เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง~!
สายฟ้าสีขาวผ่าลงไปใจกลางสุสานจักรพรรดิหม่า สร้างความรู้สึกหวาดกลัวให้เหล่าผู้คนที่ตั้งค่ายอยู่ข้างนอก รอคอยกลุ่มคนที่เข้าไปข้างในออกมา ใครก็ตามที่มองเห็นสายฟ้าสีขาวผ่าลงมาจากท้องฟ้าล้วนแล้วขนลุกชั้น พวกเขาไม่เคยเห็นปรากฎการณ์สายฟ้าฟาดแบบนี้มาก่อน แม้สุสานจะเปิดให้เดินทางเข้าไปทุกๆ 2 ปี พวกเขากลับไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้เลยสักครั้งเดียว
เปรี้ยง~!
“คิดไว้ไม่มีผิด ดีที่เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสายฟ้า”
ตงฟางยิ้มเหี้ยมหลังจากเขาถูกสายฟ้าสีขาวจากรูปปั้นพยัคฆ์ตรงหน้าผ่าเข้าร่างกายของเขาเต็มๆ ยังดีที่พลังของสายฟ้าสีขาวและร่างของเขาที่เปลี่ยนไปเป็นสายฟ้ามีพลังเท่ากัน เขาจึงรู้สึกเพียงแค่คันนิดๆเหมือนมีอะไรไต่ไปตามตัวเท่านั้น
“เจ้าหรือผู้ปลุกข้าคนนี้ให้ตื่นขึ้นจากการหลับไหล”
เสียงแหบแห้งดังก้องไปทั่วห้องโถงขนาดใหญ่ สั่นสะเทือนทุกๆอย่างจนมีเม็ดทรายร่วงตกลงมาจากซอกอิฐ ตงฟางกลับรู้สึกเฉยชากับการแสดงอำนาจข่มขู่จากเสียง แม้มันจะทำลายห้องนี้เขาไม่คิดกลัวเพราะเขาได้เก็บของมีค่าไปหมดแล้ว เก็บไปก่อนที่นักเวทย์สีขาวทั้ง 2 จะเข้ามา
โดยสิ่งที่เขาเก็บเข้าไปในกระเป๋าทั้งหมดไม่เหลือแม้กระทั่งรากนั่นคือสมุนไพรระดับ 7 หลายสิบต้น เขาเสียใจเล็กน้อยที่มันไม่มีสมุนไพรระดับ 8 อยู่เลย เนื่องจากเขาไม่เคยได้สัมผัสกับมันมาก่อน จึงอยากจะจับมันสักครั้งในชีวิต
“ใช่ ข้าเองเป็นคนปลุกเจ้าขึ้นมา”
โฮ๊ก !
เสียงคำรามมาพร้อมสายฟ้าพุ่งเข้าทำลายห้องโถงจนร่างของตงฟางถอยออกมาไกลจากแรงกระแทก ทันทีที่นำมือทั้งสองข้างลดการป้องกันหลังจากตั้งหลักได้จากการถูกสายฟ้าผ่า ด้านหน้าของตงฟางก็ปรากฎพยัคฆ์สีขาวตัวใหญ่ กำลังมองจ้องเขาด้วยดวงตาดุร้ายของมัน
“เจ้าสินะ ผู้อยากได้ทักษะเร้นลับของข้า”
“ใช่ ข้าอยากได้ เอาล่ะ นำมันมาให้ข้าได้แล้ว” ตงฟางของ่ายๆ เขาจำเป็นต้องรีบเดินทางกลับเมืองต้วนอี้ การเสียเวลาสำรวจเขาวงกตที่เปลี่ยนตัวเองเรื่อยๆในสุสานแห่งนี้ทำให้เขาเสียเวลาเกือบเดือน
