ตอนที่ 3
เมื่อได้รับรู้แล้วว่าของที่เธอมีในแหวนมิตินั้น สามารถที่จะทำให้เธอสามารถอยู่ได้ โดยไม่ได้ลำบากมากนัก เพราะอย่างน้อยที่นี่ก็ไม่เหมือนกับที่ ที่เธอจากมาสักเท่าไร อย่างน้อยก็ทำให้เธออุ่นใจไปได้บ้าง
เมื่อคลายความรู้สึกกดดันไปแล้ว ซีฟางหรู จึงได้หยิบอาหารที่สามารถกินได้ง่ายออกมากิน คือขนมปังกับนม หลังจากนั้นจึงได้กินยา เพื่อที่ร่างกายนี้จะได้ฟื้นฟูเสียที เนื่องจากอ่อนแอจากการตรอมใจและไม่ได้กินอาหารมาหลายมื้อแล้ว ทุกคนคงจะคิดว่าเ้าของร่าง้าเรียกร้องความสนใจ และถ้าหิวก็คงจะออกมาหาอะไรกินเอง คงไม่ได้รับรู้เลยสักนิดว่าลูกสาวที่ตัวเองไม่ได้สนใจนั้น ไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้แล้ว ส่วนเธอเองก็ไม่ได้ผูกพันกับพวกเขา จึงไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ถ้าเป็เ้าของร่างจริงๆ ก็คงไม่พอใจเสียมากกว่า
เมื่อกินอาหารและยาไปแล้วจึงได้นอนหลับไป และตื่นอีกครั้งเนื่องจากมีเสียงเคาะประตูเสียงดัง และได้ยินเสียงเรียกชื่อของเ้าของร่างนี้
"ฟางหรู ฟางหรู ลูกจะอยู่แต่ในห้องอย่างนี้หรือ ออกมาจากห้องได้แล้ว คิดจะเรียกร้องความสนใจไปถึงไหนกัน"
ได้ยินเสียงเรียก น่าจะเป็เสียงของแม่ของเ้าของร่าง ที่พูดออกมา ไม่มีสักคำที่จะถามด้วยความเป็ห่วง หรือสงสัยว่าลูกสาวของตัวเองจะเป็อะไรหรือเปล่า ช่างน่าเศร้าสำหรับคนที่ตายไปแล้วจริงๆ เป็แม่ที่แย่มาก ถ้าไม่อยากรักหรือเอาใจใส่จะมีลูกคนนี้ไว้ทำไมกันนะ
"ฟางหรู ฟางหรู ออกมากินข้าวได้แล้ว อย่ามาทำอย่างนี้ เดี๋ยวจะมาตายในบ้านของฉัน ถ้าจะตายก็ไปตายที่อื่น อย่าชักช้า ทุกคนรอกินข้าวอยู่"
คิดว่าทำอย่างนี้จะเรียกร้องความสนใจอย่างนั้นหรือ ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน คิดว่าจะมีใครที่จะไปสนใจกัน ลูกสาวที่ไม่ได้เื่คนนี้ มีก็เหมือนไม่มี อีกไม่นานก็จะได้ออกไปจากบ้านหลังนี้เสียที ให้หาสามีที่ชนบทแต่งงานอยู่ที่นั่นไปเลยยิ่งดี เธอขอมีลูกแค่สองคนที่เป็ที่รักของครอบครัวก็เพียงพอแล้ว
ซีฟางหรู จึงได้ลุกขึ้น แม้ร่างกายนี้จะดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่มีแรงอยู่ดี เนื่องจากไม่ได้กินอาหารหลายมื้อแล้ว เมื่อจัดการตัวเองเสร็จแล้ว จึงได้เดินไปที่โต๊ะอาหาร และก็เห็นทุกคนนั่งรออยู่ และกำลังมองด้วยความไม่พอใจที่เธอนั้นเดินมากินอาหารช้า
"ทำไมถึงไม่รู้เวลา แล้วไม่คิดจะเรียกร้องความสนใจอีกแล้วหรือ"
