ในตอนเช้าของวันของวันรุ่งขึ้น เมื่อจะต้องนำศพของจอห์น ดอนเนแวน ไปยังสุสานนั้น ปรากฏว่ามีผู้ร่วมขบวนไปด้วยเพียงไม่กี่คน หลายคนหลั่งน้ำตาพร่ำรำพันด้วยความอาลัยอาวรณ์ในการจากไปของเขา แต่แม็กกี้กลับไม่มีน้ำตาที่จะสละเลยแม้แต่สักหยด ความทรงจำเกี่ยวกับตัวเขาล้วนเป็นไปในทางลบแทบทั้งสิ้น แม้แม็กกี้จะใช้ความพยายามอย่างที่สุดแล้ว แต่ก็ยังนึกภาพพ่อที่เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาและรักใคร่ไยดีในตัวเธอไม่ออกขณะที่พระกำลังทำพิธีสวดส่งวิญญาณด้วยสุ้มเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ อยู่นั้น แม็กกี้บังเกิดความหงุดหงิดรำคาญใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อยากจะให้พิธีกรรมดังกล่าวเสร็จลงเสียเร็ว ๆ เธอทั้งหงุดหงิดทั้งเจ็บใจซึ่งความเจ็บใจดังกล่าวมันสืบเนื่องมาแต่ความจริงที่ว่าแม้แต่สุสานแห่งนี้ก็อยู่บนที่ดินของลอร์ดแรมเมจเพราะฉะนั้นมันก็เท่ากับเป็นทรัพย์สินของเขาด้วยเช่นกัน และที่จริงมันก็เป็นเพียงสุสานเล็ก ๆ มีรั้วรอบขอบชิด และจุดที่ขุดหลุมเพื่อฝังศพจอห์น ดอนเนแวน ลงนั้นมันก็อยู่ตรงมุมสุสานพอดี คล้ายกับลอร์ดแรมเมจกันที่มาให้อย่างเสียไม่ได้‘….เราไม่เพียงแต่จะไม่มีที่ดินสำหรับทำกินเท่าเท่านั้น....’ แม็กกี้ครุ่นคิดอยู่ในใจ ‘แต่ยังไม่มีแม้แต่ที่สำหรับจะฝังศพด้วย เพราะฉะนั้น ฉันเชื่อเหลือเกินว่ามันจะต้องมีที่ไหนสักแห่งในโลกนี้ ที่ชีวิตมันจะต้องดีกว่าที่นี่มาก’เมื่อพิธีสิ้นสุดลง และพวกที่มาแสดงความเสียใจเริ่มทยอยกันกลับ แพทริค ดอนเนแวน ซึ่งดวงตาแดงก่ำทั้งจากการร้องไห้และอาการเมาค้างก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าน้องสาว สายตาที่เขามองแม็กกี้นั้นเปล่งแววตัดพ้อต่อว่าอยู่“พี่ไม่เห็นแกร้องไห้ให้พ่อเลยนะ”“อ้าว...ทั้งที่แล้วคนอื่น ๆ ก็ร้องกันพอแล้วนี่” แม็กกี้ย้อนให้“แกนี่มันช่างเป็นผู้หญิงใจแข็งจริง ๆ แม็กกี้ ดอนเนแวน”“ฉันชอบที่จะแสดงความเสียใจตามแบบของฉันมากกว่า ไม่จำเป็นต้องมาร้องไห้อวดใครที่พ่อตายหรอก”พูดจบแม็กกี้ก็เดินตรงเข้าไปหาแม่ ประคองร่างในชุดสีดำที่สั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นอาลัยขึ้นนั่งบนเกวียนเพื่อจะพากลับบ้าน มันเป็นเกวียนที่มีพื้นที่กว้างพอสำหรับแม็กกี้ แม่กับเควินนั่งไปด้วยกันเท่านั้น ดังนั้นแพทริคกับแดเนียลจึงต้องเดินกลับบ้านกันเองนับแต่สามีสิ้นใจตายลง นอร่า