วันนี้การต่อต้านของจิ่งเยี่ยนกุยทำให้หลิวชุนฮวาโกรธเคือง แต่ถ้าไม่มีตระกูลฟางคอยหนุนหลัง จิ่งเยี่ยนกุยก็คงไม่ทำให้เรื่องบานปลายถึงขั้นนี้ อย่างน้อยยายนั่นก็คงไม่มีความกล้าพอที่จะท้าทายหล่อน
ดังนั้นวันนี้หลิวชุนฮวาจึงพาลเกลียดชังเจียงอี่โหลวไปด้วย ตอนนี้อยู่ในบ้านไม่จำเป็นต้องห่วงภาพลักษณ์จอมปลอมอีกต่อไป คำพูดไหนหยาบคายก็พ่นออกมาได้โดยไม่ลังเล ด่าทอด้วยคำหยาบนานาเสียจนสกปรกโสมมเกินบรรยาย
เวลาอยู่ในบ้าน จิ่งเจี้ยนกั๋วมักจะเชื่อฟังหลิวชุนฮวาโดยตลอด ต่อให้หลิวชุนฮวาจะด่าทอหยาบคายแค่ไหน เขาก็ได้แต่กล้ำกลืนความขมขื่น
หลิวชุนฮวาด่าไปครึ่งค่อนวันแต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองแม้แต่คำเดียว พอเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย หล่อนก็ทำหน้าบึ้งตึงแล้วพูดว่า “ไม่ได้ เราเลี้ยงจิ่งเยี่ยนกุยมาจนโตขนาดนี้ ยังไม่ได้อะไรตอบแทนเลย ถ้าปล่อยให้ยายนั่นแต่งงานกับฟางเสียนจือไปแบบนี้ เราได้ขาดทุนหมดตัวแน่ ตอนนี้ทะเบียนบ้านของยายนั่นอยู่กับยายแก่หนังเหนียวแล้ว ถึงตอนนั้นตาแก่ยายแก่หนังเหนียวสองคนก็คงได้ประโยชน์ไปหมด!”
จิ่งเจี้ยนกั๋วรู้มาตลอดว่าหลิวชุนฮวาไม่ค่อยถูกกับแม่ของตน และมักจะด่าหยางหว่านซิ่วลับหลังว่าเป็นยายแก่หนังเหนียว แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่พูดคำว่า ยายแก่หนังเหนียว ออกมาต่อหน้าเขาอย่างโจ่งแจ้ง
แต่จิ่งเจี้ยนกั๋วรู้ตัวว่าวันนี้เขาทำผิด จึงไม่กล้าแสดงท่าทีต่อต้านหลิวชุนฮวาที่ด่าแม่แท้ๆ ของตนแบบนั้น
ในขณะนั้นเอง จิ่งหลิวหยางก็เดินเข้ามาพูดว่า “แม่ ผมหิวแล้ว รีบไปทำกับข้าวให้กินหน่อย!”
หลิวชุนฮวาที่กำลังมีโทสะพลันด่ากลับ “กินๆๆ รู้จักแต่จะกิน!”
หลังจากด่าจบ หล่อนก็ลุกขึ้นไปทำกับข้าวในครัว จิ่งเจี้ยนกั๋วลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก และนึกชื่นชมจิ่งหลิวหยางอยู่ในใจ ยังคงเป็นลูกชายของเขาที่มีไหวพริบและเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ไม่อย่างนั้นหลิวชุนฮวาคงด่าต่อไปอีกหลายชั่วโมง
ตอนนี้หลิวชุนฮวารู้แล้วว่าก่อนที่หล่อนจะคิดแผนกำจัดจิ่งเยี่ยนกุยอย่างไรออกมาได้ จิ่งเยี่ยนกุยคงไม่กลับมาที่บ้านตระกูลจิ่งในเร็วๆ นี้แน่ ภายในบ้านยังมีเสื้อผ้ากองโตที่ต้องซัก พื้นบ้านสกปรกที่หล่อนต้องถู รวมถึงกับข้าวที่ต้องจุดไฟทำสามมื้อทุกวัน
หล่อนยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด จึงเรียกจิ่งเสี่ยวเยวี่ยมาช่วยก่อไฟ จิ่งเสี่ยวเยวี่ยในตอนนี้ไม่กล้าหาเรื่องกับแม่ จึงรีบมาช่วยก่อไฟทำอาหารอย่างว่าง่าย
เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน หล่อนก่อไฟไปพลางพูดว่า “แม่ แม่เคยสัญญาแล้วว่าจะให้หนูแต่งงานกับฟางเสียนจือ ยายโง่อย่างจิ่งเยี่ยนกุยไม่คู่ควรกับฟางเสียนจือหรอก!”
หลิวชุนฮวาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวพูด จิ่งเสี่ยวเยวี่ยยังพูดต่อ “แม่ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับความสุขชั่วชีวิตของหนู แม่จะยอมแพ้ไปแบบนี้ไม่ได้นะ อีกอย่างตอนนี้จิ่งเยี่ยนกุยกับฟางเสียนจือก็ยังไม่ได้หมั้นกัน หนูยังมีโอกาส”
พอได้ยินประโยคนี้ ตาของหลิวชุนฮวาก็เป็นประกายขึ้นมา ใช่แล้ว จิ่งเยี่ยนกุยกับฟางเสียนจือยังไม่ได้หมั้นกัน ยังมีช่องว่างให้จัดการอีกมาก
ที่ครั้งนี้จิ่งเยี่ยนกุยกล้าทำตัวอวดดีและท้าทายหล่อนขนาดนี้ เพราะมีตระกูลฟางคอยหนุนหลัง แต่ถ้าคนที่ได้แต่งงานกับฟางเสียนจือกลายเป็นจิ่งเสี่ยวเยวี่ย ตระกูลฟางจะยังหนุนหลังจิ่งเยี่ยนกุยอยู่อีกหรือ?
จิ่งเยี่ยนกุยที่ไม่มีตระกูลฟางคอยหนุนหลังให้ หล่อนจะบี้หรือขยี้อย่างไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ? ต่อให้จิ่งเยี่ยนกุยจะย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่กับยายแก่หนังเหนียวแล้ว ถึงตอนนั้นย้ายไปอย่างไร สุดท้ายก็ต้องย้ายกลับมาอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?
ตราบใดที่ทะเบียนบ้านของจิ่งเยี่ยนกุยกลับมาอยู่ที่เดิม งานบ้านเหล่านี้ก็ต้องให้จิ่งเยี่ยนกุยเป็นคนทำ? แล้วหลังจากนี้ก็ต้องเชื่อฟังและไปทำงานทางใต้เพื่อหาเงินส่งให้หล่อนใช้แต่โดยดี?
อยู่ๆ หลิวชุนฮวาก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา “เสี่ยวเยวี่ยลูกสาวแม่ฉลาดจริงๆ! วันนี้แม่เกือบจะถูกจิ่งเยี่ยนกุยทำให้โกรธจนขาดสติมองข้ามรายละเอียดสำคัญนี้ไปซะแล้ว”
แล้วสองแม่ลูกก็ก่อไฟทำอาหาร พลางซุบซิบแผนการรับมือจิ่งเยี่ยนกุยไปด้วย
สองแม่ลูกวางแผนไว้อย่างสวยงาม แต่เช้าวันถัดมากลับได้ยินเรื่องที่ทำให้พวกหล่อนแทบคลั่ง เพราะตระกูลฟางไปส่งของหมั้นให้จิ่งเยี่ยนกุยที่บ้านเก่าแล้ว!
แถมของหมั้นยังมีมูลค่ามากมายมหาศาล ทั้งโทรทัศน์หนึ่งเครื่อง จักรเย็บผ้าหนึ่งหลัง และรถจักรยานหนึ่งคัน นอกจากของใช้ขนาดใหญ่ทั้งสามชิ้นแล้ว ยังมีชุดเครื่องประดับทองคำห้าชิ้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นประวัติการณ์ของหมู่บ้านอิ๋นซาน!
นอกจากของเหล่านี้แล้ว ตระกูลฟางยังเตรียมของคาวสำหรับเซ่นไหว้มาสามอย่าง ครอบครัวธรรมดาที่เตรียมของเซ่นไหว้ก็แค่จับไก่มาหนึ่งตัว หั่นเนื้อมาสักสองสามจิน แล้วก็ซื้อปลาอีกสักตัว แต่ตระกูลฟางกลับเอาไก่มาเต็มกรง เอาหมูมาทั้งตัว และปลามาจำนวนมากในโอ่งใหญ่!
ไม่ต้องพูดถึงของชิ้นใหญ่ แค่ของพวกนี้ก็มีมูลค่าไม่น้อยแล้ว!
ปกติแล้วบ้านไหนที่แต่งลูกสะใภ้ แค่มีโทรทัศน์ จักรเย็บผ้า หรือรถจักรยานสักหนึ่งก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่ตระกูลฟางให้มาถึงสามอย่าง! นี่มันสำแดงความร่ำรวยอย่างยิ่งใหญ่ชัดๆ
เมื่อวานนี้เรื่องของบ้านตระกูลจิ่งเป็นที่โจษจันกันมาก ถึงแม้ชาวบ้านจะเห็นใจจิ่งเยี่ยนกุย แต่ก็คิดว่าตระกูลฟางคงไม่ได้ปฏิบัติต่อเธอดีจริงๆ หรอก คงจะถูกบังคับถึงได้แต่งงานกับจิ่งเยี่ยนกุยเสียมากกว่า
แต่ตอนนี้ตระกูลฟางลงทุนเล่นใหญ่ขนาดนี้ ข่าวลือเรื่องที่ฟางเสียนจือถูกบังคับให้แต่งงานกับจิ่งเยี่ยนกุยก็หายไปจนเกลี้ยง
เมื่อเอาใจเขามาใส่ใจเรา หากไม่พอใจฝ่ายหญิง ถึงแม้ฝ่ายชายจะรวยแค่ไหนก็คงไม่ทุ่มทุนถึงขนาดนี้
พวกสาวๆ ในหมู่บ้านที่มาดูต่างก็อิจฉาตาร้อน นี่แค่งานหมั้นยังทุ่มทุนขนาดนี้ ตอนแต่งงานจริงๆ ไม่รู้จะขนาดไหน!
พวกเธอแอบมองฟางเสียนจือที่ทั้งหล่อเหลาและสง่างามก็รู้สึกหงุดหงิดใจเหลือเกิน ผู้ชายคนนี้ที่ทั้งหล่อ ฐานะดี มีคุณธรรม มีการศึกษา และความสามารถสูง ทำไมถึงไปชอบผู้หญิงจากบ้านตระกูลจิ่งที่มีนิสัยทื่อๆ แบบนั้นได้?
ใช่แล้ว คนในหมู่บ้านมองว่าเมื่อก่อนจิ่งเยี่ยนกุยเป็นคนที่ไม่มีความคิดเหมือนท่อนไม้ แต่ก่อนไม่ว่าเมื่อไหร่ชาวบ้านก็มักจะเห็นเธอกำลังทำงานอยู่ตลอดเวลา เป็นคนซื่อๆ ไม่ค่อยพูดจา แข็งๆ น่าเบื่อ คนแบบนี้จะไปคู่ควรกับฟางเสียนจือได้ยังไง?
เมื่อหลิวชุนฮวาและจิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่รีบรุดมาถึงเห็นข้าวของกองโตพวกนั้น ก็พากันอิจฉาจนแทบคลั่ง! ถ้าของพวกนี้เป็นของหล่อนจะดีแค่ไหนกัน!
หลิวชุนฮวาถึงกับกัดฟันกรอด ถ้าเมื่อวานจิ่งเจี้ยนกั๋วไม่ตีจิ่งเยี่ยนกุยจนหัวแตก จิ่งเยี่ยนกุยก็คงยังอยู่ที่บ้านตระกูลจิ่ง
ถ้าจิ่งเยี่ยนกุยยังอยู่ที่บ้านตระกูลจิ่ง ของพวกนี้ก็จะเป็นของหล่อนทั้งหมด! แต่ในเวลานี้เมื่อของเหล่านี้ถูกส่งมาที่บ้านของยายแก่หนังเหนียวแล้ว หล่อนคงเอาไปไม่ได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อน!
ตอนนี้หลิวชุนฮวาอยากจะแทรกเข้าไปแย่งของพวกนั้นมาเหลือเกิน แต่ตอนนี้คนที่มามุงดูมีมากเกินไป เรื่องที่จิ่งเจี้ยนกั๋วทำร้ายจิ่งเยี่ยนกุยเมื่อวานนี้ก็โด่งดังไปมากแล้ว หล่อนเองก็ต้องรักษาหน้าอยู่เหมือนกัน
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยอิจฉาจนตาแดงก่ำ ของพวกนี้หล่อนก็อยากได้เช่นกัน! เพราะหล่อนเองก็อยากจะเป็นที่อิจฉาของสาวๆ ทั้งหมู่บ้าน!
เมื่อพี่สะใภ้รองหยาง ผู้ชื่นชอบการยุ่งเรื่องชาวบ้านเป็นที่สุดเห็นหลิวชุนฮวาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ชุนฮวา แกนี่เลี้ยงลูกสาวได้ดีจริงๆ! ลูกสาวแกทั้งสวยทั้งได้สามีดี ดูท่าทางแล้วต่อไปครอบครัวทางฝั่งสามีคงจะปฏิบัติต่อลูกแกดีมากแน่ๆ”
หลิวชุนฮวาในใจแทบจะหลั่งเลือด แต่ก็ยังฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “ก็ใช่สิ ลูกสาวฉันดีมาตลอด เป็นคนมีบุญวาสนา”
พี่สะใภ้รองหยางมองไปที่ใบหน้าของหล่อนที่ดูแลตัวเองดีกว่าคนวัยเดียวกัน ก่อนจะก่นด่าในใจไปสิบแปดครั้ง