ซุนหลันไปรายงานหลิงเจาเหว่ยด้วยความร้อนใจ การทำงานไม่สำเร็จตามคำสั่งเป็เื่ใหญ่สำหรับนาง ทว่าสีหน้าของหลิงเจาเหว่ยกลับดูไม่ผิดหวังเลยสักนิด
“ไม่เป็ไร เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของเ้า คนคออ่อนอย่างกู้เฉินย่อมต้องอาเจียนเป็ธรรมดา ปล่อยให้องครักษ์ของเขาดูแลไปเถิด ครั้งนี้ไม่สำเร็จก็ยังมีครั้งหน้า ข้ารู้แล้วว่าคุณชายผู้นี้เป็คนหัวอ่อน อยู่ในโอวาทของบิดามารดา ถึงอย่างไรข้าก็จะหาทางให้เ้าเข้าไปอยู่ในสกุลกู้ให้ได้ วันนี้ไปพักผ่อนก่อนเถิด”
สีหน้าของนางรำค่อยแช่มชื่นขึ้น “เ้าค่ะ ซื่อจื่อ”
หลิงเจาเหว่ยหันไปหาองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง “เ้าไปดูหน่อยสิ คุณชายกู้เป็อย่างไรแล้ว?”
“ขอรับ” องครักษ์ฝานรีบรับบัญชาแล้วออกไป
หลิงเจาเหว่ยหันไปหาองครักษ์แซ่หลัวที่ยังรอคำสั่งอยู่ด้านหลัง “ต่อไป กำชับพวกที่ดูแลผู้ติดตามให้ดี อย่าให้ผู้ใดแอบออกมาดูนายของตนได้ ครั้งนี้หากองครักษ์ของกู้เฉินไม่หลบไปหาเขา ซุนหลันคงจะทำสำเร็จไปแล้ว คราวหน้าหากเกิดความผิดพลาดเช่นนี้อีก ข้าจะสั่งโบยคนทั้งหมด”
สีหน้าขององครักษ์เผือดสีลงทันตา หลิงอ๋องซื่อจื่อของพวกเขาไม่ค่อย ทำโทษคนในจวน แต่ถ้าได้สั่งลงโทษก็เตรียมตัวหยอดน้ำข้าวต้มนานนับเดือนได้เลย คำสั่งครานี้คาดว่าบ่าวและสาวใช้กลุ่มนั้นคงจะทำงานแข็งขันกว่าเดิมหลายสิบเท่า
“ขอรับ ข้าจะถ่ายทอดคำสั่งของท่านอ๋องน้อยทุกคำมิให้ขาดตกบกพร่อง”
“ดี! เ้าเองก็คอยช่วยเป็หูเป็ตาให้ข้าด้วย ตอนนี้จวนอ๋องต้องระวังทุกย่างก้าว”
“ขอรับ”
เช้าวันต่อมา กู้เฉินถูกองครักษ์ปลุกด้วยเสียงอันดังและถูกจับทำความสะอาดเนื้อตัวสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย เขาลุกขึ้นนั่งไม่ไหว องครักษ์ฟางจึงไปขอให้บ่าวรับใช้หน้าห้องรับรองแขกเตรียมข้าวต้มมาให้รับประทานถึงเตียง
“คุณชายของข้า เมาทีไรเป็อย่างนี้ทุกที เห็นทีคงต้องหามกลับจวนแล้ว”
บ่าวรับใช้จวนอ๋อง รีบไปรายงานพ่อบ้านและนำข้าวต้มมาส่ง แม้กู้เฉินจะลุกขึ้นได้แต่ก็ดูอ่อนปวกเปียกจนองครักษ์สองคนต้องคอยประคอง เขาอำลา หลิงเจาเหว่ยกลับด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“สงสัยสุราเมื่อคืนจะฤทธิ์แรงเกินไป เป็ความผิดของข้าเองคุณชายกู้ เ้าน่าจะบอกข้าสักหน่อยว่าเ้าคออ่อน ดูสิ เ้าเป็ถึงขนาดนี้ จวนสกุลกู้คงจะตำหนิข้าแน่”
“ซื่อจื่อโปรดวางใจ นี่มิใช่ความผิดของท่านหรอกขอรับ เป็ข้าเองที่พอได้ออกจากจวนก็สนุกจนเกินกว่าเหตุ นึกอยากจะลองดื่มสุราของท่านให้เต็มคราบ และอีกอย่างเมื่อคืนนางรำของท่านก็...ก็น่าดูเหลือเกินขอรับ”
