第四十七章
จื่อหลงใบหน้าดำมืดยากจะระงับโทสะที่เกิดขึ้น เขาจัดการคนไม่ต่ำกว่าสิบห้าคนจนหมดสิ้นภายในเวลาไม่นาน เลือดไหลนองผืนดินจนกลายเป็นสีคล้ำคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เขานึกอยากจะใช้กระบี่เสือกแทงเข้าไปยังหัวใจของไห่เปียวนัก จิตใจของคนผู้นั้นช่างหยาบกระด้างจนเกินไป ต่อให้เป็นศิษย์น้องก็ยังนับว่าให้อภัยยากแล้ว
"ไห่เปียวเอ๋ยจิตใจหยาบกระด้างของเจ้าคงมิอาจหวนกลับกลายเป็นมีเมตตาแล้ว เช่นนั้นจะกล่าวโทษข้าไม่ได้หากข้าจะลงมือจริงจังกับเจ้า"จื่อหลงเอ่ยคำออกมาหลังจากกวาดตาดูซากศพที่นอนระเกระกะอยู่บนพื้นดิน
"นายท่าน"
"ทางเจ้าเป็นอย่างไร"
"เรียบร้อยหมดแล้วขอรับ"ปู้เฉินขี่ม้ามาถึงที่จื่อหลงกำลังประมือกับกลุ่มชายเหล่านั้น ทันได้เห็นนายตนใช้กระบี่ฟาดทีเดียวล้มตายทั้งหมู่ เขาถอนหายใจ เคล็ดวิชานี้จื่อหลงไม่อยากจะใช้เพราะพลานุภาพนั้นรุนแรงและอำมหิตนักทั้งรวดเร็วและเฉียบขาด เขานึกในใจว่าหากต้องตายด้วยเงื้อมมือมัจจุราชเช่นจื่อหลงสู้ฆ่าตัวตายเสียยังจะดีกว่า
"รีบไปเถอะศิษย์น้องสามรอแย่แล้ว"จื่อหลงสะบัดกระบีอีกครั้งหยดเลือดที่ติดอยู่ตรงกระบี่ถูกสาดกระเด็นออกไปจนเหลือเพียงแสงสีดำแวววาวสะอาดดังเดิม เขาเก็บกระบี่กลับเข้าฝักจนเรียบร้อยจากนั้นคนทั้งคู่ควบขี่ม้าอีกสองชั่วยามจึงถึงปากถ้ำ จริงดั่งคำว่าอวี้หนี่เดินกลับไปมาหน้าบริเวณปากถ้ำด้วยท่าทีกระวนกระวาย ใจของจื่อหลงดิ่งวูบด้วยความตระหนก
"เกิดเรื่องใดขึ้น"จื่อหลงเหินทีเดียวมาถึงตรงหน้าของอวี้หนี่ นางชะงักเท้าด้วยความตกใจ
"ศิษย์พี่ใหญ่"จื่อหลงคว้าข้อมมือเล็กรั้งเข้ามาตนเอง
"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเสี่ยวเสวียน"น้ำเสียงร้อนรนจนปู้เฉินที่ขี่ม้าตามมาต้องกระโดดลงจากหลังม้ามาปลอบ
"ใจเย็นเถอะขอรับ คงไม่มีอะไรร้ายแรงไปกว่านี้อีกแล้ว คุณหนูสามเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า"ปู้เฉินหันมาถามอวี้หนี่ที่ยืนตะลึงอยู่ตรงหน้า
"ปละ..เปล่า ไม่มีอะไรร้ายแรง เพียงแต่ข้ากำลังรอพวกเจ้าเห็นว่าผิดเวลาไปนานจึงออกมาดู"เท่านั้นทั้งจื่อหลงและปู้เฉินต่างถอนหายใจโล่งอกพร้อมกัน จื่อหลงปล่อยข้อมือขาวนวลลงแล้วไล่สำรวจร่างที่เริ่มมีหน้าท้องโป่งนูนขึ้นจนเห็นได้ชัดแล้ว เขายิ้มกว้างเลยไปถึงดวงตา
"หลานข้าสบายดีหรือไม่"อวี้หนี่เขินอายขึ้นเล็กน้อย
"เขาแข็งแรงดีเจ้าค่ะ"
"ดีแล้วๆ พวกเจ้าอยู่คุยกันไปก่อน ข้าขอเข้าไปดูเสี่ยวเสวียน"ปู้เฉินและอวี้หนี่ส่ายหน้าพร้อมกัน มองดูแผ่นหลังกว้างหายลับเข้าไปด้านใน
"เจ้าเป็น/เจ้าเป็น"ทั้งคู่พูดขึ้นพร้อมกันปู้เฉินกระแอมให้เสียงโล่งจากนั้นจึงเอ่ยขึ้น