ดอนเนแวน แทบจะไม่ได้พูดจากับใครเลย เมื่อกลับมาถึงบ้าน นางก็เดินตรงเข้าไปในห้องที่เคยอยู่ร่วมกับสามี ทอดกายลงนอนดวงตาเหม่อลอยจับจ้องมองหลังคาบ้านอยู่เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ย่อมตกเป็นภาระของแม็กกี้ที่จะตั้งอาหารกลางวันให้ทุกคนได้กินกัน ออกจะโชคดีที่ยังมีหมูอบเหลือจากงานเลี้ยง นอกจากนั้นก็ยังมีขนมปังอีกสองปอนด์ใหญ่ ส่วนอาหารที่เก็บซ่อนไว้พอจะกินกันไปได้จนถึงอาทิตย์หน้าทีเดียวเธอติดเตาไฟโดยใช้เถาถั่วเป็นเชื้อเพลิง จากนั้นก็เอาชิ้นหมูใส่ลงไปในหม้อยกขึ้นอุ่นให้ร้อน เควินคอยเดินตามเธอตลอดเวลา แม็กกี้พยายามจะปลอบโยนน้องชายคนเล็ก แต่คิดว่าแกยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจถึงความรู้สึกสูญเสีย แกเพียงแต่อยากจะอยู่ใกล้พี่แทนแม่ที่หมดอาลัยไยดีในชีวิตเท่านั้นขณะนั้นแพทริคกับแดเนียลเข้านั่งโต๊ะแล้วและกำลังดื่มเหล้าโปทีนกันอยู่ เด็กหนุ่มทั้งสองซึ่งอายุอ่อนแก่กว่ากันอยู่มาก มีเค้าหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกันราวลูกแฝด เพียงแต่ว่าแดนนั้นมีผมกับดวงตาเป็นสีน้ำตาลเช่นเดียวกับแม็กกี้และรูปหน้าเรียวแหลมกว่าแพทริคเท่านั้นทั้งสองคุยกันราวกับไม่มีแม็กกี้ร่วมอยู่ในห้องนั้นด้วย“น่าสงสารแม่จังเลยนะ” แดนเอ่ยขึ้น“ใช่ ที่พ่อมาตายลงอย่างกะทันหัน มันก็เป็นธรรมดาที่แม่จะต้องช็อกอยู่แล้ว” แพทริคสนองตอบน้องชาย “แคธรีนทำสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุดจริง ๆ เพราะยังงี้น่ะสิพ่อถึงตายไงล่ะ”“หยุดนะ” แม็กกี้ซึ่งยืนอยู่หน้าเตาไฟหันขวับมาตวาดใส่พี่ชาย “ฉันเคยบอกพี่แล้วนะแพทริค ว่าฉันจะไม่ยอมให้ใครมาว่าแคธลีนเสีย ๆ หาย ๆ อย่างนั้นอีก”“งั้นก็อย่าฟังสิ” แพทริคตวาดกลับมา “เอาละ ไม่ให้พี่พูดเรื่องแคธลีนก็เห็นจะต้องพูดเรื่องแกนั่นแหละดีที่สุด แม่เป็นคนเล่าให้พี่ฟังเองว่าแกนั่นแหละที่เข้าไปพูดจาก้าวร้าวพ่อ จนพ่อ เกิดโมโหสุดขีดก็เลยหน้ามืดล้มลงตายเพราะฉะนั้นตัวแกเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าพี่สาวแกหรอก”“ทุกอย่างที่ฉันพูดกับพ่อ มันก็เป็นสิ่งที่ฉันเคยพูดมาแล้วทั้งนั้นละ” แม็กกี้ว่า“แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นพ่อเรานะแม็กกี้” แดนเสริมขึ้น “พี่ควรจะให้ความนับถือแล้วก็เชื่อฟังพ่อเพราะมันเป็นวิสัยของลูกที่ดีอยู่แล้ว”“บางที มันอาจจะถึงเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงวิสัยนั่นเสียใหม่แล้วละมั้ง ก็อย่างทั้งสองคนนั่นแหละที่ดีแต่นั่งกินเหล้า แทนที่จะออกไปช่วยกันทำงานในไร่ ถ้าร่วมมือร่วมใจกันทำงานเสียตั้งแต่แรก แคธลีนก็คงไม่ต้องทำยังงั้นหรอก ไม่ต้องให้ใครมานั่งพูดว่าทำให้เสียชื่อเสียงดอนเนแวน”“นี่มันไม่ยุติธรรมเลยนะแม็กกี้” แดนทักท้วง “พี่ก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าตอนนี้ไม่มีงานให้เราทำ พระเจ้าทรงรู้ดีว่าผมกับแพทริคได้ใช้ความพยายามมากแค่ไหน แล้วเราก็ไม่ได้เลือกงานเลย ขอให้มีเถอะ เราพร้อมจะทำทั้งนั้นละ”“พอแล้ว” แพทริคทุบโต๊ะปังใหญ่ “ไม่เห็นจำเป็นที่เราจะต้องอธิบายให้คนพรรค์นี้ฟังเลย”เสียงตวาดของแพทริค ทำให้เควินร้องไห้โฮออกมาด้วยความตกใจ แม็กกี้รีบถือเป็นโอกาสพาน้องออกไปเล่นนอกบ้าน และยืนจ้องมองเมื่อเควินเพลิดเพลินอยู่กับไม้ท่อนหนึ่งอันที่จริงเธอก็ออกจะละอายใจอยู่ไม่น้อยที่พูดจาก้าวร้าวทั้งพี่และน้องชายออกไป แม้ว่าพี่น้องสองชายนี้จะมีอะไรต่อมิอะไรที่ไม่เข้าท่าหลายอย่าง แต่กระนั้นก็ยังเป็นคนหนักเอาเบาสู้ พร้อมจะทำงานถ้ามีงานให้ทำ เพียง แต่ว่าตอนนี้มันไม่มีงานอะไรให้ทำได้เลยจริง ๆ เพราะทันทีที่มีงานว่างลงก็จะมีคนนับร้อยที่แย่งชิง... หรือที่ถูกอ้อนวอนเพื่อให้ตนเองได้ทำงานนั้นแม็กกี้ถอนหายใจ ยกชายผ้ากันเปื้อนขึ้นเช็ดคิ้วที่ชุ่มเหงื่อ ทอดสายตาเหม่อมองออกไปยังสีเขียวชอุ่มของพื้นแผ่นดินที่อำพรางอยู่ในม่านหมอก ไอร์แลนด์... เป็นแผ่นดินแห่งความสุข แต่เธอก็รู้ว่ามันมีความงามที่ลวงล่ออยู่เป็นกับดักแห่งความตายของคนมาเสียนักต่อนักแล้ว แม็กกี้เคยได้ยินมาว่า มีผู้คนจำนวนนับพันที่เดินทางออกจากไอร์แลนด์ เพื่อไปให้ถึงแผ่นดินแห่งคำสัญญาของพวกเขา นั่นก็คือสหรัฐอเมริกานั่นเองแต่ว่าการจะเดินทางไปอเมริกาได้นั้นมันหมายถึงเงินและก็เป็นเงินจำนวนมากด้วย ในระยะหลัง ๆ นี้มีข่าวลือว่าทางสหรัฐอเมริกาไม่ยินดีที่จะต้อนรับชาวไอริชเหมือนตอนแรกเสียแล้ว เพราะนอกจากจะนำโรคระบาดเข้าไปสู่ค่าจ้างแรงงานก็ยังถูกมาก จึงทำให้ชาวไอริชกลายเป็นที่ชิงชังของชาวอเมริกันไปโดยปริยายแต่มันเรื่องอะไรที่เธอจะต้องมายืนคิดถึงแต่เรื่องนี้ในเมื่อก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าครอบครัวดอนเนแวนนั้นไม่มีแม้แต่อาหารที่จะยกขึ้นตั้งโต๊ะ เพราะฉะนั้นเรื่องจะหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศนั้น