เฉิงลู่จื้อเดินออกจากห้องนอนเพราะได้ยินเสียงไก่ขันเวลา 05.30 น. ทำให้เธอสะดุ้งตื่นนอน ข้างนอกมีเสียงดังมาจากห้องครัว
“ แม่ทำไรอยู่คะ ” หานฮุ่ยเหมยหันมามองเธอ
“ ตื่นแล้วเหรอ แม่กำลังทำข้าวต้ม ผัดแตงกวา แป้งจี่ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ลูกไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนเลย” หานฮุ่ยเหมยยุ่งกับการทำอาหารเช้า เธอพูดกับลูกสาวโดยไม่ได้มองหน้า
“ จริงสิ เดี๋ยวหนูมานะคะ ” เฉิงลู่จื้อรีบวิ่งไปที่ห้องนอน หานฮุ่ยเหมยหันมามองลูกสาวอย่างสงสัย ภายในห้องนอนส่วนตัว เธอได้หยิบสบู่อาบน้ำและสบู่ล้างหน้าออกจากพื้นที่มิติจากนั้นเดินกลับเข้าไปในห้องครัว
“ แม่คะ หนูให้ ” เฉิงลู่จื้อส่งสบู่ 2 ก้อนให้กับแม่ของเธอ หานฮุ่ยเหมยแค่มองดูและไม่ได้ยื่นมือมารับของ
“ ลูกเอาไปใช้เถอะ ของแม่ยังมีอยู่ ” เงินที่เธอส่งไปให้ใช้ในแต่ละเดือน ลูกสาวของเธอต้องประหยัดอดออมถึงสามารถซื้อสบู่คุณภาพดีได้ ดูๆแล้วน่าจะ 7 หยวน สบู่อาบน้ำ 3 หยวน สบู่ล้างหน้า 4 หยวน ซึ่งราคาแพงมาก เธอคงไม่กล้าใช้
“ สบู่เหล่านี้ซื้อมาให้แม่ หนูมีพอใช้ รับไปเถอะค่ะ ” เธอเซ้าซี้จนหานฮุ่ยเหมยรับสบู่ไป
เฉิงลู่จื้อรีบจัดการทำธุระส่วนตัว พ่อและพี่ชายนั่งคุยกันอยู่ลานหน้าบ้าน สรุปว่าเธอตื่นสายสุดในบ้าน น่าอายมากที่สุดเลย ต่อไปนี้เธอจะพยายามตื่นเร็วขึ้น
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ พ่อแม่และพี่ชายนั่งพักผ่อนเตรียมตัวออกไปทำนา เมื่อเสียงแตรดังขึ้นพวกเขาสามคนรีบลุกออกไปทำงานที่ทุ่งนา ส่วนเฉิงลู่จื้ออยู่เฝ้าบ้านคนเดียว เธอกำลังคิดว่าอาหารการกินของบ้านเฉิงไม่ดี ไม่สามารถบำรุงร่างกายได้
ในพื้นที่มิติของเธอมีแต่ของดีๆแต่เอาออกมาใช้ไม่ได้ เธอต้องทำงานและมีรายได้ก่อนถึงมีข้ออ้างเอาของออกจากพื้นที่มิติมาใช้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
เฉิงลู่จื้อออกไปข้างนอกจึงปิดประตูบ้าน เธอเดินสำรวจรอบๆหมู่บ้านเหอผิง ที่นี่มีูเาประมาณ 4 ลูก ถ้าหาของป่ากินประทังชีวิต คงไม่มีใครอดตาย
“ อ้าว! ยัยหนูจากบ้านเฉิง เฉิงลู่จื้อ หนูหายป่วยแล้วเหรอ ” เดินไปได้ไม่นานก็มีหญิงสาววัยกลางคนมาทักทาย เธอหยุดชะงักสังเกตคนตรงหน้า เมื่อนึกออกว่าคนนี้คือใคร เธอจึงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ ดีขึ้นแล้วค่ะ ป้าฟาง ” เธอส่งยิ้มบางๆ
“ จะไปไหนเหรอ ” ป้าฟางถามเพราะเป็ห่วง หญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้าช่างเปราะบางเหลือเกิน
“ หนูอยู่บ้านไม่มีอะไรทำ ก็เลยออกมาเดินเล่นแถวๆนี้ค่ะ แล้วป้าฟางล่ะคะ” เฉิงลู่จื้อถามกลับ
“ ป้ากำลังไปร้านสหกรณ์ตำบล ป้าไม่รบกวนเธอแล้ว เดินระวังด้วยล่ะ ” เธอพยักหน้าตกลง ป้าฟางจึงเดินทางไปทำธุระ
เธอเดินสำรวจทั่วหมู่บ้านและเจอบ้านสร้างจากอิฐประมาน 10 หลังได้ ส่วนมากเป็บ้านดินเก่าทรุดโทรม ไม่ต่างจากบ้านของเธอมากนัก ใกล้เวลาพักเที่ยงแล้ว แม่ของเธอน่าจะกลับมาทำอาหารแล้ว เธอจึงเดินทางกลับบ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อใกล้ถึงบ้านก็เจอหานฮุ่ยเหมยยืนอยู่ลานหน้าบ้าน
“ ลูกไปไหนมา ” น้ำเสียงของหานฮุ่ยเหมายค่อนข้างเป็กังวล
“ หนูรู้สึกเบื่อๆ ก็เลยออกไปเดินเล่นมาค่ะ ” เธอตอบเสียงเบา สีหน้าของหานฮุ่ยเหมยเคร่งขรึม
“ รีบเข้าบ้าน ข้างนอกแดดมันแรง เดี๋ยวจะไม่สบายอีก ” หานฮุ่ยเหมยรีบบอกให้ลูกสาวเข้าบ้านเร็วๆ
“ แม่คะ หนูสบายดีมาก คุณหมอฟงก็บอกว่าหนูหายป่วยแล้ว ” เธอกำลังเดินเข้าไปในบ้านจึงอธิบายให้แม่รับฟัง
“ แม่รู้ แต่อดเป็ห่วงไม่ได้ ” หานฮุ่ยเหมยถอนหายใจกับความดื้อของลูกสาว
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในบ้าน เฉิงลู่จื้อมาช่วยแม่ทำอาหาร ถึงแม้จะโดนห้ามแต่เธอไม่อยากอยู่เฉยๆ ข้าวเที่ยงมี แตงกวาผัดไข่ แป้งจี่ ซุปหัวไชเท้า เมื่อทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่ของเธอนำอาหารไปที่ทุ่งนาและกินข้าวที่นั่น เธอจึงนั่งกินข้าวอยู่คนเดียวที่บ้าน