นักปกครองแห่งลามัส
...แสงแดดทอฟ้า ทะลุผ่านบานหน้าต่างเข้ามาแยงตาของตัวเล็ก เปลือกตาน้อย ๆ เริ่มกะพริบถี่ สติของเธอเริ่มก่อขึ้นรับอายตนะ
เด็กผู้หญิงกระดกตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ปรารถนาให้สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งเื่อุบัติเหตุของพ่อ-แม่ และเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันวานเป็เพียงแค่ความฝัน
ถึงอย่างนั้นััของผ้าปูเตียงนุ่ม ๆ กับผ้าห่มอุ่น ๆ ก็บอกสิ่งที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
เื่ราวทั้งหมดเป็ความจริง...
เล็ก คือชื่อเดิมของเธอ เธอนั่งห้อยขาออกจากเตียง สองมือประสานกันไว้ที่ตัก สายตาเหม่อลอย
อยู่นิ่ง ๆ อย่างนั้นจนกระทั่งตัดสินใจบางอย่างได้จึงค่อยลุกออกจากที่ช้า ๆ ก้าวขาไปที่บานประตูสลักลาย
เธอยกมือน้อย ๆ ขึ้นทาบแผ่นกระจกข้างประตู กดแรงแน่นกระชับ
ไม้กระดานแผ่นใหญ่ลวดลายเถาวัลย์ถูกเปิดออก เด็กผู้หญิงยืนมองไปรอบ ๆ ขาไม่ยอมก้าวออกมาแม้ว่าเธอจะพยายามยกมันสักเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น ราวกับว่าถูกรั้งไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
เป็เวลานานแสนนานในความรู้สึก ที่ตัวเล็กทำได้แค่ดูความเป็ไปในสถานที่แห่งนี้
เธอเห็น ทั้งหญิงชายแปลกประหลาดในสายตาเธอเดินผ่านไปผ่านมา
บางคนครอบศีรษะด้วยแก้วใส ภายในเป็ใบหน้าของมนุษย์ผิวสีเขียวมีเขียวกับฟันแหลมเรียงซ้อนกัน ในกรอบริมฝีปากที่กว้างถึงใบหู เหมือนเขายิ้มแสยะอยู่ตลอดเวลา
บางคนก็ตัวสูงชะลูดผอมเพรียว เดินนวยนาศเชื่องช้าดูอ่อนช้อยอย่างกับภายในตัวไม่มีกระดูก
ความแตกต่างมากมายที่ไม่ว่าใครจะจินตนาการถึงความแปลกไว้อย่างไร ก็คงจะพบเห็นความคิดของตนเป็รูปธรรมได้ไม่ยากเย็น ในหอคอยสูงชะลูดแห่งนี้
สถานที่ถูกประดับตกแต่งด้วยโคมไฟ ต้นไม้แขวน และลวดลายสลัก
เป็ภาพเติมเต็มจิติญญา จินตนาการตามจุดต่างๆ ทั้งเสาและกำแพง
ตัวเล็กไม่อาจจำแนกได้มากนัก ว่าสิ่งเ่าั้เป็ศิลปะแบบไหน ที่เธอรับรู้คือความงดงามชวนให้จับตามองได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ
เด็กน้อยมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอยู่อย่างนั้นจนกระทั่ง มีบางอย่างเคลื่อนที่ผ่านมาหน้าห้องของเธอ
เ้าสิ่งนี้มันเคลื่อนที่บนอากาศ ห่างจากพื้นขึ้นมาไม่มากนัก
มันลากถุงที่บรรจุอะไรบางอย่างไว้จนเต็มลอยตามหลังมาด้วย
สิ่งที่ดูเหมือนจมูกของมันยาวออกมาจากด้านหน้าอย่างกับจมูกช้าง ชอนไชไปตามซอกต่างๆ ระหว่างที่มันกำลังเคลื่อนที่ตามทางเดิน
พร้อมกับส่งเสียง “พรึด ! ๆ ๆ”
ตัวเล็กไม่รู้ว่ามันคืออะไรจนได้มองมันใกล้ ๆ มันคือเครื่องดูดฝุ่น
