เนย์ออกจากห้องในชุดนอนเพื่อทำอาหารเช้าง่าย ๆไว้รองท้องก่อนไปทำงาน เนย์เจอกับคีย์ที่ยืนหน้าเตาอยู่ก่อนแล้ว
“ตื่นแล้วหรอไปอาบน้ำเถอะเดี๋ยวพี่ทำแซนด์วิชให้”เนย์พยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องอย่าง งง ๆ
คีย์ยิ้มมองตามคนที่เดินหน้าง่วงไป ไม่ใช่เขาตื่นเช้าหรอกเขายังไม่ได้นอนเลยหลังอ่านรายละเอียดการสมัครแล้วก็ดันมีไฟแต่งเพลงเลยลากยาวมาถึงเช้าเห็นนาฬิกาเลยคิดถึงน้องที่น่าจะตื่นเวลานี้เลยชิงออกมาทำแซนด์วิชให้ก่อนไม่นานไข่ดาวใบสวยก็ถูกนำมาวางบนขนมปัง ตามด้วยแฮม ผัก และปิดท้ายด้วยขนมปังอีกชิ้น
คีย์เดินกลับเข้าไปล้างหน้าในห้องอีกครั้งหลังจัดทุกอย่างเสร็จ
“ขอบคุณนะครับพี่คีย์”คีย์ออกมาอีกครั้งก็เจอกับเนย์ที่กำลังนั่งกินอยู่บนไอร์แลนด์กลางห้อง
“วันนี้เสร็จกี่โมง”
“วันนี้คอนเสิร์ตวันแรกครับถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหรือโดนเรียกประชุมหลังแสดง ไม่เกินเที่ยงคืนก็กลับแล้วครับ”
“แล้วถ้ามีประชุม?”
“อาจจะลากยาวไปเกือบตีสอง”น้องตอบก่อนจะยิ้มแห้งใส่
“งั้นวันนี้เดี๋ยวพี่ไปส่งแล้วเลิกกี่โมงก็โทรมาเดี๋ยวพี่ออกไปรับ”
“เอ่อ ไม่เป็ไรครับพี่คีย์ เนย์เกรงใจเดี๋ยวเรียกพี่ที่รับส่งเนย์มารับได้ครับ” ขืนให้พี่คีย์ออกไปส่งเช้านี้ตอนกลางคืนก็ต้องลำบากให้พี่คีย์ไปรับอีก
“ไม่ลำบากหรอก่นี้พี่ปิดโปรเจคไปแล้วว่างอยู่ เราทำงานเหนื่อย ๆ ขับรถคนเดียวมันอันตรายมาอยู่ที่นี่ เกิดเราเป็อะไรไปขึ้นมาพี่จะบอกพ่อกับแม่เรายังไง”เหตุผลยาวเหยียดทำเอาเนย์ปฏิเสธไม่ได้แถมยังรู้สึกดีอีกที่พี่คีย์ใส่ใจจะว่ายังไงดี สิ่งที่ตัวเองทำเป็ประจำอย่างการขับรถตอนกลางคืนหลังเลิกงานดึกแบบนี้เนย์ทำเป็ประจำถึงจะมีพี่สิทธิผู้ช่วยของพ่อที่ส่งมาดูแลเขามารับมาส่งบ้างแต่ส่วนใหญ่ถ้าไม่เหนื่อยมากเนย์ก็จะขับรถเองตลอด
“ก็ได้ครับ งั้นรบกวนพี่คีย์แล้ว”ผมก้มหัวขอบคุณรู้สึกสบายใจขึ้นที่พี่คีย์ยังคงเป็พี่ชายที่ดีเหมือนตอนเรายังเด็กตอนแรกที่รู้ว่าต้องมาอยู่ด้วยกันยังแอบเกร็งอยู่เลยกลัวว่าพี่คีย์จะไม่โอเคหรือเปล่าเพราะเขาเองที่เรียนคณะเดียวกันกับพี่คีย์ก็ได้ยินข่าวมาบ้างว่าคนเป็พี่นั้นหวงความเป็ส่วนตัวมากๆ ขนาดเพื่อนสนิทยังไม่ค่อยได้มาที่ห้อง
“งั้นก็รีบกินเถอะ เดี๋ยวจะสายพี่ทำเผื่อให้เอาไปกินด้วย” อ่า เขาขอบคุณต้องบอกยังไงนะว่าคอนเสิร์ตแบบนี้ปกติมีข้าวและอาหารเลี้ยงทีมงานอย่างดี
“ขอบคุณนะครับพี่คีย์ถ้ายังไงเดี๋ยวเสร็จแล้วผมจะรีบโทรหา”ผมขอบคุณก่อนจะรีบลงจากรถเพราะตอนนี้พี่คีย์ต้องจอดที่หน้าถนนเขาดันลืมเอาสติ๊กเกอร์ติดหน้ารถมาซะด้วยเลยไม่สามารถเข้าไปจอดด้านในได้
คีย์มองน้องที่ปิดประตูแล้ววิ่งเข้าไปยังฮอลล์แสดงคอนเสิร์ตแล้วรีบขับออกไปวันนี้เขาจะเข้าไปส่งโปรเจคที่มหาวิทยาลัย จริง ๆแล้วเขาที่อยู่ชั้นปีสุดท้ายจะมีอีกสองวิชาที่ต้องเข้าเรียนแต่เขาลงเรียนไปแล้วตอนปีสามทำให้ปีนี้เหลือเพียงทำโปรเจคจึงไม่ต้องเข้าคณะก็ได้
“คีย์! ่นี้พวกกูไม่เห็นหน้ามึงเลยเป็ไงมั่ง โอเคยัง” เขาตรงมายังโต๊ะประจำที่กลุ่มเพื่อนของเขาจะอยู่เจไดเป็คนทักเขาเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอเป็คนแรก
“ก็ดีขึ้นแล้ว” เขานั่งลงตรงที่ว่าง
“โอเคจริงใช่มั้ยมึงพวกกูทักไปในแชทก็ไม่ค่อยตอบเลย พวกกูเป็ห่วงนะเว้ย”ผาเพื่อนสนิทอีกคนของเขาถามขึ้น
“อืม พวกมึงไม่ต้องห่วงไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วแม่ให้น้องมาอยู่ด้วย”
“มึงเป็ลูกคนเดียวไม่ใช่หรอ น้องที่ไหนวะ”
“เนย์ลูกชายเพื่อนพ่อแม่”
“ชื่อเหมือนรุ่นน้องเราเลยว่ะ น้องเนย์ปีสองอ่ะ”เขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไร เพื่อน ๆ มันก็ไม่ได้ถามต่อนั่งคุยเล่นกันได้ไม่นานพวกมันก็ต้องกลับขึ้นไปเรียนส่วนผมก็ไปหาอาจารย์
“อืม เรียบร้อยนะ ยินดีด้วยเหลือแค่รอรับใบจบอย่างเดียว แล้วจะทำงานเลยหรือเปล่าอาจารย์มีที่แนะนำนะเขาเคยมาดูงานแล้วชอบงานโปรเจคเราอยากได้ไปทำงานด้วย”
“ไม่เป็ไรครับอาจารย์ ขอบคุณมากครับ”เขาออกจากคณะก่อนจะมุ่งตรงกลับไปที่บ้าน
“ทำไมวันนี้เข้ามาได้ล่ะ มีอะไรหรือเปล่า”แม่ที่ได้ยินเสียงรถเดินออกมาดู
“เพิ่งไปส่งงานที่มหา’ ลัยมาครับเลยแวะเข้ามาหาแม่”แพรพลอยผู้เป็แม่มองออกว่าลูกชายของตนมีอะไรในใจแต่ก็ไม่ได้เร่งรัด
“พ่อจะกลับมากี่โมงครับแม่”
“วันนี้เข้าไปประชุมั้แ่เช้าเดี๋ยวก็คงมาจ้ะหิวอะไรมั้ย แม่ไปเอาของว่างมาให้ดีกว่า”
เขาหงายตัวลงบนโซฟากลางห้องรับแขกก่อนที่แม่จะยกจานขนมมาให้
“ไม่ได้นอนอีกแล้วใช่มั้ย”เขาไม่เคยปิดแม่ได้จริง ๆ
“เมื่อคืนผมนั่งแต่งเพลงครับ”
“หืม” เสียงแปลกใจของแม่ทำให้หลุดยิ้ม
“ครับ เมื่อคืนมันแต่งเพลินไปหน่อยเลยลากยาว”
“ลูกแต่งเพลงได้แม่ก็ดีใจนะ”อย่างน้อยก็เป็สัญญาณว่าลูกชายของเธอได้หลุดพ้น่ที่หนักหน่วงที่สุดไปแล้ว
“เมื่อคืนดาโทรมาหาผม”เพียงแค่แม่ได้ยินชื่อของแฟนเก่าท่าทางก็เปลี่ยนไปทันที
“ยังจะโทรมาเอาอะไรอีก ที่ได้ไปยังไม่พอหรือไง”
“ไม่รู้สิครับแม่ ผมไม่ได้รับสาย”
เขานอนคิดอะไรอยู่ในห้องสักพักก็ได้ยินเสียงรถจากหน้าบ้านพ่อคงกลับมาแล้ว
“อ้าว กลับมาบ้านั้แ่เมื่อไหร่”สินชัยเดินเข้ามาในบ้านก็เจอกับลูกชายและภรรยาที่ห้องนั่งเล่น
