เศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 44 รู้จักพอย่อมเป็นสุข

            การเทศนาธรรมดำเนินมาถึงช่วงบ่ายกระทั่งถึงยามเว่ย[1]จึงเริ่มอีกครั้งทว่าก็มิได้เป็นอุปสรรคในการมาถึงล่วงหน้าของเหล่าคุณหนูและฮูหยินทั้งหลายอยู่ดี

            อย่างไรเสียโอกาสเช่นนี้ก็เหมาะกับการที่ทุกคนจะได้สนทนาพูดคุยเรื่องจุกจิกทั่วไปทั้งยังสบโอกาสช่วยสืบข่าวคราวให้บุรุษของบ้านปรึกษาหารือเรื่องแต่งงานของบุตรสาวตนได้ดีทีเดียว

            ไม่ว่าจะชื่อเสียงเรียงนามอะไรหรือสถานที่ใดขอเพียงมีเหล่านายหญิงสูงศักดิ์เหล่านี้ปรากฏตัวขึ้นย่อมมีเรื่องทำนองนี้อยู่ไม่น้อย

            เฉินจิ้งโหรวเองก็ฟังคำจ้าวอี๋เหนียงรับประทานอาหารเสร็จจึงรีบมายังโถงตำหนักใหญ่ เลือกที่นั่งตามสะดวกใจที่หนึ่งจากนั้นจึงกางพุทธคัมภีร์ในมือ

            ไม่ต้องพูดถึงว่าท่าทางแบบนี้ของนางดูอ่อนโยนทรงสง่าเพียงใดเพียงพริบตาเหล่าฮูหยินจากสกุลต่างๆ พลันเผยยิ้มออกมา

            เทียบกับเหล่าฮูหยินทั้งหลายแล้วเหล่าคุณหนูกลับแสดงออกอย่างเปิดเผยมากกว่า พวกนางตรงเข้าไปหาเฉินจิ้งโหรวทันที“พระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้เรียกคุณหนูจวนป๋อชางโหวไว้ คุยอะไรกันหรือ?”

            เฉินจิ้งโหรวเงยหน้าขึ้นมองเหล่าคุณหนูหลายคนที่ห้อมล้อมรอบกายตนทั้งหมดล้วนเป็นลูกอนุจากแต่ละสกุลทั้งสิ้นทำเอาเฉินจิ้งโหรวอดที่จะผิดหวังเล็กน้อยเสียมิได้

            เมื่อเห็นกลุ่มลูกสายตรงทั้งหลายรวมตัวกันตรงจุดหนึ่งไม่ไกลตาความชิงชังพลันฉายเต็มแววตาเฉินจิ้งโหรว

            มีแต่พวกไร้สมองเบาปัญญาโง่เง่าเหมือนเฉินจิ้งเจียทั้งสิ้น คอยดูหลังจากนางได้เป็นบุตรสาวสายตรงเถอะคนกลุ่มนี้ นางจะไม่สมาคมด้วยแม้แต่คนเดียว!

            “คุณหนูรอง? คุณหนูรองบอกมาเถิดว่าพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้ผู้บรรลุธรรมขั้นสูงผู้นั้นคุยอะไรกับพวกท่านกันแน่? เปิดเผยความลับสวรรค์อย่างนั้นหรือ?”คุณหนูหน้ากลมมนข้างๆ ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจสุดขีด

            เมื่อนั้นเฉินจิ้งโหรวจึงได้สติหันมองเหล่าคุณหนูที่กรูกันเข้าห้อมล้อมตนแล้วก็รู้สึกทระนงหลงตัวเองขึ้นเต็มประดาตามเช่นกัน

            นางวางพู่กันในมือลงด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยค่อยๆ หยัดกายยืน เดินออกไปนอกวงล้อมอย่างงดงาม“ดูแล้วพี่หญิงทั้งหลายมีเรื่องอยากถาม เช่นนั้นเราไปคุยกันข้างนอกเถิดจะได้ไม่รบกวนวัดวาเอาเจ้าค่ะ”

            เฉินจิ้งโหรวสีหน้าอ่อนน้อมยกยิ้มบางน่ามองประดับ ดูอ่อนโยนและถ่อมตนในเวลาเดียวกัน

            ในสายตาฮูหยินเหล่านั้นดูเหมือนพึงพอใจในตัวนางยิ่ง สีหน้าที่มองเฉินจิ้งโหรวฉายแววอ่อนโยนตาม

            “เอาละ พวกเราออกมาแล้ว ดังนั้นพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้คุยอะไรกับพวกเจ้ากัน?”ยังคงเป็นคุณหนูหน้ากลมผู้นั้น น้ำเสียงของนางฉายแววจวนรอไม่ไหวแล้ว

            เฉินจิ้งโหรวมองนางครู่หนึ่งคุณหนูผู้นี้คือหนึ่งในบรรดาคุณหนูที่จ้าวอี๋เหนียงสั่งให้นางทำความรู้จักด้วยบุตรสาวคนรองของเสนาบดีกรมโยธา นามว่าซ่งหยวนหยวน

            “มิทราบว่าพี่หญิงท่านนี้คือ?” เฉินจิ้งโหรวแสร้งไม่รู้จักถามอีกฝ่ายต่อ

            ซ่งหยวนหยวนเองมิได้ลังเลรีรอ“ข้าชื่อซ่งหยวนหยวน พ่อข้าคือเสนาบดีกรมโยธา ตอนนี้คุณหนูรองเฉินจะพูดได้หรือไม่? พระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้คุยอะไรกับพวกเจ้ากันแน่?”

