“ใครโทรมาเหรอเตง?”
พลอยที่กำลังนั่งดูซีรีส์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
ต้นรีบหันกลับไปแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยให้กับภรรยาสาวก่อนจะอธิบายสั้นๆ
“เดี๋ยวที่รักก็รู้เองแหละน่า…”
เขาพูดพลางลุกพรวดพราดขึ้นยืน
“เดี๋ยว… เตงจะไปไหนอ่ะ?”
พลอยรีบวางรีโมทในมือลงแล้วหันมาถามด้วยความงงงัน
“แป๊บนึงนะที่รัก”
ต้นบอกแค่นั้นแล้วรีบเดินออกจากห้องนั่งเล่น ตรงไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน เขารีบเปิดประตูออกไปพบกับอาร์ทที่ยืนรออยู่พร้อมกับถุงในมือสองสามถุง
“มาถึงเร็วจังวะ”
ต้นกระซิบถามแม้เขาจะบ่นออกไปแต่ใจจริงเขาอยากให้อาร์ทมาไวกว่านี้เสียด้วยซ้ำ
“ก็กูกลัวมึงจะเปลี่ยนใจไง”
อาร์ทตอบพลางยักคิ้วหลิ่วตาก่อนจะเดินตามต้นเข้าไปในบ้าน
เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพลอยที่นั่งอยู่บนโซฟาถึงกับชะงักค้าง ราวกับถูกตรึงอยู่กับพื้น
ดวงตาคู่นั้นเบิกโพลงกว้างกว่าที่เคยเป็มาหลายเท่าแก้วน้ำในมือสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด จนน้ำแทบจะกระฉอกออกมา
ในตอนนี้เธอแข็งทื่อไปทั้งตัวได้แต่จ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างไม่กะพริบ สลับกับมองหน้าต้นด้วยความสับสนและตกตะลึงจนพูดไม่ออกราวกับภาพที่เห็นตรงหน้าเป็เพียงภาพลวงตา
“อะ…อาร์ท...นี่มัน...”
เสียงของพลอยแ่เบาแหบแห้ง เหมือนคนละเมอเธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เธอคิดถึงอยู่บ่อยครั้งในอดีต
“อาร์ท...มา...มาได้ยังไง?”
คำถามนั้นหลุดออกมาอย่างยากลำบากราวกับมีอะไรจุกอยู่ที่ลำคอ
ต้นยิ้มบางๆอย่างมีเลศนัย มองพลอยด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“อ๋อ...ไอ้อาร์ทมันบอกว่าอยากจะมานั่งดื่มเบียร์คุยกันหน่อยน่ะไม่ได้เจอกันนานมากๆ แล้ว”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเป็ปกติที่สุดแต่แววตาของเขากลับฉายประกายบางอย่างที่พลอยไม่เข้าใจ
ทันใดนั้นต้นก็หันหลังเดินเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็วทิ้งให้พลอยยืนเผชิญหน้ากับอาร์ทเพียงลำพังในห้องนั่งเล่น ความใ ความสับสนและความรู้สึกที่ไม่คาดฝันถาโถมเข้าใส่เธออย่างจังจนเธอแทบจะประคองสติเอาไว้ไม่อยู่
อาร์ทเห็นสีหน้าตกตะลึงของพลอยก็คลี่ยิ้มบางๆแฝงความอบอุ่น แต่ในแววตากลับมีประกายเ้าเล่ห์นิดๆ
“หวัดดีพลอย”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายเหมือนเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน
“เป็ไงบ้าง? สบายดีมั้ย?”
คำทักทายนั้นมันฟังดูคุ้นเคยราวกับว่าย้อนกลับไป่ที่พวกเขายังเป็วัยรุ่นหน้าใสในรั้วมหาวิทยาลัย
พลอยยังคงตรึงสายตาอยู่กับใบหน้าของอาร์ทอย่างไม่เชื่อสายตาราวกับภาพตรงหน้าพร่าเลือนไม่แน่ชัดว่าเป็ความจริงหรือเพียงแค่ความฝันที่ซ้อนทับเข้ามา
ทว่าเมื่อเสียงทักทายอันคุ้นเคยดังขึ้นแ่เบาความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจเธอก็ค่อยๆ คลายลงทีละน้อย
ความประหม่าเริ่มเข้ามาแทนที่ความตกตะลึงก่อนที่เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นจางๆ ของมิตรภาพเก่าๆ ที่ค่อยๆ หวนคืนมา
“หวัดดีอาร์ท...”
เธอเอ่ยทักทายตอบกลับด้วยเสียงที่แ่เบาจนแทบจะเป็กระซิบ
มือทั้งสองข้างยกขึ้นลงอย่างเก้ๆกังๆ ราวกับกำลังพยายามหาที่วาง สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจซ่อนมันไว้ด้านหลัง เพื่อปกปิดความประหม่าที่เริ่มก่อตัวและทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นใจ
“เราสบายดี...แล้วนาย...มาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย?”
