“น้องสาม ลากเสนาบดีไป่ไปตรงกลางลาน" หย่งเซิงรับคำและลากเสนาบดีไป่ที่สลบไสลตามหลังหย่งเจี้ยนไป
ด้านนอกลานกว้างมองเห็นภาพชายชุดดำแต่งตัวคล้ายโจรปิดบังใบหน้าจำนวนนับร้อยยืนควบคุมบ่าวรับใช้เกือบเจ็ดสิบคนให้นั่งอยู่ตรงกลาง
“ท่านพ่อ!!/ท่านพี่!!” เสียงไป่เยว่ชิงและฮูหยินที่ถูกมัดรวมกับบ่าวรับใช้ะโขึ้นเสียงดังอย่างใ จะลุกขึ้นมาช่วยก็ทำไม่ได้
“พวกเ้าาเ็กันหรือไม่??” หย่งเจี้ยนในคราบโจรเอ่ยถามกงลี่ในคราบโจรเช่นกัน
“มีบ่าวต่อสู้ขัดขืนเล็กน้อยแต่มิมีผู้ใดาเ็ขอรับ” กงลี่เอ่ยตอบอย่างระมัดระวังในคำพูดเพื่อป้องกันผู้คนในจวนสกุลไป่สงสัย
“เ้าโจรร้าย!!!ท่านพ่อของข้าจ่ายเบี้ยให้พวกเ้าแล้วก็ปล่อยพวกเราและรีบหนีออกจากจวนไปซะ รู้หรือไม่ว่าข้าเป็ถึงว่าที่ชายารองขององค์ชายเ้าหย่งเจี้ยนอีกสักครู่ผู้ตรวจการคงจะมาจับพวกเ้าให้ไปรับโทษ พวกเ้าทุกคนจะต้องไม่ได้ตายดี!!!!” โจรทุกคนที่ได้ยินคำพูดของไป่เยว่ชิงต่างพากันหันไปมองหัวหน้าโจรที่ยืนหน้ามืดดำทะมึนแผ่รังสีอำมหิตออกมา หย่งเซิงยืนหันหลังกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น
“จับไป่เยว่ชิงมัดปากไว้!! อย่าให้ได้พูดออกมาให้ข้าได้ยินอีก” หย่งเจี้ยนสั่ง 'คงอยากออกเรือนจนตัวสั่นสินะ..ข้าคนนี้จะจัดการให้เ้าเอง หึ'
“ผู้ตรวจการเหยามาถึงหน้าจวนแล้วขอรับ” หนึ่งในกลุ่มโจรเอ่ยขึ้น
“สลายตัวได้ เจอกันวันพรุ่งนี้” หย่งเซิงเอ่ยขึ้นมาโดยที่เหล่าโจรตัวปลอมทุกคนในที่นี้เข้าใจได้ดีว่าสลายตัวและเจอกันที่สำนักศึกษาบนเขาไท่ซาน เสียงลมพัดหลายสายหายออกจากจวนอย่างรวดเร็วเหลือไว้เพียง หย่งเจี้ยน หย่งเซิง กงลี่ และองครักษ์เงาที่ไม่ปรากฏตัวอีกยี่สิบคน
เมื่อกลุ่มผู้ตรวจการเหยาพร้อมด้วยทหารหลายสิบนายเดินเข้ามาล้อมพื้นที่ไป่เยว่ชิงพยายามพูดออกมาเสียงดังอู้อี้ แต่หามีผู้ใดสนใจไม่
ผู้ตรวจการเหยาที่ได้รับหลักฐานจากฝูจินองครักษ์ขององค์ชายซึ่งตัวเขานั้นรู้จักเป็อย่างดีเดินเข้ามาข้างหน้ากำลังจะถวายบังคมองค์ชายทั้งสองแต่ถูกเ้าหย่งเจี้ยนพูดขัด
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกท่านผู้ตรวจการ ไปทำงานของท่านต่อเถิดข้าต้องกลับแล้ว” หย่งเจี้ยนกล่าวด้วยความนับถือเนื่องจากผู้ตรวจการเหยามีอายุกว่าสี่สิบปีแล้วซ้ำยังเป็ขุนนางที่เถรตรงยิ่งนัก
“แล้วเื่นักฆ่า??” ผู้ตรวจการเหยาพูดขึ้นมา
“เป็อย่างที่ข้าส่งคนไปบอก หากพวกมันรู้ว่าผู้จ้างวานถูกจับตัวได้ มันคงไม่โง่ดำเนินการต่อเป็แน่” หย่งเจี้ยนพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
ผู้ตรวจการเหยานิ่งคิด ‘องครักษ์เฝ้าอยู่เต็มจวนสกุลจูเช่นนี้ถ้าพวกมันมาก็คงจะพากันมาตายเปล่านั่นล่ะ’
ไป่เยว่ชิงมีสีหน้างุนงงว่าเหตุใดผู้ตรวจการถึงทำท่าจะคาราวะโจรร้ายและไม่มีทีท่าว่าจะเข้าจับกุมแต่อย่างใด ความสงสัยเกิดขึ้นและพยายามมองหน้าโจรแล้วนิ่งคิด ‘เหมือนเคยเห็นแววตาแบบนี้ทีใดกันนะ??’
