ตุบ!
พร้อมกับที่เตชินท์ทิ้งตัวลงนอนทันทีที่ขุดครั้งสุดท้ายเสร็จ เสียงในหัวก็ดังขึ้นว่าเขาได้รับิญญาอสูรคราดทันทีที่คันนาสำเร็จตามเป้าหมาย เตชินท์รู้สึกโล่งใจที่รอบนี้เขาไม่ได้รับสิ่งของที่โผล่ออกมาจากอากาศเหมือนตอนได้ถุงเมล็ดพันธุ์ข้าว เพราะถ้าจู่ ๆ มันหล่นลงมาต่อหน้าโดยมีฮงอยู่ใกล้ ๆ มันจะไม่แปลกเลยถ้าจะทำให้เขาสงสัยขึ้นมา
แม้ว่าเขาไม่รู้ว่าคราดมันจะมีประโยชน์ต่อการทำนาของเขาอย่างไร แต่เขาคงไม่นำออกมาโชว์ให้ฮงเห็นแน่ ๆ เพราะลำพังแค่ิญญาอสูรรูปร่างจอบก็ประหลาดมากพอแล้ว ถ้าฮงรู้ว่าเขามีิญญาอสูรรูปร่างคราดอีก คงไม่แคล้วถ้าไม่มองเขาเป็ตัวประหลาดก็ต้องพยายามค้นหาความจริงว่าเขาเอาพวกมันมาจากไหน
“เอาล่ะขั้นตอนต่อไปก็คือการไถนา” ฮงกล่าวด้วยความเชี่ยวชาญ แต่ก็รู้สึกหดหู่ทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่า “ว่าแต่เราจะไถนายังไงดี ที่นี่ไม่มีทั้งรถแทรกเตอร์หรือควายพร้อมคันไถนาเสียด้วยสิ”
เตชินท์ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ และเขาก็ไม่มีสิ่งที่ฮงกล่าวถึงทั้งหมดด้วย แต่เขาแอบคิดว่าคราดที่เขาเพิ่งได้มาอาจช่วยได้ แต่เขายังไม่กล้านำมันออกมาใช้ในตอนนี้ เขาขอลองหาวิธีอื่นก่อน เพราะอย่างไรเสียเขาก็มีฮงผู้ที่เชี่ยวชาญอยู่ด้วย เขาน่าจะพอหาทางออกให้ได้
อย่างไรก็ตาม เขาได้รับภารกิจใหม่แล้วหลังทำคันนาเสร็จ และดูจากระยะเวลาของภารกิจแล้วว่าเขามีเวลาอีกราวหนึ่งสัปดาห์ เตชินท์จึงตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายไปทำอย่างอื่นก่อน
เขาถามฮงในสิ่งที่เขาอยากรู้มากกว่าเื่ไถนาว่า “ดาบิญญาอสูรของนายหามาจากไหนงั้นเหรอ?”
นี่คือสิ่งที่เตชินท์ให้ความสนใจอยากถามฮงมาั้แ่วันที่ปะทะกับไนท์แล้ว เขาแอบเห็นฮงเป็คนหนึ่งที่ใช้ดาบเป็อาวุธ และแน่นอนว่าเตชินท์เองก็อยากได้ิญญาอสูรรูปร่างดาบมาใช้มากที่สุด เพราะเป็อาวุธที่เขาถนัดที่สุด
“มันชื่อว่าด้วงั์เขาดาบ” ฮงตอบกลับตรง ๆ พร้อมกับเรียกดาบิญญาอสูรออกมา
แม้ตัวดาบจะไม่ได้ถูกใจเตชินท์นัก แต่ดาบก็คือดาบ มันย่อมดีกว่าจอบแน่ ๆ เขาจึงค่อนข้างอยากรู้ว่าเ้าตัวด้วงั์เขาดาบที่ว่าอยู่แถวไหน ถ้าไม่ไกลนักเขาจะได้รีบไปล่าพวกมัน แต่แล้วในวินาทีถัดมาเตชินท์ก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อได้ฟังฮงกล่าวต่อว่า “แต่ลูกพี่ไม่รู้ดีกว่าว่ามันอยู่แถวไหน เพราะถึงรู้ไปมันก็เสี่ยงเกินไปที่ลูกพี่จะไปล่ามัน”
“ทำไม?” ยิ่งฮงพูดออกมาเช่นนั้นเตชินท์ยิ่งข้องใจ “หรือมันเป็ิญญาอสูรระดับสูงขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?”
