"การผนึก วิญญาณสัตว์อสูรพูดแล้วเหมือนง่าย แต่ทำจริงกับยากยิ่งกว่า ถ้าเจ้าไม่มันใจข้าผนึกให้ก็ได้นะ "
ไห่เกาเต๋อ ต้องการจะเตือนจ้าวหลงเป็นในว่าการ ผนึกวิญญาณอสูร ยากกว่าการอัญเชิญมากนักแล้วเจ้าร็อคสามหัวก็ เป็นสิ่งที่อัณเชิญมาได้ยากยิ่ง
การผนึกต้องใช้พลังวิญญาณที่พอเหมาะ มากไปจะทำให้ตัวอาวุธที่ใช้เป็นภาชนะเสียหาย น้อยไปทำให้วิญญาณหนีรอดไปได้เพราะเมื่อจะกำทำการผนึกต้องปลด เวทย์กังขังถึงจะดึงเอาวิญญาณ ใส่ในภาชนะผนึกได้
ภายใต้เงาต้นไม้หางออกไปไม่ใกลจากจุดลานฝึก
" เป็นไงพี่ใหญ่เจ้าหนุ่มคนนี้คือคนที่ข้าพูดถึง เขาก็คือ เฒ่าฮวย ."
หูหลง สาธยายประวัติ ความเป็นมาของเฒ่าฮวยเสร็จสับ พบเจอที่ชายป่าบนถนนลี่ถัว เจอกับเขาโดยบังเอิญนอนสลบอยู่ หูหลงยังเล่าถึงขนาดที่ว่าในตอนแลกก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับจ้าวหลง
แต่สังเกตุเห็นปราณสีฟ้า ซึงคล้ายคลึงกับปราณของผู้ผนึกอสูร แถมที่ข้างตัวยังมีจี้หยกเสือขาว จี้นั้นข้าหูหลงจำได้แม่นยำ ต้องเป็นจี้หยกเสือไผ่เขียวไม่ผิดเพี้ยนเป็นแน่ เขาต้องเป็นผู้สืบทอด
ผู้ผนึกอสูรแห่งสุสานไผ่เขียวเป็นแน่ไม่ง้ันเขาจะถึงขั้น อัญเชิญร็อคนกยักษ์สามหัวได้อย่างไร หูตงเหลย ฟังผู้เป็นน้องเล่าความเป็นมาของ จ้าวหลง ด้วยอาการชื่นชมจนออกนอกหน้า หูหลงต้องการให้จ้าวหลงเข้าเป็นคนของตระกูลหู
หูตงเหลยหลังจากฟังหูหลงผู้เป็นน้องจบ เขาสังเกตุการณ์อัญเชิญของจ้าวหลง ตลอดเวลาก็มีสีหน้าเงียบสงบไม่ได้เอยวาจาใดออกมา มีเพียงแต่จะยกยิมมุมปากไม่ให้ผู้เป็นน้องชายเห็นเขาเริ่มวางแผนในใจอยู่เพียงผู้เดียว
ไห่เกาเต๋อกำลังจะบอกจ้าวหลงให้เขาใช้หอกนี้ผนึกได้เลย ตนลงตราผนึกวงเวทย์ไว้ให้แล้ว แต่ก็อ้าปากได้เพียงครึ่งคำ จากกำลังจะอ้าปาก ปากเขาก็กลายเป็นตัว " 0 " ไปโดยปริยาย ด้วยอาการ อึง ตลึง อีกลอบกับการกระทำของ จ้าวหลง
บนแท่นจ้าวหลงรับหอกมาถึอไว้ในมือซ้าย เขาพิจารณาตัวหอก หอกทำด้วยไม้สนอายุนับร้อยปีมีพลังงานวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ภายใน ต่างจากหอกทั่วไปของผู็ฝึกหัด
เขาสำรวจวงเวทย์ผนึก มันเป็นเวทย์ผนึก สามแฉก เขาเคยเพียงแต่วาดเวทย์ผนึกยั่งไม่เคยวาดไส่อาวุธมาก่อน ลองวาดไส่อาวุธดูสักครั้งคงไม่เป็นไร เขายกมือขวาขึ้นช้าๆพร้อมกับปล่อยพลังวิญญาณมาที่ปายนิ้วชี้ของเขา
