อีกฟากฝั่งของความหนาวเหน็บเพราะเวลาในตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ชางไห่เริ่มรู้สึกตัว นางลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางกองผักที่สูงเหนือหัว ชางไห่พยายามมองไปรอบๆพร้อมกับพยุงตัวลุกขึ้น ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆ
“โรงเก็บผัก? นี่เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน งานเเต่ง! จริงสิ…วันนี้เราต้องเเต่งงานกับท่านเ้าวิหกนี่นา”
“ใช่ วันนี้เ้าต้องแต่งงานกับท่านเ้าวิหก แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วแหละเพราะชิวสุ่ยลูกข้าทำหน้าที่นั้นเเทนเ้าแล้ว” ชางไห่ พยายามเบี่ยงสายตาหันไปมองเ้าของเสียงและตอนนั้นเองนางก็ได้พบว่าเ้าของเสียงก็คือเหมยอิง ซึ่งตอนนี้นนางยืนกอด-อกพิงประตูทางเข้าอยู่
“ทะ..ท่า..ท่านแม่!!!”
“เ้ายังจำได้หรือว่าข้าเป็แม่ หนอย!!!…แอบหนีออกจากเมืองจิ้งจอกเพื่อที่จะไปได้ดีที่เมืองวิหกอย่างนั้นหรือ เหอะ! ในที่สุดเ้าก็ต้องกลับมาตายที่เดิมเหมือนพ่อของเ้า!!!”
“ท่านพ่อ?...เกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อเ้าคะ?”
“นี่พวกเ้าคิดว่าข้าโง่ ถึงขนาดจะไม่รู้เลยหรอว่าคนที่พาเ้าหนีคือพ่อของเ้า ชางไห่…หากเ้าจะโทษใครในนี้ เ้าก็โทษตัวเองเถอะ เพราะเ้านั่นแหละที่เป็คนทำให้พ่อของเ้าต้องตาย!!” ชางไห่ถึงกับทรุดตัวล้มเมื่อรู้ว่า คนที่นางรักมากที่สุดในชีวิตได้จากนางไปแล้ว หลี่เจียวเจี๋ยเสียพลังลมปราณ ไปมากจึงทำให้เขาไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายตัวเองได้อีกจนกระทั่งหมดลมหายใจไป
“พ่อของเ้าที่ล้มป่วยมานาน อยู่ดีๆก็ลุกขึ้นมาฟื้นฟูลมปราณช่วยให้เ้าหนีออกจากเมืองไปได้…เ้าไม่คิดบ้างหรอว่านั่น คือเรี่ยวแรงสุดท้ายที่พ่อเ้ามียังไงเล่า!!! เวลานี้ข้าคือผู้สืบทอดอำนาจของเผ่าจิ้งจอกต่อจากพ่อเ้าและข้าขอสั่งให้เ้าทำงานทุกอย่างที่ข้าสั่งตามเดิม ฮ่าฮ้าฮ่า!!” เหมยอิงระดมเฆี่ยนตีนางเพื่อระบายอารมณ์และโมโหที่นางหนีออกจากเมืองไป
“ฮือฮือ…ท่านพ่อ ฮือฮือ ท่านพ่อ!!!!” ชางไห่ร้องไห้เสียใจที่นางต้องสูญเสียคนสุดท้ายในชีวิตของนางไปแล้ว ชางไห่นอนร้องไห้จมอยู่กับความเ็ปนั้นจนกระทั่งหมดสติไป เท่ากับว่าตอนนี้ชางไห่ได้ถูกดึงตัวกลับมาในขุมนรกเช่นเดิม และดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่มีใครสามารถช่วยนางได้เลย เพราะคนเดียวที่สามารถช่วยนางได้นั้นก็ได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว ข่าวการเสียชีวิตของเ้าเมืองจิ้งจอกแพร่กระจายไป ทุกแคว้นทุกเมือง ผู้ที่รู้จักและเป็สหายกับเจียวเจี๋ยก็พร้อมใจกันแต่งชุดสีขาวไว้ทุกข์ เช่นเดียวกับชางไห่ เหมยอิงเดินทางกลับมาที่บ้าน ก็พบว่ามีเเขกคนสำคัญมาเยือน
“ท่านเ้าเมือง เวลานี้มีแขกมาขอพบเ้าค่ะ” เหมยอิงตั้งตัวเป็ใหญ่ ทันทีที่เจียวเจี๋ยสิ้นลมหายใจ นางก็สั่งให้ทุกคนในเมืองเรียกนางว่าท่านเ้าเมืองทันที
“แขกอย่างนั้นหรือ วันนี้ข้าไม่ได้นัดพบใครนิ!!”