หลิงเจาเหว่ยเห็นสายตาละห้อยด้วยความเสียดายสาวงามของกู้เฉินก็หัวเราะพอใจ เดินเข้ามาใกล้แล้วยกมือขึ้นตบบ่าอีกฝ่าย
“เอาเถิด ข้าจะหาวิธีให้เ้าพาซุนหลันเข้าจวนสกุลกู้โดยไม่ถูกดุให้ได้”
กู้เฉินยิ้มกว้างดวงตาเป็ประกาย “ขอบคุณซื่อจื่อขอรับ”
“ไม่ต้องห่วงนะ” หลิงเจาเหว่ยยกมือตบบ่ากู้เฉินเบาๆ อีกสองสามครั้งคล้ายจะย้ำความมั่นใจ
รถม้าจอดที่หน้าประตูจวนสกุลกู้ องครักษ์ทั้งสองประคองคุณชายเข้าไปข้างใน พอประตูปิดลง คนที่แอบติดตามรถม้าของกู้เฉินมาก็หันหลังกลับ
ไป๋ชางองครักษ์ของกู้เยว่ฉีที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้ริมกำแพงก็กระโจนลงไปยืนที่พื้น เดินตามหลังกู้เฉินไป “พวกเขาไปหมดแล้วขอรับคุณชาย”
กู้เฉินยืดตัวขึ้น “ปล่อยข้าได้แล้ว” ชายหนุ่มยืดร่างเดินอย่างองอาจเข้าไปยังศาลาใหญ่ที่พี่สาวรออยู่
กู้เยว่ฉีลุกขึ้นมองมายังน้องชายที่กำลังสาวเท้าเร็วๆ เข้ามาใกล้ “หน้าตาซีดเซียวเยี่ยงนี้ เ้าคงจะหิวมากเลยสิ”
“พี่หญิง ข้าต้องเสแสร้งทานข้าวต้มไปไม่กี่คำ ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า?”
หญิงสาวหัวเราะน้อยๆ “เออ ข้ารู้ ก็เลยสั่งในครัวเตรียมอาหารไว้รอเ้านี่ล่ะ มาสิ ทานให้เต็มที่เสียก่อนค่อยเล่าให้ข้าฟัง”
กู้เฉินกวาดตามองอาหารบนโต๊ะ เขาทรุดตัวลงนั่งแล้วเริ่มรับประทานอาหารอย่างจริงจังโดยมีพี่สาวคอยคีบอาหารเอาใจ พออิ่มแล้ว สีหน้าของเขาก็ดูดีขึ้น
“ข้านึกว่าเ้าจะได้คนมาด้วยเสียแล้ว” กู้เยว่ฉีกระเซ้า
“ก็เกือบไปนะพี่หญิง ซุนหลันผู้นั้นสวยกว่านางรำที่ข้าเคยเห็นใน หอสังคีตมาก ข้านี่หนักใจเลยทีเดียว”
เพี๊ยะ!
มือของพี่สาวยกขึ้นตบต้นแขนของเขาทันที กู้เฉินร้องโอ๊ะแล้วรีบยกมือลูบบริเวณที่ถูกฝ่ามือเรียวของกู้เยว่ฉีซัดเข้า
“ข้าเป็บุรุษนะพี่หญิง เอาสาวงามมาล่อ มีหรือจะไม่หวั่นไหว”
“เล่ามาก่อนว่าซื่อจื่อทำอย่างไรบ้าง?”
“ก็เหมือนที่ท่านเตือนข้านั่นล่ะ หาสุรารสเยี่ยมฤทธิ์แรงมาให้ข้าดื่ม เตรียมหญิงงามให้ข้าเคลิบเคลิ้ม เสนอมอบแม่นางซุนที่สวยที่สุดให้กับข้า พอข้าปฏิเสธก็ให้นางมอมเหล้าและหาทางให้ข้าดึงนางขึ้นเตียง หรือว่าจะไปคือให้นางปีนเตียงข้า เพื่อข้าจะได้จำใจรับนางกลับมาด้วย ส่วนผู้ติดตามข้าทั้งหลายก็ให้สาวใช้ต้อนรับอย่างดีไม่ให้มาช่วยข้าได้ แต่องครักษ์ฟางถูกท่านสั่งเอาไว้แล้ว เขาก็เลยบุกมาช่วยข้าได้ทัน ไม่เช่นนั้นเกรงว่าข้าคงต้องเล่นงิ้วบทอาละวาด ดูไปก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
กู้เยว่ฉีหัวเราะ “จะเป็ไรไปเล่า? เ้าก็ทำเช่นนั้นบ่อยแล้วมิใช่หรือ?”