แม้จะใกับสีหน้าที่ซีดเผือดของลูกสาว ที่ดูก็รู้ว่าไม่สบาย แต่ด้วยความที่ไม่ได้ชอบลูกสาวคนนี้ทำให้มองข้ามไปอย่างไม่สนใจเลยสักนิด
"คุณอย่าโมโหไปเลยค่ะ คงจะอยากเรียกร้องความสนใจจากพวกเราอีกตามเคย"
ส่วนสองพี่น้องมองคนที่เป็น้องสาวและพี่สาวอย่างไม่ได้สนใจอะไร เพราะรู้ว่าอีกคนไม่เป็ที่้าของครอบครัว และไม่อยากให้แม่และพ่อโกรธ
"ขอบคุณนะคะที่พ่อกับแม่เป็ห่วงกันขนาดนี้ ดูเหมือนกับฉันไม่ใช่ลูกสาวของพ่อและแม่ แม้แต่ลูกสาวคนนี้ป่วยจนลุกออกมาไม่ไหว แต่กลับไม่มีคนที่จะสนใจ แต่กลับคิดว่า้าเรียกร้องความสนใจ มีอะไรที่ต้องอยากเรียกร้องความสนใจจากพวกคุณกัน เพราะฉันก็รู้อยู่แล้วว่าพวกคุณไม่สนใจอะไรทั้งนั้น"
เธอไม่ได้อยากเรียกร้องความสนใจจากพ่อและแม่ที่ใจดำอย่างนี้เสียหน่อย คนที่้าได้ตายจากพวกคุณไปแล้ว และถ้าพวกคุณรู้ก็คงจะดีใจไม่น้อยเลย
"นี่แกกล้าเถียงพ่อและแม่อย่างฉันอย่างนั้นหรือ"
"แล้วที่ฉันพูดมันผิดหรือเปล่าคะฉันว่าพวกคุณคงจะรู้ใจตัวเองดี"
"แล้วยังไง สิ่งที่แกทำมันเป็อย่างนั้นไม่ใช่หรือ"
"ค่ะคงจะเป็อย่างนั้น เพราะจริงๆ แล้วถ้าเลือกเกิดได้คงจะไม่เลือกเกิดมาเป็ลูกของพวกคุณทั้งสองคน แต่เป็พวกคุณทั้งสองคนเองไม่ใช่หรือที่ทำให้ฉันเกิดมา ถ้าจะโทษใครก็คงต้องโทษพวกคุณทั้งสองคนแล้วล่ะค่ะ"
"ฟางหรู น้องพูดแรงไปแล้วนะ พวกเขาเป็พ่อกับแม่ของพวกเรา"
"หรือคะ ฉันไม่เคยได้รับความรู้สึกนั้นเลยค่ะ พี่ชายกับน้องสาวคงได้รับความรู้สึกนั้น ส่วนฉันพวกเขาคิดว่าเป็ส่วนเกินของครอบครัวมาโดยตลอด ไม่ว่าจะตอนไหนก็ตามที"
"ใช่แม่คิดอย่างนั้นแล้วจะทำไม แต่ฉันก็เลี้ยงแกมาจนโต อย่างน้อยก็มีบุญคุณกับลูกอย่างแกไม่ใช่หรือ"
"แล้วแม่คิดว่าทำอย่างไรหรือคะถึงจะหมดสิ้นบุญคุณนั้นเสียที"
"แกแค่ไปชนบทแทนพี่ชายของแก และพ่อจะตัดขาดจากบ้านของเรา ต่อไปเราจะไม่ยุ่งกันอีก นี่เป็การแทนคุณที่ดีที่สุดแล้ว ต่อไปแกจะอยู่อย่างไรล้วนไม่เกี่ยวกับเราอีก"
"พ่อครับ แต่ว่าฟางหรูเป็น้องสาวของเรานะครับ พ่อจะตัดขาดกับน้องได้อย่างไรกัน"
"พ่อแกพูดถูกแล้ว ลูกไม่รู้หรือ ว่าตอนไปอยู่ที่ชนบทน้องของลูกอาจจะทำเื่ไม่ดี หรือว่าแต่งงานกับคนชนบทไป เราจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง ทำอย่างนี้เป็การดีที่สุดแล้ว"
