เซียวเยี่ยก้าวเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายภายในห้องโถงใหญ่เวลานี้ไร้ซึ่งผู้คนเหลือเพียงปุโรหิตศักดิ์สิทธิ์ในชุดคลุมยาวผู้หนึ่ง ดูจากอายุน่าจะราวสี่สิบเศษ
ปุโรหิตศักดิ์สิทธิ์ถือเป็อาชีพพิเศษพวกเขาไม่มีค่าสถานะหรือทักษะสำหรับต่อสู้ใดๆทว่ากลับเป็อาชีพเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถสื่อสารกับทวยเทพได้
ปุโรหิตทุกคนคือผู้นำสารจากเทพและยังเป็ผู้รับผิดชอบพิธีเปลี่ยนอาชีพอีกด้วย
ปุโรหิตผู้นี้มองเซียวเยี่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะเอ่ยกำชับอย่างละเอียด “พิธีเปลี่ยนอาชีพแตกต่างจากพิธีตื่นรู้เทพจะไม่เสด็จลงมาหาคุณ แต่ตัวคุณต่างหากที่จะถูกส่งไปยังโลกของทวยเทพ”
“ที่นั่น คุณจะได้เห็นเทพผู้ประทานอาชีพให้แก่คุณด้วยตาตัวเองอีกครั้งและท่านเทพจะเป็ผู้ประทานพลังแห่งการเลื่อนขั้นอาชีพให้แก่คุณ!”
เซียวเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อยหากปุโรหิตผู้เคร่งครัดคนนี้รู้ว่าอาชีพของเขาไม่ได้ถูกประทานมาจากเทพองค์ใดเลยไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำสีหน้าอย่างไร?
ทว่ายังไม่ทันที่เซียวเยี่ยจะได้ไตร่ตรองแสงสว่างจากค่ายกลเคลื่อนย้ายใต้เท้าพลันเจิดจ้าขึ้นกลิ่นอายแห่งความโกลาหลแบบเดียวกับที่ศิลาจารึกโบราณเคยทิ้งไว้ให้แผ่ซ่านไปทั่วโถงใหญ่ทัศนวิสัยของเซียวเยี่ยเริ่มพร่าเลือน วินาทีต่อมา ภาพตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันโถงใหญ่อันหรูหราอลังการพังทลายลงทีละน้อย จนกลายเป็ซากปรักหักพังที่ล่มสลาย
ที่นี่ดูเหมือนจะเป็วิหารร้างที่ถูกทอดทิ้งสุดลูกหูลูกตาจะมองเห็นกำแพงที่พังครืนและเศษอิฐเศษหินมีแต่ความรกร้างและเสื่อมโทรม...
เซียวเยี่ยถึงกับได้กลิ่นฉุนของดินปืนลอยมาแตะจมูกข่าวดีก็คือเขาข้ามผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายมาได้สำเร็จไม่ได้ล้มเหลวในการทำพิธีเปลี่ยนอาชีพ
แต่ข่าวร้ายคือดูเหมือนที่นี่จะไม่มีใครที่พอจะชี้แนะเื่การเลื่อนขั้นอาชีพให้เขาได้เลย!
เซียวเยี่ยเดินไปตามทางที่ดูไม่ค่อยเหมือนเส้นทางเท่าไรนักข้ามผ่านกองหินและซากอาคารจนมาถึงใจกลางของวิหารร้างแห่งนี้
ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดเลย
ไม่มีเทพและไม่พบแม้แต่บรรพชนที่เคยมอบอาชีพผู้ถูกทวยเทพทอดทิ้งให้ในพิธีตื่นรู้ครั้งนั้น
จะมีก็เพียงจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่บนขั้นบันได
บนซองจดหมายมีลายมือขยุกขยิกเขียนไว้บรรทัดหนึ่งเพียงเห็นลายเส้นก็ทำให้เซียวเยี่ยนึกถึงบรรพชนผู้นั้นที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยาแและดูสะบักสะบอมในพิธีตื่นรู้ได้ทันที
ข้อความนั้นมีเพียงประโยคสั้นๆว่า...“ถึงผู้มาทีหลัง”
หัวใจของเซียวเยี่ยเต้นระรัวดูเหมือนกุญแจสำคัญในการเลื่อนระดับอาชีพจะอยู่ในนี้เอง!
