โดมินิคจอดรถรออยู่ที่จุดนับพบมาสักพัก แต่ยังไร้วี่แววของอเล็กซ์ตามที่ตกลงกัน แม้จะเลยเวลานัดมาไม่นาน โดมินิคกลับมีอาการกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ เพื่อความไม่ประมาทเค้าได้สั่งให้คนของเขาที่วางตามจุดต่างๆ ยังคงเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ไม่นานนักลูกน้องคนนึงก็วิ่งมาหาพลางยื่นกล้องส่องทางไกลมาให้
“มีบางอย่างกำลังบินมาทางนี้ครับ”
โดมินิครับกล้องส่องทางไกลส่องไปตามที่ลูกน้องคนนั้นชี้ เมื่อเห็นเป้าหมายชัดเจนเขาลดกล้องลงพลางออกคำสั่ง
“บอกคนของเราให้เตรียมพร้อม”
“ครับ”
ชั่วอึดใจเดียว ยานลำเล็กๆก็ลงจอดไม่ห่างจากโดมินิคมากนัก ทันทีที่เครื่องดับลงก็ปรากฏคนสองคนเดินลงมาจากยาน พร้อมลากกล่องใบใหญ่ เดินตรงมายังเขา
“ทำไมมากันสองคน” โดมินิคพูดอยู่คนเดียว พลางเอื้อมมือไปจับปืนที่อยู่ด้านหลังแบบไม่ให้ผิดสังเกต
เมื่อเดินเข้ามาใกล้พอจะเห็นหน้ากันชัดเจนอเล็กซ์ทำท่าผายมือให้เห็นว่าเค้าไม่ได้มีอาวุธใดๆนอกจากกล่องใบใหญ่ที่ลากมาด้วยเท่านั้น
“เฮ้ ไม่ต้องกลัว ฉันไม่มีอาวุธ นอกจากไอ้นี้”
โดมินิคปล่อยมือจากกระบอกปืนที่อยู่ด้านหลังพลางอ้าแขนต้อนรับแขกที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน
“ยินดีต้อนรับ ผมโดมินิค เคนคนที่คุณส่งข้อความนัดให้มาเจอกันที่นี่”
อเล็กซ์โผเข้ากอดโดมินิคเหมือนเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน
“ยินดีที่ได้เจอไอ้น้องชาย นายไม่เหมือนพี่ชายเลยจริงๆ” คำทักทายที่ดูสนิทสนมแต่ดูเหมือนโดมินิคจะไม่ชอบมันสักเท่าไหร่
“ไหนว่าจะมาคนเดียวแล้วเ้านั่นเป็ใคร” โดมินิคถาม
“มันมีบางอย่างผิดแผนนิดหน่อยฉันเองก็ไม่รู้ว่าหมอนั่นเป็ใคร มันเป็เพียงคนที่ถูกส่งให้ไปตายแต่ยมทูตคงจะไม่อยากได้มัน ฉันเลยต้องลากมันมานี่ด้วย”
“ไม่เอาเราจะไม่รับใครอีกแล้ว” โดมินิคปฏิเสธ
“เอานา ฝากไว้ก่อนตอนนี้ฉันต้องหาที่หลบซ่อน พามันไปด้วยมีแต่จะลำบาก ฝากนายไว้ก่อนก็แล้ววันหลังจะกลับมาเอา คิดซะว่าเป็ของแถมละกัน”
“แม้แต่นายก็ยังไม่รู้จักแล้วจะให้ฉันไว้ใจมันได้ยังไง”
“เ้าหนุ่มนั่นถูกนิวเวิร์ลส่งให้ไปตายนายคิดว่ามันมีทางเลือกอื่นอีกเหรอ ว่าไงเ้าหนุ่มจะอยู่กับพวกนี้หรือกลับไปในกำแพงนั่น” อเล็กซ์ถามแพทริค
“ผมไม่รู้จะไปไหนแล้วกลับไปผมก็ถูกฆ่าแน่ ขออยู่ที่นี่ละกันผมขอสัญญาว่าจะยินดีทำทุกอย่างตามที่คุณ้า” แพทริคให้สัญญากับโดมินิค