จงฮูหยินอดทนเงียบไว้ไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้น “ท่านผู้ตรวจการเหยา จวนข้าถูกโจรปล้นเหตุใดท่านจึงมิจับตัวพวกมันไป ตอนนี้สวามีของข้าถูกพวกมันทำร้ายจนมิรู้สึกตัวท่านจะนิ่งเฉยอยู่เช่นนี้รึ?” ผู้ตรวจการหันมองจงฮูหยิน
“บุคคลเหล่านี้เป็หน่วยลับหาใช่โจรผู้ร้ายไม่” ผู้ตรวจการเหยาพูดปดเื่โจรใส่จงฮูหยินแล้วเดินไปนั่งลงตรงหน้า “ฮูหยินคงมิทราบกระมังว่าสามีของท่านว่าจ้างวานเหล่านักฆ่าให้ไปสังหารพระคู่หมั้นยังจวนสกุลจู และยังมีคดีฉ้อโกงที่นาของชาวบ้านที่อยู่นอกเมืองหลวงมากมายที่ข้ากำลังตามสืบ” จงฮูหยินอ้าปากค้าง หน้าขาวซีดไปหมดหันมองเสนาบดีไป่ที่ยังนอนสลบไสและมองเลยไปยังไป่เยว่ชิงที่นั่งน้ำตาคลอเบ้าส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อพยายามพูดเสียงอู้อี้ จงฮูหยินนั่งก้มหน้าร้องไห้อย่างหนักหมดคำจะกล่าวต่อ ‘นี่สามีนางทำเื่ชั่วร้ายถึงเพียงนี้เลยหรือ จบสิ้นแล้วสกุลไป่’
“ข้าขอตัว” หย่งเจี้ยนเอ่ยจบก็ใช้วิชาตัวเบาโดดหายไปในอากาศพร้อมด้วยหย่งเซิงและกงลี่
“คุมตัวนักโทษทั้งหมดไปไว้ยังคุกหลวง” ผู้ตรวจการเหยาเอ่ยจบทหารมากมายก็ทยอยเข้ามาจับกุมตัวคนสกุลไป่ไปขึ้นรถม้ามากมายด้านหน้าจวน ชาวบ้านรอบๆ จวนต่างพากันออกมามุงดูเต็มท้องถนนไปหมด เกิดเสียงร่ำลือไปจวนทั่วแคว้นเ้าภายในคืนเดียว
๑--------------------------๑
“กลับไปรายงานพี่ฉีเฉียนเถอะ งานสังหารคุณหนูสกุลจูจบสิ้นแล้วผู้ว่าจ้างถูกจับกุม” อาชุ่ยพร้อมกลุ่มนักฆ่าอีกห้าคนที่แอบซุ่มดูอยู่ไม่ไกลกับจวนสกุลไป่ พริ้วกายหายตัวไปในเงามืด ‘หึ..สกุลไป่สั่งฆ่าผิดคน โดนไปทั้งตระกูล’
๑------------------------๑
กลุ่มโจรตัวปลอมะโพริ้วไปตามหลังคาบ้านเรือนสักพัก หย่งเซิงทนไม่ไหวเอ่ยบอกพี่ชายตนเอง
“พี่รอง!!! ข้าจะไปหาเหม่ยเอ๋อร์” ไม่รอฟังคำตอบโผทะยานเปลี่ยนทิศทางหายไปในเงามืด กงลี่หันมองเ้าหย่งเจี้ยนเมื่อเห็นฝูจินกลับมาแล้วจึงดีดตัวทะยานตามเ้าหย่งเซิงไป
“ใจร้อนมิเคยเปลี่ยนจริงๆ”
“องค์ชายจะตามไปรึไม่พะยะค่ะ” ฝูจินเอ่ยถาม
“ข้าจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อก่อนแล้วค่อยตามไปทีหลัง” จบคำก็มุ่งหน้าเข้าสู่วังหลวง
