธอ โดยเว้นระยะห่างตรงกลางไว้อยู่ไม่ได้ใกล้ชิดกับเธอจนเกินไป จากนั้นเขาก็กอดอกพิงพนักที่ข้างหลังแล้วหันมองคนตัวเล็กข้างตัวด้วยใบหน้าเรียบนิ่งปราศจากซึ่งรอยยิ้ม
“หนูจำพี่ได้อยู่ค่ะ” เธอตอบเสียงเบา พร้อมกับยิ้มแห้งส่งไปให้เขา
“หรอครับ?”
“จำได้จริงๆนะค๊า~ก็พี่คือพี่สุดหล่อที่ไปช่วยหนูปั๊มหัวใจคนโดนรถชนเมื่อสามปีก่อนไงคะ”
มนธิชารีบตอบกลับเสียงสดใส แต่กลับได้เพียงใบหน้าแสนเรียบนิ่งและแววตาดุเข้มจากเขาตอบกลับมา
“หนูชื่อมินนี่นะคะ.. คราวก่อนที่เจอกันเราก็มัวแต่วุ่นๆ เลยไม่ได้ถามชื่อกันเลยเนอะ แหะๆ~ แล้วพี่ชื่อว่าอะไรหรอคะ~พี่มาเที่ยวที่นี่หรอคะ?”
มนธิชาหัวเราะแห้งๆเพื่อพยายามสร้างบรรยากาศให้ไม่น่าอึดอัด แต่ว่าจีรภัทร์กลับเอาแต่นั่งกอดอกมองหน้าเธอนิ่งไม่ยอมพูดด้วยสักคำเดียว
“เอ่อ… หนู.. อายุสิบหกปีแล้วนะคะ”
เธอชวนเขาคุยอีกประโยคแล้วเม้มปากตัวเองแน่น ก่อนจะก้มหน้างุดๆดูมือตัวเองที่วางอยู่บนตัก ซึ่งท่าทางของเธอในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังนั่งสำนึกผิดอยู่ต่อหน้าผู้ปกครองเลย
เด็กตัวเล็กที่นั่งเล่นนิ้วตัวเองไปมาอยู่สักพัก ค่อยๆหันหน้าขึ้นไปมองเขาต่อ แล้วเริ่มชวนเขาคุยอีกรอบ…
“หนูขอโทษนะคะที่ไม่ได้โทรไปหาพี่เลยค่ะ เพราะว่าวันนั้นหนู…”
“อ้าว! ยัยหนู.. ไหนเมื่อกี้เราบอกว่ามารอพี่สาวที่ทำงานอยู่ข้างในผับไงล่ะ.. ทำไมได้นั่งคุยกับพี่เขาแบบนี้? พี่เขาเป็อะไรกับหนูหรอลูก?”
การ์ดคนที่บอกให้เธอมานั่งรอพี่สาวอยู่ตรงนี้รีบเดินเข้ามาถามมนธิชาด้วยความเป็ห่วง เพราะเขากลัวว่าเธอนั้นจะโดนลวงไปทำมิดีมิร้ายเอา แม้เขาจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็ลูกค้าประจำของผับที่ตัวเองทำงานอยู่นี่ก็ตาม แต่เขาก็ต้องดูแลสวัสดิภาพเด็กสาวใสซื่อคนนี้ไว้ก่อนเป็อันดับแรก
จีรภัทร์ที่นั่งหน้านิ่งอยู่ไม่ได้ถือสาการ์ดที่เข้ามาแทรกและถามมนธิชาแบบตรงไปตรงมาแบบนี้ เพราะเขารู้ว่าการ์ดคงกำลังพยายามดูแลสอดส่องความปลอดภัยให้เด็กตัวเล็กข้างตัวเขาอยู่ ซึ่งมันก็ดีแล้วที่พี่เขาทำแบบนั้น เพราะถ้าคนที่เข้ามานั่งข้างเด็กน้อยคนนี้ไม่ใช่เขา เธอนั้นก็จะได้ปลอดภัยมีคนคอยช่วยเหลือไว้ทัน
มนธิชายิ้มบางให้การ์ดที่ยืนรอฟังคำตอบจากเธออยู่ ก่อนเธอจะหันกลับไปมองจีรภัทร์ที่เขาก็มองหน้าเธออยู่เช่นเดียวกัน
“พี่เค้าเป็….”