“เื่นั้นค่อยคิดกันอีกทีตอนนี้ฉันขอดูสินค้าก่อน” โดมินิคหันไปคุยกับอเล็กซ์
“ฉันไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรแต่ไอ้นี่แหละ คือสิ่งที่พวกมันส่งฉันไปขนมาจากดาวนั่น เอาไปเลย มันเป็ของนายแล้ว” อเล็กซ์พูดพลางชี้ไปที่กล่องใบใหญ่ที่ลากมาจากยาน
โดมินิคเดินไปที่กล่องพลางสำรวจทุกซอกทุกมุมก่อนจะเรียกให้ลูกน้องคนนึงออกมาลากไปขึ้นรถกะบะที่จอดรออยู่
“เราไปจากที่นี่กันเถอะขืนอยู่นานกว่านี้พวกนั้นคงจะตามหาเราพบแน่ๆ” อเล็กซ์ออกความเห็น
“ถ้าหากไม่มีที่ไหนพวกนายสองคนไปพักกับฉันก่อนก็ได้” โดมินิคพูดไม่ทันขาดคำอเล็กซ์ก็เดินไปเปิดประตูรถกะบะขึ้นนั่งที่ฝั่งคนขับเรียบร้อยแล้ว
“เอ้า อย่ามัวชักช้าอยู่ขึ้นมาเลย วันนี้ขอเปลี่ยนจากขับยานมาขับรถยนต์สักวัน”อเล็กซ์กวักมือเรียกให้โดมินิคและแพทริคขึ้นมาบนรถ
“นายไปถูกนะ” โดมินิคถามด้วยความสงสัย
“ถูกสิ ก็ฉันโตมาในเมืองนี้ก่อนที่มันจะมีกำแพงนี่ซะอีก ฉันไม่มีทางหลงหรอก อ้อ แล้วอีกอย่างนะ บอกคนของนายที่แอบอยู่บนเนินนั่นให้ะเิยานฉันซะด้วยนะ ฉันไม่อยากให้พวกนิวเวิร์ลมาเห็นมัน แหมมากันเยอะเชียวนะ คงจะกลัวฉันละสิ ฮ่าๆๆๆ” อเล็กซ์พูดพลางออกรถขับไปด้วยความเร็วเอาโดมินิคที่นั่งอยู่ข้างๆ หน้าจืดไปเลย
กลับมาถึงห้องพัก อเล็กซ์พยายามหาทางเปิดกล่องนั่นอยู่นานแต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่สามารถเปิดมันออกได้ โดมินิคที่นั่งมองอยู่อดทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากขึ้นว่า
“นายเอากล่องมาโดยที่ไม่มีกุญแจเนี่ยนะ”
“ก็ฉันไม่รู้นิว่ามันจะมีกุญแจล็อคไว้แบบนี้เคยเห็นแต่พวกนั้นขนขึ้นมาบนยาน ไม่เคยได้เข้าใกล้มันเลย”
“งั้นถอยมา เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
..........เปรี้ยง............
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทำเอาทุกคนต้องตกตะลึง
“เห้ย จะบ้าหรือไง นายทำอะไรของนาย เกิดมันเป็ะเิละจะทำไง” อเล็กซ์ะโลั่น
“พวกนั้นคงไม่ลงทุนจ้างนายไปขนะเิมาจากต่างดาวหรอกนา” โดมินิคตอบกลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อเล็กซ์เอื้อมมือไปเปิดฝากล่องขึ้นมาสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต้องอุทานออกมาพร้อมๆ กัน
“ทองคำ”
.................................................................