“หากมิใช่เพราะท่านออกอุบาย ข้าก็คงไม่ต้องเป็บุรุษน่าสงสารเยี่ยงนี้ ไหนจะต้องเป็คนหงอที่กลัวบิดามารดา ไหนจะเป็คนคออ่อน และยังต้องออมมือทุกครั้งที่ต่อสู้อีก”
“เสี่ยวเฉิน หากเ้าแสดงฝีมือไปเต็มที่ ผู้อื่นที่จับตามองเราอยู่ก็รู้จักเรา ดีสิ ซ่อนคมเขี้ยวไว้บ้าง อีกอย่าง หากเ้าไม่มีจุดอ่อนเสียเลย เราจะแสดงตัวเป็เหยื่อได้อย่างไร?”
“ดีนะที่หน้าของข้ามันแดงเร็ว ซื่อจื่อเลยคิดว่าข้าเมามาก สาวใช้จวนอ๋องเล่นรินสุราให้ข้าแทบไม่พัก จงใจมอมข้าชัดๆ ข้าก็เกือบจะไม่ไหวแล้ว ดีที่เหล่าฟางเข้ามาทัน ข้าก็เลยแกล้งอาเจียนไปที แม่นางซุนก็เลยรีบเผ่น”
กู้เยว่ฉีพยักหน้า “ก็คงจะไปรายงานให้กับซื่อจื่อทราบนั่นล่ะ”
กู้เฉินขมวดคิ้ว “นี่พี่หญิง ข้าถามจริงๆ เถอะ ท่านส่งคนเข้าไปสอดแนมในจวนอ๋องได้หรือไร? เหตุใดจึงรู้ว่าเขาจะหาทางยัดเยียดสตรีให้ข้า?”
คนถูกถามชะงักเล็กน้อย นางเคยไปอยู่ในจวนอ๋องในความฝัน เคยเข้าไปนั่งเคียงข้างหลิงเจาเหว่ยในงานเลี้ยงอยู่หลายคราว แต่เขาก็มักจะบอกให้นางกลับไปก่อน จากนั้นก็เรียกนางระบำทั้งหลายออกมารับแขกบุรุษ เช้าวันต่อมานางมักจะได้ยินว่าขุนนางพวกนั้นขอรับหญิงงามออกจากจวนอ๋องเพื่อไปเป็อนุภรรยา
หลิงเจาเหว่ยไม่เคยนำสตรีพวกนั้นมาหลับนอนด้วย แต่กู้เยว่ฉีก็เดาได้ไม่ยากว่าสองพ่อลูกสกุลหลิงเลี้ยงพวกนางไว้เพื่อมอบเป็ของกำนัลให้กับคนที่ทำงานให้กับตน
“เ้าอย่ารู้เลยเสี่ยวเฉิน เอาเป็ว่าข้ามีวิธีรู้ข่าวได้ก็แล้วกัน ดีที่เ้ามิใช่คนลุ่มหลงในอิสตรีจึงมิได้นำสายสืบของซื่อจื่อมาด้วย”
“พี่หญิง พวกนางไปอยู่ตามจวนต่างๆ เพื่อสืบข่าวอย่างนั้นหรือขอรับ?”
กู้เยว่ฉียกยิ้มมุมปาก “น่าจะเป็เช่นนั้น เพราะพวกนางต้องส่งคนกลับไปที่จวนอ๋องทุกเดือนเพื่อส่งจดหมายและรับของบางอย่างเป็การแลกเปลี่ยน”
“ของแลกเปลี่ยนคืออะไรหรือขอรับ?”
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็ยาแก้พิษ”
กู้เฉินชะงัก “ถ้าเป็อย่างที่พี่หญิงว่าจวนใดที่พวกนางอยู่ก็ไม่อาจจะปกปิดความเคลื่อนไหวได้น่ะสิ”
“ข้ามาตรวจสอบดูแล้ว ทุกคดีที่หลิงอ๋องส่งคนเข้าจับกุมขุนนางทุจริต ล้วนเป็จวนที่ซื่อจื่อเคยมอบหญิงงามให้ จึงได้เตือนเ้าให้ระวังตัว”
**************
ไรเตอร์แนะนำ...นิยายแนวนางเอกเก่ง ยกเซ็ทค่ะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTAxNyI7fQ
