ตอนที่ 10 มรดก...วรยุทธ์
“ตอนที่เจ้าเดินทางไปที่เผ่าภูผาได้ไม่นาน คืนหนึ่งท่านเทพของเผ่าฟ้าคำรามก็แจ้งเจตจำนงผ่านผู้อาวุโสของเผ่า ว่าในรุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้ ให้ผู้อาวุโสทำการเปิดถ้ำสถิตเทพ เพื่อให้ชนรุ่นหลัง...รับการส่งต่อ "มรดกวรยุทธ์" ของเผ่าฟ้าคำราม”“แต่ครั้งนี้ผู้ที่มีสิทธิ์ได้เข้าร่วมพิธีส่งต่อมรดก ต้องเป็นเพียงผู้ที่ยังไม่ได้สร้างปราณเท่านั้น ซึ่งก็คือเหล่านักรบฝึกหัดของเผ่านั่นเอง” ท่านปู่พูดพลางมองหน้าเจิ้นเทียน“มรดกวรยุทธ์สำหรับผู้ไร้ปราณ!!! ” เจิ้นเทียนประหลาดใจพร้อมดีใจเมื่อได้รับฟังข้อมูลจากท่านปู่ในดินแดนแห่งท้องฟ้า วรยุทธ์ของแต่ละชนเผ่า จะถูกถ่ายทอดมาจากเทพประจำเผ่า และส่งต่อกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ นี่อาจเป็นครั้งแรกในดินแดนแห่งท้องฟ้า ที่มีการส่งต่อวรยุทธ์ใหม่ในยุคปัจจุบันเดิมทีเผ่าฟ้าคำรามมีวรยุทธ์เพียงชุดเดียว ที่ถูกถ่ายทอดกันมาจากเทพประจำเผ่า นั่นก็คือ”เพลงดาบฟ้าคำราม” ที่มีอยู่สิบกระบวนท่า ได้แก่ นักรบทะเลทราย, ทลายบรรพต, วงกตมายา, บุปผาสะพรั่ง,คลั่งโลหิต, จิตสังหาร, ประจัญบานปฐพี ซึ่งทั้งเจ็ดกระบวนท่านี้ได้รับการสืบทอดมาถึงปัจจุบันแต่อีกสามกระบวนท่านั้นได้หายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย หลงเหลือเพียงแค่บันทึกของเผ่าที่ให้ชนรุ่นหลัง...เพียงเพื่อให้รับรู้ว่าเพลงดาบชุดนี้ มีด้วยกันสิบกระบวนท่าเท่านั้นแม้จะมีหลงเหลือเพียงแค่เจ็ดกระบวนท่า แต่ความร้ายกาจนั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่าวรยุทธ์ของชนเผ่าอื่น แถมยังยากที่จะหาผู้ต่อกรโดยใน”เพลงดาบฟ้าคำราม” นี้ มีเพียงแค่กระบวนท่า “นักรบทะเลทราย” เท่านั้น ที่ผู้ไร้ปราณหรือนักรบฝึกหัดสามารถฝึกได้ ดังนั้นสำหรับผู้ไร้ปราณ มรดกวรยุทธ์ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับพวกเขาทุกคน“ท่านปู่...ข้าจะเข้าร่วมแน่นอน” เจิ้นเทียนพูดตอบท่านปู่ด้วยสีหน้าที่แน่วแน่“ดีๆ....มรดกวรยุทธ์ครั้งนี้ ท่านเทพของเผ่าแจ้งแล้วว่าจะเปิดให้ชนรุ่นหลังรับการส่งต่อเป็นเวลาเจ็ดวัน เจ้าเดินทางกลับมาเหนื่อยๆ ต้องรีบพักผ่อน เดี๋ยวปู่จะไปเตรียมน้ำและเสบียงไว้ให้” ท่านปู่พูดจบก็ลุกจากไปเพื่อเตรียมการ“หา!!...ท่านปู่...ท่านว่าอะไรนะ!! เจ็ดวัน ทำไมมันถึงนานขนาดนั้น...”เจิ้นเทียนทำสีหน้าตกใจ“เด็กโง่เอ๋ย....มรดกวรยุทธ์ของเทพ ไหนเลยที่พวกเจ้านักรบฝึกหัดจะเข้าใจกันได้ง่ายๆ เวลาเพียงแค่เจ็ดวัน ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีใครเข้าใจได้บ้าง ” ท่านปู่พูดโดยไม่ได้หันกลางมามองเจิ้นเทียน แต่กำลังจัดเตรียมของสำหรับสำหรับพรุ่งนี้“ข้าเข้าใจแล้วท่านปู่... ข้าเจิ้นเทียนจะไม่ทำท่านต้องผิดหวังแน่” เจิ้นเทียนพูดจบ ก็เตรียมไปล้างตัวเพื่อเข้านอน ส่วนท่านปู่ก็เตรียมของให้เขาพร้อมรอยยิ้ม เช้าวันรุ่งขึ้น...ที่บริเวณหน้าทางเข้าถ้ำเทพสถิต เหล่านักรบฝึกหัดของเผ่าฟ้าคำรามและครอบครัวก็มารวมตัวกัน ซึ่งตอนนี้...ในเผ่าฟ้าคำรามมีนักรบฝึกหัดอยู่สี่สิบคน แน่นอนว่านอกจากเจิ้นเทียนแล้วก็ยังมี มู่ปิง หวังอู่และอู๋ต้ารวมอยู่ด้วย“ฮือๆ...ท่านพ่อ....ข้าจากไปครั้งนี้ไม่รู้จะได้กลับมาหรือไม่ ท่านต้องดูแลตัวเองดีๆนะ อย่ามีภรรยาน้อยให้มากนัก เพราะกว่าข้าจะกลับมากลัวจะจำชื่อได้ไม่หมด แล้วก็....” เด็กชายจ้ำม่ำคนหนึ่งกำลังร้องไห้“อู๋ต้า !!! เจ้าไปร่วมพิธีเพียงแค่เจ็ดวัน ไม่ได้ไปนานขนาดนั้น ถ้าเจ้ายังไม่หยุดขี้แย ข้าจะให้แม่บ้านเอาขนมของเจ้าไปแจกเด็กคนอื่นๆในเผ่าให้หมด” ชายจ้ำม่ำวัยกลางคนเอ่ยดุที่แท้เด็กชายร้องไห้ก็คืออู๋ต้าที่กำลังงอแงกับพ่อของเขาอู๋เหลียง อู๋ต้าหยุดร้องไห้ทันที พลันเปลี่ยนโทนเสียงใหม่“ท่านพ่อข้าเป็นลูกของท่านนะ ใครๆที่ไหนมันร้องไห้...ไม่มี ข้าอู๋ต้าแข็งแกร่งและรูปหล่อขนาดนี้ จะขี้แยได้อย่างไร เอ่อ...ขนมของข้าท่านเก็บไว้ดีๆนะ มันไม่ใช่แค่ขนมแต่เป็นของสะสมของข้า” อู่ต้าทำตัวลีบเล็กพร้อมทำท่าประจบอู๋เหลียงทันที“เฮ้อ!.. อู๋ต้า ข้าว่า....บางทีเจ้าก็เหมือนข้าตอนหนุ่มๆเกินไปนะ”อู๋เหลียงส่ายหน้าพลางยื่นมือไปลูบหัวอู๋ต้าในบรรดานักรบฝึกหัดทั้งหมดทุกคนมีห่อเสบียงเสื้อผ้าบางส่วนและถือดาบคนละหนึ่งเล่ม เพราะไม่มีใครรู้ว่ามรดกวรยุทธ์ครั้งนี้จะเป็นแบบไหน“เจิ้นเทียน..เจ้าต้องดูแลตัวเองดีๆนะ หากไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนตัวเอง ถือซะว่าเจ้าได้รับประสบการณ์ที่ดีจากท่านเทพ” ท่านปู่พูดกับเจิ้นเทียนด้วยความเป็นห่วง“ท่านปู่วางใจ ข้ารู้ว่าตัวเองมีความสามารถแค่ไหน หากรู้ว่าไม่ไหวข้าก็แค่เดินกลับออกมาแค่นั้น” เจิ้นเทียนพูดตอบด้วยความมั่นใจ“เอาล่ะ...เงียบๆหน่อย ในเมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว ข้าจะเริ่มทำพิธีเปิดถ้ำเทพสถิต ณ บัดนี้” อาวุโสของเผ่า..พูดเสียงดังกังวาลทั่วบริเวณ ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นรีบเงียบเสียงลง ผู้อาวุโสยืนอยู่ที่เดิมสักพัก ก็พลันหันหลังเดินตรงไปยังประตูทางเข้าถ้ำถ้ำเทพสถิตของเผ่าฟ้าคำรามนี้ ตั้งอยู่ที่ทางทิศเหนือของภูเขา ไม่มีการตกแต่งใดๆเป็นพิเศษ มีเพียงทางเข้าที่ถูกปิดด้วยประตูหินสีดำพร้อมจารึกด้วยอักขระโบราณเก่าแก่เท่านั้น แต่เมื่อมองดูแล้วก็ลึกลับและน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง เมื่อผู้อาวุโสเดินมาถึงหน้าประตูหินสีดำ ก็ทำมือวาดอักขระลงบนประตู พร้อมร่ายมนต์โบราณ ประมาณชั่วอึดใจ ทันใดนั้นเอง......................................................................................