“เห็นคุณชายท่านนี้แจ้งว่า มาตามคำเรียกร้องของคุณหนูชางไห่เ้าค่ะ”
“ชางไห่อย่างนั้นหรือ?...อืม ข้ารู้ละ ตอนนี้เขาอยู่ไหน?”
“ตอนนี้คุณชายท่านรออยู่ที่ศาลากลางน้ำเ้าค่ะ” เหมยอิงรีบไปดูที่ศาลากลางน้ำ เพราะนางอยากจะรู้มากๆว่าใครกันแน่ที่เป็เเขกของชางไห่ ครั้นเมื่อมาถึงเหมยอิงก็ต้องใสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นว่าคนที่รออยู่ศาลากลางน้ำคือ หวังเฉินเซี่ยหรือท่านเ้าั ในตอนนั้นนางก็เข้าใจทันทีว่าเเขกของชางไห่ก็คือคนที่ชิวสุ่ยพูดว่าจะเเต่งงานด้วยนั่นเอง เหมยอิงรีบปรี่ตัวเข้าไปต้อนรับเพราะเผ่าจิ้งจอกอยู่ภายใต้การปกครองของเผ่าั
“คารวะท่านอาเหมยอิง ท่านอาเจียวเจี๋ยสบายดีหรือไม่ขอรับ” เฉินเซี่ยกล่าวทักทายด้วยความนอบน้อมตามมารยาท ด้วยความที่ไม่รู้ว่าเจียวเจี๋ยเสียแล้วเพราะข่าวการตายของเจียวเจี๋ยถูกแพร่ออกไปในระหว่างที่เขากำลังเดินทางนั่นเอง
“ขออภัยท่านเ้าัที่ข้ามาต้อนรับช้า วันนี้ที่บ้านเกิดเื่มากมายเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าที่ท่านเ้าัเดินทางมานี่คือ…”
“หลี่ชางไห่… นางไม่ได้พูดอะไรกับท่านอาเลยหรือขอรับ?” เหมยอิงย้อนคิดถึงคำพูดของชิวสุ่ยว่านางกลับมาบ้านเพื่อ เตรียมงานแต่งระหว่างนางกับท่านเ้าั แต่ทว่าตอนนี้นาง กลับแต่งงานกับเ้าวิหกไปแล้ว ขืนเหมยอิงบอกความจริงเื่นี้ไป มีหวังเผ่าจิ้งจอกของนางราบเป็หน้ากองแน่ เเต่ถ้าจะให้ชางไห่ออกมาพบเฉินเซี่ยตอนนี้..เหมยอิงก็เกรงว่า เฉินเซี่ยต้องสงสัยเกี่ยวกับาแบนเรือนร่างของนางแน่ๆ
“อ่อ.. เื่นั้นนางได้เล่าให้ข้าฟังแล้วเ้าค่ะ เเต่ว่าตอนนี้ เผาจิ้งจอกเจอภัยพิบัติ ท่านพี่ก็เพิ่งจะมาสิ้นใจ ข้าก็เลย….”
“ท่านอาเจียวเจี๋ยสิ้นใจแล้วหรือ?”
“เมื่อตอนเช้านี้เองเ้าค่ะ ชางไห่เศร้าใจมาก ทันทีที่มาถึงนางก็เอาเเต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องห้ามใครเข้าพบ เเม้เเต่ข้าผู้เป็แม่นางก็ไม่อยากพบหน้าเ้าค่ะ”
“ตัวข้าก็พึ่งทราบข่าว ข้าเสียใจด้วยนะขอรับท่านอา ิคัง เเจ้งข่าวไปยังเผ่าั ยุติเื่จัดงานเเต่งไว้ก่อน ข้าจะอยู่ที่เผ่าจิ้งจอก เพื่อช่วยเหลืองานศพของท่านอาเจียวเจี๋ย”
“ขอรับคุณชาย!!”