“ปะ เปล่า ดาบิญญาอสูรของฉันเป็แค่ขั้นสามัญเท่านั้น เพียงแต่...” ฮงมีสีหน้าไม่สู้ดีนักขณะหยุดพูดไป
“แต่อะไร?” เตชินท์ยังไม่ลดละความพยายาม
ฮงถอนหายใจก่อนจะตอบว่า “ก็ได้ เ้าด้วงั์เขาดาบที่ว่ามันอยู่ใกล้กับหมู่บ้านต้นหอมของบอสซานเชส”
ตอนนี้เตชินท์เข้าใจแล้วว่าเหตุใดฮงถึงดูอึดอัดที่จะพูดถึงมัน
“แล้วหมู่บ้านต้นหอมนี่มันไปทางไหนงั้นเหรอ?” เตชินท์ถามออกไปโดยไม่สนสิ่งที่ฮงกังวล
“อย่าดีกว่าครับลูกพี่ ลองหาแถว ๆ นี้ก็น่าจะมีนะฉันว่า” ฮงแนะนำด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“ฉันลองมาหมดแล้ว” เตชินท์โกหก เขาไม่รู้เลยว่าแถวนี้ สัตว์อสูรแต่ละชนิดให้ิญญาอสูรแบบใดบ้าง แต่เขาได้กินมันไปแทบทุกชนิดแล้ว เพราะเขาให้เ้าจ่าฝูงก็อบลินล่าหามาให้เขากินทุกวัน เขาจึงอยากไปล่าที่อื่นเพื่อที่จะได้นำเนื้อของมันมากินบ้าง เนื่องจากตอนนี้เขามีแต้มพัฒนาประมาณนึงแล้ว และเขาน่าจะแข็งแกร่งพอที่จะสามารถทำได้แม้กระทั่งต่อยสัตว์อสูรขั้นสามัญตายได้แล้วแม้อาจจะต้องใช้หลายหมัดก็ตาม
ฮงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างจนใจก่อนจะกล่าวว่า “ก็ได้ครับ”
และแล้วเตชินท์ก็ได้รู้ว่าหมู่บ้านต้นหอมอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออก ฮงบอกคร่าว ๆ ว่า ตอนพวกเขามากันทั้งหมดใช้เวลาเดินกันมาราว 11-12 ชั่วโมง แต่ตอนที่เขาพวกมากันแค่ 4 คน พวกเขาใช้เวลาเดินราว 10 ชั่วโมงเพราะสามารถเร่งทำเวลาได้
เตชินท์รู้สึกว่ามันค่อนข้างไกลเลยทีเดียว ตอนนี้เขาไม่สงสัยแล้วว่าเหตุใด จนถึงเวลานี้ยังไม่มีคนของซานเชสมาหาพวกเขาเพิ่มเติม หากไม่รู้ว่าพวกโจเซฟและฮงไปทิศทางใด เท่ากับต้องสุ่ม 360 องศารอบหมู่บ้านด้วยระยะทางที่ไกล เตชินท์คิดคำนวณคร่าว ๆ ว่า ถ้าไม่มีใคริญญาอสูรสัตว์ขี่ระดับขีดจำกัดขึ้นไป ก็คงยากที่จะเดินทางจากหมู่บ้านต้นหอมมายังหมู่บ้านขวานเหล็กของเขาได้ภายใน 5 ชั่วโมง
เตชินท์มองดูเวลา ตอนนี้เวลา 11 นาฬิกา 23 นาที เนื่องจากเขาไม่มีิญญาอสูรสัตว์ขี่เลย มีหนทางเดียวคือการเดินด้วยเท้าตัวเองไปเท่านั้น เท่ากับว่าหากเขาเร่งฝีเท้าหน่อยก็คงถึงหมู่บ้านต้นหอมราวสามถึงสี่ทุ่ม แต่หากโชคร้ายเจออุปสรรคระหว่างทาง ถ้าไม่จำเป็ถึงกับต้องนอนกลางทาง เขาก็คงถึงหลังเที่ยงคืน ซึ่งไม่ว่าจะเวลาไหนมันก็ดึกเกินกว่าจะออกล่าด้วงั์เขาดาบแล้ว