‘ถ้าหนูตอบการ์ดออกไป ว่าพี่เป็แฟนของหนู พี่จะไม่ถือสาและดุหนูสักนิดเลยครับ..’ เขามองหน้าเธออย่างคาดหวัง… เพราะเขาหวังว่าจะได้ยินกับคำตอบที่ทำให้ตัวเขาเองนั้นรู้สึกชื่นอกชื่นใจจากปากของเธอ
“พี่เค้าเป็คนรู้จักของหนูค่ะพี่การ์ด ขอบคุณนะค๊า~ ที่เป็ห่วงหนูค่ะ”
คำตอบที่ได้ยินนั้นกลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจและผิดหวังมากยิ่งกว่าเดิม จนคนตัวสูงอยากจะลุกหนีจากเด็กไร้เดียงสาที่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยไปซะตอนนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย แต่ถ้าเขาลุกหนีไปทั้งอย่างนี้มันก็อดที่จะเป็ห่วงเป็ใยความปลอดภัยของเธอไม่ได้ คนที่กำลังหงุดหงิดน้องมากแต่ก็หวงน้องมากกว่า จึงทำได้แค่นั่งเฝ้าเธออยู่ที่เดิมไม่ได้หนีไปไหน
พอมนธิชาตอบคำถามการ์ดคนนั้นแล้วเธอก็ก้มหัวน้อยๆและยิ้มหวานขอบคุณไปด้วย การ์ดที่ได้รับคำตอบเช่นนั้นก็ไม่ซักไซ้ไต่ถามอะไรต่อ แค่โค้งหัวขอโทษจีรภัทร์แล้วหมุนตัวเดินกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตัวเองที่จุดเดิม
บรรยากาศอึมครึม ตึงเครียด และน่าอึดอัดวนกลับมาอีกครั้ง คนตัวเล็กค่อยๆหันกลับไปสบตาเ้าของใบหน้าหล่อที่กำลังทำหน้านิ่งและเคร่งขรึมน่ากลัวใส่เธออยู่
“มินนี่ขอโทษนะคะ หายโกรธหนูนะค๊า.. ดีกันน๊า~ น๊า~”
“หิวมั้ยคะ? เดี๋ยวมินนี่เลี้ยงลูกชิ้นปิ้งค่ะ.. ว๊า~ ตาดุเหมือนเดิม.. น่าจะไม่หิว แฮะๆๆ~”
“พี่เป็คนกรุงเทพฯหรอคะ~? …ม่ายตอบ.. เฮอๆๆ~”
“แล้ว... พี่อายุเท่าไหร่หรอคะ?”
“ทำไมพี่ดูดีจังเลยน๊า~ จมูกโด๊งโด่ง หล่อมากจังเลยค่ะ แฮะๆ~”
“นี่พี่ไม่คิดจะคุยกับหนูเลยหรอคะเนี่ย~? ว๊า~ งอนนานจัง~”
คนตัวเล็กนั่งทำแก้มอมลมแววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มองคนที่เธอพยายามชวนเขาคุยมาครึ่งชั่วโมงแล้วด้วยความอ่อนล้าถอดใจ เพราะแม้เธอจะพยายามง้อพี่เขาอยู่นานขนาดไหน คนตัวสูงก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมคุยกับเธออยู่ดี แถมเอาแต่มองหน้าเธอตลอดเวลาด้วยสายตาดุๆไม่ยอมเลิกอีกต่างหาก เธอก็แค่ไม่ได้โทรหาตามที่บอกแค่นั้นเองไม่รู้โกรธอะไรนานจัง ง้อนานสองนานแล้วก็ไม่หายงอนสักที เดี๋ยวเธอก็จับเป็แฟนซะหรอก!
“เฮ้อ~” หลังจากที่คนตัวเล็กทอดถอนหายใจออกมาทีนึงแล้ว เธอก็ตัดสินใจยื่นมือเล็กของตัวเองไปดึงมือหนาของเขาขึ้นมาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆสอดนิ้วเรียวเล็กเข้าไปประสานไว้กับปลายนิ้วใหญ่เกาะกุมฝ่ามืออบอุ่นของเขาไว้แน่น และสิ่งที่ทำให้เขานั้นถึงกับหัวใจอ่อนยวบจนแทบจะลงไปกองกับพื้น ก็คือการกระทำอันแสนน่ารักของเด็กตัวน้อยข้างตัว ที่เธอนั้นยกหลังมือของเขาเอาไปแตะไว้ที่แก้มละมุนนุ่มนิ่มของตัวเอง พร้อมกับเอาแก้มถูที่หลังมือของเขาไปมา และส่งสายตาแพรวพราวยิ้มหวานละมุนละไมน่ารักดีต่อใจให้เขาอีกด้วย
‘นี่เธอกะจะฆ่าเขาให้ตายลงตรงนี้ให้ได้เลยใช่มั้ย!?’