            ท่าทางรีบร้อนของนางยิ่งช่วยขับให้เฉินจิ้งโหรวดูสงบสุขุมโดดเด่นมากขึ้นแม้แต่ตอนที่เหล่าฮูหยินเห็นซ่งหยวนหยวน ก็อดที่จะขมวดคิ้วมุ่นเสียมิได้

            “พระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้บอกว่า...” เฉินจิ้งโหรวนึกถึงคำพูดตาแก่นั่นก็รู้สึกเสียใจขึ้นครู่หนึ่ง หากแต่สีหน้ากลับยังแสร้งทำเป็นอ่อนโยน

            “พระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้บอกว่าคุณหนูแห่งจวนป๋อชางโหวจะโชคดีประสบสุขตลอดกาล”นางจงใจไม่บอกเจ้าของความโชคดีตลอดกาลนี้ว่าเป็นใครกันแน่บอกแค่ว่าเป็นคุณหนูจวนป๋อชางโหว

            เฉินจิ้งเจียก็ใช่เฉินจิ้งโหรวก็ใช่

            เป็นดั่งที่คาดการณ์ครั้นสิ้นประโยค บรรดาคุณหนูทั้งหลายพลันอิจฉาขึ้นมากันถ้วนหน้า

            “โอ้โห จริงหรือ? พระอาจารย์เจี้ยอู้ผู้นั้นพูดเองกับปากเชียวนะคุณหนูรองช่างโชคดีจริงๆ!”

            เมื่อได้ยินคำกล่าวชมเหล่านี้รอยยิ้มเฉินจิ้งโหรวยิ่งอ่อนโยนกว่าที่เคยหากแต่ในใจกลับก่นด่าปรามาสเฉินจิ้งเจียอย่างเกลียดชัง

            หากนางโชคดีจริงนางควรได้เป็นบุตรสาวสายตรงของจวนป๋อชางโหวนางควรจะเป็นผู้ที่โชคดีประสบสุขตลอดกาล นางไม่ควรได้ยินคำพูดเพียงสองคำสั้นๆแสนเยือกเย็นจากพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้ต่างหาก

            เฉินจิ้งเจียและซูหว่านซีที่ผ่านมาบังเอิญได้ยินคำพูดของเฉินจิ้งโหรวเข้าพอดี

            ทั้งสองสบตากันไปมาสีหน้าแปรเปลี่ยนทันใด เฉินจิ้งโหรวไร้ความคิดแล้วหรืออย่างไรกัน?

            “น้องโหรวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจหรือว่าพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้พูดเช่นนี้?”เฉินจิ้งเจีย มองเฉินจิ้งโหรว สีหน้าคลับคล้ายจะยกยิ้ม

            ใครอื่นไม่รู้ว่าพระอาจารย์เจี้ยอู้พูดอะไรหากแต่เฉินจิ้งเจียกลับทราบดีกว่าใครอื่น

            คุณหนูจวนป๋อชางโหวจะโชคดีประสบสุขชั่วนิรันดร์หรือ? นั่นมีแค่เฉินจิ้งเจีย เกี่ยวอันใดกับเฉินจิ้งโหรวด้วย?

            เมื่อเห็นเฉินจิ้งเจียเฉินจิ้งโหรวพลันร้อนรนขึ้นในชั่วพริบตาแน่นอนนางรู้ดีว่าพระอาจารย์เจี้ยอู้หมายถึงใคร หากเฉินจิ้งเจียแฉนางตอนนี้เช่นนั้นนางจะทำอย่างไรดี?

            นางมองเฉินจิ้งเจียอย่างสับสนลนลาน“พี่หญิง ข้า ข้า...”

            “เสียแรงที่พระอาจารย์ใหญ่เรียกเจ้ากับข้าไว้เพื่อไปชี้แนะแต่เจ้ากลับเข้าใจแค่จุดนี้หรือ?” สีหน้าเฉินจิ้งเจียเผยความหยิ่งยโสทระนงตนเจือด้วยความรังเกียจปะปน

            “บุตรสาวของสกุลสูงศักดิ์อย่างเรานั้นมีคนไหนโชคร้ายไม่ประสบสุขชั่วนิรันดร์บ้าง? แค่นี้มีค่าพอให้เจ้าหยิบยกขึ้นพูดแล้วหรือ?พระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้ยังบอกอีกว่าต้องรู้จักพอถึงจะมีสุขเจ้าคงจำได้ใช่หรือไม่?”

            เฉินจิ้งโหรวเงยหน้าจ้องเฉินจิ้งเจียนางหมายความว่าอย่างไร? กำลังข่มนางอย่างนั้นหรือ?