วงเวทย์ที่เขาใช้เป็นเวทสามแฉกเช่นกันแต่เขาแก้ไข่ใหม่แล้ว และยังไส่เวทย์ ' ผนึกแปดทิศกระจกเงาร้อยแปลง ' ลงไปด้วยทำให้เส้นพลังเวทย์เปลี่ยนแปลงตลาดเวลาทำให้ผู้อื่นยากในการตรวจสอบตราผนึก และความสามารถ ผนึกเวทย์เปลี่นแปลงยังเปลี่นแปลงอาวุธตามใจผู้ใช้ได้อีก
ฟิว ฟิว ฟรึม
ยังไม่ทันถึงสามลมหายใจดี จ้าวหลงเอ่ยค่ำพูดเบ่าๆ " เสียงของวงเวทย์เวลาผนึก ฟังกี่ครั้งก็ไผเราะทุกครั้ง "
" ผนึก "
เขาวางหอกลงบนแท่น เขาปล่อยพลังปราณสีฟ้า ซึ่งเหมือนปราณของผู้ผนึกโดยทั่วไปที่ควรจะมี
ผู้ผนึกที่จะมีปราณสีฟ้านี้ได้ ปราณนี้จะเกิดขึ้นมาจากการฝึกฝนการเขียนวงย์เวท การอัณเชิญ การผนึกอสูรใส่ภาชนะ ผ่านมาเป็นระยะเวลานานซ่ำๆ ต้องใช้ความอดทน แล้วยังต้องมีอาจารย์ที่เก่งกาจ เป็นผู้ชี้แนะแนวทาง
ลำแสงสีฟ้าวิ่งจากแท่นผนึก ไปเป็นเส้นพลังปราณสีฟ้าไปจนถึง ลานอัญเชิญที่เจ้าร็อคสามหัวอยู่ใต้พื้นที่เจ้าร็อคอยู่สว่างจ้า ด้วยแสงวงย์เวท มันล้อมรอบเจ้าร็อค
มีสายพลังคล้ายโซ้วิ่งขึ้นมาพันเจ้าร็อคจากพื้นหลายเส้นหมายจะดึ่งเจ้าร็อคลงไปในวงชเวทย์ผนึก เจ้าร็อคร้องเสียงแหลมเล็ก
แกร่ง แกร่ง แกว๊ก แกว๊กๆๆ แกว๊กๆ !!!
เกิดการชุดกระชากระหว่างเจ้าร็อคกัับ สายโซ้วงเวทย์ สายพลังรูปแบบโซ้เริ่มชีกขาดจากหนึ่งเป็นสองจากสองเป็นสามเริ่มชีกขาดที่ละเส้น
สีหน้าจ้าวหลงเริ่มตึงเครียด เขาคิดว่ามันไม่หน้าจะใช้งานง่าย แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะยากเช่นนี้การผนึกกินพลังวิญญาณเขาเหมือน ถังน้ำที่มีรูลั่วพลังงานเขาไหลออกไปเป็นสายน้ำ
" ข้าว่าแล้ว เจ้านั้นจะต้องล้มเหลว ฮา ๆ "
" แต่ข้าว่าเจ้าร็อคนั้นมันดูแปลกๆ ชอบกล นะ ข้ารู้สึกว่าเหมือนมันกำลังพูดอยู่นะ "
ใบหน้าของผู้ผนึก รวมทั้งเด็กฝึกหัดที่มีใบหน้าแสดงออกถึงความอิจฉา เริ่มที่จะดูถูกการกระทำของเจ้าหลง ต้องเข้าใจด้วยว่าการที่จะเป็นผู้ผนึกอสูร ไม่ใช้ใครอยากจะทำก็ทำได้เลย บางคนเริ่มที่จะเชียร์ให้จ้าวหลงล้มเหลว
"เจ้า ต้องทำได้ "
