“ท่านเวณิก” ผู้ถูกเรียกหันไปยังต้นเสียงที่เดินก้มหน้าตามหลังเขามา
“ท่านว่าข้าจะได้เจอท่านแม่อีกไหม” ร่างสูงนั้นที่ตอนนี้ส่งเสียงเศร้าๆ ไม่เหลือความสดใสเหมือนเ้าเด็กน้อยในหอคอยแห่งจิรกาลเลยซักนิด
“ข้ายังคงตอบเ้าไม่ได้เช่นเคย” เขาว่าพลางหันหลังเดินนำหน้ามายังวิหาร
“แต่ถ้าแม่ของเ้ายังมีชีวิตอยู่ และกำลังอยู่ในอันตราย…” เวณิกหันมาสบตาผู้ถามที่นัยย์ตาเหมือนจะมีน้ำตาคลอตลอดเวลา
“ตัวเ้าในตอนนี้จะสามารถช่วยเหลือแม่ของเ้าได้หรือไม่”
“ไม่…” เขาส่ายหน้าเบาๆ ก้มหน้าตอบเวณิกน้ำตาหยดลงพื้น
“คนที่คู่ควรเท่านั้น จึงจะได้สิ่งที่เหมาะสม”
“ข้าเข้าใจละ” เขาปาดน้ำตา พลางเงยหน้าฝืนยิ้มเหมือนเด็กน้อยที่โหยหาความรัก
“ความหวังที่เ้ามีแม้จะเป็ความหวังเพียงน้อยนิด แต่มันก็เป็เหมือนสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจเ้าท่ามกลางความโหดร้ายที่จะต้องพบเจอนับจากนี้… จงเข้มแข็งเถอะเด็กน้อย” เวณิกเอามือลูบหัวของเขาเบาๆ แสงเหนือรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย
“ข้าจะต้องเก่งขึ้นเพื่อช่วยแม่ให้ได้”
‘แบบนี้สิค่อยดูเหมือนแม่เ้าขึ้นมาหน่อย’
เวณิกเดินนำแสงเหนือจากส่วนหน้าของวิหารที่มีมวลดอกไม้และเสียงดนตรีคลอเบาๆ พวกเขาเดินผ่านส่วนกลางที่มีน้ำพุ และสวนดอกไม้งดงาม กลิ่นหอมทั่วทั้งวิหารน่าจะมาจากตรงนี้แน่ๆ ทางเดินหินอ่อนสีขาวทอดยาวไปจนถึงห้องโถงอีกห้องในส่วนท้ายสุดของวิหาร ห้องนี้มีสระน้ำที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่ ไอน้ำที่ลอยจากสระน้ำ กระทบแสงที่สาดเข้ามาจนเกิดสายรุ้งพาดผ่านทับกันไปมาทั่วบริเวณ ตลอดพื้นที่ถูกแทรกด้วยพุ่มไม้ดอกที่เบ่งบานแข่งกันตลอดริมสระน้ำ เหมือนอยู่ท่ามกลางน้ำตกบนสรวงสรรค์
"เหมือนหลุดมาอีกโลกนึงเลยแฮะ" แสงเหนือพูดทั้งที่สายตายังตื่นตะลึงกับภาพที่เห็น เวณิกหันหน้ามองจ้องใบหน้าหนุ่มน้อย จนผู้ถูกสบตาหยุดแล้วเดินตามไป
"สระน้ำนี้มีน้ำศักสิทธิ์จากเทือกเขาแห่งการชำระล้าง ผู้ถูกเลือกจะต้องชำระล้างตนก่อนเข้าพิธีเบิกนลาฏ เ้าพร้อมหรือยัง” เป็เวณิกที่พูดทำลายความเงียบ
“ข้าพร้อมแล้ว” เขาว่าทั้งที่สายตายังอยู่บนเนินน้ำตกนั้นแล้วก้าวเท้าเตรียมเดินลงสระน้ำด้านหน้า แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก
“ถอดเสื้อผ้าของเ้าออกซะ”
ขวับ