เช้าวันต่อมาบรรยากาศภายในกำแพงกลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาอีกครั้งหัวข้อสนทนาของชาวเมืองในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นชะตากรรมของยานเฮลีออส ท่ามกลางข่าวลือต่างๆ นานา ทฤษฏีต่างๆถูกนำมาขึ้นพูดคุยจนกลายเป็ประเด็นร้อนที่น่าติดตาม
หลังจากที่กลับมาจากบ้านศาสตราจารย์ซีรีสพยายามหลบหน้าพ่อมาตลอด เช้านี้ซีรีสจึงรีบออกจากบ้านมาโรงเรียนั้แ่เช้า ค่อยๆ เดินทอดน่องอย่างช้าๆความเคลือบแคลงสงสัยที่ตกค้างมาจากเมื่อวานยังไม่ได้จางหายไป เมื่อมาถึงหน้าร้านของไอรีน ขณะที่เขาลังเลว่าจะเข้าไปหาไอรีนดีมั้ย ไอรีนก็เดินออกมา พร้อมๆกับที่รถโรงเรียนมาจอดหน้าร้านพอดี ไอรีนจึงบอกให้คนขับรถออกรถไปก่อนเพราะเธอเลือกที่จะเดินไปพร้อมกับซีรีส
ทั้งคู่เดินออกมาได้สักพักโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย จนไอรีนเริ่มทนไม่ไหว ยอมเอ่ยปากถามขึ้นก่อน
“เธอเป็อะไรของเธอฉันเห็นเธอเป็แบบนี้มาั้แ่ที่บ้านท่านศาสตราจารย์แล้ว”
“ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นบอกเธอยังงัยดี” ซีรีสทำเสียงเศร้า
“ฉันเข้าใจเธอคงใที่รู้ว่าพ่อเธอกับศาสตราจารย์รู้จักกันใช่มั้ยฉันเองก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งศาสตราจารย์บอกว่า เค้าสนิทกันมาก แล้วทำไมทุกวันนี้ พ่อของเธอกับศาสตราจารย์ถึงได้ทำตัวเหมือนอยู่กันคนละโลกเลย ถึงว่าชาวเมืองถึงเรียกเค้าสองคนแบบนี้คนนึงศาสตราจารย์ คนนึงดอกเตอร์ นึกแล้วเชียวมันต้องมีอะไรแน่ๆ” ไอรีนออกความเห็น
“ฉันเคยคิดนะว่าถ้าพ่อจะมีเพื่อนสักคน ก็คงจะไม่ใช่คนอย่างศาสตราจารย์แน่แต่ทำไมพ่อถึงไม่เคยพูดถึง แถมยังห้ามไม่ให้ฉันไปหาศาสตราจารย์”
“เค้าคงจะมีเื่บางอย่างให้ผิดใจกันละมั้ง” ไอรีนออกความเห็น
“ถ้างั้นเธอไม่เคยสงสัยเหรอว่า เื่อะไรที่ให้คนสองคนผิดใจกันจนไม่สามารถพูดถึงกันได้เลย”
“ไม่งาน ก็เงินไม่เงินก็ผู้หญิง” ไอรีนตั้งข้อสังเกต
“ถูก นี่แหละที่ทำให้ฉันคิดอะไรไม่ออก”
“ถ้าเื่งานศาสตราจารย์ค้านนิวเวิร์ล พ่อเธอต้องสนับสนุน แต่นี่ทั้งสองคนต่างก็ไม่เห็นด้วย เื่เงินก็ไม่น่าจะใช่ เพราะที่เห็นๆ อยู่ทั้งสองท่านก็ไม่มีใครดีกว่าใครเลย เหลือแต่เื่ผู้หญิง” ไอรีนเสนอความคิด
“ใช่ แต่พอมาคิดอีกทีเื่ผู้หญิงก็ไม่น่าจะใช่ เพราะทั้งสองคนเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียวไม่เคยมีใครมาข้องเกี่ยวเลย” ซีรีสพูดแบบมั่นใจ
“งั้นจะมีอะไรอีก”
“นี่แหละที่ฉันคิดมาตลอดทั้งคืน”ซีรีสเอ่ยออกมาด้วยความอ่อนใจ
“นายยังไม่ได้คุยเื่นี้กับพ่อใช่มั้ย”ไอรีนถามออกไป แต่คำตอบที่ได้คือใบหน้าที่ราบเรียบไม่มีความรู้สึกใดๆ ของซีรีส
.......................................................