"เจ้าก่อน"
"เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า"อวี้หนี่ถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นอะไร มีกลุ่มคนดักรออยู่ล้วนตายหมดแล้ว"ปู้เฉินตอบ
"หมายความว่า.."อวี้หนี่นั้นยามนี้เป็นมารดาคน จิตใจจึงอ่อนไหวกว่าปรกติ นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หนึ่งกลัวคนจะรู้ที่ซ่อน หนึ่งเกรงตนและฟ่านเสวียนจะได้รีบอันตราย
"ไม่ต้องห่วงทุกอย่างยังเรียบร้อยดี"
"อ้อ เช่นนั้น..."อวี่หนี่ถอนหายใจโล่งอก
"ข้าหิว หาอะไรให้ข้ากับนายท่านกินสักหน่อยเถอะ พวกเราล้วนรีบร้อนออกมา"
"ได้ๆ ข้าจะเข้าไปหาอะไรมาให้รองท้อง สุ่นหนีๆ เจ้าอยู่ที่ใด"เสียงเรียกนางใบ้ทำให้ปู้เฉินอดยิ้มตามมิได้เมื่อเห็นท่าทางน่ารักนั้น เขาเดินตามเข้าไปด้านในเพื่อจะบอกอีกฝ่ายว่าไม่ต้องรีบร้อน
จื่อหลงค่อยๆเดินเข้าไปด้านในถ้ำ จริงอยู่แม้จะมีคบเพลิงส่องสว่างตามทางเดิน แต่ก็มีบางมุมที่มืดสลัวอยู่บ้าง นั่นมิได้เป็นอุปสรรคกับเขาเลยแม้แต่น้อย ทางแยกเข้าไปด้านในมีอยู่สามช่อง เขาหยุดยืนตรงทางแยกเหลียวซ้ายขวาสลับกันแม้จะไม่ได้ถามไถ่ผู้ใดเขากลับเลือกเดินไปทางขวา เพราะเหตุใดนะหรือเพราะมีไอเย็นยะเยือกลอยออกมาเป็นระยะๆ ทำให้เขาเดาได้ไม่ยาก เขาเดินด้วยความมั่นใจเดินไปช้าๆอย่างมั่นคง ไม่นานเขาจึงพบกับแสงสว่างที่กลายเป็นสีเขียวภายในโถงกว้าง มีไอเย็นลอยขึ้นปกคลุมจนคลุมเครือเห็นด้านในไม่ชัดเจน ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปช้าๆหยุดลงบนเตียงหยกน้ำแข็ง ก้มลงมองจึงเห็นร่างที่นอนนิ่งอยู่บนนั้นชัดเจน ร่างนั้นผิวขาวซีด แผลที่มีเต็มใบหน้าซีกหนึ่ง แขนตั้งแต่ไหล่ลงมาจนถึงปลายนิ้ว เอวบางไล่ลงไปถึงสะโพกกลายเป็นแผลขรุขระทั้งดำทั้งเขียวปะปนกันไปทั่ว หากเป็นคนขวัญอ่อนคงถอยร่นออกไปด้วยความขยะแขยง จื่อหลงยื่นมือสั่นน้อยๆไปแตะแก้มข้างที่มีบาดแผลเหวอะหวะ
"เจ็บหรือไม่"น้ำเสียงกระซิบแหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ สายตาฝ้าไปด้วยเกล้ดน้ำตาเลื่อนลงมองลำคอข้างหนึ่งขาวซีดข้างหนึ่งกระดำกระด่างมือใหญ่เลื่อนลงไปสัมผัสเบาๆตามสาย เลยลงไปจนถึงช่วงเอวที่มีแผลใหญ่ส่งกลิ่นเน่าเหม็นจากแผล ถึงแม้จะได้ยาดีแต่แผลพวกนี้ก็เสียหายไปถึงเจ็ดในสิบส่วน เลือดแห้งกรังไปแล้วแผลเริ่มแห้งหากเนื้อที่แหว่งหายไปก็ยังไม่เกิดใหม่จึงเห็นกระดูกสีขาว เขาสะอึกในลำคอ
"ทำไมเรื่องพวกนี้ถึงไม่เกิดกับข้า เหตุใดไม่เป็นข้าที่ต้องมาบาดเจ็บและทรมานเช่นนี้"เขาคำรามลั่น มือหนายกขึ้นกำหมัดแน่นแล้วกระแทกส่งพลังไปกระทบกับผนังถ้ำจนทะเทือนไปทั้งถ้ำ