            รู้จักพอถึงจะสุขประโยคนี้ที่เฉินจิ้งโหรวได้ยินล้วนเต็มไปด้วยการถากถาง นางเป็นเพียงลูกอนุคนหนึ่งแล้วนางต้องรู้จักพอด้วยหรือ? ล้อเล่นอะไรกัน!

            เฉินจิ้งโหรวเก็บอาการ“พี่หญิงสั่งสอนถูกแล้วเจ้าค่ะ น้องได้รับรู้บทเรียนแล้วและจะจดจำคำชี้แนะของพระอาจารย์ใหญ่ไว้ รู้จักพอถึงจะสุขเจ้าค่ะ”

            ประโยคสุดท้ายเฉินจิ้งโหรวขบเค้นฟันกรามแทบแตกเอ่ยออกมานางไม่เข้าใจ เห็นอยู่ชัดเจนว่าคนที่ควรพอคือเฉินจิ้งเจียต่างหาก!

            บรรดาคุณหนูรอบด้านได้ยินเฉินจิ้งเจียเอ่ยเช่นนี้แล้วก็มิกล้าพูดอะไรมาก เพียงแค่หวนนึกถึงคำที่เฉินจิ้งเจียทิ้งท้ายไว้รู้จักพอถึงจะสุขสงบ

            ซ่งหยวนหยวนมองเฉินจิ้งเจียที่โอหังทระนงตนก่อนมองเฉินจิ้งโหรวที่ก้มหน้าก้มตารับ ก็อดที่จะขมวดคิ้วขึ้นเสียมิได้

            “เจ้าคือคุณหนูใหญ่แห่งจวนป๋อชางโหวหรือ?” นางเอ่ยปากถาม

            เฉินจิ้งเจียเลิกคิ้วมองใบหน้ากลมมนของซ่งหยวนหยวน “ใช่แล้ว มิทราบว่าคุณหนูท่านนี้มีอะไรอย่างนั้นหรือ?”

            “เจ้ามักรังแกน้องสาวเจ้าเป็นปกติเลยหรือ?” สองแขนกอดอกดูท่าทางมิน่าเข้าไปยุ่งหาเรื่องด้วย

            คนผู้นี้เฉินจิ้งเจียเองก็รู้จักซ่งหยวนหยวนในชาติก่อนมีความสัมพันธ์กับเฉินจิ้งโหรวดีทีเดียวทั้งสองรักใคร่กลมเกลียวคอยช่วยเหลือกันอยู่เสมอ

            หากแต่นางจำได้ว่าบิดาของซ่งหยวนหยวนคือเสนาบดีกรมโยธายามเฉินจิ้งโหรวเข้าจวนไท่จื่อได้ไม่นาน เป็นเพราะต้องโทษทุจริตจึงถูกจองจำคุกทั้งตระกูลถูกเนรเทศ ซึ่งคดีนั้นเซี่ยยู่จางเป็นคนจัดการนั่นเอง

            ต่อมานางได้ยินหนานจือบอกว่าซ่งหยวนหยวนผู้นั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นนางโลม ทั้งยังดุด่าเฉินจิ้งโหรวหลายครั้งคราวท้ายสุดเรื่องก็ถึงหูเซี่ยยู่จางเข้า จึงถูกข่มเหงทรมานจนตายอนาถในที่สุด

            ตัวนางในชาติก่อนไม่เข้าใจความผันผวนพลิกผันนี้ครั้นมาดูยามนี้ถึงได้รู้สึกว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในอยู่ไม่น้อย

            “มิน่าเล่าโหรวเอ๋อร์ แค่พี่สาวมองมาก็ตัวหดแล้วเจ้าช่างไม่มีความเป็นพี่สาวแม้แต่น้อย ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องรังแกลูกอนุแน่เป็นลูกอนุแล้วอย่างไร ลูกอนุมิใช่น้องสาวเจ้าหรืออย่างไร?”

            ซ่งหยวนหยวนประณามเฉินจิ้งเจียฉาดใหญ่เห็นชัดว่าต้องการเอ่ยเพื่อทวงความยุติธรรมให้เฉินจิ้งโหรวนั่นเอง

            เพียงแต่ดวงหน้ากลมมนนั้นดวงตาถลึงกลมโตคู่นั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ดูไม่เหมือนท่าทางกำลังโกรธกริ้วแม้แต่น้อย

            เฉินจิ้งเจียอดที่จะยกมุมปากขึ้นเสียมิได้คนผู้นี้นับว่าตั้งชื่อได้เหมาะจริงๆ ซ่งหยวนหยวน[2] ไม่ว่าตรงไหนก็กลมไปเสียหมด

             

            --------------------------

            [1] ยามเว่ย คือช่วงบ่ายคล้อยหรือช่วง 13:00 น. - 15:00 น.

            [2] ซ่งหยวนหยวน (宋圆圆) คำว่า 圆圆 (หยวนหยวน) พ้องรูปพ้องเสียงและพ้องความหมายกับคำว่า 圆 (หยวน) ที่แปลว่ากลมหรือวงกลมนั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องเศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ) ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808