“ขอมือพี่คืนก่อนครับ.. หนูทำแบบนี้ตรงนี้มันดูไม่ดีนะรู้มั้ยฮึ~?”
คนที่กำลังเขินน้องจนแทบจะบ้าคลั่ง ในที่สุดเขาก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมาโดยไม่อาจต้านทานได้ พร้อมกับมองใบหน้าแสนทะเล้นน่ารักของเธอด้วยแววตาเอ็นดูเธอมากอย่างไม่ปกปิด
“ไม่คืนค๊า~ พี่ต้องบอกหนูมาก่อน.. ว่าพี่ชื่ออะไรคะ?”
“..…พี่ชื่อเจย์ครับ”
“ว้าว~ ชื่อเท่จังเลยน๊า พี่เจย์.. พี่เจย์ของหนู~ พี่เจย์ของน้องมินนี่~”
‘สกิลการเต๊าะของยัยเด็กทะเล้นนี่ยังคงเก่งกล้าไม่เคยเปลี่ยน หนูกะล่อนเกินไปแล้วนะน้องมินนี่ เกินไป! เกินไปมาก!!’
“พี่เจย์อายุเท่าไหร่คะ?”
“ยี่สิบสี่ครับ.. ขอมือพี่คืนก่อนหน่อยนะ คนกำลังมองมาที่เราสองคนเยอะแล้วครับ”
“คืนก็ได้~ แต่พี่เจย์ต้องหายงอนหนูก่อนนะคะ น๊า~”
เธอช่างเป็เด็กที่ทำให้คำว่า ‘หวั่นไหว’ กลายเป็จริงในทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มเสียจริง เด็กอะไรไม่รู้ ยิ่งยิ้มยิ่งแพรวพราวระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าเลย
“ครับ..”
“เย้ๆ~” ท่าทางดีใจราวกับเด็กได้ขนมของมนธิชาทำเอาจีรภัทร์ยิ้มกว้างตามเธอไปอีกรอบ และยังไม่ทันที่คนตัวสูงจะได้หายใจหายคอดี เด็กที่ดูเหมือนจะหยุดทำให้เขามีอาการจะคลั่งชอบคลั่งเขินไปได้ไม่นาน กลับจับมือหนาของเขาให้แบออกดีๆ แล้วค่อยๆบรรจงเขียนอะไรบางอย่างใส่มือเขาไปอย่างช้าๆ
พอเขียนตัวนึงเสร็จไปที เธอก็หันขึ้นมามองหน้าเขาแล้วยิ้มน่ารักให้ที ทำแบบนี้อยู่หลายรอบ แถมสายตาก็ช่างเปล่งประกายสดใสอ้อล้อซะเขาอยากจับเธอตีสักทีเสียจริง ไม่รู้ว่าเธอนั้นไปเรียนรู้วิธีกระซิกกระแซะผู้ชายแบบนี้มาจากไหน แถมเล่นหูเล่นตาเก่งอีกต่างหากทั้งๆที่เธอนั้นก็เพิ่งจะอายุแค่สิบหกปีเองเท่านั้น
มนธิชาเขียนเสร็จก่อนจะอมยิ้มพร้อมกับจ้องเข้าไปั์ตาคมกริบของจีรภัทร์ที่กำลังขมวดคิ้วให้กับสิ่งที่เธอนั้นเขียนจบไปเมื่อกี้
“หนูจำเบอร์พี่ได้?” สีหน้าไม่เข้าใจระคนประหลาดใจ
“หนูบอกแล้วไงคะ ว่าหนูจำเบอร์พี่เจย์ได้แน่นอน~ แต่ตอนแรกที่หนูจำพี่เจย์ไม่ค่อยได้ ก็เพราะพี่เจย์หล่อขึ้นเยอะมากๆเลยค่ะ ตอนนั้นก็หล่อมากนะคะ แต่ตอนนี้หล่อขึ้นอีกเป็กองเลย~ หนูชอบพี่เจย์จังเลยค่า คิๆ~”
เธอหัวเราะคิกคักชอบใจก่อนจะเอามือหนาของเขาไปแนบไว้ที่ข้างแก้มป่องๆของตัวเองอีกรอบ ออดอ้อนเขาั้แ่ยังไม่ทันได้รู้จักอะไรกันมากมาย ตีเนียนสนิทสนมกับเขาซะจนคนที่โดนเธอจู่โจมแบบไม่พักถึงกับนั่งอมยิ้มมองเธอด้วยแววตาเอ็นดูราวกับโดนมนต์ขลังสะกดเอาไว้
“พี่เจย์ขา~”
“อ้อนขนาดนี้เอากระเป๋าตังค์พี่ไปเลยไป.. หนูอยากได้อะไรก็ซื้อเอา..” เขาพูดพร้อมกับล้วงเอากระเป๋าตังค์สีดำหรูของตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วยัดใส่มือที่ว่างอีกข้างของเธอทันที
“ฮ่ะๆๆ~ หนูไม่ได้อ้อนขอตังค์พี่เจย์ซักกะหน่อย~ หนูแค่จะบอกพี่เจย์ว่า..”
