ตลอดสามวันที่ผ่านมา ไป๋เฟยจูก็ต้องทำกิจกรรมซ้ำๆกันอยู่บนเตียงโดยบิดาและพี่ชายไม่อนุญาตให้ลุกออกมา นั่นคือตื่นมารับประทานอาหารดื่มยาขมๆ และอยู่นิ่งๆ ให้อ้ายเยว่เช็ดตัวให้
ทุกวันบิดาและพี่ชายจะแวะเวียนมาดูและพูดคุยด้วยสักหนึ่งเค่อแล้วจึงปล่อยให้นางพักผ่อน่นี้ที่กองทัพยังคงสงบเรียบร้อยฮ่องเต้จึงอนุญาตให้สองพ่อลูกพักผ่อนอยู่ที่จวนแม่ทัพได้แต่ก็ต้องเข้าร่วมประชุมในท้องพระโรงทุกเช้า
ฮ่องเต้ไม่ลืมที่จะพระราชทานสมุนไพรล้ำค่าหลายชนิดให้ไป๋เฟยจูเนื่องจากนางเป็บุตรีของแม่ทัพไป๋และเป็ว่าที่พระสุณิสา
ก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองบัลลังก์เป็ฮ่องเต้ พระองค์แม่ทัพไป๋ และฮูหยินเอกของแม่ทัพไป๋ เคยเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องสำนักเดียวกันมาก่อน
หยางเลี่ยงหรง (ฮูหยินเอกของแม่ทัพไป๋)เป็คนแคว้นเหลียง ซึ่งเป็อีกแคว้นที่อยู่ติดกับแคว้นฉู่นางเป็สตรีที่งดงามและกล้าหาญ มีบุรุษหลายคนที่ตกหลุมรักนาง และแน่นอนฮ่องเต้ในปัจจุบันซึ่งในตอนนั้นยังเป็เพียงแค่องค์ชายพระองค์หนึ่งพระนามว่า ซุนเชียนหลงและแม่ทัพไป๋ในปัจจุบันที่เมื่อก่อนก็เป็เพียงเด็กหนุ่มลูกขุนนางฝ่ายบู๊ผู้หนึ่งเท่านั้นทั้งสองคนนี้ก็หนีไม่พ้นเสน่ห์ของหยางเลี่ยงหรงไปได้เช่นกัน
ทั้งองค์ชายซุนเชียนหลง และไป๋หนิงเทียนต่างก็พยายามเอาอกเอาใจหยางเลี่ยงหรงเรียกว่าแข่งกันเกี้ยวพาราสีนั่นเอง ทั้งคู่แข่งกันอย่างยุติธรรมโดยที่องค์ชายซุนเชียนหลง ก็ไม่ได้ใช้ตำแหน่งฐานะอะไรของตนทำให้ไป๋หนิงเทียนลำบากใจและสุดท้ายไป๋หนิงเทียนก็ได้ใจศิษย์น้องหยางเลี่ยงหรงไป
แม้ว่าฮ่องเต้จะพลาดรักจากหยางเลี่ยงหรงแต่พระองค์ก็ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้นางจึงออกพระราชโองการหมั้นหมายระหว่างพระโอรสองค์โตของพระองค์ที่เกิดจากฮองเฮาองค์ชายซุนห่าวซวน กับทารกหญิงแรกเกิดอย่างไป๋เฟยจู บุตรีของแม่ทัพไป๋และฮูหยินเอก
+++++++++++++++
วันนี้พิเศษหน่อยสำหรับไป๋เฟยจู เพราะยามเว่ยวันนี้นอกจากแม่ทัพไป๋และพี่ชายจะมาเยี่ยมแล้ว ฮูหยินรอง ไป๋ซูฉี ซ่งอี๋เหนียงและไป๋ลี่มี่ ต่างก็พากันมาเยี่ยมนางอย่างกับนัดกันไว้ ช่างครึกครื้นยิ่ง
แต่ละคนต่างพูดคุยกับนางด้วยความห่วงใย ‘เฮอะอยู่ทั้งวันไม่เห็นจะมาเยี่ยมพอท่านแม่ทัพนี่มา ก็ตามกันมาเป็พรวนเชียว’ไป๋เฟยจูมองบนด้วยความละเหี่ยใจในความเอาหน้าของแม่นางทั้งหลาย