ซีเต๋อฉุน แม้จะไม่เห็นด้วยกับพ่อและแม่ ถึงเขาจะไม่ได้รักน้องสาวคนนี้มากมายนัก แต่ก็เป็น้องสาวของเขาอยู่ดี การที่ตัดขาดไปอย่างนี้ ไม่เท่ากับปล่อยน้องสาวของเขาให้ออกไปเผชิญชีวิตข้างนอกคนเดียวอย่างนั้นหรอกหรือ แต่เมื่อคิดถึงเหตุผลที่แม่บอกก็ทำให้ความเห็นแก่ตัวที่มีอยู่เกิดขึ้นมาทันที เพราะเขาไม่อยากให้มีเื่เดือดร้อน เพราะเขาเป็คนเมือง
"ใช่ค่ะพี่เต๋อฉุน อย่าลืมนะคะเรามีทะเบียนบ้านในเมือง ถ้ามีเื่เสียหายของพี่สาวฉันจะหาสามีที่ดีได้อย่างไรกันคะ"
เธอไม่ชอบพี่สาวคนนี้ ถึงแม้จะไม่ได้รับความรักจากพ่อและแม่ แต่หน้าตาที่ดีกว่าเธอมากมายทำให้เธออดที่จะอิจฉาไม่ได้ จึงหาเื่ใส่ร้ายเป็ประจำ และมักจะโดนลงโทษ ซึ่งทำให้เธอสะใจมาก
"ไม่ต้องเถียงอะไรทั้งนั้น ก่อนที่จะเดินทางเดี๋ยวพ่อจะจัดการทำหนังสือตัดขาดให้เรียบร้อยส่วนทะเบียนบ้านต้องย้ายไปที่ชนบทอยู่แล้ว ต่อไปก็ต้องเป็คนชนบท เพราะพ่อจะไม่รับเข้าทะเบียนบ้านของเราอีก เพราะได้ตัดขาดกันแล้ว มีเื่อะไรก็ไม่ต้องกลับมาขอร้องกันอีก"
ซีฟางหรู มองพ่อกับแม่และทุกคนที่้าไล่เธอออกจากครอบครัวด้วยความเจ็บช้ำ น่าจะเป็ความรู้สึกข้างในลึกๆ ของเ้าของร่างเดิม คงจะรู้สึกเสียใจมาก ที่พวกเขาไม่เห็นเธอเป็คนในครอบครัวเลยสักนิดเดียว ส่วนเธอได้แต่มองทุกคนด้วยสายตาเฉยชา เหมือนกับว่าทุกคนเป็คนอื่นและไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะทำอะไร
แต่กลับเป็พวกเขาทุกคนต่างแปลกใจเสียมากกว่าที่ทุกคนคิดว่าจะได้เห็นอีกฝ่ายร้องไห้ฟูมฟายเสียใจ และขอร้องไม่ให้ตัดขาดกับเธอมากกว่า แต่สิ่งที่ได้เห็นคือความเฉยชา และมองพวกเธอเหมือนกับสมเพชมากกว่า จะเป็ไปได้อย่างไรกัน มันเหมือนกับคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่แล้วอย่างไรกันล่ะ ใครจะไปสนใจ เพราะไปอยู่ชนบทไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับมาเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็เหมือนกับเป็คนอื่นอยู่ดี สู้ตัดขาดไปอย่างนั้น เป็สิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว
"ดีแล้วล่ะค่ะ ทุกคนคิดถูกแล้ว ต่อไปเราจะได้กลายเป็คนแปลกหน้าต่อกัน ถ้าเจอกันก็ถือเสียเวลาไม่รู้จักกันก็แล้วกันค่ะ เพราะเราได้ตัดขาดกันไปแล้ว"
"ดี ดี พูดได้ดี ต่อไปก็ถือเสียว่าเราไม่รู้จักกันอีก ไม่ต้องมากตัญญู เพราะพวกเราไม่้า"
"ฉันรู้แล้วค่ะ ต่อไปฉันจะถือเสียว่าไม่มีครอบครัวแล้ว"
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )