เจ้าแห่งออร่า

    บทที่ 30: สังหารจนสิ้นซาก

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

    บนท้องฟ้าดวงจันทร์กลมโตที่มีแสงสีน้ำเงินอมฟ้าส่องประกายสว่างไสวแขวนอยู่กลางนภาขนาดของมันใหญ่กว่าดวงจันทร์บน ดาวสีน้ำเงินไม่รู้กี่เท่ามันดูงดงามราวกับขนมไหว้พระจันทร์สีน้ำเงินที่เพิ่งออกใหม่

     

    บนพื้นดิน

    ซูเฉินสูญเสียแนวคิดเรื่องเวลาไปนานแล้วเศษซากรอบตัวเขาทับถมกันจนมองไม่เห็นพื้นดิน เนินเขาเดิมๆ หากมองจากระยะไกลคงกลายเป็นเพียงกองดินขนาดใหญ่กองหนึ่ง

     

    ตู้ม!

    แสงสายฟ้าสามสายวูบวาบ ในที่สุดมดแดงกลายพันธุ์ตัวสุดท้ายที่ยังสามารถขยับได้บนกองซากศพ ก็ถูกระเบิดด้วยลูกแก้วสายฟ้า

     

    -11800!

    ตัวเลขความเสียหายที่ทะลุหลักหมื่นปรากฏขึ้นแวบเดียว มดแดงกลายพันธุ์ก็หายไปจากจุดเดิม

     

    “มอนสเตอร์หายไปไหน?”

    ซูเฉินยังคงอยากจะลงมือต่อ แต่เมื่อมองไปรอบๆ เขาก็ไม่พบมดแดงแม้แต่ตัวเดียวบนเนินเขาแห่งนี้

     

    “ฆ่าหมดแล้วเหรอเนี่ย? ไม่เห็นราชินีมดออกมาเลยแฮะ หรือว่าข้าเผลอสังหารมันไปแล้ว?”

    ในชีวิตที่แล้วซูเฉินก็ไม่เคยเห็นราชินีมดออกมาเช่นกันเขาคิดว่าการกลายพันธุ์ครั้งนี้อาจจะทำให้เห็นมัน แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เห็นอยู่ดี

     

    .......

     

    ในเวลาเดียวกัน ใต้พื้นดินของเนินเขานั้น มดงานนับสิบตัวกำลังขุดอุโมงค์ใต้ดินอย่างบ้าคลั่งเพื่อออกไปนอกเนินเขาด้านหลัง มดงานเหล่านั้นพวกมันกำลังแบกไข่แมลงขนาดใหญ่เอาไว้ซึ่งเป็นไข่ที่กำลังบ่มเพาะราชินีมดตัวใหม่อยู่ส่วนมดงานที่เหลือก็พากันนำเสบียงที่สะสมไว้ติดตัวไปด้วย แน่นอนว่าตอนนี้พวกมันกำลังย้ายรังกนอยู่!

     

    นี่ไม่ใช่การตัดสินใจของราชินีมด แต่เป็นการตัดสินใจของเหล่ามดงานผู้ทรยศเหล่านั้นเพราะเมื่อตำแหน่งของราชินีมดถูกกำหนดแล้วด้วยขนาดตัวที่ใหญ่กว่ามดแดงทั่วไปหลายสิบเท่าเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะเคลื่อนย้ายได้อีกการย้ายรังครั้งนี้จึงต้องเป็นการทรยศของมดงานที่พา ราชินีมดที่เพิ่งเกิดใหม่ไปด้วย

     

    .......

     

    ฮู่วว!

    ซูเฉินหยุดลงเพื่อพักหายใจและรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวจนขี้เกียจจะขยับ จากนั้นเขาก็เปิดดูการแจ้งเตือนที่ไม่ได้อ่านก่อนหน้านี้

    ติ๊ง~ ออร่าปราดเปรียว อัพเลเวล! Lv5!

    ติ๊ง~ ออร่าทรหด อัพเลเวล!Lv5!

    ติ๊ง~ ออร่าโลหิตเดือด อัพเลเวล!Lv5!

    ติ๊ง~ ออร่าศรัทธา อัพเลเวล!Lv5!

    ติ๊ง~ ออร่าจิตกระจ่าง อัพเลเวล!Lv5!

    ติ๊ง~ ออร่าสายฟ้า อัพเลเวล! Lv5!

    ติ๊ง~ ออร่าเปลวเพลิง อัพเลเวล! Lv5!

    ติ๊ง~ ออร่าน้ำแข็ง อัพเลเวล! Lv5!

    ติ๊ง~ ออร่าธาตุ อัพเลเวล!Lv5!

    ติ๊ง~ ลูกแก้วสายฟ้า อัพเลเวล! Lv5!

    สกิลทั้งหมดถูกอัพเป็น Lv5!