“จูเอ๋อร์ วันนี้แม่ให้บ่าวในเรือนนำโสมมาบำรุงเ้าเ้าต้องต้มดื่มทุกวันนะจะได้หายเร็วๆ” ฮูหยินรองพูดเสียงอ่อนหวานกับไป๋เฟยจู
“อี๋เหนียงก็ให้บ่าวทำโจ๊กมาให้เช่นกันในนี้ใส่สมุนไพรเพิ่มไปด้วย คุณหนูรองจะได้แข็งแรงเร็วๆ นะเ้าคะ”ซ่งอี๋เหนียงก็กล่าวเสียงหวานหยดไม่แพ้กัน
ไป๋เฟยจูรู้สึกขนลุกกับคำหวานๆ ที่ดูปลอมขนาดนั้น ก็แหมปกติถ้าแม่ทัพไป๋อยู่ที่กองทัพ ต่างก็ผลัดกันมารังแกอย่างกับจัดตารางเวลา ไม่เว้นแต่ละวันทีวันนี้ละมาเอาใจขนาดนี้จะไม่เรียกว่าปลอมได้เช่นไร
แต่ไป๋เฟยจูก็ทำเพียงยิ้มรับบางๆ แล้วกล่าวขอบคุณปลอมมาปลอมกลับ ไม่โกง
“ขอบคุณท่านแม่และอี๋เหนียงเ้าค่ะ”แม้จะไม่อยากเรียกฮูหยินรองว่าแม่ แต่ไป๋เฟยจูคนเก่าก็เรียกแบบนี้ไป๋เฟยจูคนใหม่จึงต้องเรียกตาม
“น้องรองเ้าก็พักผ่อนอยู่แต่ในห้องเถิดนะอย่าห่วงออกมาเล่นซนข้างนอกอีกเล่า ข้างนอกมันอันตรายประเดี๋ยวเ้าจะเจ็บป่วยได้ไข้อีก เจี่ยเจียเห็นเ้าเป็เช่นนี้แล้วเจี่ยเจียรู้สึกปวดใจนัก” ไป๋ซูฉีกล่าวสายตาห่วงใยเสียเต็มประดา
‘แน๊ะ! กล่าวได้ดีอะไรเช่นนี้นอกจากฟังดูเป็ห่วงเป็ใยแล้วยังกล่าวโทษข้าอีกว่าเพราะข้าไปเล่นซนข้างนอกถึงได้เจ็บไข้ใกล้ตายปานนี้ ไม่ใช่สิใกล้ตายเสียที่ไหนเล่า ตายไปแล้วจริงๆ ต่างหาก’ ไป๋เฟยจูบ่นไป๋ซูฉีในใจ
‘เฮอะ! ใครกันแน่ที่ทำให้ไป๋เฟยจูตายอย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ’ ไป๋เฟยจูรู้ว่าใครทำให้นางตาย แต่นางไม่มีหลักฐานเอาผิดและที่นางยังอยู่ตรงนี้ก็เห็นๆ อยู่ว่านางยังไม่ตาย พูดไปใครจะเชื่อนางจึงได้แต่กัดฟันอดทนและรู้สึกเวทนาเ้าของร่างเพราะไป๋เฟยจูคนใหม่รู้สาเหตุการตายของไป๋เฟยจูคนเก่า นางตายเพราะความใสซื่อตายเพราะความไว้วางใจผิดคนนั่นเอง
ย้อนกลับไปก่อนที่ไป๋เฟยจูจะตาย
“ท่านแม่ ลูกสามารถทำให้ไท่จื่อพึงใจ และหลงใหลในตัวลูกได้แล้วเ้าค่ะ”ไป๋ซูฉียิ้มอย่างมีความสุข เล่าเื่ราวในสำนักศึกษาและความสัมพันธ์ระหว่างนางกับไท่จื่อให้มารดาของนางฟัง
หวังซูฮวายิ้มมีความสุขกับความสมใจปรารถนาของบุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง“ก็แม่บอกเ้าแล้ว บุรุษน่ะชอบสตรีอ่อนหวานนุ่มนวล ช่างเอาอกเอาใจใสซื่อบริสุทธิ์”
“จริงของท่านแม่เ้าค่ะ ฮิฮิอีกหน่อยพระองค์ก็ต้องมาอภิเษกกับลูก แล้วลูกก็จะได้เป็ไท่จื่อเฟย ลูกมีความสุขที่สุดเลยเ้าค่ะท่านแม่”นางยังคงยิ้มสองมือประสานกันวางไว้ใต้คาง ั์ตาเพ้อฝัน
