บทที่ 30: งานเลี้ยงล่าสัตว์หลวง
เสียงแตรเขาควายศึกขนาดใหญ่แผดร้องคำรามก้องสะท้านเลื่อนลั่นไปทั่วเขตรักษ์หลวงอันกว้างใหญ่ไพศาลขององค์จักรพรรดิ ทหารหลวงสวมเกราะเหล็กแวววับนับหมื่นนายจัดกำลังลาดตระเวนตรึงกำลังรายล้อมแนวป่าเขาที่ต้นไม้สูงเสียดฟ้าสลับซับซ้อน ธงมังกรทองและธงพญาหงส์โบกสะบัดไสวพริ้วตามสายลมยามเช้าอันสดใส กองคาราวานของเหล่าขุนนางตั้งเต็นท์ไหมสีทองยักษ์พรมแดงตระการตา กลิ่นสุราเหล้าและหมูป่าอบโชยตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปตามลานจัดเลี้ยงหลวงสวรรค์
ฮ่องเต้ 'จีเฟิง' ประทับบนรถม้าศึกมังกรทองคำแผ่บารมีราชาเคียงข้างด้วยเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางใหญ่น้อย รวมถึงอัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่และหลี่เทียนที่คอยส่งสายตาอาฆาตแค้นมาที่ผมตลอดเวลาแววตาประดุจสัตว์ร้ายซุ่มซ่อน
ระหว่างการจัดเตรียมอาวุธ หลี่เทียนบุตรชายตัวดี of เสนาบดีก้าวเดินถือคันธนูเหล็กไหลดำหนักร้อยชั่งเข้ามาโม้โอ้อวดเสียงดังลั่น: *"วันนี้ข้าจะใช้คันธนูเหล็กไหลวิเศษนี้ยิงนกอินทรีปีกทองหล่อเหลาสยบทุกคนเพื่อคว้าอันดับหนึ่งและของรางวัลจากฮ่องเต้! ส่วนพวกเศษขยะหน้าขาวคอยเกาะผู้หญิงกินอย่างเจ้า คงทำได้แค่เก็บกิ่งไม้แห้งกลับบ้านล่ะมั้ง?!"*
ผมไม่ได้สนใจเสียงเห่าของสุนขข้างทาง โบกพัดกระดาษในมืออย่างเกียจคร้านกะล่อนโปรยยิ้ม โดยมีห้าสาวงามภรรยารักคอยห้อมล้อมปรนนิบัติอย่างชิดใกล้เหมยหลินคอยนวดไหล่ ไป๋หลิงประคองเหล้าชาทิพย์ เฉินฮวาคอยจัดเสื้อผ้า และซูเหยียนเจ้าสำนักน้อยหอโอสถหลวงภรรยาหมาด ๆ ของผมยืนเคียงข้างสวมชุดปราชญ์ปรุงยาขอบสีทองแดงเพลิงเน้นเนินอกอวบหยุ่นสะดุดสายตาผู้คนรอบข้างเป็นล้นพ้น
การปรากฏตัวของซูเหยียนในฐานะภรรยาคนใหม่ของผมสร้างความตื่นตลึงสะท้านและอิจฉาตาร้อนให้แก่เหล่าขุนนางหนุ่ม ๆ ทั่วทั้งลานจัดเลี้ยงขุนนางต่างกระซิบเหน็บแนมปนสงสัย: *"นั่นมันท่านเจ้าสำนักน้อยหอโอสถหลวงผู้เย็นชามิใช่รึ?! เหตุใดนางจึงส่งยิ้มอ่อนหวานโอนอ่อนคลอเคลียข้างกายไอ้ขยะเซียวเฉินหน้าขาวไร้ประโยชน์ได้ปานนี้?! มันเล่นคุณไสยมนต์รักหรืออย่างไรกัน?!"*
