วันนั้นผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีออกไปร่วมดื่มกันครบทุกคนได้ดื่มเหล้าอร่อย ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็คนเลี้ยง
การเจอหน้ากันครั้งแรกของท่านโวล์ฟกังกับคุณหนูลีโคริสก็จบลงแบบนี้ดูเหมือนในเวลาต่อมา ท่านโวล์ฟกังกับคุณหนูลีโคริสได้กลายเป็เพื่อนทางจดหมายกัน
ผมเองไม่รู้ถึงขั้นเนื้อหาในจดหมาย แต่ได้ยินว่าท่านโวล์ฟกังกับคุณหนูลีโคริสโต้ตอบกันอย่างสนิทสนมใกล้ชิดและตั้งอกตั้งใจตอบจดหมายกันมาก
ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีทุกคนอธิษฐานขอให้ระหว่างพวกเขามีความสัมพันธ์ทางใจที่ดีและรักษาน้ำใจกันต่อไป
อันที่จริงการแต่งงานทางการเมืองไม่จำเป็ต้องมีอารมณ์เร่าร้อนเสมอไป เหมือนนิยายที่สาวๆชอบอ่าน (อ่า ผมไม่เคยอ่านเหมือนกัน ฟังเขามาอีกที) แม้ไม่อาจปรารถนาหัวใจรักแต่การทำความรู้จักกันก็จะก่อให้เกิดความผูกพันกันระหว่างคนสองคนเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ผมคิดอย่างนั้น
คดีวางยาพิษฆาตกรรมไวส์เคานต์โวล์ฟกังที่เล่าลือกันนั้น
เกี่ยวกับคดีเนื่องจากผมได้ไปอยู่ที่นั่นเพื่อร่วมเป็พยานการให้ปากคำของผู้หญิงที่เป็คนร้ายด้วยจึงเข้าใจเื่ราวอย่างละเอียดมากทีเดียว
หญิงสาวที่ดูท่าทางเหมือนอยู่โลกอื่นดูจากคำพูดและการกระทำแล้วมีความคลุมเครือไม่แน่นอนอย่างน้อยจากสายตาคนภายนอกก็ดูไม่เหมือนผู้ก่อคดีพยายามฆ่าที่น่าสะพรึงกลัวแต่สีหน้าเด็ดเดี่ยวในวินาทีที่กล่าวว่า “ถ้าเป็แบบนั้นฉันจะฆ่าท่านผู้นั้นแล้วตายตามค่ะ”เมื่อถูกถามว่า “ถูกท่านรานันคูลากล่าวฟ้องแล้วคิดจะทำยังไง”เป็สีหน้าที่ผมยากจะลืมเลือน
ไม่อาจบรรยายความน่าสะพรึงกลัวนั้นด้วยคำว่าเด็ดเดี่ยวได้นั่นไม่ไช่แม้แต่ความเด็ดเดี่ยวในก้าวข้ามศีลธรรมเพื่อให้ได้บางอย่าง เป็แค่การยื่นมือไขว่คว้าสิ่งที่ทุ่มเทอยากได้โดยไม่ย้อนมองสิ่งอื่นบางทีคงเรียกได้ว่าคลุ้มคลั่ง
ผมคิดว่าสิ่งที่เธอคนนั้นอยากได้ไม่ใช่หัวใจของท่านนายกรัฐมนตรีแค่เพ้อฝันไปว่าตัวเองได้ยืนเคียงข้างเขา นี่คือที่มาทั้งหมดนั่นเองใช่หรือเปล่า
ตำแหน่งผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีมักจะคุ้นเคยกับการอ่านเื้ัคำพูดและการกระทำของคนผมจึงเข้าใจได้ดีว่ามีการทำเพื่อผลประโยชน์อยู่เื้ัการแสดงออกด้วยเจตนาดี