“แต่เ้าอย่าลืม นังเด็กเฟยจูเป็คู่หมั้นของไท่จื่อใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น” จู่ๆ มารดาก็ดับฝันของนาง
ไป๋ซูฮวาหุบยิ้มทันที รู้สึกถึงความอึมครึมทางอารมณ์“ท่านแม่ต้องช่วยลูกกำจัดนังเฟยจูนะเ้าคะ กำจัดมารความสุขของลูกลูกไม่ยอมเสียไท่จื่อไปนะเ้าคะ กว่าลูกจะทำให้พระองค์พึงใจ หลงใหลในตัวลูกได้ ลูกต้องลงทุนไปตั้งเท่าไร”
“อะไรนะ ฉีเอ๋อร์ เ้าลงทุนอะไรไปบ้าง”ไป๋ซูฮวารู้สึกใต่อคำกล่าวของบุตรสาว
“อะ ไม่มีอะไรเ้าค่ะ ลูกหมายถึงลูกทุ่มเทความรักทุ่มเทเวลาให้พระองค์น่ะเ้าค่ะ” ไป๋ซูฮวารีบบ่ายเบี่ยงหลบตา และตอบมารดานางจะบอกมารดาได้อย่างไรว่าถ้าจะบอกระดับความสัมพันธ์กับไท่จื่อเป็ระดับหนึ่ง สองสาม โดยให้ระดับหนึ่งคือการจับมือ ตอนนี้นางไปถึงระดับสามเรียบร้อยแล้ว
“อ้อ ถ้าเช่นนั้นก็แล้วไปเถิด เ้าจำไว้นะฉีเอ๋อร์สิ่งใดที่ได้มายากย่อมมีคุณค่า สิ่งใดที่ได้มาง่ายเกินไป มันจะดูด้อยค่าหากคิดจะทิ้งก็จะไม่ค่อยรู้สึกเสียดาย เ้าจำคำแม่ไว้ให้ดีเ้าอย่าได้ทำสิ่งใดเกินเลยของความเป็กุลสตรีอย่างเด็ดขาด” ไป๋ซูฮวาสอนบุตรสาว
ไป๋ซูฉีหลบตาตอบเสียงเบา “ลูกเข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านแม่”
นางเม้มปากแน่น แล้วคลายออก“ท่านแม่อีกสี่เดือนนังเด็กเฟยจูจะปักปิ่นแล้วท่านต้องช่วยลูกหาวิธีกำจัดมันนะเ้าคะหากถึงเวลานั้นไท่จื่อจะต้องอภิเษกกับมันแน่ ลูกไม่ยอมนะเ้าคะท่านแม่ไท่จื่อจะต้องเป็ของลูก ของลูกคนเดียว” ไป๋ซูฉีเริ่มโวยวาย พูดจาเอาแต่ใจอีกครั้ง
ไป๋ซูฉีได้พบไท่จื่อที่สำนักศึกษา และตกหลุมรักทันทีด้วยใบหน้าที่หล่อเหลา ด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ที่เป็ถึงเชื้อพระวงศ์และยังเป็ถึงไท่จื่อ หากนางได้แต่งกับพระองค์ นางต้องได้ขึ้นเป็ฮองเฮาเป็มารดาของแผ่นดินแน่นอน วาสนาเหล่านี้ต้องเป็ของนางเท่านั้นนางจะไม่ยอมให้ไป๋เฟยจูมาแย่งวาสนาของนางไป
นางพยายามพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาของไท่จื่อแสดงกิริยาอ่อนโยน วาจาอ่อนหวาน และด้วยใบหน้าที่สวยงามของนางจึงไม่ยากที่จะทำให้ไท่จื่อประทับใจ และพึงใจนางในเวลาต่อมา แล้วเวลาแห่งความหฤหรรษ์ของทั้งสองก็เกิดขึ้นหลังจากคบหาดูใจกันมาเป็ระยะเวลากว่าหนึ่งปี แล้วก็หฤหรรษ์อยู่เรื่อยๆเมื่อมีโอกาส และทุกครั้งไท่จื่อจะให้นางดื่มยาห้ามครรภ์เนื่องจากยังไม่ได้อภิเษกสมรสกันเป็เื่เป็ราว หากเกิดมีเื่ราวฉาวโฉ่ขึ้นมาอาจส่งปัญหาต่อการขึ้นครองบัลลังก์ดังนั้นเื่แบบนี้จะบอกใครได้เช่นไรแม้แต่มารดา