แสงเหนือหันไปมองที่ต้นเสียงนั้น พยายามจ้องที่ตาของผู้พูดเพื่อค้นหาความจริง
“เ้าหูหนวกหรือ ข้าบอกว่าถอดเสื้อผ้าของเ้าออกซะ” เขาอ้าปากหวอตาค้าง แล้วถอยหลังไปชิดกำแพงโดยอัตโนมัติ
“ทะ ...ท่านจะบ้าหรอ ไม่ได้ ข้าไม่ถอดหรอก” แสงเหนือเอามือกอดอกยืนบิดไปมา
“ก่อนพิธีเบิกนลาฏ ผู้เป็มาสเตอร์ต้องตรวจทุกส่วนบนร่างกายผู้ถูกเลือก เพื่อตรวจความผิดปกติของร่างกายตามราชประเพณีโบราณ…." ผู้ฟังยังคงทำหน้าเลิ่กลั่ก ใบหูแดงก่ำ
"ถ้าเ้าไม่เข้าพิธี ข้าก็จะส่งเ้าไปหุบเขาอนธการในสภาพนี้แหละ....” สีหน้านิ่งเฉย และเสียงเรียบนิ่งแบบนี้....เอาจริงแน่
"เดี๋ยวนี้"
“เอ่อ… ข้า….” แสงเหนือยังเขินอายบ่ายเบี่ยง
“.….” เวณิกมองเขม็ง
“ข้าจะนับ 1 - 5 เท่านั้น”
“1”
“2”
“3”
“4”
“โอเค โอเค งั้นท่านช่วยหันหลังไปก่อนได้ไหม ข้าไม่เคยถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนอื่นน่ะ”
แสงเหนือหน้าแดงขอร้องเวณิกด้วยความเขินอายแล้วหันหลังให้เวณิก เพราะตลอดเวลา 18 ปีที่เกิดมา เขายังไม่เคยเปลือยกายต่อหน้าใครซักครั้ง เขากลั้นใจรวบรวมความกล้าถอดเสื้อผ้าของตนเองออกต่อหน้าชายหนุ่มที่พบกันครั้งแรกจนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าสีน้ำผึ้ง
“ข้าถอดเสร็จแล้ว … ท่านค่อยๆ หันมานะ ข้าจะ ….” แสงเหนือค่อยๆ หันกลับไปกลับเจอเวณิกที่ทำสีหน้านิ่งเฉยอยู่ตรงที่เดิม
“เห้ยยยยย….. นี่ท่านไม่ได้หันหน้าไปไหนเลยหรอ” เวณิกเลิกคิ้วแทนคำตอบ
“ท่านโกงข้า…” แต่ยังไม่ทันพูดจบ ปลายนิ้วชี้ของเวณิกก็จิ้มไปที่ริมฝีปากแสงเหนือเพื่อให้เขาเงียบลง
"เ้านี่ช่างโวยวายจริงๆ" เวณิกว่าพร้อมกางแขนออก ชั่วเวลาเพียงกระพริบตา ชุดเกราะเบาที่เวณิกใส่อยู่ก็พลันหายไปท่ามกลางแสงเรืองๆ สีเงิน เหลือไว้เพียงร่างเปลือยเปล่าที่มีผิวขาวละเอียด ร่างนั้นอัดแน่นด้วยมัดกล้ามสมส่วน ผิวที่ขาวใสอยู่แล้ว กลับยิ่งเรืองแสงเปล่งประกายจนแสบตา ทุกสัดส่วนของเวณิกช่างงดงาม มีเสน่ห์และผู้ชายทุกคน้ามีเหมือนเขา แสงเหนือจ้องมองร่างเปลือยเปล่าขาวสว่างนั้นไม่กระพริบตาด้วยความตกตะลึง
‘โคตรขาวโอโม่เลยว่ะ’
“เ้าก็เลิกจ้องข้าได้แล้ว” เวณิกกล่าวนิ่งๆ "เพราะเ้าก็เป็ผู้ถูกเลือก... คนแรกของข้า"
“ท่านเขินหรอ”
แสงเหนือหน้าแดงถามกระเซ้า เวณิกขยับคิ้ว 1 ที หน้าผากของแสงเหนือก็เหมือนมีอะไรดีดดัง เพี๊ยะ!