ผมได้ยินคำเหน็บแนมก็สะใจยิ่งนัก แสร้งยื่นมือลูบไล้สะโพกงามงอนของซูเหยียนเบา ๆ โชว์สบสายตากวนประสาทพวกมัน: *"ฮ้อ... ล่าสัตว์ล่าสัตว์อะไรกันเนี่ย น่าเหนื่อยยากชะมัดเลยโว้ย นอนกินส้มกินองุ่นใต้ร่มไม้จวนหยกขาวให้เมียรักป้อนสลัดรักยังจะสนุกกว่าตั้งเยอะเลยจ้ะเมียจ๋า"* ซูเหยียนหน้าแดงซบแก้มอุ่นข้างบ่าข้าทำเอาชายหนุ่มขุนนางและหลี่เทียนเจ็บกระดองใจหัวใจร้าวระทึก
จีเสวี่ยยิ้มบางเบาก้าวเดินตรงเข้ามาแอบกระซิบข้างหูข้าด้วยความห่วงใย: *"สามีรัก... วันนี้ท่านต้องระวังตัวให้ดีนะจ๊ะ ข่าวกรองสายลับบอกว่าพวกอัครเสนาบดีหลี่แอบลักลอบจ้างวานนักฆ่าอสูรนอกด่านแฝงเข้ามาล่าสังหารในเขตป่าชั้นในเพื่อลงมือขั้นเด็ดขาด"*
ข้าลูบแก้มอุ่นของนางปลอบประโลม: *"ไม่ต้องห่วงจ้ะองค์หญิงรักของสามี ถ้าพวกมันกล้าเสนอหน้าเข้ามาหาเรื่อง สามีจะกวาดแต้มระบบและเตะพวกมันส่งลงนรกจนสะใจไปเลยโว้ย!"*
ขบวนล่าสัตว์เคลื่อนเข้าสู่เขตป่าดิบชื้นชั้นในที่ต้นไม้โบราณบดบังแสงแดดจนดูสลัวรางพรางตา อากาศรอบข้างเริ่มเย็นเยียบและส่งกลิ่นอายควันพิษลึกลับ ทันใดนั้น!
[ ติ๊ง! ]
[ เตือนภัยฉุกเฉิน: ตรวจพบศัตรูนักฆ่าอสูรนอกด่านซุ่มโจมตีจำนวน 100 นาย! ]
[ ระดับการบ่มเพาะ: ก่อตั้งรากฐานขั้นปลาย และยอดฝีมือแกนทองคำขั้น 3 ถึง 5! ]
[ เป้าหมาย: ลอบสังหารฮ่องเต้จีเฟิงและป้ายสีใส่ตระกูลลู่ล้างมังกร! ]
*ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!*
ลูกธนูเหล็กไหลอาบยาพิษนับร้อยดอกพุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบปะทะแทงคุ้มยามทหารหลวงล้มคว่ำแตกกระเจิงร้องครางระงมโกลาหล พวกองครักษ์ส่วนตัวของเสนาบดีหลี่กลับพากันล่าถอยปล่อยล้อรถม้าฮ่องเต้โดนล้อมกรอบประชิดตัวทันทีท่ามกลางเสียงคำรามลั่นป่า
"โฮก!"
พวกกกบฏนักฆ่าปลดปล่อยพลังปราณอสูรควบคุมเรียก **"เสืออสูรโลกันตร์ยักษ์"** ขนาดสามวาที่มีเพลิงอัคคีลุกท่วมร่างพุ่งกระโจนข้ามสิ่งกีดขวางกางกรงเล็บแหลมคมตรงเข้าหาทั่งราชรถของฮ่องเต้จีเฟิงหวังขยี้กะโหลกให้แหลกพินาศในกรงเล็บเดียว ฮ่องเต้ที่โรคชรากำเริบร่างขยับตัวช้าเบิกตากว้างหวาดกลัวสุดชีวิต จีเสวี่ยพยายามพุ่งกายเข้าไปขวางปัดกระบี่สู้สุดฤทธิ์ทว่าพลังยุทธ์ยังไม่ฟื้นตัวเต็มร้อย
"บ้าชะมัด... เมียรักเดือดร้อน สามีต้องออกโรงวาดลวดลายปืนสยบสัตว์โง่เง่าแล้วโว้ย!"
