บทที่ 13 ท่านย่า! เสี่ยวหยวนเป่าเสียสติไปแล้ว! (รีไรต์)
นางพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อยู่ตลอดเวลา หาแต่ไม่ได้อยากลงมือทำร้ายมนุษย์ เพราะนางไม่ปรารถนาจะรังแกผู้ใด
ทว่ายามนี้สุดจะทนทานได้อีกต่อไป ความโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านจนยากจะระงับ "กล้ามาชิงเสบียงบ้านข้า ทั้งยังบังอาจทำร้ายพี่ชายข้า... พวกเ้าจงไสหัวออกไปให้พ้นเสีย!"
สิ้นคำกล่าวนั้น เ้าก้อนแป้งน้อยพลันผละออกจากอ้อมอกของไฉ่ซื่อ ร่างกายกลมป้อมราวกับลูกหิมะพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางวงล้อมอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา ทังต้าหลง ทังเอ้อร์หลง และเหล่าพี่น้องก็ถูกมือน้อย ๆ คว้าจับเอาไว้ ก่อนจะถูกเหวี่ยงออกไปนอกลานบ้านราวกลับโยนเศษขยะที่ไร้ค่า
ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างพากัน...ตกตะลึงจนตาค้าง
เหล่าเด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปี กลับถูกเด็กน้อยวัยเพียงสามขวบเหวี่ยงกระเด็นออกไปอย่างง่ายดายราวกับโยนถุงทราย พละกำลังมหาศาลปานเทพเ้านี้ หากไม่เห็นด้วยตาตนเอง ใครเล่าจะเชื่อได้ลง
สะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองที่เพิ่งเบียดครอบครัวผู้เฒ่าหวังออกไป หมายจะขนกระสอบข้าวบนเกวียนวัวเข้าบ้านตน ถึงกับยืนเซ่อขวัญหนีดีฝ่อเมื่อได้เห็นภาพนั้น
เสี่ยวหยวนเป่าเมื่อจัดการหลานชายตระกูลทังจนหมดแล้ว สายตาพลันตวัดมาหยุดอยู่ที่พวกนางทั้งสอง
ทั้งคู่ใจนก้าวถอยหลังไปพร้อมกัน "เ้าจะทำอะไร เหตุใดจึงมีแรงมากมายถึงเพียงนี้ หรือว่ามีผีสิงร่างเ้า อย่าเข้ามานะ!"
เสี่ยวหยวนเป่าเงยใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้น พลางเอ่ย "พวกท่านจะยอมกลิ้งออกไปเอง หรือจะให้ข้าเป็คนช่วยส่งให้ตัวลอยออกไป"
สะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองแผดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว!
พวกนางหาใช่เด็กน้อย หากถูกเหวี่ยงออกไปจนหน้าคะมำพื้นเยี่ยงนั้น ความเ็ปคงสาหัสยิ่ง ผิวพรรณและกระดูกกระเดี้ยวที่ชราลงทุกวัน หากต้องตกกระแทกพื้นรุนแรง ผลที่ตามมาคงหนักหนานัก เผลอ ๆ อาจจะต้องนอนเป็อัมพาตไปครึ่งค่อนชีวิต
จะเอาเสบียงหรือจะเอาชีวิต
หากสู้ตายเพื่อชิงข้าวกลับไป สุดท้ายก็ต้องแบ่งกินกันทั้งบ้านไม่ต่างกับยามปกติ ไม่ได้กินคนเดียว เื่อะไรจะต้องมาแลกชีวิตถึงเพียงนี้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ทั้งสองจึงรีบกล่าวละล่ำละลัก "ข้าจะไปเอง ข้าจะกลิ้งออกไปเดี๋ยวนี้!"
์ช่วยด้วยเถิด เ้าก้อนแป้งน้อยผู้นี้ช่างดูประหลาดและน่าสยองขวัญยิ่งนัก!
กล่าวคำว่ากลิ้ง ทั้งสองก็กลิ้งออกไปจริง ๆ สองขาพากันสั่นพั่บ ๆ จนไม่อาจควบคุมได้ รีบเร่งหนีหายออกไปนอกลานบ้าน
ผู้คนโดยรอบต่างคิดว่าพายุอารมณ์ครั้งนี้คงสงบลงแล้ว สายตาที่พวกเขามองเสี่ยวหยวนเป่านั้นแฝงไปด้วยความประหลาดใจ หวาดเกรง ทว่าก็รู้สึกสาแก่ใจยิ่งนัก
เห็นคนตระกูลทังรังแกผู้อื่นเช่นนี้ สมควรแล้วที่ต้องโดนสั่งสอนให้เข็ดหลาบ
เพียงแต่เด็กตัวเล็กเพียงเท่านี้... เหตุใดจึงมีพละกำลังมากมายมหาศาลนัก ทั้งที่เป็เพียงหญิงตัวน้อยหน้าตาน่าเอ็นดู ยามที่เ้าก้อนแป้งโมโหจนแก้มป่อง ช่างดูน่ารักน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
ยามลงมือนั้นช่างดุดันองอาจ ทว่าพอจัดการเสร็จสิ้น ใบหน้าเล็ก ๆ ก็กลับมาแจ่มใส นางวิ่งเตาะแตะเข้าไปหาพวกพี่ชายราวกับจะขอความดีความชอบ "พี่ใหญ่ พี่รอง คนชั่วหนีไปหมดแล้ว พวกเรามาขนข้าวเข้าบ้านกันเถิดเ้าค่ะ!"