ดังนั้นผมจึงคิดว่าการทำเพื่อผลประโยชน์ที่เป็เหตุเป็ผลกันกับความคลุ้มคลั่งที่ก้าวข้ามเหตุและผลช่างน่ากลัวนัก
ความจริงหากผมมองใบหน้านั้นอย่างเดียวและคุ้นเคยกับเธอเป็การส่วนตัวบางทีผมคงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ และเป็ไปได้ที่จะคิดในแง่ดีว่าเป็ความรักบริสุทธิ์น่าชื่นชมซึ่งเป็เื่ตรงกันข้ามเสียอีก
ช่างน่าสมเพชเสียจริงแต่ตอนนี้ผมก็ก้าวเข้าไปครึ่งฝ่าเท้าแล้วในเื่การไม่เชื่อใจผู้หญิงที่เป็แบบนี้เพราะชีวิตของผมเกี่ยวข้องอยู่แต่ในสภาพแวดล้อมของการทำงาน ส่วนท่านโวล์ฟกังที่ถูกคนคิดทำร้ายหวังเอาชีวิตจะเ็ปมากแค่ไหนกัน
ผมถามไถ่อาการท่านโวล์ฟกังจากท่านนายกรัฐมนตรีรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องทำงานคงเป็กังวลเช่นกันผู้ช่วยทุกคนหยุดงานในมือแล้วรอฟังคำพูดของท่านนายกรัฐมนตรี
แม้เป็คำถามที่เกินอำนาจของผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าขอบใจที่ใส่ใจความจริงเมื่อคืนก่อนลูกชายพูดแบบนี้...แล้วท่านนายกก็เล่าคำพูดของท่านโวล์ฟกังให้พวกเราฟัง
“ผมจะแต่งงานกับลีโคริสครับ”
เอ๊ะ หมายความว่าอย่างไรครับ
แต่ดูเหมือนจะมีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ตกตะลึง
เสียงไชโยโห่ร้องฮือฮาดังขึ้นข้างหลัง “สมเป็ท่านโวล์ฟกัง!” “สมเป็ลูกผู้ชาย”
ผมมองพวกผู้ช่วยรุ่นพี่กับสีหน้ายินดีของท่านนายกรัฐมนตรีแล้วคิดทบทวนว่าความคิดของตัวเองนั้นผิดหรือไม่ ความจริงหากความสัมพันธ์ของคู่หมั้นตัวน้อยสองคนนี้ไปกันได้ดีก็ยอดเยี่ยมที่สุดการแต่งงานเป็เื่ในอนาคต ก็ไม่น่าเป็การตัดสินใจที่ผิดพลาด
ผมเข้าร่วมกลุ่มที่ส่งเสียงยินดีด้วยอีกคน
แต่พอข้ามคืนไปแล้ว ผมก็ได้สติกลับมา
แปลกจริงๆ นั่นแหละ ผมไม่คิดว่าจะเป็คำพูดของท่านโวล์ฟกังที่เป็ผู้เสียหายในคดีพยายามฆ่าด้วยยาพิษและน่าจะกำลังอยู่ใน่เ็ปใจ
สถานที่ทำงานของผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีเป็สถานที่ที่อยู่สบายและให้ความรู้สึกเป็อันหนึ่งอันเดียวกันแต่บางครั้งก็มีเื่ที่ตรงกันข้าม อย่างเื่ค้างคาที่ทำให้เกิดความกระตือรือร้นด้วยความรู้สึกทำนองว่า‘ทำได้ๆ ไปได้สวยแน่เลย!’ ในหมู่คณะเมื่อข้ามคืนแล้วลองมองดูใหม่อย่างใจเย็นก็เคยมีตัวอย่างในอดีตที่กลายเป็ ‘ไม่ใช่แบบนี้สิ...’