ภายในห้องพักเล็กๆของโดมินิคที่ปกติก็คับแคบอยู่แล้ว มาถึงตอนนี้ต้องแออัดเข้าไปอีกเมื่อมีคนมาอยู่กันถึง 3 คน แถมมีทองคำกองโตวางอยู่กลางห้อง
โดมินิคพยายามใช้ความคิดเกี่ยวกับที่มาของทองคำอยู่ทั้งคืนแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ ต่างจากแพทริคที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเช้าอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนกับไปอดอยากที่ไหนมา
ในขณะที่อเล็กซ์ก็เริ่มต้นมื้อเช้าของเขาด้วยบุหรี่มวนโตเขานั่งพ่นควันอยู่ริมหน้าตา เหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่ แต่ที่จริงคำตอบมันแจ่มแจ้งอยู่ในหัวสมองของมาั้แ่เมื่อคืนแล้ว
“นายจะไม่บอกอะไรกันบ้างเลยเหรอ”โดมินิคทำลายความเงียบลงด้วยคำถามที่อเล็กซ์คาดไว้แล้ว
“ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไงดี” อเล็กซ์ตอบโดยไม่ได้หันมามองสายตาของเขายังคงมองออกไปข้างนอก
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องนี้อีกครั้งหนึ่ง แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างมากระทบกับทองคำได้เกิดเป็ประกายระยิบระยับไปทั่วทั้งห้อง จนอเล็กซ์ต้องหันกลับมามอง เขาจับจ้องมันอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา
“ฉันคิดว่ามันจบไปแล้วซะอีก” อเล็กซ์พูดพลางครุ่นคิด จากนั้นเหตุการณ์ต่างๆในอดีตที่ผ่านก็ถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของเขา
“20 ปีก่อน ฉันกับพี่ของนายได้รับมอบภารกให้นำนักวิทยาศาสตร์ 3 คน ขึ้นไปสำรวจดาวซีรีสนั่น ในตอนนั้นฉันเป็เพียงนักบินลูกน้องของพี่นายเท่านั้นเป็ครั้งแรกที่ยานเฮลีออสได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ มันเป็ยานที่ทันสมัยมากในยุคนั้น แต่ยานเฮลีออสก็พาเราไปไม่ถึงดาวดวงนั้น ฝนอุกาบาศจำนวนมากเข้ามาปะทะกับยานของเราโดยไม่ทันได้เตรียมตัว แรงกระแทกนับสิบครั้ง ทำให้ยานต้องหมุนเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศ พวกนักวิทยาศาสตร์โดนแรงกระแทกจนสลบไปส่วนฉันแม้จะพยายามเอาตัวรอดอยู่ได้สักพัก แต่ก็ไม่รอด ไม่รู้ว่าเนิ่นนานแค่ไหน เรารู้สึกตัวอีกทีพี่ของนายก็พาเราลงจอดที่ดาวเล็กๆ ดวงหนึ่ง หวังเพียงแค่ซ่อมแซมยานและรอให้พายุนั่นผ่านไปก่อน แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันกลับทำให้เราไปพบกับขุมทรัพย์มหาศาล” อเล็กซ์หยุดพักนิดนึงก่อนจะพูดต่อ
“เมื่อกลับมาถึงที่นี่ยานอวกาศนับสิบลำถูกส่งออกไป เพื่อขนทองคำกลับมา แต่กลับไร้วี่แววของดาวดวงนั้นทั้งๆ ที่เราจดพิกัดมาเป็อย่างดี แต่ดูเหมือนดาวดวงนั้นจะเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาด้วยวงโคจรที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้เราตามรอยไม่พบ นับสิบครั้งที่เราออกไปโดยคว้าน้ำเหลวจนครั้งสุดท้ายที่เกิดเื่กับพี่ของนาย จากนั้นฉันก็ออกมา โชคดีที่ยานเฮลีออสไม่ได้เสียหายมากนักมันจึงเป็มรดกชิ้นเดียวที่พี่ฉันได้รับจากพี่ของนาย ไม่คิดเลยว่าวันนี้” อเล็กซ์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น
“นั่นก็หมายความว่าพวกนั้นค้นพบดาวดวงนั้นแล้ว” โดมินิคสรุป