“โอ๊ย ท่านนี่ขี้โกงชะมัด”
“ข้าจะสำรวจร่างกายของเ้าก่อนลงสระแห่งการชำระล้าง” แสงเหนือเดินเอา 2 มือกุมเป้ามาเดินเก้ๆ กังๆ
"แล้วเ้าก็เลิกเดินเลียนแบบลิงป่าได้แล้ว"
"ก็ข้าอายนี่" แสงเหนือโวยวายจนนกในวิหารดูเงียบลงไปทันที
“เอามือออกไป” เขาส่ายหน้าปฏิเสธ
“หึ”
“เอามือออก”
"..." แต่เวณิกส่งสายตาดุ ที่ไม่ได้ดุแค่น้ำเสียง
“เอา…มือ...ออก…ไป”
“อื้ออออ” แสงเหนือว่าพลางเอามือออกจากเป้าตนเอง เวณิกจึงเริ่มยกแขนทั้ง 2 ข้างของเขาพาดไว้ที่ไหล่ของหนุ่มแสงเหนือ แล้วใช้ 2 มือประสานไว้ที่ท้ายทอยเกิดเป็แสงอุ่นๆ ที่ปลายมือทั้ง 2 ข้าง แต่นั่นคงไม่ทำให้แสงเหนือตื่นเต้นเท่ากับการที่เขาต้องอยู่ใกล้กันเพียงคืบ และด้วยความสูงที่ต่างกัน หน้าผากของเวณิกจึงอยู่ใกล้กับจมูกของเขา จนเขาััได้ถึงกลิ่นหอมของเวณิก เขาเผลอลอบมองอย่างลืมตัว
"เ้าไม่ต้องจ้องหน้าข้าตลอดเวลาก็ได้ เด็กน้อย" เวณิกว่าทั้งที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาดูด้วยซ้ำ
จากนั้นสองมืออ่อนนุ่มของเวณิกก็ไล่จากต้นคอมาถึงด้านหน้าของแสงเหนือแล้วลากขึ้นไปถึงขมับทั้งสองฝั่ง ความอุ่นของพลังเวทย์นั้นวิ่งมาตามปลายนิ้วของผู้ทำพิธี 2 มือนั้นลากไล่ต่อลงมาผ่านยังลำคอ แล้วแยกออกตรงหัวไหล่ ผ่านกล้ามแขนแกร่งๆ 2 ข้าง แล้วเคลื่อนลงมาตรงชายโครง และทั้ง 2 มือ ก็มารวมกันตรงสะดือ ก่อนจะลากลงไปที่....
“เดี๋ยวๆๆ ท่านกำลังทำอะไร”
“ตรวจร่างกาย” เวณิกเงยหน้าสบตาเขา แล้วตอบซื่อๆ
"ขะ ข้าว่าตรงนี้ไม่ต้องตรวจก็ได้”
“มาสเตอร์และศิษย์ต้องรู้จักทุกจุดของร่างกาย ข้าแค่ใช้พลังเวทย์ผ่านปลายนิ้วของข้าไล่สำรวจร่างกายของเ้าก็แค่นั้น” แล้วเวณิก็ลากมือสองข้างมาตรงหน้าท้องของเขาอีกครั้ง
"เ้าควรทำจิตใจให้สงบ ทุกอย่างจะได้สงบ” เวณิกพูดด้วยหน้านิ่งเฉยในขณะที่คนฟังหน้าและใบหูแดงก่ำร้อนฉ่า หลังจากนั้นเขาพยักหน้าให้แสงเหนือเดินตามลงไปในสระ เพื่อชำระล้างร่างกายด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์จากเทือกเขาแห่งการชำระล้าง เมื่อเขาเดินลงไปในนั้น เขาก็มองเห็นหยดน้ำรอบกายเขาเปล่งประกายสีทองระยิบระยับสว่างไสวตลอดทางที่เขาเดิน ผิดกับของเวณิก ที่เป็ประกายสีเงินระยิบระยับเช่นกัน ทั้งคู่เดินขึ้นมาอีกฝั่งหนึ่งของสระแล้วนั่งหันหน้าหากันลงบนศิลาอาสน์พร้อมเกราะเบาที่สวมใส่่ล่าง
"ในขั้นตอนสุดท้าย ข้าจะเบิกนลาฏให้แก่เ้า ในขั้นตอนนี้เ้าต้องมีสมาธิ และเพ่งจิตให้สนใจเพียงข้าเท่านั้น จนกว่าข้าจะทำพิธีเสร็จ" แสงเหนือพยักหน้ารับรู้ทั้งคู่นั่งหันหน้าเข้าหากัน
"ตลอดการเข้าพิธีเบิกนลาฏ จะมีสิ่งต่างๆ รบกวนจิตใจของเ้ามากมาย นั่นคือบทพิสูจน์บทแรกของเ้า ห้ามวอกแวกหรือเสียสมาธิเด็ดขาด” ...