“ข้าไม่อยากรบกวนท่านเ้าัเ้าค่ะ”
“ท่านอาอย่าได้เกรงใจ ท่านอาเจียวเจี๋ยเป็สหายสนิทของท่านพ่อข้า ดังนั้นข้าจะทำหน้าที่จัดงานศพให้สมฐานะแทนท่านพ่อของข้าเอง ิคัง… ป่าวประกาศออกไปทุกเมือง เชิญแขกมาร่วมให้มากที่สุด งานนี้จะต้องยิ่งใหญ่และสมฐานะของท่านอาเจียวเจี๋ย” แม้จะเป็เมืองที่อยู่ภายใต้การปกครอง เเต่เฉินเซี่ยก็ไม่เคยลืมบุญคุณที่เจียวเจี๋ยเคยช่วยเหลือพ่อของเขากอบกู้บ้านเมืองจนกลับมายิ่งใหญ่ถึงทุกวันนี้ เฉินเซี่ยออกหน้าเป็พ่องานจัดการทุกอย่างพร้อมกับเเจ้งให้ชาวเผ่าัทุกคน เเต่งกายชุดขาวเพื่อไว้ทุกข์ให้เจียวเจี๋ย งานศพของเจียวเจี๋ย จัดขึ้น 7 วัน 7 คืน ตามประเพณีเดิมของเผ่าัและเมื่อทุกอย่างจบลง เฉินเซี่ยยังได้นำศพของเจียวเจี๋ยไปฝังไว้บนเนินเขาอิงฮวา(จุดที่สูงที่สุดของเผ่าจิ้งจอก)เพื่อเป็การระลึกไว้ว่าเจียวเจี๋ยคือผู้ที่สูงที่สุดของเผ่าจิ้งจอก อีกทั้งยังได้สร้างอนุสรณ์สถานโดยการปั้นรูปเหมือนของเจียวเจี๋ยแล้วนำไปตั้งไว้ที่หน้าประตูเมืองจิ้งจอกอีกด้วย ในขณะเดียวกันนี่ก็เป็ 7 คืน 7 วัน ที่ชางไห่ไม่ได้พบปะกับใคร แม้กระทั่งจะพาตัวเองไปงานศพของพ่อก็ยังทำไม่ได้ นางได้แต่เก็บดอกของผักในสวนมาเซ่นไหว้ฟ้าดินเพื่ออยากขอคารวะต่อหน้าหลุมศพของพ่อนางซักครั้ง เหมยอิงขังนางไว้เพื่อไม่ให้ใครเจอนางในสภาพนี้ เเต่ก็ยังใจดีนำอาหารและข้าวมาให้ตามเดิมเพราะชางไห่ยังต้องเข้าพิธีเเต่งงานกับเ้าัอยู่ เมื่อครบกำหนดเหมยอิงจึงได้ปล่อยชางไห่ออกมา ทันทีที่ชางไห่ออกมาได้ นางรีบคลานเข่าเข้าไปกอดขาเหมยอิงเพื่อขอความเห็นใจ
“ออกไปได้แล้ว ข้าี้เีจะเอาข้าวเอาน้ำมาป้อนเ้าแล้ว”
“ท่านแม่ได้โปรดเห็นใจลูกอีกครั้ง บอกลูกทีตอนนี้ท่านพ่ออยู่ที่ใดเ้าคะ?”
“ข้าเข้าใจว่าเ้ารักพ่อของเ้ามาก เห็นแก่หน้าพ่อของเ้าที่ตายไปแล้ว ข้าจะให้พวกเ้าได้เจอกัน หลุมศพของพ่อเ้าอยู่บนเนินเขาอิงฮวา หากเ้าอยากไปไหว้ก็ไปซะสิ ข้าไม่ห้าม!!” ทันทีที่รู้ว่าพ่อของนางอยู่ที่ใด ชางไห่รีบใช้เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดเดินไปยังเนินเขาอิงฮวา นางทั้งเดินและวิ่งด้วยเท้าเปล่าเพื่อที่จะไปกราบศพของพ่อ นางล้มลุกคลุกคลานร้องไห้เสียใจด้วยความทรมานที่วันนี้นางต้องสูญเสีย คนที่รักและเมตตานางมากที่สุดไปเสียแล้ว ซึ่งเคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อนในวันที่แม่ของนางเสียนั่นเอง ครั้นเมื่อนางมาถึง ชางไห่ได้มองผ่านม่านน้ำตาไปยังป้ายหน้าหลุมศพ หน้าป้ายเขียนว่า หลี่เจียวเจี๋ยอาลัยผู้ล่วงลับ วินาทีนั้นชางไห่ทรุดตัวลงพร้อมกับดอกผักในสวนที่นางตั้งใจจะเอามาเซ่นไหว้หน้าหลุมศพของพ่อ ชางไห่วางดอกผักไว้หน้าป้ายพร้อมกับร้องไห้เสียใจด้วยคิดว่าตนเองเป็สาเหตุการตายของพ่อ นางพยายามคลานเข้าไปกอดป้ายหลุมศพของพ่อ เเต่ในขณะนั้นเองตัวนางก็ต้องลุกพรวดขึ้นตามแรงกระชากจากใครบางคน…