“เมื่อบ่ายครับ เย็นนี้ผมอยู่กินข้าวเย็นด้วย”คีย์ตอบผู้เป็พ่อ
“งั้นก็ไปนั่งคุยกันที่ห้องทำงานเถอะแม่เขาจะได้ไปเข้าครัว” คีย์เดินตามผู้เป็พ่อเข้าไปในห้อง
“มาหาถึงนี่มีอะไร หรือตัดสินใจได้แล้วหรอ”
“ครับ วันนี้ผมเข้าไปส่งโปรเจคจบมาแล้วอาจารย์ให้ผ่านไม่ต้องแก้อะไรอีก หลังจากนี้รอแค่ทำเื่จบพร้อมเพื่อน”
“อืม แล้วจะมาเริ่มงานเมื่อไหร่”เพราะตัวเขาเองนั้นก็มีบริษัทรอเ้าลูกชายอยู่แล้ว
“เื่นี้แหละครับ ผมขอเวลาอีกสักหน่อยผมจะสมัครเด็กฝึกค่ายเพลงครับ” สินชัยมองหน้าจริงจังของคีย์ก่อนจะยิ้มออกมา เขาไม่โกรธและไม่ผิดหวังเลยที่ได้ยินลูกพูดแบบนี้กลับกันเขาคงจะต้องมานั่งเครียดมากกว่าหากคีย์เลือกจะเข้ามาเรียนรู้งานทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำตามฝันของตนเอง
เขากับภรรยารู้มานานแล้วว่าความฝันของเ้าลูกชายคนเดียวนั้นคืออยากเป็นักร้องั้แ่เด็กคีย์มีพร์ทำให้บรรดาครูดนตรีที่เข้ามาสอนนั้นต่างชื่นชมพอโตขึ้นมาหน่อย ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะแต่งเพลงเองทุกครั้งที่เ้าตัวยังเอางานของลูกค้ามาอวดให้เขาฟังบ่อย ๆ
“คิดดีแล้วสินะ เอาเถอะ ว่าแต่ทำไมอยู่ ๆถึงมีไฟขึ้นมาได้ล่ะ” เพราะั้แ่ลูกชายของเขาคบกับผู้หญิงที่ชื่อดาเขากับภรรยาไม่ได้ห้ามปรามแต่พวกเขาก็คอยสังเกตและดูท่าทีของลูกชายกับแฟนสาวตลอดคีย์ไม่ค่อยได้ทำงานร้องเพลงอย่างที่ชอบ เคยไปร้องเพลงในบาร์แทนเพื่อนบ้างก็หยุดไปที่เคยตั้งใจว่าจะสมัครเข้าไปเป็เด็กฝึกก็ไม่ถูกพูดถึงอีก
“เพราะเห็นเนย์ครับพ่อ น้องเด็กกว่าผมตั้งสองปีแต่น้องก็พยายามถึงขั้นได้ร่วมงานคอนเสิร์ตระดับนั้นได้ทั้งยังได้เป็หัวหน้าผมก็เลยคิดได้ ผมจะมัวนั่งเศร้าทำไมที่ผ่านมาผมต้องยอมเสียอะไรไปหลายอย่างเพราะความรักปลอม ๆ นั่นมันยังไม่พออีกหรอ”
“พ่อดีใจที่ลูกคิดแบบนี้แล้วจะสมัครที่ไหนบ้างล่ะ อยากให้พ่อช่วยอะไรมั้ย”
“พ่อกับแม่ช่วยเป็กำลังใจให้ผมแบบนี้แหละครับผมจะพยายามด้วยตัวเอง จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ”
มื้อเย็นภายในบ้านเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะคีย์ยิ้มมากที่สุดในรอบหลายเดือนต้องขอบคุณพ่อกับแม่ที่พาเขาไปหาเนย์ให้น้องได้มาอยู่ด้วยเขาถึงได้สติ
“แม่ทำซุปเห็ดฝากไปให้น้องนะลูก”แม่ยื่นกระเป๋าที่เก็บอุณหภูมิมาให้เขาเอากลับไปที่คอนโด
“ขอบคุณครับแม่”เขาขับรถกลับคอนโดและรอเวลาที่เนย์เลิก
“วันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้วขอบคุณมากนะครับยังไงพรุ่งนี้เจอกันครับ” เนย์โค้งให้พี่ ๆ เสตจและทีมงานเื้ัแม้ว่าเขาจะเป็หัวหน้าแต่ก็เป็คนที่อายุน้อยกว่าทุกคน