"อย่างเด็ดขาด" เวณิกย้ำ
"ข้ารู้แล้วน่า ข้าไม่ใช่เด็กนะ"
"แต่ก็ดื้อดึง" ... เวณิกว่าเสียงดุๆ
“หลับตา แล้วตั้งจิตให้สงบ”
ทันทีที่แสงเหนือหลับตาลง พิธีเบิกนลาฏก็เริ่มขึ้น เวณิกร่ายมนต์จนปรากฏรัศมีสีเงินแผ่กระจายทั่วแผ่นหลังของเขา เส้นสายเวทย์เทวะหลายร้อยเส้นพุ่งยื่นออกจากบริเวณหน้าผากของเวณิกไปยังหน้าผากของแสงเหนือ เขาสะดุ้งเล็กน้อยเพราะรู้สึกถึงพลังที่ไหลหลั่งเข้าสู่ร่างของตนเอง มันเริ่มต้นจากหน้าผาก แล้วไหลไปเส้นเืทั่วร่างกาย จนถึงปลายมือทั้ง 2 ข้าง และกำลังจะไหลไปบริเวณขาทั้ง 2 ข้างของเขา
“ไม่ต้องกังวล กำหนดจิตให้นิ่งข้าจะใช้เวลาไม่นาน”
“แสงเหนือ… ”
“แสงเหนือ… ”
“แม่” นั่นเสียงของแม่
“แม่กลับมาแล้ว”
“แม่ครับ แม่อยู่ที่ไหน” เขาว่าพลางเดินตามเสียงนั้นที่ดังจากส่วนมืดของทางที่ทอดไปไกลสุดสายตา
“แม่อยู่ทางนี้”
"เ้าต้องทำจิตใจให้สงบนะ" เวณิกเห็นอาการของแสงเหนือที่เริ่มมีเม็ดเหงื่อแตกบนใบหน้า ทั้งยังกระสับกระส่ายตลอดการทำพิธี
“เ้าต้องมีสมาธิมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นวงเวทย์เทวะจะไม่สามารถผนึกกับร่างกายเ้าได้”
“แม่ครับ” เขาวิ่งเข้าไปในทางมืดนั้น เฝ้ามองหา และะโเรียกแม่ “แม่อยู่ในนั้นใช่ไหมครับ”
“แม่อยู่ทางนี้” เขาหันมองรอบๆ บริเวณก็พบเพียงความมืดที่เหน็บหนาวและเงียบสงัดและร่างของแม่ก็ปรากฏขึ้นในมุมอีกด้านที่มีแสงจางๆ ส่องลงมา
“แม่” เขาวิ่งไปด้วยความดีใจสุดชีวิตสวมกอดผู้เป็แม่อีกครั้ง น้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมาเหมือนเด็กขี้แย
“เราจะไม่พรากจากกันอีกแล้วลูกรัก”
‘แย่ละ!’ เวณิกเริ่มสังเกตุเห็นถึงความผิดปรกติของแสงเหนือเพราะตอนนี้ร่างกายของชายหนุ่มที่ไม่ได้สตินั้นเริ่มมีสีเทากระจายจากส่วนหน้าอกด้านซ้ายไปรอบๆ ลำตัวจนเส้นเืสีเขียวปูดโปนออกมา
‘ถ้าข้าปล่อยมือเ้าจากตรงนี้ เ้าก็จะกลายเป็คนสติวิปลาสทันที ข้าจะยื้อเวลานี้ให้นานที่สุด เ้าต้องผ่านบทพิสูจน์ให้ได้นะเ้าเด็กน้อย’