“เปล่าหรอกเอ็ดเวิร์ดต่างหากที่ไปพบมันอีกครั้ง แล้วพวกนั้นก็เขี่ยเขาทิ้ง ส่วนเราสองคนก็ได้ค่าปิดปากเป็เงินก้อนโต” อเล็กซ์พูดทิ้ง้ายก่อนที่จะควักบุหรี่ออกมาสูบพลางอัดควันเข้าไปเต็มปอดแล้วถอนหายใจออกมาดังๆ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักอีกครั้งหนึ่งแพทริคที่ดูเหมือนจะเป็เพียงตัวประกอบของเหตุการณ์นี้ได้แต่เฝ้ามองดูด้วยความสงสัยใครรู้ถึงตอนนี้โดมินิคเริ่มกังวลเกี่ยวกับทองคำที่อยู่ในห้องของเขา จึงได้พูดขึ้นมา
“เราจะทำยังไงกับทองคำมูลค่ามหาศาลพวกนี้ดี”
“ทองแค่นี้มันไม่ได้มีค่าอะไรหรอก” อเล็กซ์พูดขึ้นมา
“นายหมายถึงอะไร” โดมินิคถาม
“นายลองคิดดูทองคำแค่นี้กับที่ฉันไปขนมานับสิบๆ กล่อง มันแทบจะไม่มีค่าอะไรเลย อีกอย่างพวกนิวเวิร์ลอยู่ปะปนกับพวกเราไปทุกแห่ง แค่นายนำทองคำพวกนี้ออกไปขายรับรองพวกนั้นจัดการนายแน่เมื่อนั้นสิ่งที่นายทำมาทั้งหมดรวมถึงองค์ลับอะไรของนายนั่นก็จะพลอยโดนรวบไปด้วย”
“นายนี่มันสอดรู้ไปทุกเื่เลยนะงั้นจะให้ทำยังไง”
“สิ่งสำคัญสำหรับนายตอนนี้ไม่ใช่ทองคำนี่ แต่เป็องค์กรลับของนาย ถ้านายอยากจะทำให้ทองคำนี่มันมีค่าพอที่จะไปต่อรองกับนิวเวิร์ลได้ นายจะต้องไปหามันมาเพิ่มอีกให้มากๆ” อเล็กซ์เสนอ
“นายจะให้ฉันทำยังไงขับยานไปขนลงมาเหรอ” โดมินิคพูดเหมือนคนหมดหนทาง
“ฟังฉันนะ อีกไม่นานพวกนั้นก็จะไปขนมาลงมาอีกและจากประสบการณ์ของฉัน เวลาที่ไปขนทองคำลงมาพวกนั้นไม่เคยใช้ยานของนิวเวิร์ลเลย มันจะต้องจ้างพวกนักบินอิสระแบบชั้นนี่ แต่หนนี้พวกนั้นถูกบังคับให้ต้องส่งคนไปด้วยมันเลยจัดฉากซะใหญ่โต แล้วแกล้งทำเป็ว่ายานเฮลีออสขาดการติดต่อ ทั้งๆที่พวกนั้นจะส่งไอ้เด็กนี่ไปทิ้งไว้บนโน้นให้ตายไปเอง นายคอยดูนะ พวกนั้นจะกลับมาใช้ท่าอากาศยานข้างนอกนี่ มันจะต้องหาคนใหม่มาทำงานแทนฉัน พวกนั้นจะไม่หยุดจนกว่าทองคำจะหมดไปจากดาวนั่น ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครรู้ว่ามีเื่แบบนี้ ก็เลยไม่มีใครสงสัยอะไร แต่ตอนนี้ เรารู้แล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้น และเราก็รู้แล้วว่า เราจะต้องทำยังไง ทีนี้นายพอจะนึกภาพออกหรือยัง” เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าเข้าใจอเล็กซ์ก็ยืนขึ้นแล้วพูดต่อ
“แล้วก็ถึงเวลาที่กองกำลังของนายจะออกมา” อเล็กซ์ทิ้ง่นิดนึงหันไปจ้องหน้าโดมินิคแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
“พวกเราจะไปปล้นทองคำกัน”
.........................................
บรรยากาศภายในนิวเวิร์ลเช้านี้ดูสับสนวุ่นวายเป็อย่างมากเ้าหน้าที่เกือบทั้งหมดได้รับคำสั่งให้ตามหายานเฮลีออสให้พบ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น
หลายปีมาแล้วที่นิวเวิร์ลดำเนินกิจการโดยราบรื่นไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางได้ การค้นพบครั้งสำคัญเมื่อหลายปีก่อนได้สร้างความมั่งคั่งให้กับนิวเวิร์ลเป็อย่างมาก ความลับที่ถูกปิดบังอยู่ภายใต้โครงการหาที่อยู่ใหม่บนดาวซีรีสไม่เคยมีใครระแคะระคายมาก่อนเลย แม้ครั้งนี้จะไม่ชัดเจนนักว่าข่าวรั่วไหลมากน้อยแค่ไหนแต่เพื่อความปลอดภัย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็ต้องรีบดำเนินการก่อนที่จะสายเกินไป