“ฮ่าๆๆ เจ้ารู้ไหม หลายร้อยปีมานี้ข้าเจอคนมากมาย ผู้ใช้จิตยุทธ์อันแข็งแกร่ง ผู้ใช้พลังวิญญาณอันทรงพลัง หรือจะเป็นผู้มีสายเลือดต่างๆ พวกเขาล้วนไม่สามารถนำข้าออกไปได้”
“ทำไมเป็นอย่างนั้น”
“ก็เพราะว่าร่างกายพวกเขาไม่พิเศษพอ ข้าก็ได้แต่หวังว่าเจ้าจะพิเศษกว่าคนที่ข้าเคยเจอ”
“เริ่มเลยได้ไหม ข้าต้องรีบกลับ” ตงฟางบอกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่อยากรู้ประวัติของมัน หากเขาถามมันน่าจะเล่าอีกยาว ตอนนี้เขาต้องรีบกลับจึงฟังมากไม่ได้ ทันทีที่เขาขอทดลองสืบทอดทักษะ พยัคฆ์ขาวกลับไม่ได้ใส่ใจท่าทางของเขาเลยสักนิด มันได้คำรามจนสุสานสั่นไหวแล้วเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสายฟ้าก้อนใหญ่พุ่งเข้ามาในตันเถียนของตงฟางด้วยพลังสุดแสนน่าสะพรึงกลัว ทันใดนั้นตงฟางกลับเป็นฝ่ายทำหน้าสับสนหลังจากรับสายฟ้าเข้าไปในร่างกาย
“เริ่มยัง แมวน้อย นี่เจ้าเริ่มยัง”
ไม่มีเสียงตอบจากในตันเถียน มีเพียงกระแสไฟฟ้าสีขาวพุ่งออกมาจากร่างของตงฟาง 2 ครั้งเท่านั้นก่อนที่ทุกอย่างจะดับลงไป ตงฟางจึงหลับตาตามเข้าไปดูว่าการสืบทอดเป็นอย่างไรบ้างทันใดนั้นเขากลับพบว่าในตันเถียนของตัวเองมีทักษะหมัดอัสนีระดับเร้นลับลอยอยู่ข้างๆทักษะปิดสวรรค์ตัดสัมผัสปีศาจ
“ฮะ ทักษะอยู่มาเป็นหมื่นๆปีสืบทอดง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ”
ตงฟางเกาหัว เขารู้สึกตกใจมากที่เขาได้รับสืบทอดทักษะหมัดอัศนีเพียงแค่ยืนรับสายฟ้าที่ระเบิดออกมาจากตันเถียน 2 ครั้งเท่านั้น มันดูรุนแรงมากแต่ร่างของเขาที่เป็นสายฟ้ากลับรับได้สบายๆ สุดท้ายเขากลับถูกยอมรับ โดยเสียงของพยัคฆ์ที่พูดกับเขาก็หายไปเช่นกันสร้างความตกใจให้ตงฟางไม่น้อยเพราะเขายังไม่ได้คำตอบว่าการสืบทอดเสร็จลงแล้วหรือยัง
“มันเป็นทักษะติดตัวที่ไม่ต้องฝึกอย่างนั้นสินะ”
เปรี๊ยง~!
หมัดสายฟ้าขนาดใหญ่กว่า 1 เมตรพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงกระแทกเข้ากับกำแพงห้องโถงจนเกิดเป็นรูปกำปั้น ตงฟางตกใจมากกับพลังทำลายของมัน แม้พลังที่ปลดปล่อยออกไปจะเทียบเท่าระดับจารึกเท่านั้น มันกลับรุนแรงมากจากการได้รับสายฟ้าของพลังจิตเข้าไปเสริม
เปรี๊ยง~!เปรี๊ยง~!เปรี๊ยง~!เปรี๊ยง~!เปรี๊ยง~!เปรี๊ยง~!