     

    การอัพเลเวลสกิลจะแบ่งเป็นช่วงๆ ละ 5 เลเวล แค่การอัพจาก Lv4 เป็น Lv5 ก็ต้องใช้ค่าประสบการณ์ถึงขนาดที่ผู้เล่นเลเวล 20 ต้องใช้ในการอัพหนึ่งเลเวลเลยทีเดียวการที่ 10 สกิลถูกอัพเป็น Lv5 ในครั้งเดียวนั่นหมายความว่า ค่าประสบการณ์ที่ใช้ไปนั้นมากพอสำหรับผู้เล่นเลเวล 20 จำนวน 10 คนที่จะอัพเลเวลได้หนึ่งครั้งเลยทีเดียวลองจินตนาการดูว่าซูเฉินสังหารมดแดงกลายพันธุ์ไปกี่ตัว ถึงสามารถอัพสกิลทั้งสิบนี้ให้เป็นLv5 ได้ต่อเนื่องกัน

     

    “อื้อหือ ค่าประสบการณ์นี่มันสบายตาจริงๆ”

    ซูเฉินตกใจตัวเอง

    เขาโฟกัสแค่การใช้สกิลเพื่อเก็บเลเวล จนกระทั่งแถบค่าประสบการณ์มันยาวเกินไปจนต้องรีบกดใช้

     

    เมื่อดูแผงสถานะ

    เลเวล: 18

    พลังชีวิต: 252 (พื้นฐาน 100 หน่วย)

    เกราะป้องกัน: 576 (คาดการณ์ความเสียหายกายภาพลดลง 60%)

    หลบหลีก: 683 (คาดการณ์โอกาสหลบหลีกการโจมตี 65%)

    ความต้านทานสายฟ้า: 83% (ความเสียหายสายฟ้าลดลง 75% โดยปัจจุบันจำกัดสูงสุดที่75%)

     

    ......

     

    “เหลืออีกแค่สองเลเวล ก็จะสามารถเรียนรู้คุณสมบัติใหม่ได้แล้ว มดแดงนี่มันเป็นอะไรกันไปหมดวะ ไม่ไว้หน้ากันเลยเหรอ?”

    ซูเฉินมองค่าประสบการณ์ แล้วหันไปมองภูเขาฉีซานที่อยู่ไม่ไกล

     

    อสูรเมฆาบนนั้นให้ค่าประสบการณ์ที่ดี แต่มีจำนวนไม่มากในช่วงแรกนี้ มอนสเตอร์ชนิดไหนก็ไม่สามารถเทียบจำนวนกับมดแดงได้เดิมทีเขาคิดว่าการเพิ่มค่าประสบการณ์ จากการกลายพันธุ์จะทำให้เขาพุ่งไปถึง เลเวล 20 ได้ แต่ไม่คิดว่ามดแดงจะถูกสังหารจนสิ้นซากไปเสียก่อน

     

    “โชคดีที่มันเหลืออีกไม่มากเดี๋ยวค่อยไปหาอสูรเมฆาเพื่อเก็บให้ครบก็ได้”

    ซูเฉินคิดพลางบิดคอที่ปวดเมื่อยของเขา

     

    “ครั้งหน้ากลับเข้าเมืองคงต้องหาอุปกรณ์ ที่เพิ่มความทนทานกับพลังชีวิตซะแล้วตอนนี้เรื่องป้องกันไม่มีปัญหาเลย ความต้านทานสายฟ้าก็เกินขีดจำกัดไปแล้วต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายเพื่อให้การฟาร์มง่ายขึ้นหน่อย”

    ส่วนเรื่องความเสียหาย? ซูเฉินไม่ต้องกังวลเลย มอนสเตอร์เลเวล20 ตัวไหนจะมีพลังชีวิตทะลุหมื่นกัน?ยกเว้นบอส นอกนั้นก็คือโดนกวาดล้างจนสิ้น

     

    ขั้นตอนต่อไปคือการเก็บของที่ดรอป มดแดงไม่มีแก่นอสูร แม้ว่า ลูกแก้วสายฟ้าจะระเบิดมดแดงจนแหลก แต่เปลือกของมันก็คือแร่ มดแดงถึงแตกเป็นชิ้นก็ยังคงมีราคา

     

    แน่นอนว่าเขาต้องเก็บทั้งหมด!

    จากนั้นซูเฉินก็เริ่มเก็บกวาดจากใต้ฝ่าเท้าของตัวเอง

     

    ผ่านไปครู่หนึ่ง ซูเฉินก็เริ่มโยนของทิ้งไม่มีอะไรมาก นั่นก็เพราะช่องเก็บของของเขาเต็ม! ซากมดแดง20 ตัวต่อหนึ่งช่อง เศษซากก็เช่นกัน มดแดงใต้เท้าเขานี่นับยังไงก็ไม่น่าจะต่ำกว่าหนึ่งหมื่นตัวแน่นี่มันไม่เป็นการสิ้นเปลืองช่องเก็บของไปหน่อยเหรอ?