ในทางกลับกัน หากเขาเลือกออกเดินทางพรุ่งนี้ หากเขารีบออกแต่เช้าตรู่ เขาจะไปถึงที่หมู่บ้านต้นหอม่เย็น น่าจะทำให้เขามีเวลาล่าด้วงั์เขาดาบก่อนมืดค่ำได้
แต่เมื่อเตชินท์คิดและวิเคราะห์ถึงความเป็ไปได้บางอย่าง มันทำให้เขารู้สึกว่าควรเลือกเดินทางวันนี้เลยมากกว่าแม้จะต้องถึงดึกดื่นก็ตาม เพราะเมื่อเขานึกถึงระบบภารกิจที่มีติดตัวเขาอยู่ มันยิ่งทำให้เขาปวดหัว เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าพรุ่งนี้เขาจะได้ภารกิจประจำวันทำอะไรอีก หากภารกิจห้ามต่อสู้วนกลับมาอีก การเดินทางไปสู่หมู่บ้านต้นหอมจะยากลำบากจนอาจต้องล้มเลิกและล่าช้าไปอีกวันก็เป็ได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยภารกิจมาเตรียมทำนากันเถอะ 2 ไม่ได้เร่งรีบเหมือนกับภารกิจประจำวันที่ต้องทำวันต่อวันเหมือนภารกิจประจำวัน แต่ถึงอย่างนั้นมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เตชินท์กำลังชั่งใจว่าจะลงมือทำเลยดีหรือไม่เช่นกัน
< ภารกิจย่อย : มาเตรียมทำนากันเถอะ 2
เป้าหมาย : ไถนาขนาด 1 งาน [0/1]
ระยะเวลาที่คงเหลือ : 6 วัน 21 ชั่วโมง 58 นาที 33 วินาที
รางวัล : ปุ๋ยเร่งโตชนิดพิเศษ 1 ถุง
บทลงโทษ : ไฟดูดเป็เวลา 10 วินาที ทุกหนึ่งชั่วโมง เป็เวลาหนึ่งวัน >
ด้วยเวลาเหลืออีกตั้ง 6 วันมันจึงทำให้เตชินท์รู้สึกว่าไม่จำเป็ต้องรีบ ในเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญอย่างฮงอยู่ด้วยแล้ว คงไม่อยากเกินความสามารถของฮงที่จะทำให้เขาสำเร็จภารกิจนี้ภายในวันหรือสองวัน
เตชินท์กำลังลังเลว่าจะรีบทำต่อเนื่องเลยดีหรือไม่ เพราะเขาเองก็อยากเร่งทำภารกิจหลักให้สำเร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งเขาทำสำเร็จไวแค่ไหน เขาก็จะได้ชุดเกราะเทพศาสตรากลับคืนมาเร็วขึ้นเท่านั้น
แต่จากการประมวลผลวิเคราะห์เอาเองในสมอง เนื่องจากเขาเคยถามฮงแล้วว่าปกติการทำนาจะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้เก็บเกี่ยว และเขาก็ได้คำตอบว่าราวสามเดือน นั่นมันนานเกินไปที่เขาจะไม่ขยับไปไหนแล้วมัวแต่รอต้นข้าวโต
เพราะไม่รู้ว่าศัตรูจะมากันอีกเมื่อไร และเขาจะเอาแต่พึ่งเ้าจ่าฝูงก็อบลินไม่ได้ ไม่มีใครไว้ใจได้เท่ากับตัวเอง และเขานั่นเก่งกว่าเ้าจ่าฝูงก็อบลินเป็ไหนไหน เพียงแต่เขายังขาดแต้มพัฒนา และที่สำคัญเขาขาดดาบ สิ่งที่ทำให้เขาเก่งโดดเด่นกว่าคนทั่วไป เพราะฉะนั้นเขาไม่ควรจะอยู่กับที่เช่นนี้ อย่างน้อยเขาควรออกไปหาอาวุธมาใช้ให้ได้ก่อน