เซียวเยี่ยค่อยๆแกะซองจดหมายออก พบกระดาษที่มีรอยเืติดอยู่แผ่นหนึ่งลายมือบนนั้นราวกับเขียนด้วยเถ้าถ่าน “ผู้มาทีหลังเมื่อคุณได้เห็นจดหมายฉบับนี้นั่นแสดงว่าคุณได้เดินมาตามเส้นทางของตัวเองได้ระยะหนึ่งแล้ว”
“ผมดีใจที่คุณไม่ได้ตายก่อนจะถึงระดับ 50 และไม่ได้ละทิ้งเส้นทางที่ยากลำบากแสนสาหัสสายนี้”
“หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลยกโทษให้ผมด้วยที่ไม่สามารถสั่งสอนเคล็ดลับการเลื่อนขั้นอาชีพให้ได้ด้วยตัวเองแต่ผมจะมอบแต้มแก่นอัคคีและพิธีสังเวยแบบพิเศษไว้ให้”
“คุณคงสังเกตเห็นแล้วว่าการใช้แต้มแก่นอัคคีสามารถเสริมแกร่งคุณสมบัติเสริมและทักษะพร์ได้แต่นั่นยังห่างไกลจากประโยชน์ที่แท้จริงของแต้มแก่นอัคคีนัก”
“หากใช้พิธีหลังจากนี้ คุณจะสามารถเผาผลาญแต้มแก่นอัคคีเพื่อ ‘ผสาน’ คุณสมบัติเสริมพร์ที่ได้รับมาเข้าด้วยกันได้!”
คุณสมบัติเสริมพร์ยังผสานกันได้อีกงั้นหรือ!?
ความตกตะลึงและยินดีพลุ่งพล่านขึ้นในใจของเซียวเยี่ยทันทีเมื่อกวาดสายตาลงไปด้านล่าง เขาก็พบสัญลักษณ์วงเวทพิเศษที่ถูกวาดไว้บนกระดาษ!
เซียวเยี่ยเพียงแค่มองเพียงแวบเดียววงเวทนั้นก็คล้ายสลักลึกเข้าไปในจิตใจราวกับเขามีความคุ้นเคยกับมันอย่างน่าประหลาดคุ้นเคยจนสามารถทำความเข้าใจได้ในพริบตา
[คุณได้รับทักษะผสานแก่นอัคคี! โดยการเผาผลาญแต้มแก่นอัคคีจะสามารถผสานคุณสมบัติเสริมบางส่วนเพื่อเลื่อนขั้นเป็คุณสมบัติเสริมใหม่ได้]
นี่คือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่!
สำหรับเซียวเยี่ยแล้วมันเหมือนกับการเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ เพราะจนถึงตอนนี้ในตัวเขามีคุณสมบัติเสริมสะสมไว้มากมาย
ั้แ่ระดับDที่ต่ำสุดอย่าง พลังป่าเถื่อน สมาธิจดจ่อ...
ไปจนถึงระดับAอย่าง พิษเพลิงิญญา จิตอาฆาติญญาหลอน... และระดับ S อย่าง สังเคราะห์แสงเยียวยา คลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูง
แม้คุณสมบัติเสริมจะเยอะมากแต่หากไม่นับพวกที่เพิ่มค่าสถานะพื้นฐานเซียวเยี่ยก็ไม่สามารถดึงพลังของพวกมันออกมาใช้ทั้งหมดได้ในการต่อสู้ครั้งเดียวเพราะในจังหวะประจัญบาน โอกาสในการลงมือนั้นมีจำกัดเขาจำเป็ต้องเลือกใช้ทักษะพร์ที่เหมาะสมและทรงพลังที่สุดเท่านั้น!
ทว่าตอนนี้ด้วยพิธีที่เพิ่งได้รับมาเขาสามารถนำคุณสมบัติเสริมเ่าั้มาผสานและเลื่อนขั้นได้แล้ว!
เซียวเยี่ยแทบรอไม่ไหวที่จะลองทดสอบดู
อย่างไรก็ตามเนื้อหาในกระดาษยังไม่จบ เซียวเยี่ยพลิกไปหน้าสุดท้ายและพบว่าท้ายจดหมายฉบับนี้กลับทิ้งของขวัญไว้ชิ้นหนึ่ง!
“ผู้มาทีหลังเสียดายนักที่ผมไม่สามารถถ่ายทอดบางสิ่งให้คุณได้ด้วยมือตัวเองผมจึงทิ้งของขวัญไว้ให้ที่นี่ หวังว่ามันจะมีประโยชน์ต่อเส้นทางของคุณต่อจากนี้!”
ลายมือขยุกขยิกสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ท้ายซองจดหมายไม่มีแม้แต่ชื่อผู้ส่ง
แต่สิ่งที่ทิ้งไว้ให้เซียวเยี่ยคือของขวัญที่เขามีความคุ้นเคยเป็อย่างดี!
มันคือเปลวไฟเพลิงประทีปสีน้ำเงินเข้มที่กำลังพลิ้วไหว!
มันแตกต่างจากเพลิงประทีปทุกดวงที่เขาเคยเห็นไม่ใช่แค่เื่ของสี แต่เป็เพราะภายในเปลวไฟที่กำลังลุกโชนนั้นดูเหมือนจะมีลูกตาปริศนาข้างหนึ่งสถิตอยู่
ทันทีที่ปลายนิ้วของเซียวเยี่ยัักับเพลิงประทีปพิธีสังเวยก็เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ!
[ยินดีด้วย! การสังเวยเพลิงประทีปของจิติญญาลวงตาสำเร็จ!]
[ได้รับคุณสมบัติเสริมพร์... เนตรทะลวงมายา (ระดับ SSS)!]
ในชั่วพริบตาภาพตรงหน้าของเซียวเยี่ยพลันแจ่มชัดขึ้นอย่างเหลือเชื่อ!
ลวดลายบนซากปรักหักพังหรือแม้แต่เม็ดฝุ่นที่อยู่ไกลออกไปเขาก็สามารถมองเห็นได้อย่างละเอียด ซึ่งมันเกินขอบเขตของสายตามนุษย์ปกติไปไกลโข
จากนั้นแผงสถานะก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[เนตรทะลวงมายา]
[ระดับ: SSS]
[ผลกระทบ:ดวงตาของจิติญญาลวงตาที่ข้ามผ่านระหว่างมิติมายาและความเป็จริงเมื่อใช้งานจะสามารถมองทะลุคุณสมบัติเสริมพร์รวมถึงค่าสถานะที่ซ่อนอยู่และจุดอ่อนของเป้าหมายได้]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม 1: เพิ่มระยะการมองเห็น300%!]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม 2: สามารถมองทะลุผลของภาพมายาที่ต่ำกว่าขั้นตำนานได้!]
เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆตอนนี้ในใจของเขาไม่มีความรู้สึกอิจฉาอาชีพอื่นที่ได้รับทักษะใหม่ๆเวลาเลื่อนขั้นเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้วเนตรทะลวงมายานี้คือทักษะใหม่ที่ดีที่สุด!
การที่สามารถมองเห็นคุณสมบัติเสริมที่ติดตัวเป้าหมายได้!
เพียงข้อนี้ข้อเดียวก็ช่วยให้เซียวเยี่ยประหยัดแรงไปได้มหาศาลไม่ต้องไล่ฆ่ามอนสเตอร์เพื่อสุ่มสังเวยแบบสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไป
นับจากนี้เขาจะสามารถเลือกเป้าหมายล่ามอนสเตอร์ได้อย่างแม่นยำเพื่อชิงเอาคุณสมบัติเสริมที่้ามาครอง
ไม่เพียงเท่านั้นเนตรทะลวงมายา ยังเพิ่มระยะการมองเห็นถึงสามเท่าพร้อมความสามารถในการมองทะลุภาพลวงตาและจุดอ่อนของศัตรู!
สมกับที่เป็คุณสมบัติเสริมระดับSSSจริงๆ!
บรรพชนผู้ถูกทอดทิ้งของเขาไม่ได้ทิ้งเพลิงประทีปของจิติญญาลวงตานี้ไว้ให้โดยบังเอิญแต่มันคือความตั้งใจ!
เพราะบรรพชนท่านนี้เคยเดินบนเส้นทางสายเดียวกันมาก่อนจึงได้ทิ้งเพลิงประทีปเช่นนี้ไว้รอท่าเซียวเยี่ย
แค่ดูจากคำอธิบายของจิติญญาลวงตาก็รู้แล้วว่ามอนสเตอร์ระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่เซียวเยี่ยในตอนนี้จะเข้าถึงได้เลย
คนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้คนรุ่นหลังอาศัยร่มเงา...
เซียวเยี่ยก้มศีรษะคำนับซองจดหมายในมือด้วยความเคารพวินาทีต่อมา จดหมายที่มีรอยลายมือขยุกขยิกนั้นก็มอดไหม้ขึ้นเองจนกลายเป็เถ้าถ่านและพัดปลิวหายไปกับสายลม