หมัดอัศนีผสมรวมกับพลังจิตสายฟ้าพุ่งเข้ากระแทกกำแพงจนเกิดเป็นรอยกำปั้นมากมาย ตงฟางที่สามารถปลดปล่อยพลังสายฟ้าออกไปในรูปแบบกำปั้นได้ถึงขั้นหัวเราะออกมา การใช้พลังของสายฟ้านับได้ว่ายากมาก ดังนั้นเขาจึงต้องหาตัวการอย่างเช่นเข็มเงิน หรือกระสุนช่วยส่งพลัง มันเป็นพลังงานที่ยากจะยิงให้เป็นเส้นตรงหากไม่มีตัวกลาง ต่างจากธาตุทั้ง 4 ดินน้ำ ลม ไฟ ทั้ง 4 ธาตุนี้สามารถสร้างบอลน้ำหรือคมมีดส่งออกไปได้
อย่างไรก็ตามทักษะหมัดอัสนีกลับกินพลังวิญญาณมหาศาลเช่นเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนกับพลังทำลายที่มากกว่าทักษะระดับเดียวกัน ถึงอย่างนั้นตงฟางกับพอใจที่เขาส่งสายฟ้าออกไปฆ่าศัตรูโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอาวุธลับ
“ต้องรีบกลับแล้วสิ”
ตงฟางส่งจิตยุทธ์ของเขาไปยังทางออกเพื่อเปิดประตูนำตัวเขาออกไป ทันทีที่เขาเปิดทางออก ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความดีใจ เมื่อคนที่อยู่ด้านนอกไม่ได้หนีไปจากเขา
ตุบ~!
“ไม่ใช่ ไม่ใช่นักเวทย์ทั้ง 2 คนนั่น”
กลุ่มคนทั้ง 50 พูดออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจตื่น การปรากฎตัวของตงฟางผิดจากที่พวกมันคาดการณ์เอาไว้ พวกมันมั่นใจว่าตัวเองเป็นกลุ่มแรกที่มาถึงทางเข้าตรงนี้ กลุ่มต่อถัดจากพวกมันเป็นกลุ่มของตระกูลเฉินที่พานักเวทย์เดินทางมาด้วยกัน แต่ตอนนี้คนที่เดินทางออกมากลับเป็นคนสวมใส่ชุดสีดำที่คิดจะฆ่าพวกมันก่อนเข้าสุสาน
“เป็นไปได้ยังไง แกทำไมถึงออกมาจากห้องนี้ได้”
พลังระดับราชาวิญญาณระเบิดออกมาข่มขู่ตงฟาง เขากลับยิ้มเยาะเพราะพวกมันมีระดับสูงสุดแค่ราชาขั้น 8 เท่านั้น เขาจึงยอมเปิดปากพูดกับพวกมันจนทุกคนย่นคิ้ว
“ไง ไม่เจอกันปีกว่า จำข้าไม่ได้เลยเหรอ”
“เสียงนี้มัน~!”
ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างพวกมันจำเสียงของตงฟางได้ แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ทำอะไรม่านพลังงานบางอย่างก็ปิดทางเดินทั้งสองฝั่งเอาไว้ ไม่ให้พวกมันได้วิ่งหนี
“ข้าบอกพวกแกให้ภาวนาว่าอย่ามาเจอกันอีก เพราะพวกแกจะไม่มีโอกาสได้มีชีวิตอยู่”
“เหอะตง…”
ฉั๊วะ~!
ร่างกายของตงฟางเปลี่ยนเป็นสายฟ้าพุ่งเข้าไปกระชากคอของชายที่กำลังจะพูดกับเขาด้วยความรู้สึกเยาะเย้ยเพราะพวกมันมีจำนวนเยอะกว่า ขณะที่มันพึ่งตามทันความเร็วของตงฟางได้กลับเป็นตอนที่ร่างและหัวของมันแยกออกจากกันแล้ว
“ทุกคน ฆ่ามั..”
ฉั๊วะ~!