ผมบ่นงึมงำอย่างรวดเร็ว คว้าจับคันธนูไม้ธรรมดาของทหารหลวงที่ตกอยู่ใกล้เท้า ขยับดึงสายธนูขึ้นพาดลูกธนูไม้ทั่วไป โคจรพลังลมปราณสีม่วงทองระดับแกนทองคำขั้น 2 อัดแน่นประจุเข้าสู่ตัวลูกธนูไม้กลายเป็นลูกศรแสงสลักลายมังกรม่วงส่องประกายพุ่งฝ่าอากาศปะทุเสียงฟ้าร้องคำรามก้องสะท้านฟ้าพัดกระแทกจนใบไม้ป่าร่วงกระจายฝุ่นดินปลิวว่อนกวาดขยะรอบด้านลบล้างพลังงานอธรรมรอบข้างจนหมดสิ้น
*ฟิ้วววว!*
ลูกธนูไม้ธรรมดาถูกปล่อยจากสายแล่นแฉลบฝ่าอากาศเร็วกว่าเสียงดังสนั่นเกิดคลื่นระเบิดลมพุ่งตรงเข้าเจาะทะลวงหน้าผากเสืออสูรโลกันตร์ยักษ์อย่างแม่นยำทะลุท้ายทอยปักคาหน้าผาหินผาเบื้องหลังปานเสียงฟ้าผ่าตายคาที่ in พริบตาเดียว สะกดจิตใจนักฆ่ากบฏสัญจรล้มพับคาที่ด้วยความตกใจตะลึงเบิกตากลัวตายสั่นเทา
พวกนักฆ่ากบฏแกนทองคำขั้น 5 ดาหน้ากรูเข้าใส่ผมด้วยความแค้น: *"ฆ่าไอ้ขยะเซียวเฉินก่อน!"*
พวกมันเงื้อดาบฟาดใส่ผมพร้อมกัน ทว่าดาบเหล็กกล้ากลับหักสะบั้นบิดเบี้ยวทันทีเมื่อสัมผัสผิวหน้าอกของผม ข้าแสยะยิ้มกะล่อนคว้าหัวนักฆ่าสองคนโขกกระแทกกันจนสมองไหลสลบเหมือดคาฝุ่นป่ายึดด่านสยบราบคาบ
ทว่าในจังหวะนั้น ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้น 1 ที่แอบซุ่มซ่อนอยู่เบื้องหลังอัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่ ร่ายค่ายกลมืดสลักดินปะทุระเบิดดินถล่ม **"ค่ายกลพสุธาทลาย"** ปะทุระเบิดดังสนั่นใต้ล้อรถม้าฮ่องเต้ส่งผลให้แผ่นดินถล่มร้าวเป็นเหวลึกขนาดยักษ์กลืนกินร่างฮ่องเต้และจีเสวี่ยให้ดิ่งร่วงหล่นลงสู่เหวหมอกลึกใต้ดินทันควันชั่วอึดใจ!
"เสวี่ยเอ๋อร์!" ผมแผดเสียงตะโกนกระโจนตัวละลิ่วลอยดิ่งดิ่งหล่นตามลงไปในเหวหลงลืมความขี้เกียจ กางแขนออกโอบกอดรัดเอวกิ่วนุ่มขององค์หญิงใหญ่จีเสวี่ยดึงเข้ามารวบกอดซบอกแน่นหนา ใช้แผ่นหลังผิวกายาอมตะตรากตรำทนทานของตนเองบล็อกชนกระแทกกิ่งไม้ใหญ่และก้อนหินผาที่ลอยละลิ่วร่วงหล่นชนเสียงดัง *เคร้ง! โครม! เปรี้ยง!* เพื่อปกป้องนางอย่างลึกซึ้งห่วงใยจนกระทั่งถึงก้นเหว
*ร่างของพวกเราร่วงหล่นผ่านม่านหมอกหนาทึบและปะทะกระแทกกิ่งก้านใบไม้ตกลงสู่พื้นถ้ำศิลาอุ่นใต้หุบเขาดังโครมใหญ่เสียงดังลั่นสะท้าน...*
ผมครางงึมงำพยุงกายตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดที่มีไอร้อนจากตาน้ำพุร้อนอุ่นระเหยลอยละมุนปกคลุมถ้ำศิลาหยก กายขององค์หญิงจีเสวี่ยยังนอนซบทับอยู่บนร่างเปลือยช่วงบนของผมที่คลุมผ้าขาดรุ่งริ่ง หน้าอกกลมโตตั้งเต้าของนางเบียดทับหน้าท้องแบนราบของผม ลมหายใจอุ่นระบายรดลำคอ ขาอ่อนของนางพาดทับขาข้าชวนหวิวไหว
มือขวาของข้าแอบจับนวดบีบเค้นเนื้อนุ่มเนินอกใหญ่ของนางเต็มไม้เต็มมือชวนเคลิบเคลิ้มหื่นกะล่อนอย่างเมามันไร้ผู้คน
"โอ๊ย... เจ็บหลังชะมัดเลยจ้ะองค์หญิงใหญ่รักของสามี... อ๊ะ! แต่ว่าหน้าอกเจ้านี่นุ่มลื่นสู้มือดีเด็ดสุด ๆ ไปเลยโว้ยจ้ะ!" ผมขยิบตากล่าวทะลึ่งกะล่อนหยอกเย้านางในความมืดที่ไร้ผู้คนรบกวนเตรียมนัดศึกใหญ่ปราบรักถ้ำศิลาล่าสัตว์ร้อนรุ่มสะท้านทรวงแน่นอนจ้ะคุณองค์หญิงสุดสวย! คืนนี้แหละสามีจะบำบัดรักสลัดสะโพกให้เจ้าเดินไม่ได้เลยโว้ย! รสสวาทน้ำพุร้อนถ้ำหินนี้ช่างโรแมนติกเหมาะแก่การทำเรื่องลามกสัปดนชาร์จพลังเตียงร้อนสยบองค์หญิงให้เป็นเมียรักสยบความหนาวเย็นเป็นบ้าเลยโว้ย! ข้าพร้อมปฏิบัติการยึดหัวใจราชธิดาและแอบจูบสัมผัสความเสียวซ่านลึกซึ้งในถ้ำร้อนค่ำคืนนี้ยาว ๆ แน่นอนโว้ยจ้ะพี่น้อง! พวกเรากวาดทรัพย์เสร็จก็นั่งรถม้ากลับจวนหยกขาวด้วยความสุขล้นหลาม คืนนั้นข้าฉลองชัยชนะขุดดินปล้นสมบัติโดยการกอดร่ายรำรักบนเตียงหลังเก่าบี้ขยี้สะโพกเหล็กไหลปั๊มเสียงครางลื่นสะเด็ดน้ำของเหมยหลินและไป๋หลิงไปจนเสร็จสมอารมณ์หมายสลับกะล่อนพราวเสน่ห์ พร้อมรอรับศึกใหญ่ในลานป่าล่าสัตว์หลวงพรุ่งนี้อย่างไม่กลัวเกรงเลยโว้ยจ้ะ! ข้าสัญญาว่าจะกุมอำนาจตลาดการค้าและนำชัยชนะอันยิ่งใหญ่มาประดับจวนสวรรค์ของพวกเราในวันพรุ่งนี้โว้ยจ้ะคุณภรรยาทุกคน! ข้ากระชับอ้อมกอดอิงแอบพิงนางแน่น รอยยิ้มกะล่อนของผมฉายชัดในถ้ำมืด แม้เราจะติดอยู่ใต้หุบเขาลึก แต่ด้วยแต้มมหาศาลจากระบบและกระเป๋าสามล้านตำลึงทองที่ปล้นตระกูลหลี่มาหยกๆ ข้าไม่มีความเดือดเนื้อร้อนใจเลยแม้แต่น้อยโว้ยจ้ะ! การมาล่าสัตว์หลวงวันนี้ช่างได้กำไรสวาทสองเด้งจริงๆ เลยโว้ยคุณภรรยาสุดที่รักของสามี! ข้าสัญญาว่าจะปกป้องและสร้างรังรักแสนสุขของเราสองคนสยบทุกอุปสรรคพสุธาในคืนนี้เลยจ้ะทูลหัว! แข็งใจไว้เถอะจ้ะ ยอดรักของเสี่ยวเฉินคนเดียวในดวงใจ! ข้าพานางอิงแอบอุ่นและปั้นศึกสวาทถ้ำศิลาอันแสนวิเศษตราบชั่วชีวิตเลยโว้ยจ้ะพี่น้อง!
(โปรดติดตามบทต่อไป...)