ใครบอกว่าหัวหน้าจะต้องพูดจาไม่ดีใส่ลูกน้องหรือคนงานกันสำหรับเนย์แล้วการเคารพและให้เกียรติทุกคนทำให้เนย์ได้รับการเคารพกลับมาคนงานทุกคนไม่ว่าจะตำแหน่งอะไรเมื่อได้ทำงานกับเนย์
ทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกันเสมอว่าสบายใจและรู้สึกตัวเองมีคุณค่าทำให้เนย์ไม่เคยมีปัญหาในการทำงานกับคนหมู่มากเลยสักครั้งอายุยิ่งไม่ใช่ประเด็น วงการนี้ไม่เคยมองคนที่อายุใครมีความสามารถย่อมได้การยอมรับ
เพราะเนย์เคยเห็นและเคยอยู่ในตำแหน่งเสตจธรรมดาเขาเจอเสตจเมเนเจอร์มาหลายคนที่เป็ตัวอย่างทั้งดีและไม่ดีสิ่งที่เนย์สัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีทางทำเลยคือการตวาดหรือตะคอกใส่ผู้เป็ลูกน้องหรือลูกทีมเขาไม่เคยเข้าใจว่าการทำแบบนั้นจะทำให้คนร่วมงานทำงานอย่างราบรื่นได้หัวหน้าคนนั้นที่ชอบตวาดลูกน้องเนย์ก็เคยนั่งคุยด้วยเขาบอกว่าถ้าพูดดีด้วยก็จะคุมคนไม่อยู่
ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่เข้าใจั้แ่เด็กจนโตเนย์ที่ตามพ่อไปทำงานเสมอเขาไม่เคยเห็นคนที่พูดจาไม่ดีใส่คนอื่นจะถูกเคารพจากใจจริงไม่นานก็จะไม่มีคนอยากทำงานด้วยหรือหากทำงานด้วยคนแบบนั้นไม่มีทางได้รับความจริงใจ
เนย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคีย์ทันที
“พี่คีย์ครับ หลับหรือยังเนย์เสร็จงานแล้วนะครับ เดี๋ยวออกไปยืนรอที่..”
‘ยังไม่ต้องออกมารอเดี๋ยวใกล้ถึงแล้วพี่โทรบอกมีคนอยู่เป็เพื่อนมั้ย’ ยังพูดไม่ทันจบพี่คีย์ก็พูดแทรกขึ้นมา
“มีพี่ ๆ ทีมซีเคียวกับทีมแม่บ้านพี่คีย์ไม่ต้องรีบนะครับ”
รอได้ไม่ถึงสิบนาทีพี่คีย์ก็โทรให้ผมออกไปรอหน้าประตู
“รอนานมั้ย กินอะไรหรือยังแม่ทำซุปเห็ดมาให้เราจะทานเลยมั้ย”ผมพยักหน้าถึงตอนก่อนคอนเสิร์ตจะกินข้าวไปแล้วแต่การใช้พลังงานตลอดหลายชั่วโมงทำให้ผมหิวพอสมควร
ถ้วยเก็บความร้อนอย่างดีถูกยกมาให้ผม
“ค่อย ๆ ทานนะ น่าจะยังร้อนอยู่”
เปิดฝาออกมาก็ได้กลิ่นเห็ดอบอวลไปทั่ว หอมมากนั่งกินไปเรื่อย ๆยังไม่ทันถึงครึ่งก็ถึงคอนโดก่อนผมเลยต้องปิดและเอาลงไปกินต่อบนห้อง
“อิ่มมั้ยเดี๋ยวทำอะไรง่าย ๆ ให้เพิ่ม”
“ไม่เป็ไรครับพี่คีย์เนย์แค่หิวเพราะใช้พลังงานไปครับ เดี๋ยวกินนมอีกกล่อง ก็จะไปอาบน้ำนอนแล้วพรุ่งนี้ต้องไปเช้าหน่อยครับ ต้องไปเช็คเสตจกับแก้จุดมาร์ก”ใช่ที่วันนี้ได้กลับเร็วเพราะโชว์ไดฯ กับทีมโปรดักชันของศิลปินเห็นว่าวันนี้ทุกคนเหนื่อยมากแล้วจึงให้กลับแล้วค่อยไปแก้กันพรุ่งนี้เช้าโชคดีที่คอนเสิร์ตพรุ่งนี้มีแค่่หัวค่ำ