ผมคิดว่าที่ทำงานของตัวเองเป็คณะที่ยอดเยี่ยมมากแต่ความจริงคงไม่ใช่แบบนั้นสินะ อย่าผมจะตกอยู่ในความเคลือบแคลงสงสัยไปทุกเื่ไม่ได้ในเมื่อผลงานที่ผ่านมาสุดยอดจริงๆเื่นั้นไม่ผิดอย่างแน่นอน
ผมตัดสินใจจะไปเยือนคฤหาสน์ดยุกรานันคูลาในเร็วๆนี้
5
พูดคุยกับพ่อบ้าน
โอกาสมาเยือนอย่างง่ายดาย
ผมที่มุ่งหน้าไปถึงพื้นที่อาณาเขตของดยุกรานันคูลาด้วยธุระเื่งานตัดสินใจมุ่งไปคฤหาสน์ดยุกรานันคูลาเสียหน่อยบรรดาคนในบ้านรานันคูลาที่คุ้นเคยมาต้อนรับเหมือนอย่างทุกคราว และพาม้าไปพักที่โรงเลี้ยงม้า
ถึงผมจะพูดว่าเหมือนอย่างทุกคราวก็ยังผ่านไปไม่นานนับั้แ่เกิดคดีครั้งนั้นคนในคฤหาสน์ดยุกรานันคูลาจึงยังดูมีท่าทีขวัญหนีดีฝ่อเล็กน้อยซึ่งก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ ในเมื่อบุตรชายของบ้านนี้เกือบถูกวางยาพิษในที่พำนักของตนเอง
ในบรรดาคนเ่าั้ พ่อบ้านวัยกลางคนมีท่าทีค่อนข้างสงบนิ่งเขารอต้อนรับผมด้วยกิริยามารยาทที่สุภาพนอบน้อม
ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีเป็ข้าราชการก็จริงแต่ขอบเขตของงานนั้นครอบคลุมไปถึงงานส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรีด้วยชายที่น่าจะอายุไล่เลี่ยกับพ่อผมคนนี้ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็อย่างดี ผมเข้าใจความซื่อสัตย์ภักดีที่เขามีต่อบ้านดยุกรานันคูลา
จึงประหลาดใจมากที่เขาพูดด้วยสีหน้าจริงใจกับผมที่มาถามอาการของท่านโวล์ฟกังว่า
“เป็พลังแห่งความรักครับพลังแห่งความรัก”
ผมไม่เข้าใจว่าอะไรและอย่างไร
ความสงสัยของผมคงสื่อไปถึงอีกฝ่ายได้อย่างชัดแจ้งเขาจึงเริ่มพูดราวกับกำลังรออยู่
“หลังเกิดคดีท่านลีโคริสรู้สึกไม่สบายใจกับเื่นั้น...”
จังหวะเน้นเสียงหนักและท่าทางการเล่าของเขาแสดงอาการตื่นเต้นอีกทั้งพยักหน้าเหมือนกับกำลังไตร่ตรองความคิด
“ดูจากภายนอกเหมือนท่านลีโคริสเป็ผู้ใหญ่แต่พอมีอันตรายถึงชีวิตท่านโวล์ฟกัง ท่านลีโคริสก็คงรู้สึกกลัวท่านลีโคริสเองดูมีท่าทีที่ไม่อยากอยู่ห่างจากท่านโวล์ฟกังเลยครับท่านโวล์ฟกังเองแม้รู้สึกกลัว แต่ทันทีที่เห็นคู่หมั้นผู้น่ารักกำลังร้องไห้ก็ตัดสินใจปลอบท่านลีโคริสก่อน”
“ตัวเองไม่มีเวลาเสียใจเลยเหรอครับ”
ผมตั้งใจจะรับฟังและพยักหน้ารับรู้เป็่ๆแต่ก็เผลอหลุดปากพูดออกไปโดยไม่ทันระวัง จึงถูกพ่อบ้านจ้องเขม็ง
“หากจะว่าไปแล้วความเศร้าโศกอย่างลึกล้ำกับเื่นั้นของท่านลีโคริสก็ไม่ใช่เื่แย่นะครับถ้าไม่อย่างนั้น ท่านโวล์ฟกังที่เดิมเป็คนใจแข็งแต่แน่นอนว่าเพราะเกือบถูกเอาชีวิต จิตใจจึงได้รับความเ็ปอย่างสุดซึ้งแต่ว่านะครับ พอเห็นท่านลีโคริสเศร้าระทมอยู่ตรงหน้าจึงรู้สึกเหมือนจิตใจได้รับการเยียวยา ั้แ่ท่านลีโคริสกลับไปอาณาเขตดยุกลีเลียท่านโวล์ฟกังก็ดูมีท่าทางเสียกำลังใจเล็กน้อยครับ คงจะแกล้งทำเป็ใจแข็งทว่าั้แ่นั้นท่านลีโคริสก็มาเยี่ยมที่บ้านบ่อยๆวันก่อนก็เป็ห่วงการไม่เจริญอาหารของท่านโวล์ฟกังเพราะเื่นั้นเลยทำอาหารกันสองคน ท่าทางแบบนี้ช่าง...”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/3kRniGc