     

    “โว้ย!สงสัยว่าอาจารย์ที่ให้ภารกิจนี้มาตั้งใจจะแกล้งแน่ๆ ช่องเก็บของมีทั้งหมด 60ช่อง อย่างมากก็ใส่มดแดงได้แค่ 1,200 ตัวเท่านั้น!”

    ซูเฉินยังมีของอย่างอื่นอยู่ในกระเป๋าและต้องเผื่อที่ให้อสูรเมฆาอีก อย่างมากก็ใส่ได้แค่ 1,000 ตัวก็เต็มแล้ว

     

    “ให้ตายสิ! นี่มันไม่เท่ากับทุบหม้อข้าวตัวเองเหรอ?”

    ซูเฉินยัดของจนเต็มกระเป๋าแล้วแต่กองเศษซากมดแดงที่ซ้อนกันอยู่บนพื้นนอกจากจะดูยุ่งเหยิงขึ้นแล้วกลับไม่เห็นว่าปริมาณมันลดลงเลยแม้แต่น้อย

     

    ซากมดแดงทั้งตัวมีราคาอย่างน้อยสามสิบเหรียญเงินเศษซากก็คงประมาณสิบกว่าเหรียญเงิน ถึงแม้จะดูน้อย แต่เมื่อจำนวนเยอะๆ เข้ามันก็โคตรจะมีราคาเลย กองใต้เท้าเขานี่อย่างน้อยก็มีปริมาณเกินหมื่นตัวมีมูลค่าอย่างน้อยหลายพันเหรียญทอง ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนใหญ่เป็นมดแดงกลายพันธุ์ราคาย่อมสูงกว่าธรรมดาอาจจะขายได้ถึงหมื่นเหรียญทองเลยก็เป็นได้แปลงเป็นเงินจริงนี่คือทรัพย์สินกว่าร้อยล้านเลยนะ!

     

    ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ซูเฉินไม่มีเงินเลยหลังจากเปิดโรงประมูล เขาก็เหลือแค่สี่ร้อยกว่าเหรียญทองเท่านั้นจะให้โยนเงินหลายพันเหรียญทองทิ้งไว้บนพื้นได้อย่างไร

     

    “กลับไป...?”

    ซูเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ปฏิเสธความคิดนี้ทันที เวลานี้ ผู้เล่นที่เก็บ เลเวลได้เร็วที่สุดอาจจะเข้าเมืองไปแล้วการที่เขาจะกลับไปกลับมาหลายรอบก็คงไม่พอเวลาที่เสียไปก็เหมือนกับการเอาเงินไปให้คนอื่นเปล่าๆนี่มันไม่เท่ากับการทิ้งเงินสดเป็นร้อยล้านไว้กลางถนนแล้วพนันว่าคนอื่นจะไม่เก็บไปเหรอ?

     

    เมื่อคิดได้ดังนั้นซูเฉินก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที เขาพลิกมือเปิดบันทึกการทำธุรกรรมชื่อของหลิงรั่วเสวี่ยก็ปรากฏขึ้นมาทันที ถึงแม้จะไม่ได้เพิ่มเพื่อน แต่แค่มีชื่อก็สามารถติดต่อได้

     

    “นี่ ถึงเลเวล 10 หรือยัง?”

    หลิงรั่วเสวี่ยซึ่งกำลังเดินช้อปปิ้งอยู่ในเมืองเฮลซิงก์ตกตะลึงไปชั่วขณะ เธออยากจะเห็นจริงๆ ว่าไอ้บ้านี่เป็นใครถึงกล้าพูดกับเธอแบบนี้กัน

     

    “ซูเฉิน?”

    “ซูเฉิน!!!”

    หลิงรั่วเสวี่ยสะดุ้งโหยงทันที เธอรีบเปิดช่องแชทด้วยความตื่นตระหนก

    “เพิ่งถึง เลเวล 10! มีอะไรเหรอ?”

     

    “เคลียร์กระเป๋าซะ แล้วเดินไปที่ประตูทิศใต้ จากนั้นมาที่ภูเขาฉีซานเนินเขานี้ พิกัด XXX, XXX”

    ซูเฉินไม่ได้อธิบายอะไร เพียงแต่เสริมว่า

    “ไม่ให้ทำงานฟรีหรอก งานนี้ได้เงินแน่นอน”

     

    เงิน!?

    หลิงรั่วเสวี่ยนิ่งไปทันที ฉันน่ะเหรอที่ต้องการเงินของนาย?

    “เดี๋ยวไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

     

    คล้ายกับเรื่องเจ้าแห่งออร่า ที่คุณอ่าน