ไม่สมควรจะตั้งความหวังเลยแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้แม็กที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ถ้าไม่มีแคธลีนอยู่ร่วมบ้านแล้ว เธอจะคิดถึงพี่สาวคนนี้มากเพียงไรที่จริงเธอนับพี่สาวเป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันมากและแม้จะโตเป็นสาวก็ยังไม่เคยแยกกันนอนเสียด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นเมื่อถึงคราวที่ต้องจากกันขึ้นมาจริง ๆ มันจึงสร้างความรานร้าวให้เกิดขึ้นไม่น้อยเลย และไม่ว่าแม็กกี้จะพยายามทำใจสักเพียงไร ความอาวรณ์ในตัวพี่สาวก็ไม่เลือนหายไปง่าย ๆหลังจากพิธีฝังศพพอผ่านไปได้สองอาทิตย์ รถม้าคันเดิมก็วิ่งมาจอดลงตรงหน้ากระท่อม แพทริคกับแดนแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและเดินเลี่ยงไปเสียทางอื่น จึงเหลือแต่เพียงแม็กกี้กับเควินที่ต้องช่วยกันขนอาหารลงหลังจากที่ตะกร้าใบสุดท้ายถูกขนลงแล้ว คนขับรถก็ทำเสียงกระแอมไอขึ้น พอแม็กกี้เงยหน้าขึ้นมองเขาก็ส่งจดหมายฉบับหนึ่งซึ่งปิดผนึกเรียบร้อยมาให้“ผมได้รับคำสั่งมาให้รอตอบด้วยครับ”แม็กกี้รีบฉีกจดหมายฉบับนั้นออกอ่านด้วยมือสั่นเทา...
แม็กกี้ น้องรักของพี่น้องจ๋า พี่คิดถึงน้องเหลือเกิน คิดถึงจนบอกไม่ถูก พี่รู้สึกว่าเราไม่ได้พบกันมานาน ตั้งชั่วกัปชั่วกัลป์แล้วละมังพี่ได้ขออนุญาตลอร์ดแรมเมจ ให้น้องมาเยี่ยมพี่บ้างตอนนี้เขาจะต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจที่กอลเวย์ตั้งสี่วันแน่ะ และเขาก็บอกกับพี่ว่าในระหว่างที่เขาไม่อยู่นี้เธอจะมาเยี่ยมพี่บ้างก็ได้ แต่ถ้าเขากลับมาถึงบ้านละก้อ เธอจะอยู่ให้เขาเห็นหน้าไม่ได้อย่างเด็ดขาดอีกสามวันเขาจะเดินทางไปแล้ว และถ้าเธอจะมาเยี่ยม พี่ก็จะให้รถม้ามารับเธอที่บ้าน คิดให้ดีนะแม็กกี้ อย่างน้อยเราก็จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันถึงสี่วันทีเดียว พี่คงมีความสุขมากถ้าจะได้พูดคุยกับเธอเหมือนเมื่อครั้งก่อน ๆ เธอไม่รู้หรอกนะว่า...ตรงนี้มีข้อความบางประโยคที่ถูกขีดออกซึ่งแม็กกี้พยายามจะอ่านอยู่เหมือนกัน แต่ก็จับใจความไม่ถูกเธอจึงรีบอ่านต่ออย่างรวดเร็ว เพราะรู้ว่าคนขับรถกำลังรอคำตอบอยู่อย่างร้อนใจ“…ถ้าเธอเต็มใจจะมาเยี่ยมพี่ละก้อ ไม่จำเป็นต้องตอบจดหมายก็ได้นะ บอกกับคนขับรถมาก็แล้วกันว่าจะมาได้หรือไม่ได้ แต่พี่น่ะภาวนาขอให้เธอมาให้ได้เท่านั้นละพี่รักเธอที่สุด...แคธลีน... ”