๑----------------------๑
เข้ายามไฮ่ (21.00) จวนสกุลจู
“ฟางซิน” เหม่ยเซียนเรียกและหันมองตู้ฟางซิน
“อะไรรึ”
“เ้าว่ามันเงียบไปรึไม่…ข้าคิดว่านักฆ่าจะบุกเข้าจวนอีกรอบเสียอีก” ทำหน้าสงสัย
“ไม่บุกมาก็ดีแล้ว..ข้าไม่อยากหาที่ซ่อนยามนี้หรอกนะ” ทั้งสองนั่งจิบชาเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ เผื่อมีเหตุนักฆ่าบุกเข้ามาอีก
ก่อกๆๆ “คุณหนูตู้..เชิญด้านนอกเ้าค่ะ” เสียงอี้หงเรียกอยู่หน้าห้องพร้อมเปิดประตูเข้ามา ตู้ฟางซินทำหน้างง
“ข้ารึ??” ตู้ฟางซินย้อนถาม
“เ้าค่ะ..บ่าวมีเื่จะสอบถามบางอย่าง” ลี่หงย้ำและผายมือเชิญนางออกไปด้านนอก เมื่อตู้ฟางซินเดินออกไปแล้วเหม่ยเซียนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะน้ำชาก็พูดขึ้นมา
“อะไรของพวกนั้นกัน” พอยกชาขึ้นจิบก็มีเสียงทุ้มแทรกขึ้นมา
“เหม่ยเอ๋อร์” เหม่ยเซียนหันมองตามเสียงเรียกก็พบกับบุรุษชุดสีดำเปิดเผยใบหน้า ยืนอยู่ในห้องของนางใกล้หน้าต่าง
“พี่หย่งเซิง!!!” รีบลุกเดินเข้าไปหา “มาเมืองหลวงยามใดเ้าคะ แล้วเหตุใดจึงแต่งกายเช่นนี้เล่า” จับแขนบุรุษทั้งสองข้างและมองอย่างสำรวจ
หย่งเซิงยิ้มกว้างแล้วยกมือโอบกระชับเอวเล็กเข้ามากอดอย่างคิดถึง ‘ตัวนางช่างเล็กจริงๆ’
“มีคนส่งข่าวให้พี่ว่าเ้าถูกลอบสังหาร พี่ทนไม่ไหวกลัวเ้าจะเป็อันใดไปจึงรีบลงจากเขามาจัดการคนที่คิดปองร้ายเ้า” พูดจบก็หอมศรีษะนางไปหนึ่งที เหม่ยเซียนเงยหน้ามององค์ชายสามผู้หล่อเหลาแล้วยิ้มหวาน ‘หล่อไม่แคร์สื่อชอบจังเลยยย’ ^^
“หลอกกินเต้าหู้เหม่ยเอ๋อร์อีกแล้วนะเ้าคะ" ทำท่าค้อนไม่จริงจัง "เหม่ยเอ๋อร์มิได้รับาเ็อันใดเลยเ้าค่ะ ..และยามนี้องครักษ์มีมากมายเกือบจะล้นจวนอยู่แล้ว” เอาแก้มถูไถไปมาบริเวณหน้าอกแกร่งอย่างออดอ้อนตามนิสัยเดิม ‘อกแน่นจังเลยน้าาา’ ทำเอาอีกฝ่ายหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างชอบใจนาง “พี่หย่งเจี้ยนมาด้วยหรือไม่เ้าคะ”
“มาสิ.. คงจะเข้าวังหลวงกระมัง” เดินโอบเอวบางไปนั่งที่เตียงนุ่ม
“อ่อ..เป็เช่นนั้น" พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เหม่ยเอ๋อร์…เราหมั้นหมายกันแล้วใช่หรือไม่” หย่งเซิงก้มลงสบตาถาม
“ใช่สิเ้าคะ” เอียงหน้าตอบอย่างน่ารัก