การทำงานของมันเหมือนกับเป็สิ่งมีชีวิต ฝุ่นแม้เพียงน้อยนิดก็ดูจะไม่สามารถเล็ดลอดจากการตรวจจับของมันไปได้
มันค่อย ๆ แหย่จมูกไปตรงนั้นที ตรงนี้ที บ่อยครั้งมันก็กวาดงวงของมันลากยาวครั้งเดียวจากขอบระเบียงฝั่งหนึ่งไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง
กลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น
ตัวเล็กมองการทำงานแสนขยันของเครื่องทำความสะอาด กระทั่งมันลอยลับตาไปตามระเบียงทางเดินที่ทอดเป็ทางลาด โค้งลงไปจนถึงชั้นล่าง
ผู้ที่เดินสวนขึ้นมาพอดีกับเครื่องดูดฝุ่นลอยลงไปคือริเวนด้า สาวผิวกายสีฟ้าในชุดกระโปรงสีครีม คลุมไหล่ด้วยผ้าคลุมบาง ๆ สีครีมเข้าชุด
เธอส่งยิ้มให้ตัวเล็กทันทีที่ได้สบตา พี่สาวเดินขึ้นมากระทั่งถึงหน้าห้องที่ตัวเล็กยืนอยู่
“ตื่นแล้วเหรอจ๊ะตัวเล็ก...อรุณสวัสดิ์จะ พี่ขึ้นมาพาหนูไปที่ห้องอาหาร จะได้กินอาหารเช้ากัน”
“ค่ะ” ตัวเล็กพยักหน้าตอบ
“มาเถอะจะ” ริเวนด้าพูดพร้อมกับจูงมือน้อย ๆ เดินกลับลงไปตามทางลาดที่เธอเพิ่งเดินขึ้นมา
สุดทางเดินชั้นแรก ด้านซ้ายมือมีประตูกระจกเลื่อนบานใหญ่ มันเปิดเองได้เมื่อมีคนเดินมาถึง
ตัวเล็กเคยเห็นประตูที่คล้ายกับแบบนี้แถวร้านสะดวกซื้อ แต่ที่นี่บานใหญ่กว่ามาก
ทั้งคู่เดินเข้าไปพร้อม ๆ กัน
ภายในห้องนี้เหมือนกับเป็อีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว หากห้องโถงเป็โลกแห่งความอลังการ ห้องนี้ก็เป็โลกแห่งอาหารการกิน
อัตราส่วนพื้นที่กว้างกว่าห้องโถงมาก กระจกใสทั้งแถบเรียงรอบเป็กำแพง
มองเห็นต้นไม้ ดอกไม้ สวนหย่อมสวยงามที่อยู่ภายนอกได้อย่างชัดเจน
โต๊ะและเก้าอี้หลายตัว ถูกจัดไว้เป็ระเบียบ
ผู้คนต่างก็นั่งรับประทานอาหารกันแทบจะเต็มพื้นที่ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีโต๊ะ และเก้าอี้ให้อย่างเหลือเฟือ
คนที่กำลังรออาหารยืนต่อแถวกันยาวเหยียดตรง อย่างเป็ระเบียบ
จุดหมายของพวกเขาคือเดินตรงไปที่โต๊ะตัวใหญ่ตั้งกลางห้อง ที่มองเผิน ๆ เหมือนบนนั้นมีชุดอาหารที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามหยิบได้เต็มที่ มันเป็แค่การตกแต่งสำหรับบอกโดยนัย ว่านี่เป็เครื่องสั่งอาหาร
คนไปถึงก่อนพูดกับเครื่องนั่นสองสามคำ อาหารก็โผล่ออกมาให้พวกเขาหยิบไปได้เลย ใช้เวลาไม่นาน
คนที่หนึ่งหยิบไปแล้ว คนต่อไปเข้ามาแทนที่ คนที่สองนี้ดูท่าจะหิวมาก เขาสั่งอาหารชนิดที่หอบเอาไปคนเดียวไม่ได้
ก็มีหุ่นยนต์โผล่ออกมาช่วยยกไป ซึ่งก็ใช้เวลารวดเร็วไม่ต่างจากคนแรกเลย
“มาทางนี้สิจ๊ะ” ริเวนด้ากวักมือเรียกตัวเล็กที่มัวแต่ยืนดูอะไรเพลิน ให้เดินไปต่อแถว
ไม่นานนักแถวที่ยาวเหยียด ก็สั้นลงเรื่อย ๆ จนถึงคิวของทั้งคู่ ริเวนด้าก้มลงถามตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหน้าทำท่าเลิกลัก “ตัวเล็กอยากกินอะไร?”