ดวงตากลมโตยังคงเต็มไปด้วยคำถามที่รอคำตอบ
อาร์ทยิ้มกว้างขึ้นอีกหน่อยมุมปากยกขึ้นนิดๆ อย่างมีเสน่ห์ ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของพลอยเริ่มเต้นรัวอย่างควบคุมไม่อยู่
“พอดีเรามีธุระแถวนี้…”
เขาตอบพลางเหลือบมองไปทางประตูครัวที่ต้นเพิ่งเดินหายเข้าไป
“เลยทักหาไอ้ต้นมันก็เลยชวนมานั่งคุยเล่น”
น้ำเสียงนั้นดูสบายๆแต่ก็แอบมีความนัยอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่
ขณะที่ยืนสนทนากับพลอยความคิดของอาร์ทก็ไหลย้อนกลับไปยัง่เวลาในรั้วมหาวิทยาลัย
ภาพความทรงจำในตอนนั้นยังคงชัดเจนเขาในยุคนั้นเป็เหมือนดาวที่ส่องแสงเจิดจ้ามีงานถ่ายแบบและโฆษณาเข้ามามากมายจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย
พลอยในความทรงจำของเขาก็เป็เพียงหนึ่งในกลุ่มแฟนคลับที่คอยกดไลค์และแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจเขาในโลกออนไลน์เธอเป็เหมือนผู้ชมที่อยู่เื้ั คอยสนับสนุนความฝันของเขาอย่างเงียบๆ
แม้ว่าเส้นทางในวงการบันเทิงของเขาจะไม่สวยหรูอย่างที่เคยคาดหวังไว้จนเป็เหตุให้ต้องผันตัวมาสร้างสรรค์คอนเทนต์ในรูปแบบอื่น
แต่ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่เคยปรากฏตามสื่อต่างๆก็ยังคงเป็ใบเบิกทางให้งานของเขามีผู้ติดตามมากกว่าคนอื่นๆ ในวงการเดียวกัน
อาร์ทอดขำในใจไม่ได้กับเื่ราวที่ผุดขึ้นมา
โลกมันก็หมุนเวียนเปลี่ยนไปเช่นนี้ใครจะคาดคิดว่าหญิงสาวร่วมรุ่นที่เคยแอบชื่นชมเขาในวันนั้น วันนี้เธอจะมายืนอยู่ตรงหน้าเขาในสถานการณ์ที่เขาเองก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ภายในครัวหลังบ้าน…
ต้นยืนตัวแข็งทื่อแนบหูชิดบานประตูที่กั้นระหว่างเขากับห้องนั่งเล่นราวกับ้าดูดซับทุกถ้อยคำที่ลอดผ่านมา
แม้เสียงการสนทนาของคนทั้งสองจะแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ความเงียบงันที่สลับกับการสนทนาสั้นๆนั้นกลับยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงพลอยต้นพยายามจับน้ำเสียงของเธออย่างจดจ่อเพื่อสังเกตอารมณ์ของเธอที่กำลังเกิดขึ้น
เธอใหรือเปล่า?
เธอพูดอะไรกับอาร์ท?
ความคิดเหล่านี้วิ่งวนอยู่ในหัวเขาไม่หยุดหย่อนจนมือของเขาเย็นเฉียบและเหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผม
ต้นตระหนักดีว่าเขาต้องสงบสติอารมณ์เพราะเขาวางแผนที่จะมอบของขวัญสุดพิเศษนี้ให้กับพลอย
ดังนั้นการปรากฏตัวของเขาในตอนนี้ต้องดูเป็ธรรมชาติที่สุดเพื่อไม่ให้พลอยสงสัยในความผิดปกติใดๆ ต้นจึงหลับตาลงอีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าลึกๆช้าๆ และปล่อยลมหายใจออกยาวๆ
เขาพยายามควบคุมมือที่สั่นเทาก่อนจะค่อยๆ คลายมือที่กำแน่นออกจากขอบประตู แล้วปรับสีหน้าให้ดูผ่อนคลายมากที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจก้าวออกจากห้องครัว พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเป็ธรรมชาติสุดๆ
“มาๆ นั่งคุยกันก่อนดีกว่า”
ต้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็มิตรพลางผายมือไปยังโซฟาตัวยาวที่พลอยยังคงนั่งตัวตรงและดูเกร็งอยู่เล็กน้อย
อาร์ทวางถุงเครื่องดื่มและของขบเคี้ยวที่ถือติดมือมาลงบนโต๊ะกลางอย่างไม่รีบร้อนท่าทางสบายๆ ของเขาราวกับว่าการมาปรากฏตัวที่บ้านของเพื่อนในคืนพิเศษเช่นนี้เป็เื่ธรรมดาเสียจนน่าประหลาดใจ
หลังจากวางถุงเสร็จอาร์ทก็กวาดสายตาไปทั่วห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนขับเน้นของตกแต่งชิ้นเล็กๆ ที่วางอยู่ตามมุมต่างๆบ่งบอกถึงรสนิยมที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกฝั่งที่ว่างอยู่โดยเว้นระยะห่างจากพลอยพอสมควร พลอยเองก็ยังคงนั่งหลังตรงอยู่บนโซฟาตัวเดิมดวงตากลมโตของเธอยังคงจับจ้องมองหน้าชายสองคนสลับกันไปมา
แววตาคู่สวยฉายความสงสัยและความงุนงงแต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มมีประกายของความผ่อนคลายเล็กน้อยปรากฏให้เห็นบ้างแล้ว
“นานเลยเนอะที่ไม่ได้เจอกัน… เอ้า! ดื่มเบียร์เย็นๆหน่อย จะได้ไม่ต้องเกร็ง”
อาร์ทว่าพลางฉีกยิ้มกว้างๆแต่ในแววตาก็ยังแอบมีความกังวลซ่อนอยู่
เขาส่งกระป๋องเบียร์เย็นเฉียบให้กับต้นต้นรับไปด้วยรอยยิ้มขอบคุณเล็กน้อย แล้วจากนั้นเขาก็รีบหยิบอีกกระป๋องเปิดฝาซ่าแล้วยื่นให้พลอย
พลอยรับมาถือไว้ในมือมองกระป๋องสีเงินในมืออย่างลังเล แต่ก็ยังไม่ยอมยกขึ้นดื่มสักที