เธอได้แต่ยืนแน่นิ่งมองสำรวจอาคารสามชั้น รูปแบบเป็นอาคารไม้ไทยประยุกต์สีครีมอ่อน บานหน้าต่างและประตูสีเขียวสด ซึ่งมีอาคารเหมือนกันอีกสองหลังทั้งฝั่งซ้ายและขวามือ
ตั้งแต่รถแล่นเข้ามาถึงด้านใน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ก็คือ ไม่ต่างจากการเดินทางเข้ามาในยุคสมัยก่อนเอาเสียเลย
“ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งนักเรียนตัวอย่างเมื่อสิบสามปีที่แล้ว”
หญิงสูงวัยสวมชุดไทยเดิมเดินมาทักทาย แสงจันทร์มองสำรวจผู้ออกมาต้อนรับตั้งแต่หัวจรดเท้า ครั้นมาบรรจบด้วยการสบตากัน
“คงไม่ลืมฉันไปด้วยอีกคนนะจ๊ะ”
คนๆ นั้นฉีกยิ้มจนปากแทบจะฉีกได้อย่างไรกัน
“ผอ.พุดจีบ”
เธอศึกษาประวัติของโรงเรียน อีกทั้งยังได้รู้จักผอ.พุดจีบผ่านสมุดบันทึกของแสงจันทร์มาบ้าง ผอ.รายนี้ชื่นชอบแสงจันทร์ในอดีตอย่างมากจนถึงขั้นยกตัวให้เป็นลูกศิษย์คนโปรด
จนเพื่อนในโรงเรียนต่างอิจฉาและพากันกลั่นแกล้งแสงจันทร์สารพัด อย่างนั้นผอ.พุดจีบก็ใช่จะให้การช่วยเหลือเธอ ยังนำข้อดีของเธอไปเปรียบเทียบกับนักเรียนรายอื่นจนเกิดเป็นข้อกังขา
“เปลี่ยนไปมากจริงๆ เครื่องมือทางการแพทย์สมัยนี้มันช่างน่ากลัว” พุดจีบมองแสงจันทร์อย่างพิจารณา มีหลายอย่างในตัวเด็กคนนี้ที่เปลี่ยนไป ทั้งแววตา การพูดจาและ...
“คงไม่น่ากลัวเท่ามนุษย์หรอกค่ะ ท่านผอ.”
“..? ..” แล้วดูสิ่งที่อดีตลูกศิษย์คนโปรดพูดออกมาสิ คงคิดว่าความสนิทสนมในอดีตจะก่อให้เธอพูดอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ
“แล้วนี่คิดยังไงถึงแต่งตัวไทยประยุกต์ทั้งที่อากาศร้อนจัดขนาดนี้คะ ส่วนการแต่งหน้านี่อินตามเทรนY2Kใช่ไหมคะ ถึงขาวซีดเหมือนขาดสารอาหารอย่างนี้ จริงแล้วต้องแลบลิ้นนะคะ ตามด้วยชูสองนิ้วมันถึงจะเป๊ะ” กล่าวแล้วเธอยังทำท่าชูสองนิ้วพร้อมแลบนิ้วตามเทรนY2K ก่อนจะชิงเดินหนีเข้าไปในตัวอาคารไทยประยุกต์ทันที
ฝ่ายพุดจีบยังอึ้งไม่หาย ถูกอดีตลูกศิษย์คนโปรดกล่าวติเตียนเรื่องการแต่งกายและการแต่งหน้าทำผม ที่คิดเองเออเองมาตลอดว่าสวยงามอย่างฟ้าประทาน
“มองไม่เห็นแสงจันทร์คนเดิมเลยสักนิด แล้วY2Kคืออะไร?”
“หัวใจลึกๆ แล้วก็ยังเป็นแสงจันทร์ เธอแค่มีปัญหาเรื่องความทรงจำ อย่างไรฉันก็ฝากด้วยนะพุดจีบ ไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตหรอก ขอแค่สอนตามหลักสูตรกุลสตรีให้ครบถ้วนก็เพียงพอ ในอดีตลูกสาวฉันทุกข์ใจมามากพอแล้ว” ฤดีเพิ่งเดินลงมาจากรถ เธอได้ยินว่าเมื่อสักครู่แสงจันทร์พูดอย่างไรกับพุดจีบซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ทราบว่าพุดจีบรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นแสงจันทร์คนปัจจุบัน
“ฉันจะทำให้เต็มที่ แต่เบื้องต้นฉันจำเป็นต้องหักคะแนนจิตพิสัยของลูกสาวเธอ”
“เพราะลูกฉันติเธอเมื่อครู่ใช่หรือเปล่า”
“ไม่ใช่หรอก เรื่องนั้นฉันปล่อยผ่านได้ แต่ที่ไม่ได้เด็ดขาดคือลูกเธอป้ายปากสีแดงมา มองเผินๆ ยังเห็นว่าใช้รองพื้นด้วยนะ ไม่พอยังตกแต่งดวงตาจนคมเข้ม”
“อีกหน่อยเธอจะชิน ตอนนี้ฉันยังเริ่มชินไปแล้ว” ฝ่ายฤดีไม่ได้มีท่าทีตื่นตกใจ คงเพราะความเคยชิน เธอยังขำกับท่าทีตื่นตระหนกของพุดจีบ
“ฤดีเธอปล่อยให้ลูกสาวแต่งตัวหรือแม้แต่แต่งหน้าแต่งตาเป็นเด็กใจแตกอย่างนี้ แล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะติเตือนได้ยังไง” พุดจีบพูดด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย รับไม่ได้ที่แสงจันทร์แต่งองค์ทรงเครื่องจนไร้ซึ่งความอ่อนหวาน
ความสวยสง่าตามยุคสมัย มันไม่สามารถนำมาใช้ในโรงเรียนแห่งนี้ได้
“ลูกฉันไม่ได้ใจแตกหรอกพุดจีบ เธอมีสามีแล้วลืมไปหรืออย่างไร”
“ถึงมีสามีแล้วก็ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด สีชมพูอ่อนคือที่หนึ่งแห่งความงาม!”
#ต้องขออภัยที่ขาดการอัปเดตไปนะคะเนื่องจากไรท์ไม่ได้เช็กว่ารายตอนที่สต็อกไว้หมด วันนี้จะอัปเดตให้อ่านสามตอนนะคะ