มนธิชาขยับตัวเข้าไปใกล้จีรภัทร์ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาด้วยชนิดที่ว่าใบหน้าดวงเล็กจิ้มลิ้มของเธอนั้นแทบจะสิงเข้ากับใบหน้าหล่อคมคายของเขาอยู่แล้ว จนคนตัวสูงต้องพยายามควบคุมลมหายใจเข้าไว้เพื่อไม่ให้มันคร่อมจังหวะไปมากกว่านี้
“สามปีก่อนนั้นหนูชอบพี่เจย์อยู่นะคะ.. แต่หนูยังชอบแฟนเก่าที่เป็รักแรกของหนูมากๆอยู่ค่ะเลยไม่ได้จีบพี่เจย์ต่อ”
‘แฟนเก่า? รักแรก? นี่เธอมีแฟนั้แ่อายุสิบสามปีเองหรอ!?’เขาคิดพลางขมวดคิ้วยุ่งด้วยความไม่พอใจ
“สามปีก่อนพี่ก็ไม่ได้จะจีบหนูซักหน่อยนี่ครับ พี่บอกหนูชัดเจนแล้วไงว่าที่พี่ขอเบอร์หนูไว้เพราะพี่ชื่นชมที่หนูเป็เด็กดี เผื่อหนูมีอะไรให้พี่ช่วย เื่เงิน.. เื่เรียน.. พี่ก็ช่วยหนูได้ ก็เท่านั้นเองครับ”
คนตัวสูงอธิบายจุดประสงค์ตัวเองพร้อมกับเอนตัวหลบเด็กน้อยไปอีกนิด เพราะเธอยังคงเอาหน้าเข้ามาใกล้เขาไม่ยอมหยุด
“แล้วไอ้รักแรกของหนูมันหล่อขนาดนั้นเลยหรอฮึ? ทำไมถึงเลือกที่จะชอบมันต่อแต่กลับไม่โทรมาหาพี่”
“พี่เจย์หึงหนูหรอคะ?” ถามพร้อมทำตาปริบๆยิ้มทะเล้นใส่
“……เปล่าครับ ช่างมันเถอะ เื่มันผ่านมาแล้ว พี่ก็ลืมหนูไปแล้ว”
“พี่เจย์ลืมหนูจริงๆหรอคะ?”
“จริง”
“ถ้าลืมหนูจริงๆแล้วทำไมพี่เจย์ถึงยังเก็บเหรียญโปรยทานที่หนูเคยให้ ใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์อยู่หล่ะคะ? ลืมหนูจริงๆมั้ยน๊า~?”
เพราะกระเป๋าตังค์ที่มันกางออกเผยให้เห็นเหรียญโปรยทานริบบิ้นดอกนาเดียร์ลายเบสิคสีขาวที่เหน็บอยู่ในนั้น คนตัวเล็กเลยหยิบกระเป๋าตังค์เขาขึ้นมาแล้วล้อเขาด้วยท่าทางทะเล้นน่าหมั่นเขี้ยว ก่อนจะยื่นกระเป๋าตังค์คืนให้เขา..