คำตอบที่ได้คือความเงียบ ตัวเล็กอาจไม่รู้ชื่ออาหารที่ตัวเองอยากกิน หรือยังตัดสินใจไม่ได้
ไม่ใช่ปัญหา เครื่องจ่ายอาหารแสนฉลาดยื่นแขนเล็ก ๆ ของมันออกมา แขนนั้นส่ายซ้ายขวาในอากาศ เหนือหัวสองรอบแล้วหดกลับเข้าไป
ไข่ต้ม ผัดผักกาดขาว กับข้าวสวยร้อน ๆ ก็โผล่ออกมาจากช่องจ่ายอาหาร ตัวเล็กหยิบขึ้นมาทันที พร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนดวงหน้าน้อย
กลับกัน หน้าริเวนด้าแทบยับยู่ด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นของกินที่ตัวเล็กเลือก
ทั้งคู่เดินมาที่โต๊ะว่างใกล้ที่สุด นั่งลง และเริ่มรับประทานอาหาร
ริเวนด้าเห็นน้ำหยดน้อย คลออยู่ใต้ตาของตัวเล็ก หลังจากที่เด็กเริ่มตักอาหารเข้าปาก
“ไม่อร่อยเหรอจ๊ะ” ริเวนด้าถาม
“อร่อยค่ะ...อร่อยมาก” ตัวเล็กตอบ พร้อมกับน้ำตาที่เริ่มหยดแหมะ เด็กน้อยกินข้าวทั้งน้ำอย่างนั้น ไม่อาจอธิบายอารมณ์
ริเวนด้าได้แต่หวังว่า เวลาและความสงบจะทำให้เด็กผู้หญิงตัวเล็ก สบายใจขึ้น...
...หลังจากจัดการอาหารในจานจนหมดเกลี้ยง ริเวนด้ากับตัวเล็กพยักหน้าให้กันครั้งหนึ่ง แล้วลุกออกจากโต๊ะ
เดินมาได้ไม่กี่ก้าวสาวเ้าก็ได้ยินเสียงใส ถามมาจากข้างหลังว่า “พี่ค่ะ...ห้องล้างจานมีไหนคะ?”
“อยู่ทางด้านหลังจะ...หนูอยากเห็นเหรอ? เดี๋ยวพี่จะพาไปดู” ริเวนด้าตอบพร้อมกับหันไปมอง
ก็พบว่าในวงแขนของตัวเล็กมีจานข้าวของทั้งคู่วางซ้อนกันอยู่ ริเวนด้าหัวเราะนิด ๆ พร้อมกับก้มลงไปจับขอบจานเ่าั้
“หนูไม่ต้องยกไปหรอกจะ” เธอพูดขณะที่ยกจานออกจากแขนเด็กเพื่อนำกลับไปวางไว้ที่เดิม
“ไม่เก็บแล้วจะล้างยังไงคะ ถ้าไม่ล้างก็ใช้ต่อไม่ได้”
ริเวนด้ายิ้มในความไร้เดียงสาของเด็กผู้หญิง เชื่อได้เลยว่าเธอได้รับการฝึกสอนมาอย่างดี ที่ดาวเดิมของเธอ
ให้เป็คนมีความเรียบร้อย มีความรับผิดชอบ ทว่า
“ที่นี่ เรามีหุ่นยนต์ คอยเก็บและเอาไปล้างให้จะตัวเล็ก ฉันไม่รู้ว่าบนดาวดวงเดิมของหนูมีความเป็อยู่ยังไง แต่สิ่งที่ใครบางคนสอนเธอให้ทำแบบนี้ ฉันขอชื่นชม เขาคงเป็คนที่เก่งมากที่สอนเด็กให้มีความเป็ผู้ใหญ่ได้” สาวผิวสีฟ้ากล่าวชม
“แม่ของหนูเองค่ะ” ตัวเล็กตอบด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นริเวนด้าจึงพาตัวเล็กไป ที่ตู้สี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาว
ขอบและมุมของตู้มีเส้นแถบสี่ทองวาววับอย่างกระจกสีกลบความเป็เหลี่ยมไว้ทั้งหมด
ตู้เหล้านี้ตั้งข้างผนัง เรียงรายอยู่ทั่วไป มันมีหน้าปัดสี่เหลี่ยม จอเท่าสมุดติดอยู่ด้วย
ตัวเล็กยืนดูพี่สาวกดนิ้วลงบนหน้าปัด
พลันเครื่องนั้นก็ปรากฏภาพต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย ริเวนด้าปัดนิ้วไปมาหน้าจอก็เปลี่ยนภาพไป
เธอกดนิ้วเบา ๆ สองสามครั้ง ช่องสี่เหลี่ยมตรงกลางตู้ก็ปรากฏขึ้น ก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีอยู่เลย
มันถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดกลมกลืนไปกับผิวของเครื่องที่ดูคลายก้อนหินที่มีความเรียบเกลี้ยงเกลา
เครื่องดื่มอุ่น ๆ สองแก้ว ก็เคลื่อนตัวออกจากช่องนั้นช้า ๆ คล้ายกับมีใครบางคนอยู่ข้างในจับมันยืนออกมาอย่างนั้น
ริเวนด้าหยิบทั้งสองแก้ว แล้วส่งให้ตัวเล็กแก้วหนึ่ง ของเหลวภายในเป็สีชมพูอ่อน น่ากิน
ไอร้อน ๆ นำพากลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ลอยกระทบจมูก
เธอไม่คิดอะไรมาก แค่ดูก็รู้ว่ามันเป็อาหาร ไม่ระมัดระวังอะไรด้วยความไร้เดียงสา เธอค่อย ๆ ยกแก้วนั้นขึ้นมาเพื่อจิบ ชิมรสชาติของเหลวที่อยู่ภายใน
รสชาติของมันขมเล็กน้อยปนหวานมัน กลมกล่อมคล้ายรสชาติของมอลล์สกัดในนมกล่องที่เคยกิน ในแก้วนี้อร่อยกว่ามาก
กินแล้วสดชื่น กระปรี้กระเปร่า รับรู้ถึงไออุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง อยากแหงนหน้าสูดอากาศ ด้วยความรู้สึกดี
เหมือนว่าคนที่รับรู้ถึงพลังจะเป็ตัวเล็กแค่คนเดียว ริเวนด้ากินเหมือนก็ยังมีสีหน้าอาการเรียบเฉย
“ตัวเล็ก...เราไปเที่ยวที่สวนกันไหมจ๊ะ?” พี่สาวผิวสีฟ้าเอ่ยถาม
“ตกลงค่ะ!” ตัวเล็กตอบอย่างฉะฉาน รอยยิ้มสดใส ผิดกับเมื่อครู่ที่ดูหม่นหมองครองเศร้า
...ทั้งคู่เดินออกจากห้องอาหาร เลี้ยวซ้ายผ่านห้องโถง จนถึงประตูโรงแรม มันเปิดออกเองเพื่อให้ทั้งคู่ผ่านไป โดยอัตโนมัติไม่ต้องเหนื่อย
จากนั้นสองสาวเลี้ยวซ้ายเดินไปตามทางเดินปูด้วยแผ่นกระเบื้องผิวสากหลากสี
ที่เรียงกันเป็รูปภาพหรือเครื่องหมายอะไรบางอย่าง หากมองจากมุมสูงคงเห็นได้ชัดว่าเป็รูปอะไร...
©Witchmedal