กรงเล็บในมือของตงฟางกางออกจนสุดพร้อมกับร่างพุ่งเข้าหาระดับราชาวิญญาณจำนวนมาก ครั้งนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดไปได้ ทุกๆคนที่อ้าปากพยายามจะร้องตะโกนสั่งการกลับถูกเขาเคลื่อนไหวเข้าไปใกล้แล้วฉีกกระชากคอของมันจนหัวและตัวขาดสะบั้นไม่เหลือชิ้นดี
“ฆ่า ฆ่ามัน~!”
ตู้ม บรึ้ม บู้ม~!
เสียงโจมตีด้วยทักษะดังสะท้อนไปทั่วทางเดิน ถึงอย่างนั้นพลังวิญญาณมากมายที่มากับทักษะกลับไม่สามารถกระจายไปตามทางเดินได้เพราะพลังจิตที่ตงฟางกางปิดทางเข้าออกเส้นทางนี้เอาไว้ ป้องกันพลังโจมตีไม่ให้เล็ดลอดไป แม้จะมีคนรู้ว่ามีการโจมตีเกิดขึ้นรุนแรงแต่จะไม่มีใครเข้ามาช่วยได้ เพราะพลังวิญญาณของทักษะถูกปิดกั้น มีเพียงแค่เสียงสะท้อนเท่านั้นที่ส่งไปทั่วทางเดิน ยากจะตามเสียงสะท้อนเหล่านั้นกลับมา
“ตะ..ตงฟาง ปล่อย ปล่อยข้า..”
ฉั๊วะ~!
ร่างของระดับราชาวิญญาณถูกฉีกกระชากบริเวณคอทุกๆคนจนกลายเป็นศพสภาพเหมือนกัน ตงฟางที่เหลือระดับราชาวิญญาณเอาไว้ 3 คน จึงสะกดจิตพวกมันทันทีเพราะอยากรู้ว่าภารกิจในครั้งนั้น ทำไมพวกมันถึงไม่ตามหาเขาใต้หุบเหว
“ตอบ ทำไมพวกแกถึงไม่ลงไปยืนยันศพข้าในวันนั้น” ตงฟางถามด้วยความโกรธ แม้อีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าเขาโกรธก็ตามเพราะมันกำลังถูกเขาควบคุมเอาไว้
“มีคำสั่งให้ถอย”
“ใครสั่งถอย” ตงฟางย่นคิ้ว
“เราไม่รู้ มีคำสั่งให้เราถอยห้ามลงมือต่อ”
“เพราะอะไร”
“เราไม่รู้”
“แล้วตอนนี้พวกแกยังตามหาข้าอยู่ไหม”
“ไม่ ไม่มีภารกิจให้ตามหา ทุกอย่างเกี่ยวกับตงฟางถูกยกเลิก” ตงฟางเริ่มสงสัย เขาไม่เชื่อว่าคนที่สั่งลงมือฆ่าเขาจะสั่งถอยง่ายดายโดยไม่มีสาเหตุ
“เพราะอะไร”
“เราไม่รู้ มีเพียงคำสั่งห้ามเข้าไปยุ่งกับตงฟางเท่านั้น”
“ใครบ้างถูกสั่งห้ามยุ่งกับข้า”
“ทุกคนที่อยู่ในการปกครองของปราสาทจัพรพรรดิเทียนหยวน”
ตงฟางเริ่มย่นคิ้ว เขาพอจะนึกบางอย่างได้แล้วว่าทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยกเลิกตามล่าเขา
“มีชายที่ชื่อหลี่หยุนเดินทางไปเมืองหลวงใช่หรือไม่ พวกแกเจอเขาหรือเปล่า”
“เราไม่เจอ มีเพียงแค่เรื่องเล่าระหว่างที่เราไม่อยู่”
“เล่ามา”