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่คิดแตกต่างยืนอยู่ด้านล่าง นางเพียงเชียร์จ้าวหลงอยู่ภายในความคิดเดิมที หนานกงหลัวก็ไม่คิดว่าจ้าวหลงจะ อัณเชิญวิณญาอสูรได้จริง แต่เขากับทำได้ถึงขนาดอัญเชิญวิญญาณอสูร ร็อคสามหัวออกมาได้นี้ก็เกินจากจินตนาการณ์ของนางไปไกลแล้ว
ตาเฒ่าไห่เกาเต๋อ อดทนไม่ไหวคิดที่จะไปช้วยเจ้าหลง ขณะที่เขาจะกระโดดไปบนแท่นผนึกที่จ้าวหลงอยู่กับได้ยินเสียงข้างหูของตัวเขา
" รอดูไปก่อน " ไห่เกาเต๋อหันไปทิศทางของเสียงที่ส่งมา เขาพยักหน้าแล้วหันไปมองทุกการกระทำของจ้าวหลง
ภายในความนึกคิดของจ้าวหลง" ไม่คิดว่าการผนึกต้องใช้พลังมากกว่าการอัญเชิญซะอีก "
จากเดิมเขาใช้พลังเพียงขั้นสร้างพื้นฐานขั้นที่สอง เขาเพิ่มระดับขึ้นจากสองไปสาม พลังต่อต้านที่สะท้อนกลับมาจากวงเวทย์ซึ่งเป็นผลมาจากการดิ้นลนของเจ้าร็อคสามหัว
เดิมทีพลังที่สะท้อนกลับมา มีระดับสิบส่วน เมื่อจ้าวหลงเพิ่มไปหนึ่งระดับการดิ้นลน ลดระดับลงเหลือเพียงเจ็ดส่วน โซ้พลังจากที่พังทลายเกือบจะหมดแล้วกับหยุดการพังทลาย
จ้าวหลงเพิ่มพลังวิญญาณไปอีกเป็นสร้างพื้นฐานขั้นที่สี่ การสะท้อนกลับของวงย์เวท เหลือเพียงห้าส่วน เขาเพิ่มระดับไปอีกเป็นสร้างพื้นฐานขั่นที่ห้า แรงสะท้อนกลับเหลือเพียงหนึ่งส่วน
โซ้จากวงเวทย์จากเดิมทีหมดแสงลงเกือบจะหมดกลับทวีความสว่างของแส่ง จากโซ้เหลือเพียงหนึ่งเส้นกลับเพิ่มขึ้นมาทีละเส้น จนกลับไปครบเต็มสิบเส้น โซ้มีแสงสว่างจ้าดึงเจ้าร็อคลงไปในวงย์เวททีละนิด
ผู้ชมเริ่มแตกตื่น
" นั้นอะไรเขาเพิ่มพลังขณะผนึกได้ด้วยรึ "
ผู้ผนึกแต่งตัวสีเทา จะเป็นผู้ผนึกที่มาจากตระกูลหลัก
"เขาเป็นใครกัน ผู้ที่จะเพิ่มพลังขณะผนึกได้ต้องอยู่ในขั้นชุดเทาเป็นอย่างน้อย ข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อน"
ผู้ชมในชุดเท่าอีกคนยืนข้างกัน เอ่ยออกมาอย่างสงสัยใครรู้
ผู้ผนึกหากเลื่อนขั้นเป็นชุดเทาได้ จากตระกูลที่เป็นเพียงสายนอกก็จะถูกเลือนขั้นให้มาเป็นตระกูลหลักได้ และย้ายมาอยู่ในพื้นที่หลักของตระกูล ไม่เว้นแม้กระทั้งไห่เกาเต๋อที่ยืนลุ่นตัวโกง ไม่รู้ว่าเมื่อไหรกันที่เขามายืนอยู่ชายขอบแท่นผนึกของจ้าวหลงตั้งแต่เมื่อใด ก่อนหน้านี้เขาพร้อมที่จะกระโดดไปที่แท่นจ้าวหลงทุกเมื่อไม่ว่าอย่างไรใจเขาก็จะไม่ยอมเสียเจ้าร็อคสามหัวนี้ไปเป็นอันขาด แต่เมื่อเห็นเจ้าหลงเพิ่มระดับพลังได้ จากที่สีหน้าตึงเครียด กลับมีสีหน้าเรียบนิ่งสายตาหรีเล็กลงจ้องการกระทำของจ้าวหลงอย่างนุ่มลึก ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในตอนนี้