แล้วอีกเพียงสี่เดือน หากยังจัดการไป๋เฟยจูไม่ได้มีความเป็ไปได้สูงที่ไป๋เฟยจูจะต้องอภิเษกเข้าตำหนักไท่จื่อ เป็ไท่จื่อเฟยที่ฮ่องเต้เคยมีพระราชโองการหมั้นหมายไว้แล้ว ให้อภิเษกสมรสกับไท่จื่อ เป็ไท่จื่อเฟยหลังพิธีปักปิ่น
นางไม่้าความเสี่ยงนี้แม้ว่าไท่จื่อจะบอกว่ารักนาง มีอะไรๆ กับนางแล้วแต่พระราชโองการของฮ่องเต้ขัดได้หรือ ไม่ได้! นางต้องหาทางขัดขวางหรือไม่ก็ต้องกำจัดไป๋เฟยจูเท่านั้น มารความรักของนางต้องหายไป นางจึงจะสมหวัง
หลังจากวางแผนกับมารดาแล้ววันต่อมาไป๋ซูฉีก็ชวนไปเฟยจูไปนั่งศาลาที่ยื่นออกไปกลางสระบัวของจวนซึ่งมีความลึกระดับคอของบุรุษร่างสูง
“น้องรอง วันนี้เจี่ยเจียอยากได้ดอกบัวไปไหว้บรรพบุรุษเ้าไปเป็เพื่อนเจี่ยเจียหน่อยได้หรือไม่เจี่ยเจียรู้สึกว่าเจี่ยเจียทำร้ายเ้ามานาน เจี่ยเจียอยากไปแสดงคารวะมารดาของเ้า”
แม้ไป๋เฟยจูจะแปลกใจที่ไป๋ซูฉีมาแปลกเดือนปีไม่เคยพูดดีกับนาง ถ้าไม่มาพูดจากระแนะกระแหน ก็มาหาเื่รังแกแต่วันนี้จู่ๆ ก็มาชวนไปเก็บบัว ด้วยความที่เป็คนหัวอ่อนคิดว่าพี่สาวคงคิดได้กลับตัวแล้วจริงๆ จึงยิ้มอ่อนตอบตกลง “เ้าค่ะ”
เมื่อไปถึงสระบัว ขณะที่พูดคุยอะไรเรื่อยเปื่อยสักพักไป๋ซูฉีก็ให้อ้ายเยว่ไปหาขนมมาให้กิน เมื่อลับตาอ้ายเยว่ไปซูฉีก็เรียกให้ไป๋เฟยจูช่วยเก็บดอกบัวที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อยให้
ขณะที่ไป๋เฟยจูพยายามเอื้อมมือสุดแขนเพื่อเก็บดอกบัวดอกที่ไป๋ซูฉี้า ไป๋ซูฉีก็ผลักไป๋เฟยจูสุดแรง
ตูม! น้ำกระเซ็นขึ้นมาบนศาลา
“พี่หญิงใหญ่ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย”ไป๋เฟยซูว่ายน้ำไม่เป็ ได้แต่ตะเกียกตะกายพยายามว่ายเข้ามาที่บันไดศาลา
เมื่อนางตะกุยน้ำจนใกล้จะถึงบันได ไป๋ซูฉีก็ะโขึ้น“เจี่ยเจียจะช่วยเ้าเดี๋ยวนี้” แล้วนางก็ะโลงสระบัวไป แต่แทนที่จะช่วยนางกลับดึงไป๋เฟยจูให้ห่างออกไปจากบันไดศาลา แล้วกดศีรษะไป๋เฟยจูให้จมน้ำลงไปไป๋เฟยจูพยายามดิ้นรน เมื่อศีรษะของไป๋เฟยจูหลุดจากมือไป๋ซูฉีนางรีบโผล่ศีรษะขึ้นมาเหนือน้ำ และสูดอากาศเข้าไป อากาศยังเข้าไม่ทันเต็มปอดไป๋ซูฉีก็กดศีรษะไป๋เฟยจูอีกครั้ง ขณะที่ไป๋เฟยจูกำลังจะหมดแรงอ้ายเยว่ก็เดินเข้ามาพอดีพร้อมถาดใส่ขนมและชาหนึ่งกาเมื่ออ้ายเยว่เห็นไป๋ซูฉีอยู่ในน้ำ และเห็นแขนไป๋เฟยจูที่ชูขึ้นเหนือน้ำแขนทำท่าจะร่วงหล่น อ้ายเยว่ทิ้งถาดขนม รีบร้องะโให้คนช่วยส่วนตัวเองก็ะโลงไปในน้ำช่วยคุณหนูรองของนางทันที