“ชายที่ชื่อหลี่หยุนเดินทางไปยังเมืองหลวง เขาได้ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ขนาดใหญ่ที่ประตูทิศตะวันตกของเมืองเพื่อเรียกจักรพรรดิ”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น”
“เขาสั่งให้จักรพรรดิเลิกยุ่งกับคนที่จักรพรรดิกำลังยุ่ง จักรพรรดิจะยุ่งเกี่ยวได้ก็ต่อเมื่ออายุของคนที่ยุ่งครบ 20 ปีเท่านั้น”
“มีข่าวอะไรอีกบ้าง”
“เขาจะไม่ทำลายเมืองหลวง หากจักรพรรดิทำตามข้อตกลงของเขา จากนั้นเขาก็หายไป ไม่มีใครตามหาเขาเจอ”
“แล้วเขาได้พูดอะไรกับจักรพรรดิไหม”
“พูด จักรพรรดิพยายามให้เขารับผิด แต่เขาบอกมันไม่ยุติธรรม จึงบอกให้จักรพรรดิควักลูกตาทั้งสองข้างและดึงวิญญาณยุทธ์คู่ออกมาจากหลานของจักรพรรดิ”
“แล้วผลเป็นอย่างไร”
“จักรพรรดิเปลี่ยนเรื่อง สุดท้ายเรื่องที่พวกเขาคุยกันจึงเป็นข้อเสนอที่ห้ามให้ยุ่งเกี่ยวกับชายคนหนึ่งจนกว่าอายุจะครบ 20 ปี”
กร็อก~!
ตงฟางฆ่าชายทั้ง 3 ทิ้งแล้วเริ่มเรียบเรียงสิ่งต่างๆ พร้อมกับเร่งแผนการของเขาเล็กน้อย ดูท่าเขาคงไม่สามารถตามล่าหาพลังได้ตามเป้าหมายที่พูดกับตาแก่หลี่หยุนเอาไว้
หากเขาตามล่าพลังจนอายุ 20 ปี เขาจะต้องถูกโจมตีอย่างหนักแน่นอน จากเดิมที่คุยกับตาแก่หลี่หยุนว่าจะเดินทางไปเมืองหลวงตอนอายุ 20 ตงฟางต้องเปลี่ยนเป็นอายุ 19 เขาจะใช้ระยะเวลาที่ข้อเสนอของพ่อตัวเองทำเอาไว้กับจักรพรรดิ สร้างสถานที่ปลอดภัยของตัวเองขึ้นมา
วูฟ~!
เลือดและวิญญาณของระดับราชาวิญญาณทั้ง 50 วิ่งเข้ามาสัมผัสกับผิวหนังของตงฟางก่อนจะซึมซับเข้าไปเป็นพลังงาน ภายใต้การดูดเลือดและดูดวิญญาณตงฟางต่างยิ้มหน้าบาน เมื่อร่างกายและพลังวิญญาณของเขาก้าวกระโดด
บู้ม~!
“ผันแปรวิญญาณขั้น 1 ส่วนความแข็งแกร่งร่างกายเป็นขั้น 5”
ตงฟางหัวเราะด้วยน้ำเสียงดีใจ แต่เขาดีใจมากกว่าระดับพลังวิญญาณเลื่อนมาเป็นผันแปรวิญญาณ คือการฟื้นฟูวิญญาณยุทธ์ของเขาเอง ตอนนี้เศษวิญญาณยุทธ์ที่เคยมี 3 ชิ้นมันรวมกันเหลือเพียงแค่ 2 ชิ้นเท่านั้น เพียงแค่เขาเจอสมุนไพรฟื้นฟูวิญญาณอีก 1 ชนิด หรือจะอดทนทำให้ระดับตัวเองเป็นระดับราชาวิญญาณ เขาก็จะใช้งานวิญญาณยุทธ์เหมือนคนอื่นๆได้
“ฮ่าๆๆ เลือดและวิญญาณระดับราชาวิญญาณ ยังไงก็ดีกว่าระดับผันแปร”
บู้ม~!
ร่างของตงฟางพุ่งไปด้วยความรวดเร็วมุ่งหน้าออกจากสุสาน เขาจำเป็นต้องกลับไปให้ทันงานหลอมยาที่กำลังจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้