ต้าเป่าและเหล่าน้องชายมีถ้อยคำหมื่นล้านคำที่อยากจะกล่าว ทว่าไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหน สุดท้ายได้แต่ลูบเส้นผมที่ยุ่งเหยิงราวกับรังนกของนางด้วยความเอ็นดู
"อืม!"
ในห้วงเวลานั้น เด็กชายทั้งหลายต่างรู้สึกภาคภูไม่และละอายใจไปพร้อมกัน
ภาคภูมิใจที่มีน้องสาวที่น่ารักถึงเพียงนี้ ละอายใจที่พวกเขาในฐานะพี่ชาย กลับต้องให้น้องสาวตัวน้อยมาคอยปกป้องในยามคับขัน!
พวกเขาแอบตั้งปณิธานในใจว่า วันหน้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้จงได้ จะต้องปกป้องน้องสาวและท่านแม่ให้ดีกว่านี้ จะไม่ยอมให้ใครมารังแกจนไม่อาจโต้ตอบได้ดังเช่นวันนี้อีก
แม่เฒ่าหลี่เดินเข้าไปหาไฉ่ซื่อที่กำลังยืนทำตัวไม่ถูก พลางกระซิบแ่เบา "ไฉ่ซื่อ เ้าช่างเป็ผู้มีวาสนานัก มีลูกที่กตัญญูและเก่งกาจเช่นนี้ วันหน้าเ้าจะได้รับความสุขสบายอย่างแน่นอน"
ไฉ่ซื่อพยักหน้าพร้อมน้ำตาที่คลอหน่วย
นางซึ้งใจแล้วว่าบุตรเหล่านี้ไม่ได้เสียแรงที่นางเฝ้าฟูมฟักมา
ทันใดนั้น เสียงของแม่เฒ่าทังก็ดังแว่วมาจากด้านนอก
"พวกสารเลว! บังอาจลงมือกับหลานชายข้าอีกแล้ว! ท่านแม่หมอหลิว ท่านดูเถิด เสี่ยวหยวนเป่านางเด็กคนนี้ไม่รู้ถูกผีส่ายที่ใดเข้าสิงร่าง ถึงได้ลงมือทำร้ายคนบ้านทังไม่เว้นแต่ละวัน ท่านรีบกำจัดนังตัวหายนะนี่เสียทีเถิด!"
ทังต้าหลงและพวกพ้องเมื่อได้ยินเสียงแม่เฒ่าทัง ก็พากันแผดเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างเก่งกาจ
"ท่านย่า ท่านมาช่วยพวกเราแล้ว!"
"ท่านย่า! เสี่ยวหยวนเป่าเสียสติไปแล้ว นางใช้เพียงมือเดียวก็เหวี่ยงพวกเรากระเด็นออกมาได้ นางเป็ตัวประหลาดแท้ ๆ!"
……
ที่แท้แม่เฒ่าทังกับผู้เฒ่าทังได้วางแผนกันไว้แล้ว โดยให้นางไปเชิญร่างทรงมา
หากคนบ้านหวังส่งเสบียงมาให้เสี่ยวหยวนเป่าจริง ก็ให้คนตระกูลทังมาดูสถานการณ์ก่อน หากข้าวปลามีจำนวนมาก ก็จะให้โอกาสแม่ลูกกลุ่มนี้กลับเนื้อกลับตัว รับพวกนางกลับเข้าบ้านตระกูลทังเสีย เสบียงเ่าั้จะได้ตกเป็ของคนในบ้านไปด้วย
หากพวกนางยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ก็จะใช้พละกำลังสั่งสอนแล้วชิงข้าวมาครึ่งหนึ่งเป็ค่ากตัญญู และหากทุกอย่างไม่เป็ไปตามแผน แม่เฒ่าทังก็จะพาแม่หมอมาจัดการกับเสี่ยวหยวนเป่าที่ถูกผีเข้าสิงเสีย!
ดูสิว่าคราวนี้ไฉ่ซื่อและลูก ๆ จะยังโอหังได้อีกหรือไม่!
ยามนี้เห็นท่าว่าคงจะต้องฉีกหน้ากันเสียแล้ว ทว่ายังนับว่าโชคดีที่นางได้เชิญแม่หมอมาด้วย
เมื่อเห็นแม่เฒ่าทังพาแม่หมอหลิวเดินเข้ามาในลานบ้าน ต้าเป่าและน้องชายทั้งสองต่างรีบคว้าตัวเสี่ยวหยวนเป่ามาซ่อนไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
เด็ก ๆ ต่างรู้สึกหวั่นใจไม่น้อย
เหตุใดจู่ ๆ น้องสาวจึงเก่งกาจถึงเพียงนี้ หาใช่เพียงคนอื่นที่สงสัย แม้แต่พวกเขาเองก็ยังไม่มั่นใจนัก
เกรงว่าแม่หมอจะทำอันตรายแก่ชีวิตน้องสาวเข้าจริง ๆ!