"จื่อ...หล"เสียงแหบแห้งหลุดออกมาจากรีบฝีปากแตกเป็นเกล็ด จื่อหลงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นใจ
"เสี่ยวเสวียนเจ้าตื่นแล้วหรือ"จื่อหลงคุกเข่าลงข้างเตียงมือหนาแตะริมฝีปากแตกลูบไปมา ก้มลงใช้ริมฝีปากของตนเองแตะลงไปเบาๆ แต่ไร้เสียงตอบกลับ
"......"เขาเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาภายใต้ผิวสีขาวซีดไม่เปิดขึ้น กระทักขนตายังไม่พือกระพริบ
"เจ้าแค่ละเมอหรอกหรือ เจ็บหรือไม่ ปวดตรงไหน"เขาพยายามใช้มีหยาบเพราะจับอาวุธฝึกฝนไล่แตะสัมผัสเบาๆไปทั่วร่าง เนิ่นนานเพียงใดไม่รู้ เสียงฝีเท้าสองคู่เดินมาตามทางแล้วหยุดลงด้านข้าง
"ท่านพี่ ออกมาพักก่อนเถอะเจ้าค่ะ"
"นายท่านขอรับ ออกมาเถอะประเดี๋ยวแม่างสุ่นหนีต้องมาใส่ยาที่แผลคุณชายฟ่านแล้ว"
"เอายามาเถอะข้าจะจัดการเอง พวกเจ้าหิวแล้วก็กินกันก่อน"ทั้งคู่หันมาสบตากันแล้วกลับไปมองร่างสูงที่ยังคุกเข่าอยู่ข้างเตียงหยกน้ำแข็งด้วยความเห็นใจ
"ตามใจเขาเถอะ"อวี้หนี่เอ่ยเบาๆจากนั้นพากันออกไป ไม่นานสุ่นหนีเดินถือถาดใส่ขวดน้อยใหญ่สีขาวบ้างสีดำบ้างทั้งยังมีผ้าขาวที่พับไว้หลายผืน อีกข้างยังมีถาดที่มีถ้วยยาส่งกลิ่นรุนแรงจนรับรู้ได้ว่ามันขมปร่าเพียงใด
"อ้า อ้า"เสียงสุ่นหนีดังอืออาเพราะพูดไม่ได้ดังขึ้นด้านหลัง จื่อหลงหันมาเอื้อมมือรับของมาวางไว้ข้างตัว เขามองมือหยาบหร้านชี้ให้ดูลำดับของการใส่ยาก่อนหลังจนเข้าใจจากนั้นก็พยักหน้า
"ข้ารู้แล้ว เจ้ามาคอยดูแลเสี่ยวเสวียนหรือ"นางพยักหน้าหงึกหงัก แววตาของจื่อหลงอ่อนแสงลงเล้กน้อย
"ขอบใจเจ้ามากที่คอยดูแลเขา ข้าจะนับเจ้าเป็นผู้มีพระคุณของข้า"จื่อหลงหันกลับมายืดสองมือออกจากนั้นหมอบลงเอาหัวโขกกับพื้นแรงๆสามที
"อ๊ะ อา อา อือๆ"สุ่นหนีตกใจจนเหงื่อไหลชุ่มแผ่นหลัง อวี้หนี่และปู้เฉินได้ยืนเสียงก็รีบรุดเข้าไปจบเจอเรื่องนี้ถึงกับปราดเข้าไปยกแขนของจื่อหลงขึ้น
"ทำสิ่งใด ท่านทำสิ่งใด"ปู้เฉินเสียงเข้ม
"นางดูแลเสี่ยวเสวียนนับว่าเป็นผู้มีพระคุณ ข้าคารวะนางย่อมไม่ผิดบาป"
"เหลวไหล"อวี้หนี่เสียงแข็ง
"ถึงนางจะเป็นคนดูแลคุณชายฟ่านแต่เราก็ให้ค่าจ้างคุ้มนัก แลกกันก็ไม่นับว่ามีบุญคุณแล้ว ท่านรีบลุกขึ้นเดี่ยวนี้"
"เอาเถอะ อย่ามาเถียงกันต่อหน้าเสี่ยวเสวียน ออกไปให้หมดข้าจะดูแลเขาเอง"จื่อหลงโบกมือไล่ทุกคนให้ออกไปปล่อยเขาไว้ลำพัง หลังจากทุกคนออกไปหมดแล้ว เขาจึงนำยาที่สุ่นหนีบอกเอาไว้มาวางเรียงกัน จากนั้นเขาจึงค่อยบรรจงทำแผลน้อยใหญ่ให้ฟ่านเสวียนอย่างเบามือจนครบทุกแผล จากนั้นเขาจับฟ่านเสวียนขึ้นอิงอกตนเองเอาไว้ บรรจงเอาหวีมาสางเส้นผมยุ่งเหยิงเบามือเกล้าขึ้นใช้ผ้าผูกผมสีขาวผูกเอาไว้จนเรียบแน่น ก่อนจะหยิบถ้วยยาที่เริ่มอุ่นแล้วมาป้อนช้าๆจนหมดถึงค่อยวางร่างบอบช้ำลงเบามือนุ่มนวล
