บทที่ 11 ละทิ้งความคิดที่จะมีลูก
หลังจากนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาหนึ่งคืนเต็ม วันรุ่งขึ้นเยี่ยเจียก็ไข้ลด ฟู่อวิ่นซางจึงอนุญาตให้เธอกลับบ้านได้
เมื่อขึ้นรถ ฟู่อวิ่นซางก็รอให้เยี่ยเจียคาดเข็มขัดนิรภัยก่อนจากนั้นจึงสตาร์ตรถ เขามองไปข้างหน้าพลางพูดว่า “ไข้ของคุณเพิ่งลด ที่บ้านไม่มีใครดูแล ผมจะส่งคุณกลับไปบ้านหลังเก่า”
“อื้ม ได้ค่ะ” เยี่ยเจียตอบรับอย่างเชื่อฟัง
แม้จะต้องกลับไปบ้านหลังเก่า แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเธอกลัวแม่สามีของเธอ
ที่จริงแล้ว ถึงแม่สามีจะไม่ชอบเธอ แต่ก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อเธอในทางที่เลวร้าย
อย่างครั้งนี้ที่เธอป่วย เธอได้โทรหาแม่สามี หลังจากที่แม่สามีสอบถามอาการอย่างละเอียดแล้ว ก็บอกให้ฟู่อวิ่นซางไปดูแลเธอ
เมื่อเห็นเยี่ยเจียแสดงสีหน้าไม่สู้ดี ฟู่อวิ่นซางก็เข้าใจความรู้สึกของเธอจึงพูดขึ้นอีกว่า “ถ้าคุณไม่อยากกลับบ้านหลังเก่า ผมให้พี่สะใภ้อู่ไปดูแลคุณได้นะ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ฉันกลับไปที่นั่นก็ได้”
ถึงยังไง เธอก็อยู่แค่คืนนี้เท่านั้น พรุ่งนี้เช้าเธอก็ต้องไปทำงานแล้ว
สาเหตุหลักที่เยี่ยเจียตัดสินใจกลับบ้านหลังเก่า เพราะรถกำลังวิ่งมาทางเส้นนั้นอยู่แล้ว เธอรู้ว่าฟู่อวิ่นซางยังมีงานต้องทำอีก จึงไม่อยากรบกวนเวลาเขามากไปกว่านี้
“กลับไปถึงแล้วอยู่แต่ในห้องก็พอ ถ้าแม่ถามเื่ลูก คุณก็ไม่ต้องสนใจเธอ” ฟู่อวิ่นซางเตือนเธอเสียงเรียบ
เขากังวลว่าเยี่ยเจียจะถูกแม่ของเขาถามถึงเื่การมีลูก และเธอไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร
เยี่ยเจียหันมามองเขา “ไม่เป็ไรหรอก คุณไม่ต้องกังวลเื่ฉันหรอก ตอนนี้ร่างกายของฉันพร้อมจะตั้งครรภ์แล้ว ถ้าแม่ถามถึงเื่นี้ ฉันจะบอกเธอว่าเรากำลังเตรียมตัวจะมีลูกแล้ว พ่อแม่ของเรา้าลูกหลานมานานแล้ว ถ้ารู้ว่าเรากำลังเตรียมตัวจะมีลูก พวกเขาคงจะดีใจมาก”
“ละทิ้งความคิดที่จะมีลูกไปซะ” ฟู่อวิ่นซางยังคงมองตรงไปข้างหน้า เปิดปากพูดออกมาอย่างชัดเจน
เยี่ยเจียมองเขาด้วยความประหลาดใจ เธอไม่ค่อยเข้าใจจึงถามออกไปว่า “ทำไมล่ะ ไม่ใช่ว่าคุณบอกแม่ไปเมื่อครั้งก่อนแล้วเหรอว่าคุณอยากจะมีลูกช้าหน่อย”
เธอรอนานครู่หนึ่ง แต่ฟู่อวิ่นซางก็ยังไม่ยอมตอบเธอ
เมื่อมองดูใบหน้าหล่อเหลาของฟู่อวิ่นซางจากทางด้านข้าง สีหน้าของเขากลับดูเรียบเฉย เธอไม่เห็นอารมณ์ใด ๆ ผ่านใบหน้าของอีกฝ่ายได้เลย
เยี่ยเจียไม่เคยเข้าใจเขา และไม่สามารถเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่เขาบอกเธออย่างกะทันหันว่าจะไม่มีลูก
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยพูดกับเธอเลยว่าจะมีลูกหรือไม่ เวลาทำเื่บนเตียงด้วยกันเขามักจะใช้ถุงยางอนามัยอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยง่ไข่ตกของเธอ เธอรู้ว่าเขากลัวที่จะมีลูกและเป็ภาระกับเธอ
แต่เขาก็บอกกับพ่อแม่ของตัวเองว่าจะมีลูกในภายหลัง ไม่เคยบอกว่าจะไม่มีลูกเลยสักคำ
เขาบอกเธอเพียงว่าเขายังไม่มีแผนที่จะมีลูก
สรุปคือเขาไม่อยากให้เธอมีลูกให้เขาอย่างนั้นเหรอ?
ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
ฟู่อวิ่นซางสวมหูฟังบลูทูธและรับสาย “อืม ได้สิ ผมจะไปถึงในอีกครึ่งชั่วโมง”
“เื่งานเหรอคะ?” เยี่ยเจียถามหลังจากเขาวางสายไปแล้ว
ฟู่อวิ่นซางตอบด้วยเสียงเ็า “อืม”
แม้จะตอบแค่คำว่า ‘อืม’ แต่เยี่ยเจียก็รู้สึกเย็นะเืขึ้นมาในหัวใจ
เธอเห็นหน้าจอแสดงหมายเลขโทรเข้า และได้ยินเสียงผู้หญิงจากปลายสายด้วย
เธอปกปิดความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้ จากนั้นก็พูดอย่างสุภาพและอ่อนโยนกับสามี “งั้นคุณไปทำงานกันเถอะ จอดรถให้ฉันลง ฉันจะเรียกแท็กซี่กลับไปเอง”
ฟู่อวิ่นซางคิดหนักไปสองสามวินาที จากนั้นก็ชะลอรถและจอดริมถนนอย่างช้า ๆ
“ถ้าคุณขึ้นรถแล้วให้โทรหาผม ต่อไปถ้ามีกรณีที่ผมไม่รับสายคุณ ก็ให้โทรมาที่เบอร์ทำงานของผมแทน ผมจะส่งเบอร์ทำงานให้คุณ และคุณก็รอรถตรงนี้อย่าวิ่งวุ่นไปไหน และระวังตัวดี ๆ ด้วยล่ะ”
เขาขมวดคิ้วพร้อมกับเตือนเธอเสียงเข้ม