แม้จะเห็นอ้ายเยว่วิ่งมาแล้วไป๋ซูฉีก็ยังกดศีรษะของไป๋เฟยจูที่อยู่ในน้ำไม่ยอมให้โผล่ขึ้นมา ปากก็ร้องะโ“เร็วเข้าน้องรองตกน้ำ มาช่วยข้าหน่อยข้าดึงนางไม่ไหว”แล้วนางก็ปล่อยมือจากศีรษะของไป๋เฟยจู เมื่ออ้ายเยว่มาใกล้อ้ายเยว่รีบะโลงน้ำไปดึงคุณหนูรองของนางทันที เสียงเอะอะโวยวายที่ศาลากลางบึงทำให้มีเสียงของบ่าวร้องบอกต่อๆ กัน เป็จังหวะเดียวกันกับที่ไป๋เฟยิและบิดามาทำธุระเื่กองทัพในเมืองหลวง โดยที่ไป๋เฟยิกลับมาที่จวนก่อนหลังจากกราบทูลเื่งานต่อฮ่องเต้แล้ว เขาคิดว่าจะเข้าจวนมาเงียบๆ เพื่อทำให้ไป๋เฟยจูดีใจและประหลาดใจโดยฮ่องเต้เรียกตัวแม่ทัพไป๋ไว้คุยด้วยก่อน เขาจึงกลับจวนมาคนเดียว
แต่เมื่อตนก้าวเท้าเข้าจวนก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายจับความได้ว่าคุณหนูรองตกน้ำ ใจของเขาเต้นแรงรู้สึกเย็นวาบตัวชา แล้วรีบวิ่งไปที่ศาลากลางสระบัวทันทีเห็นไป๋เฟยจูนอนยาวอยู่บนซุ้มศาลา อ้ายเยว่กำลังพยายามเขย่าเรียกนาง
ไป๋เฟยิไม่รอช้า รีบตรวจดูลมหายใจของนางพบว่านางยังมีลมหายใจ เพียงแต่หายใจรวยรินเขารีบอุ้มน้องสาวไปที่เรือนของนางแล้วให้บ่าวไปตามหมอ
หลังจากไป๋เฟยจูนอนนิ่งเป็ผักอยู่บนเตียงสามวันิญญาของนางก็หลุดออกจากร่าง และอีก่เวลาหนึ่งของโลกคู่ขนาน อันโหย่วอี้ จากปีค.ศ. 21XX ถูกแทงตาย จากนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา ก็มาอยู่ในร่างของไป๋เฟยจูแล้ว
‘คิดกำจัดไป๋เฟยจูให้พ้นทางรัก แล้วทำไมไม่ถามไป๋เฟยจูไปเลยเล่าว่ารักไท่จื่อหรือไม่อยากอภิเษกกับไท่จื่อหรือไม่ หากมาพูดคุยกันดีๆ ใยนางจะไม่ยอมถอยให้’เท่าที่ไป๋เฟยจูคนใหม่พยายามค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับไท่จื่อไม่เคยมีคนคนนี้ในความทรงจำของนางเลย
‘ตายฟรีเหมือนเราเลยละมั้ง’ ไป๋เฟยจูคนใหม่คิด
‘ไป๋เฟยจูทั้งคนเก่าและคนใหม่ไม่เคยมีความคิดพิศวาสไท่จื่ออะไรนั่นเลยสักนิดยิ่งคนใหม่อย่างข้ายิ่งไม่เอาด้วยเลย ข้าจะต้องรักษาเอกราชของข้าไว้เท่าชีวิต!’เมื่อนึกได้ว่าไป๋เฟยจูเป็คู่หมั้นคู่หมายของไท่จื่อ นางรู้สึกกังวลยิ่งจนคิ้วขมวด
หลังจากการแสดงละครความห่วงใยเสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างแยกย้ายกลับเรือนตนเองและรอแสดงละครตอนใหม่ต่อไป