แต่สายตาของผู้หนึกคนอื่นกับมีสีหน้าไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น สีหน้าของคนของตระกูลหูกลับมีความโลภออกมาอย่างเห็นได้ชัด ต้องการทีจะครอบคลองเจ้าร็อคไว้เป็นของตน
ต้องรู้ไว้ด้วยว่าพื้นที่แถบนี้เป็นของตระกูลหู สร้างขึ้นเพื่อที่จะเพราะเลี้ยงเหล่าวิญญาณอสูร หรือหลอกล่อให้เหล่าวิญญาณอสูรมาอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่นี้ ตระกูลหูลงแรงไปไม่น้อยที่จะสร้างสถานที่นี้ให้มีพลังวิญญาณ
ที่เหล่าวิณญาณอสูรต้องใช้ในการดำรงอยู่หรือ แม้แต่พัฒนาไปจนกระทั่งมีชีวิตมีจิตวิญญาณอีกครั้ง หรือที่เรียกว่าวิญญาณสถิต ซึ่งเจ้าร็อค นี้ก็พัฒนาไปถึงขั้นวิญญาณสถิตแล้ว
เจ้าร็อคจมหายไปในวงเวทย์กลายเป็นแสงลอยหายเข้าไปที่หอก
จ้าวหลงหยิบหอกขึ้นมา ขวงสองสามลอบก่อนปลอยพลังวิญญาณเข้าไปในหอกแล้วแทงออกไปด้วยพลังของตัวหอก หนึ่งครั้ง แต่กลับต้องทำให้เขาตกใจ
' ฉึบ ฉึบ ๆ '
เพราะหอกที่เขาแท่งออกไปเพียงครั้งเดียวกลับกลายเป็นแทงออกไปนับสิบ
" ไม่ต้องแปลกใจนักหลอก นั้นคือ ท้าไม้ตายของเจ้า ร็อค เมื่อเจ้าใช้พลังของมันก็จะเป็นอย่างที่เจ้าเห็นนั้นแหละ ศาตราวุธที่ถูกผนึกวิญญาณ อสูรลง ไปจะสามารถใช้พลังและท่าใม้ตายของวิญญาณที่ถูกผนึกไปด้วย "
ไห่เกาเต๋อ เมื่อเห็นถ้าทางของจ้าวหลง ก็เข้าใจได้ว่าเจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้ไม่มีความรู้ด้านผู้ผนึกอสูรเลย แต่ที่ทำให้ตาเฒ่าไห่ตกใจยิ่งกว่าคือ จ้าวหลงทั้งที่ไม่ได้ฝึกการเป็นผู้ผนึกมาก่อน
กลับทั้งสามรถวาดวงย์เวทผนึกได้เพียงชั่วข้ามคืน ทั้งยังอัญเชิญ และยังผนึกได้เพียงแค่สั่งเกตุจากการกระทำของผู้อื่นถ้าไม่เรียกว่าอัจฉริยะก็ต้องเรียกว่าปีศาจแล้วนั้นคือสิ่งที่ไห่เกาเต๋อเข้าใจ
แต่ถ้าตาเฒ่าไห่เห็นวงย์เวทที่จ้าวหลงผนึก อาจจะต้องตลึงตาข้างหนักกว่าเก่าเสียอีกเพราะมันซับซ้อนเกินกว่าที่ผู้ผนึกในยุคนี้จะเข้าใจ แต่ที่จ้าวหลงฝึกได้เป็นเพราะมีตำราผู้ผนึก