"ท่านย่า ท่านกล่าวเหลวไหลอันใด น้องสาวไม่ได้ถูกผีเข้าสิง นางเพียงแต่มีปัญญาที่แจ่มใสขึ้น ทั้งยังมีพละกำลังเพิ่มขึ้นเท่านั้น!"
"แม่หมอหลิวหรือว่าเมื่อวานท่านแพ้พนันจนเสียหน้า วันนี้จึงคิดจะมาสร้างเื่วุ่นวายที่นี่อีก"
ไฉ่ซื่อก้าวออกมาอุ้มเสี่ยวหยวนเป่าไว้ในอ้อมแขน "อย่ากลัวไปเลย แม่จะปกป้องเ้าเอง"
ทว่าเสี่ยวหยวนเป่าผู้เป็ต้นเื่ กลับมีดวงตากลมโตที่สุกใส ไร้ซึ่งแววแห่งความหวาดกลัวแม้เพียงนิด
เ้าก้อนแป้งมุ่ยปาก พลางบ่นพึมพำด้วยความรำคาญใจ "เฮ้อ...คนชั่วช่างมากมายนัก มากันไม่หยุดหย่อนเสียที"
แม่เฒ่าทังได้ยินเสี่ยวหยวนเป่าเอ่ยปาก ก็เผลอตัวสั่นสะท้านขึ้นมา "แม่หมอหลิว เร็วเข้า! รีบจับนังตัวประหลาดนี่เสีย!"
หากกำจัดิญญาร้ายออกจากร่างเสี่ยวหยวนเป่าได้ แม่ลูกกลุ่มนี้ย่อมตกอยู่ในกำมือพวกนางอีกครั้ง
เมื่อวานแม่หมอหลิวต้องทนกินของโสโครกต่อหน้าผู้คน นางไม่ได้รู้สึกเฉยเมยเหมือนท่าทางที่แสดงออก พอกลับไปก็ยิ่งคิดยิ่งแค้น
นอกจากจะถูกแย่งงานแล้ว ยังต้องกินของสกปรกให้ชาวบ้านหัวเราะเยาะอีกด้วย
นางเองก็รู้สึกว่าเด็กน้อยผู้นี้มีบางอย่างผิดปกติ เหตุใดจึงมีวิชาชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้
วันนี้เมื่อแม่เฒ่าทังไปเชิญนาง โดยบอกว่าเสี่ยวหยวนเป่าถูกผีเข้าสิงจนนิสัยเปลี่ยนไปเป็คนละคน
แม่หมอหลิวจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
เพราะเมื่อวานนางไม่ััได้ถึงไอหยินบนตัวของเด็กน้อยเลยแม้แต่น้อย หากถูกผีเข้าสิงจริง ร่างกายย่อมต้องแฝงไปด้วยไอแห่งความตายไม่ตกหล่น
ทว่าแม่เฒ่าทังยืนกรานถึงความผิดปกติประกอบกับค่าจ้างที่งามนัก นางจึงตัดสินใจมาดูให้เห็นกับตาอีกครั้ง หากเป็ิญญาที่มีตบะแก่กล้า วันนี้นางก็ได้เตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อรับมือ
"หยุดเดี๋ยวนี้! ให้ข้าดูซิว่าิญญาร้ายตนใดบังอาจมาสร้างความเดือดร้อน!"
นางหยิบกระดาษสีเหลืองที่มีอักขระยันต์เขียนกำกับไว้ออกมาจากอกเสื้อ กระดาษนั้นดูเก่าแก่จนขอบเริ่มผุพัง
"เหล่าภูตผีปีศาจ เมื่อเห็นยันต์ศักดิ์สิทธิ์ของข้าแล้ว จงเร่งคืนร่างเดิมออกมาเดี๋ยวนี้!"
ต้าเป่าและน้องชายต่างเตรียมพุ่งตัวเข้าไปบังน้องสาวไว้
ทว่าเสี่ยวหยวนเป่ากลับไวกว่านั้น นางพุ่งตัวปราดเดียวไปยืนอยู่เบื้องหน้าแม่หมอหลิว แล้วยื่นมือน้อย ๆ ออกไปคว้าหมับ
กระดาษยันต์ในมือของแม่หมอหลิวพลันเปลี่ยนไปอยู่ในมือน้อย ๆ ของเ้าก้อนแป้งทันที
นางก้มมองดูยันต์ในมือสลับไปมา ก่อนจะเอ่ยวิจารณ์ว่า "ยันต์ขับไล่ผีแผ่นนี้เขียนได้สะเปะสะปะยิ่งนัก ทั้งยังทิ้งไว้นานจนพลังจางหายไปหมดสิ้นแล้วเ้าค่ะ"
แม่หมอหลิวถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง!