ทะลุมิติเป็นดีไซเนอร์ในยุค70

    ตอนที่ 12 เดินเล่นรอบหมู่บ้าน



     

     

     

    เฉิงลู่จื้อเดินออกจากห้องนอนเพราะได้ยินเสียงไก่ขันเวลา 05.30 น. ทำให้เธอสะดุ้งตื่นนอน ข้างนอกมีเสียงดังมาจากห้องครัว

     

     

    “ แม่ทำไรอยู่คะ ” หานฮุ่ยเหมยหันมามองเธอ

     

     

    “ ตื่นแล้วเหรอ แม่กำลังทำข้าวต้ม ผัดแตงกวา แป้งจี่ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ลูกไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนเลย” หานฮุ่ยเหมยยุ่งกับการทำอาหารเช้า เธอพูดกับลูกสาวโดยไม่ได้มองหน้า

     

     

    “ จริงสิ เดี๋ยวหนูมานะคะ ” เฉิงลู่จื้อรีบวิ่งไปที่ห้องนอน หานฮุ่ยเหมยหันมามองลูกสาวอย่างสงสัย ภายในห้องนอนส่วนตัว เธอได้หยิบสบู่อาบน้ำและสบู่ล้างหน้าออกจากพื้นที่มิติจากนั้นเดินกลับเข้าไปในห้องครัว

     

     

    “ แม่คะ หนูให้ ” เฉิงลู่จื้อส่งสบู่ 2 ก้อนให้กับแม่ของเธอ หานฮุ่ยเหมยแค่มองดูและไม่ได้ยื่นมือมารับของ

     

     

    “ ลูกเอาไปใช้เถอะ ของแม่ยังมีอยู่ ” เงินที่เธอส่งไปให้ใช้ในแต่ละเดือน ลูกสาวของเธอต้องประหยัดอดออมถึงสามารถซื้อสบู่คุณภาพดีได้ ดูๆแล้วน่าจะ 7 หยวน สบู่อาบน้ำ 3 หยวน สบู่ล้างหน้า 4 หยวน ซึ่งราคาแพงมาก เธอคงไม่กล้าใช้

     

     

    “ สบู่เหล่านี้ซื้อมาให้แม่ หนูมีพอใช้ รับไปเถอะค่ะ ” เธอเซ้าซี้จนหานฮุ่ยเหมยรับสบู่ไป 

     

     

    เฉิงลู่จื้อรีบจัดการทำธุระส่วนตัว พ่อและพี่ชายนั่งคุยกันอยู่ลานหน้าบ้าน สรุปว่าเธอตื่นสายสุดในบ้าน น่าอายมากที่สุดเลย ต่อไปนี้เธอจะพยายามตื่นเร็วขึ้น

     

     

    หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ พ่อแม่และพี่ชายนั่งพักผ่อนเตรียมตัวออกไปทำนา เมื่อเสียงแตรดังขึ้นพวกเขาสามคนรีบลุกออกไปทำงานที่ทุ่งนา ส่วนเฉิงลู่จื้ออยู่เฝ้าบ้านคนเดียว เธอกำลังคิดว่าอาหารการกินของบ้านเฉิงไม่ดี ไม่สามารถบำรุงร่างกายได้ 

     

     

    ในพื้นที่มิติของเธอมีแต่ของดีๆแต่เอาออกมาใช้ไม่ได้ เธอต้องทำงานและมีรายได้ก่อนถึงมีข้ออ้างเอาของออกจากพื้นที่มิติมาใช้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย 

     

     

    เฉิงลู่จื้อออกไปข้างนอกจึงปิดประตูบ้าน เธอเดินสำรวจรอบๆหมู่บ้านเหอผิง ที่นี่มี๥ูเ๠าประมาณ 4 ลูก ถ้าหาของป่ากินประทังชีวิต คงไม่มีใครอดตาย

     

     

    “ อ้าว! ยัยหนูจากบ้านเฉิง เฉิงลู่จื้อ หนูหายป่วยแล้วเหรอ ” เดินไปได้ไม่นานก็มีหญิงสาววัยกลางคนมาทักทาย เธอหยุดชะงักสังเกตคนตรงหน้า เมื่อนึกออกว่าคนนี้คือใคร เธอจึงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

     

     

    “ ดีขึ้นแล้วค่ะ ป้าฟาง ” เธอส่งยิ้มบางๆ

     

     

    “ จะไปไหนเหรอ ” ป้าฟางถามเพราะเป็๞ห่วง หญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้าช่างเปราะบางเหลือเกิน

     

     

    “ หนูอยู่บ้านไม่มีอะไรทำ ก็เลยออกมาเดินเล่นแถวๆนี้ค่ะ แล้วป้าฟางล่ะคะ” เฉิงลู่จื้อถามกลับ

     

     

    “ ป้ากำลังไปร้านสหกรณ์ตำบล ป้าไม่รบกวนเธอแล้ว เดินระวังด้วยล่ะ ” เธอพยักหน้าตกลง ป้าฟางจึงเดินทางไปทำธุระ

     

     

    เธอเดินสำรวจทั่วหมู่บ้านและเจอบ้านสร้างจากอิฐประมาน 10 หลังได้ ส่วนมากเป็๞บ้านดินเก่าทรุดโทรม ไม่ต่างจากบ้านของเธอมากนัก ใกล้เวลาพักเที่ยงแล้ว แม่ของเธอน่าจะกลับมาทำอาหารแล้ว เธอจึงเดินทางกลับบ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อใกล้ถึงบ้านก็เจอหานฮุ่ยเหมยยืนอยู่ลานหน้าบ้าน

     

     

    “ ลูกไปไหนมา ” น้ำเสียงของหานฮุ่ยเหมายค่อนข้างเป็๞กังวล

     

     

    “ หนูรู้สึกเบื่อๆ ก็เลยออกไปเดินเล่นมาค่ะ ” เธอตอบเสียงเบา สีหน้าของหานฮุ่ยเหมยเคร่งขรึม

     

     

    “ รีบเข้าบ้าน ข้างนอกแดดมันแรง เดี๋ยวจะไม่สบายอีก ” หานฮุ่ยเหมยรีบบอกให้ลูกสาวเข้าบ้านเร็วๆ

     

     

    “ แม่คะ หนูสบายดีมาก คุณหมอฟงก็บอกว่าหนูหายป่วยแล้ว ” เธอกำลังเดินเข้าไปในบ้านจึงอธิบายให้แม่รับฟัง

     

     

    “ แม่รู้ แต่อดเป็๞ห่วงไม่ได้ ” หานฮุ่ยเหมยถอนหายใจกับความดื้อของลูกสาว

     

     

    ทั้งสองคนเดินเข้าไปในบ้าน เฉิงลู่จื้อมาช่วยแม่ทำอาหาร ถึงแม้จะโดนห้ามแต่เธอไม่อยากอยู่เฉยๆ ข้าวเที่ยงมี แตงกวาผัดไข่ แป้งจี่ ซุปหัวไชเท้า เมื่อทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่ของเธอนำอาหารไปที่ทุ่งนาและกินข้าวที่นั่น เธอจึงนั่งกินข้าวอยู่คนเดียวที่บ้าน