ผู้พันวาซีลี่ เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของมาดามแคทเธอรีนเธอเรียกให้เค้ามาพบ เพื่อสอบถามความคืบหน้าของภารกิจ สีหน้าแววตาของผู้พันไม่ได้สดในเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วแววตามีกังวลอย่างเห็นได้ชัด แถมมีท่าที่อิดโรยจากการไม่ได้พักมาหลายวัน
“เหนื่อยหน่อยนะผู้พัน”มาดามทักทายตามประสาคนสนิท
“นิดหน่อยครับท่านเราไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นแบบนี้มานานแล้ว ผมว่ามันก็สนุกดี”
“พวกข้างนอกนั่นโทรมาหาฉันเพราะเห็นว่าเราไม่ได้ส่งสินค้าตามที่นัดหมายเราต้องรีบเอายานขึ้นไปอีกครั้งให้เร็วที่สุด”
“ผมว่าอาจจะมีอย่างอื่นเร่งด่วนกว่านั้นก็เป็ได้ครับ”
“ไหนลองว่ามาสิ”
“จากเหตุการณ์เมื่อวานตอนนี้ภายในเมืองดูจะมีเริ่มมีปฏิกิริยาออกมาหลายอย่าง แต่ที่น่าเป็ห่วงคือเสียงต่อต้านเริ่มมากขึ้น ผมได้ยินมาว่าเริ่มมีคนพูดกันมากขึ้นเื่ที่เราไม่ได้ไปที่ดาวซีรีส”
“ใครกันที่พูดแบบนี้”
“ศาสตราจารย์ครับ”
“เ้าบ้านั่น มันทำอะไรของมัน”
“แต่ผมว่ามันก็ดีเหมือนกัน ก่อนอื่นเราจะต้องแจ้งข่าวว่ายานประสบอุบัติเหตุทุกคนบนยานไม่รอด แล้วจากนั้นก็ปล่อยให้ข่าวลือต่างๆ แพร่ออกไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าในกลุ่มชาวเมืองต้องมีพวกที่จ้องทำลายเราอยู่ไม่น้อยเพียงแต่พวกนั้นยังไม่กล้าออกตัว ถ้าผสมเข้ากับเื่นี้ เราอาจะได้เห็นหน้าตาพวกนั้นชัดขึ้นก็ได้ เราเพียงรอให้สถานการณ์มันจึงขีดสุดเราค่อยปราบปรามกันสักที พวกนั้นแค่คนส่วนน้อยผมเชื่อว่าคนที่อยู่ข้างเราก็ยังมีอยู่เยอะพอสมควร”
“นี่คือแผนที่คุณพยายามจะบอกฉันสินะ แต่ฉันก็ยังสงสัยว่า ทำไมเราต้องทำถึงขนาดนั้น”
“ตอนนี้ในเมืองเริ่มแออัดคนอยู่กันมากขึ้น พวกข้างนอกก็รอคิวจะเข้ามาอีกไม่น้อยถ้าเราไม่กำจัดคนข้างในออกไปบ้าง มันก็ไม่มีที่พอที่จะให้คนข้างนอกมาอยู่ หวังเพียงแค่ขนไปกับยานทีละไม่กี่คน แบบนี้มันนานเกินไปครับ เราเสียเวลามามากพอแล้ว มาดามเป็คนบอกผมเองว่านิวเวิร์ลที่แท้จริงไม่ใช่บนนั้นแต่คือในนี้ หน้าที่ของเราคือทำในนี้ให้แตกต่างจากข้างนอกนั่น ไม่ใช่เพื่อใครเพื่อลูกหลานและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของเราไม่ใช่เหรอ ”
มาดามจ้องหน้าผู้พันวาซีลีไม่กระพริบ สมแล้วที่เลือกให้มาเป็ลูกสมุนคู่ใจ ลูกน้องคนนี้ไม่เคยทำให้เธอต้องผิดหวังเลยจริงๆ
จุดเริ่มต้นของนิวเวิร์ลคือการออกหาดาวดวงใหม่ก็จริง แต่จากอุบัติเหตุในครั้งนั้นที่ทำให้กลุ่มนักสำรวจไปพบกับดาวแห่งทองคำ แิต่างๆ เริ่มเปลี่ยนไป โลกใหม่ที่ทุกคน้าไม่ใช่โลกบนดาวดวงใหม่มันคือโลกของเราต่างหาก แต่เมื่อการเปลี่ยนแปลงโลกทั้งโลกมันคือสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ การสร้างเมืองเล็กๆ ที่มีแต่ความผาสุก ที่ที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่มีปัญหาต่างๆมารบกวน คือสิ่งที่นิวเวิร์ลเลือกที่จะทำ แต่ก่อนที่จะเปิดเผยความจริงโครงการสำรวจดาวซีรีส ก็ยังเป็สิ่งที่นิวเวิร์ลจะละทิ้งไม่ได้ เพื่อสร้างเป้าหมายให้คนในกำแพงได้รับรู้ร่วมกันถึงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ และที่สำคัญก็คือกำแพงคือสิ่งที่รักษาความลับชิ้นสำคัญ เป็ความลับที่ทุกคน แม้แต่มาดามเองก็ยังไม่รู้ นั่นคือ ดาวแห่งทองคำ มันอยู่ที่ไหนกันแน่