"อดทนอีกนิดเถอะ รอข้าจัดการสะสางปัญหาแพ้วถางทางให้เจ้าได้เดินสะดวกแล้ว ข้าจะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเองเจ้าวางใจได้ ข้าจะขจัดคนที่กล้าทำร้ายเจ้าให้มันอยู่มิสู้ตาย"เขาลูบผมนุ่มไปมาก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากแตกแห้งเบาๆเลยไปถึงเปลือกตาสีซีด ขยับตัวลุกขึ้นยืนมองร่างที่นอนนิ่งบนเตียงหยกด้วยสายตาลึกซึ้งก่อนจะหมุนตัวจากไปรวดเร็ว
"ปู้เฉิน"เสียงตะโกนดังก้องทำให้ปู้เฉินรีบวิ่งมาถึงร่างหนารวดเร็ว
"ขอรับ"
"ร่ำลากันเสร็จหรือยัง ได้เวลากลับแล้ว"ปู้เฉินจะโกรธก็มิกล้าจะเคืองก็ไม่กล้า ได้แต่ทำหน้ากล้ำกลืน
"ขอรับ"เขาพยักหน้า เสียงอวี้หนีดังมาจากด้านหลัง
"พวกท่านสองคนจะทำอะไรให้ระวังให้ดี ดูท่าแล้วไห่เปียวผู้นี้ร้ายกาจยิ่งอีกทั้งเจ้าเล่ห์แสนกล"
"อืมข้ารู้"จื่อหลงพยักหน้า
"เช่นนั้นท่านเอาหยกนี่ไป"แผ่นหยกสีขาวมีตัวหนังสือแกะเป็นคำว่า'ฉง'เมื่อใครได้เห็นป้ายเท่ากับได้เห็นคำสั่งของท่านราชครู เป็นสิ่งที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้
"ขอบใจเจ้ามาก"
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าดื้อรั้นมามากแล้วยามนี้ข้าขอไถ่โทษ"
"ตั้งแต่เป็นมารดาเจ้าก็นับว่าเติบโตแล้ว"จื่อหลงยิ้มกว้างที่นานครั้งถึงจะเห็น
"ท่านยิ้มแล้ว ดีแล้วๆอย่าได้ทุกข์ใจไปคุณชายฟ่านให้ข้าดูแลเถิด ข้าสัญยาว่าจะดูแลเขาให้ดีที่สุด พวกท่านรีบสะสางปัญหาให้ไวเราจะได้มาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าเสียที"
"ได้"จื่อหลงลงเสียงหนักรับปาก หลังทั้งคู่จากไปแล้วอวี้หนี่กลับเข้าไปดูฟ่านเสวียนอีกครั้ง
กล่าวถึงจื่อหลงและปู้เฉินต่างก็รีบกลับไปยังโรงเตี้ยมของตน กว่าจะถึงท้องฟ้าก็เริ่มมีแสงสีส้มแล้ว หมอเหยียนนั่งจิบชาร้อนๆอย่างสบายอารมณ์อยู่ตรงโต๊ะอาหารกลางโถง
"กลับมาแล้ว?"
"อืม"จื่อหลงทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ด้านข้าง เสี่ยวเอ้อรีบนำน้ำชาร้อนๆมาส่งให้ทันที
"นายท่าน"
"มีเรื่องใด"เขาหันไปถามเสี่ยวเอ้อที่ทำหน้ากล้ำกลืนเต็มทน
"เขาทำลายข้าวของ"
"ปล่อยไป"
"แต่..."
"มีอะไรอีก"
"เขายังใช้มีดกรีดทำลายหนังสือที่ท่านตั้งใจเก็บเอาไว้ให้คุณชาย.."จื่อหลงตบโต๊ะเสียงดังปัง!
"ข้าอยากจะฆ่าเขาให้ตายลงตรงหน้าจริงๆ"จื่อหลงดวงตามืดดำใบหน้าทะมึน ปู้เฉินส่งเสียงกระแอมเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินมาตามโถง ทุกคนปรับสีหน้าให้เป็นปรกติใครควรทำสิ่งใดก็ทำไป
"จื่อหลง..ท่านมาแล้ว"