“เดี๋ยวฉันไปกับลูกพี่ด้วยแล้วกัน” ฮงเสนอตัวเพราะเห็นว่าเตชินท์ตั้งใจจริง ๆ
“ไม่เป็ไร ฉันไปคนเดียวได้” เตชินท์ไม่ได้เกรงกลัวอย่างที่ฮงกังวล อีกอย่างเขามีสิ่งที่อยากให้ฮงทำอยู่ที่นี่ด้วย เขากล่าวต่อว่า “นายอยู่ที่นี่แหละ ตอนนี้โจเซฟไม่อยู่ด้วย ถ้าไม่ใช่นายฉันก็ไม่รู้จะฝากใครดูแลหมู่บ้านแล้ว่ที่ฉันกับโจเซฟไม่อยู่”
เตชินท์ยอมพูดเยินยอจนฮงตัวแทบลอยเพราะเขาคิดว่าถ้าเขาไปคนเดียวไม่น่าจะเป็จุดสนใจ แต่ถ้าฮงไปด้วยคงได้เปิดศึกทันทีที่ย่างเหยียบเข้าใกล้อาณาเขตของศัตรู
“ไว้ใจฉันได้เลยครับลูกพี่” ฮงเอามือทุบอกอย่างแข็งขัน เขารู้สึกตื้นตันใจที่เตชินท์ไว้เนื้อเชื่อใจให้ทำงานที่สำคัญ เพราะเขาไม่เคยได้รับงานที่แสนยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
ในทางกลับกันเตชินท์ไม่ได้สนใจฮงเลย เขารู้ว่าแค่มีเ้าจ่าฝูงก็อบลินกับทหารลูกน้องของมันคอยเฝ้าอยู่ ก็ไม่มีใครมาทำอันตรายหมู่บ้านได้แล้ว เว้นแต่จะเจอกับผู้ที่แข็งแกร่งมีแต้มพัฒนาระดับสูงจริง ๆ ถ้าเป็เช่นนั้นก็ยังต้องรอเขากลับมาหมู่บ้านก่อน ศัตรูถึงจะเข้ายึดหมู่บ้านได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็คงยากอยู่ดีเพราะกว่าเขาจะกลับมาเขาก็ควรเก่งและมีอาวุธแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นคงยากที่จะมีใครต่อกรกับเขา
ก่อนจะไป เตชินท์ได้ทิ้งไว้หนึ่งประโยคที่ทำให้ฮงกลับมารู้สึกแย่ขึ้นมาทันทีว่า “อย่าลืมไถนาล่ะ”
เตชินท์ไม่ได้หวังว่าฮงจะไถนาสำเร็จได้ตามที่เขาสั่งได้ทันที เว้นแต่ฮงจะมีสัตว์ใหญ่ไว้ใช้กับคันไถ ซึ่งควรจะไม่มี จอบก็อยู่ที่เขาอีก คงเป็ไปไม่ได้เลยที่ฮงจะไถนาให้เขาได้ แต่เตชินท์ไม่ได้สนใจนัก เพราะเขาเองก็ตั้งใจจะกลับมาภายในอีกสามถึงสี่วันข้างหน้า เพื่อให้กลับมาไถนาทันตามกำหนดเวลา เมื่อถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกทีว่าจะไถนากันอย่างไร
“ในที่สุดเราก็เจอหมู่บ้านที่เ้าพวกนั้นหนีมา”
ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก คนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนมองมายังหมู่บ้านขวานเหล็ก
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