ในอดีตอันไกลโพ้น ตำลาเล่มนี้จะถูกเรียกว่าผนึกวิญญาณเทพอสูร ผู้ผนึกในอดีตอันไกลโพ้นจะถูกเรียกว่า เซียนวิญญาณ ขั้นตอนการฝึกและข้อมูลของเซียนวิญญาณ ทยอยหายสาปศูนย์ไปตามกาลเวลาหลงเหลือให้ฝึกในยุคปัจจุบันเพียงบางส่วนเท่านั้น
จ้าวหลงมองหอกอยู่สองสามครั้งหลังจากนั้น เขาโยนมันไปให้ ไห่เกาเต๋ออย่างไม่เสียดาย
" นี้คืออะไรอย่างนั้นรึ " ไห่เกาเต๋อรับหอกพร้อมกับมองไปที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าสงสัย
"เป็นของขวัญพบหน้ากันครั้งแรก และขอบคุณสำหรับการชี้แนะของท่าน "
หลังจากนั้น เขาเดินลงจจากแท่นผู้ผนึกเตรียมตัวที่จะเดินจากไป
" งั้นข้าไม่เกรงใจละนะ ว่าแต่หอกนี้เจ้าเป็นผู้ผนึก แถมจากที่ข้าดูนี้อาจจะเป็นครั้งแรกของเจ้า เจ้าไม่ตั้งชื่อให้มันหน่อยรึ "
ไห่เกาเต๋อมองไปยังชายหนุ่ม ด้วยไมตรีจิต เขาดีใจมากที่ได้หอกที่มีร็อคถึงสามหัวถูกผนึกไว้
"ข้าตั้งชื่อไม่เก่งท่านตั้งให้ข้าหน่อยแล้วกัน" เขาพูดจบก็เตรียมตัวจะเดินจากไป
"เจ้าชื่ออะไรหนุ่มน้อย " ตาเฒ่าไห่ร้องทัก
" ข้าชื่อ เฒ่าฮวย "
จ้าวหลงตอบกลับมาโดยไม่หันหลัง
" เฒ่าฮวย......รึ เฒ่าฮวย...หอก.. อื่มเอาชื่อนี้แหละ"
" งั้นข้าจะตั้งชื่อมันว่า....หอกเฒ่าหวย... แล้ว กันนะเจ้าหนุ่มน้อย...อื่มเป็นชื่อที่ดี ฟังดูมีพลังยิ่งใหญ่ดี"
ไห่เกาเต๋อตะโกนไปด้วยเสียงอันดังพร้อมกับมีใบหน้าภูมิใจ ทั้งการได้เจ้าร็อคสามหัว แถมยังได้ตั้งชื่อเจ้าหอกนี้อีก
บรรนดาชายหนุ่มผู้ผนึกทั้งหลายมองไปที่ตัวหอกด้วยความภูมิใจทั้งจินตนาการว่าตนได้ถือหอกนั้นยืนอยู่บนหน้าผ่าที่ยิ่งใหญ่ ด้วยท่าทางของผู้กล้า เริ่มแรกเดิมทีผู้ผนึกเหล่านี้มีความอิจฉาหาวิทีที่อยากจะได้มาครอบครอง
แต่เมื่อเห็นจ้าวหลงยกหอกให้ ไห่เกาเต๋อ หลายคนก็เริ่มมีความหวัง ที่จะได้หอกนั้นมา เนื่องด้วยว่าบางคนมีความสนิทสนมกับไห่เกาเต๋อ บางคนเริ่มหาวิธีจะประจบขอหอกนั้น
แต่ต่างกันกับพวกผู้ผนึกชาย ผู้ผนึกหญิงสาววัยรุ่นทั้งหลายกับมีใบหน้าที่แดงแปร๊ดขึ้นเป็นแถบ ไปตามๆกันหญิงสาวบางคน เมื่อได้ยินชื่อถึงกับตะลึงงัน บางคนมองไปที่ร่างกายของจ้าวหลง ถึงขนาดพึมพำออกมา "เป็นร่างกายที่ยิ่งใหญ่ จริงๆ"
"ข้าละอยากเห็นความยิ่งใหญ่ของเขาจริง ๆ"